ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 79 พลังแห่งธาตุไม้ที่น่ากลัว กับจิตวิญญาณและกล้ามเนื้อรวมกันเป็นหนึ่ง!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 79 พลังแห่งธาตุไม้ที่น่ากลัว กับจิตวิญญาณและกล้ามเนื้อรวมกันเป็นหนึ่ง!
บทที่ 79 พลังแห่งธาตุไม้ที่น่ากลัว กับจิตวิญญาณและกล้ามเนื้อรวมกันเป็นหนึ่ง!
บงกชสวรรค์ม่วงทอง เป็นหนึ่งในสมบัติบรรพกาลอย่างแน่นอน
หากผู้ปลุกพลังคนใดได้กินมันเข้าไปแล้วละก็ ร่างกายจะพัฒนามากขึ้นไปอีกครั้ง แต่การพัฒนาในครั้งนี้จะไม่ใช่การเพิ่มความแข็งแกร่งแต่อย่างใด แต่จะช่วยพัฒนาเซลล์กล้ามเนื้อให้ร่างกายและจิตวิญญาณของผู้กลืนกินนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น
มูลค่าของมันจัดว่าสูงมาก ๆ
ในอดีต เมื่อครั้งตอนที่ฉู่โม่วและหมัวซานซานกำลังคุยกัน หญิงสาวเคยพูดถึงผู้ฝึกยุทธ์ที่โชคดีเก็บบงกชสวรรค์ม่วงทองดอกนี้ไปได้ในฐานจินหลิง มูลค่าของมันสูงเสียจนน่ากลัวเลยทีเดียว!
ด้วยเรื่องนี้ มันทำให้ฉู่โม่วตัดสินใจที่จะเด็ดมันออกไปบ้างโดยไม่ลังเล
แต่ถึงจะบอกว่าไม่ลังเล ด้วยสัญชาตญาณของเขา การตรวจสอบดูรอบ ๆ ตัวก่อนก็นับเป็นสิ่งสำคัญ
เพราะตามปกติแล้ว หากมีสมบัติบรรพกาลถูกเก็บเอาไว้ในที่แห่งหนึ่ง ที่แห่งนั้นย่อมต้องมีสัตว์อสูรคอยปกปักรักษามันอยู่
และอย่างที่คาดการณ์ไว้
เพียงแค่ฉู่โม่วแสร้งเดินเฉียดเข้าไปใกล้ปากบ่อน้ำ ระลอกคลื่นก็ปรากฏขึ้นมาจากภายในบ่อทั้งที่แต่เดิมเป็นเพียงบ่อที่มีน้ำนิ่งสงบเท่านั้น อสรพิษตัวยาวที่มีรูปร่างคล้ายกับเส้นด้ายสีทองโผล่พรวดขึ้นมาและฉกเข้าที่ฉู่โม่วอย่างรวดเร็ว
ความเร็วของมันเรียกได้ว่าเร็วมาก ๆ พร้อมกับเปล่งแสงสีทองขณะที่พุ่งเข้ามาด้วย
“สัตว์อสูรระดับ 4 อสรพิษไหมทองคำ!?”
เขาหรี่ตามองและสามารถจดจำรูปร่างของสิ่งตรงหน้าได้ในแทบจะทันที
แม้จะเป็นสัตว์อสูรระดับ 4 แต่อสรพิษไหมทองคำก็ไม่ได้มีร่างกายใหญ่โตอะไรนัก ในขณะที่สัตว์อสูรตนอื่น ๆ จะตัวใหญ่ขึ้นตามความแข็งแกร่ง แต่เจ้านี่จะยิ่งตัวเล็กลงตามความแข็งแกร่ง เพราะช่วยให้การกระทำของมันไม่กลายเป็นที่สังเกตได้ง่าย ๆ
วิธีโจมตีของมันคือการหาช่องทางแทรกเข้าไปในร่างกายของเป้าหมายให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นซอกเล็บ หู หรือรูจมูก และภายในเวลาอันสั้น มันจะดูดเอาเลือดเนื้อของเหยื่อออกมาจนเหมือน เหลือไว้เพียงเปลือกนอกหรือไม่ก็ผิวหนังเท่านั้น
อสรพิษไหมทองคำตรงหน้าฉู่โม่วนี้เร็วมาก ๆ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้ประมาทแต่อย่างใด
พลังแห่งห้วงมิติถูกกระตุ้น ส่งร่างของเขาให้หายไปชั่วคราวและโผล่มายังเบื้องหลังของอสรพิษตัวจิ๋ว
ทันทีที่มันรู้ว่าเป้าหมายของมันหายไป อสรพิษร้ายก็รีบดิ้นไปมาหมายจะเข้าโจมตีฉู่โม่วอีกครั้ง
แต่…
ไม่มีโอกาสสำหรับผู้ที่เสียมันไปแล้ว!
กระตุ้นธาตุลม!
เพลงกระบี่วายุอสนีบาต!
รวดเร็วประดุจวังวนวายุ
ด้วยเสียง ‘ชิ้ง’ ของกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝัก แสงสีเงินปรากฏขึ้นประวาตผ่านท้องฟ้า ไม่ต้องสงสัย คมดาบนั้นสามารถตัดร่างของอสรพิษไหมทองคำให้ขาดเป็นสองส่วนได้อย่างง่ายดาย!
แต่มันยังไม่จบ
เมื่อกระบี่ถูกชักออกจากฝัก คลื่นดาบอันโกลาหลก็ทะยานพุ่งออกมาด้วยราวกับมังกรร้ายที่รอวันเป็นอิสระ มันสะบั้นร่างของอสรพิษไหมทองคำขาดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีกนับไม่ถ้วนระหว่างที่มันยังคงมีฤทธิ์ร้ายกาจ
ภายหลังจากที่กำจัดสัตว์อสูรที่คอยดูแลบ่อบงกชสวรรค์ม่วงทองแห่งนี้ไปแล้ว ฉู่โม่วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาเก็บกระบี่กลับไปในฝักดังเดิม ก่อนจะขยับไปใกล้กึ่งกลางบ่อบัวตรงหน้า จ้องมองเป้าหมายอย่างบงกชสวรรค์ม่วงทองก่อนจะพบว่าเมล็ดของดอกบัวดอกนี้ยังไม่สุก
สิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ว่าดอกบัวดอกนี้สุกแล้วหรือไม่ ก็คือเมล็ดของมันและดอกบัวทั้งดอกก็จะเป็นสีม่วงทองงดงามอร่ามเห็นได้ชัด
แต่สำหรับบงกชสวรรค์ม่วงทองที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ เพราะมันยังไม่สุกงอมเต็มที่ มันจึงยังมีบางส่วนที่เป็นสีขาวปรากฏให้เห็นอยู่นิด ๆ หน่อย ๆ
ทว่าก็เท่านั้น
จากการคำนวณของฉู่โม่วแล้ว มันน่าจะใช้เวลาไม่นาน อย่างมากก็สักสิบวันถึงจะแก่เต็มที่
“งั้นก็แค่รอไปก่อน!”
“ดูเหมือนว่าบ่อที่สามารถเพาะเลี้ยงบงกชสวรรค์ม่วงทองได้น่าจะเป็นแก่นแท้แห่งธรรมชาติด้วยสินะ แสดงว่ามันเองน่าจะเป็นยาดีด้วย… แบบนี้ฉันน่าจะฝึกฝนตนเองที่นี่ รอเวลาจนระบบกลืนกินพร้อมใช้งานแล้วก็กลืนกินหมูเขียวชอุ่มไปเลย!”
ฉู่โม่วตัดสินใจ
น้ำที่อยู่ในบ่อนี้คือ แก่นแท้แห่งธรรมชาติ เป็นแก่นแท้แห่งธรรมชาติที่กลั่นตนเองจนเข้มข้นระดับสุดยอดแล้วกลายสภาพมาอยู่ในรูปของของเหลว
เพราะงั้นมันจึงถือเป็นสิ่งที่อุดมไว้ด้วยอณูแห่งชีวิตที่เข้มข้นมากเลยทีเดียว
การที่บงกชสวรรค์ม่วงทองที่ซึ่งเป็นของหายากสามารถเติบโตได้ในบ่อน้ำเช่นนี้ มันก็ถือเป็นหลักฐานชั้นดีแล้วว่าน้ำที่หล่อเลี้ยงมันมีอณูแห่งชีวิตอัดแน่นอยู่มากมายขนาดไหน
เตรียมตัวให้พร้อม
จากนั้นก็กระโดดลงไปในบ่ออย่างไม่ลังเล
รูขุมขนบนร่างกายเปิดกว้างพร้อมกับดูดซับเอาพลังงานที่อยู่ภายในบ่อเข้าไปในร่างกายช้า ๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเอง
หลังจากนั้นห้าวัน
มันเป็นเวลาที่ระบบกลืนกินกลับมาพร้อมใช้งาน ฉู่โม่วหยิบเอาซากหมูเขียวชอุ่มออกมาและเริ่มทำการกลืนกินมัน
[กลืนกินสำเร็จ!]
[ได้รับธาตุไม้ระดับ 4!]
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
“หลอมรวม!”
ฉู่โม่วไม่ลังเลทุกการกระทำ ทันใดนั้นภายในร่างกายของเขาก็เริ่มเกิดความปั่นป่วน
ครืน!
ลูกแก้วสีเขียวที่กำลังเปล่งแสงสว่างค่อย ๆ ลอยเข้าไปรวมเข้ากับจิตใจของฉู่โม่ว และทันใดนั้นความเจ็บปวดก็แผ่ซ่าน สสารลึกลับบางอย่างเริ่มหล่อหลอมรวมเข้ากับร่างของเขาราวกับมันมีชีวิตของตนเอง!
ครู่หนึ่ง ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก็ลดลงราวกับน้ำที่ได้รับการระบายทิ้ง
เขาลุกขึ้นยืนและตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองก่อนเป็นอย่างแรก
[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกาย : อสนีบาตคงกระพัน]
[พรสวรรค์ : วิชากระบี่ระดับสูง, ธาตุไฟระดับ 4, ธาตุไม้ระดับ 4, ธาตุลมระดับ 3, ธาตุดินระดับ 3, ห้วงมิติระดับ 3]
…
เมื่อธาตุไม้ถูกหลอมรวมเข้ามา ฉู่โม่วก็ได้เรียนรู้ความสามารถพิเศษใหม่เพิ่มมาด้วย
การรักษาเร่งด่วน!
ความสามารถในด้านการฟื้นฟู!
ตามปกติ หากร่างกายได้รับบาดเจ็บจนเกิดบาดแผลเปิด มันจะดึงเอาอณูแห่งชีวิตในร่างกายออกมาเพื่อรักษาบาดแผลนั้นให้หายเร็วขึ้น
แต่ด้วยพลังของธาตุไม้ที่โดนเด่นเรื่องการฟื้นฟู มันจึงทำให้การรักษาบาดแผลด้วยอณูแห่งชีวิตรวดเร็วขึ้นไปอีกขั้นด้วย เรียกได้ว่าทิ้งห่างผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปได้อีกขั้นหนึ่ง!
“ขอดูหน่อยซิว่าจะสามารถทำได้ขนาดไหน!”
ฉู่โม่วหยิบเอากระบี่ของตนขึ้นมาหมายจะกรีดเปิดปากแผลเล็ก ๆ ที่แขน
ทว่าเพราะร่างกายของเขามีพลังกายแบบพิเศษอยู่ มันเลยทำให้กระบี่เหล็กธรรมดาไม่สามารถทำอะไรได้ เขาจึงจำเป็นต้องส่งพลังอณูแห่งชีวิตเข้าไปภายในกระบี่ เพื่อกระตุ้นพลังของตัวกระบี่เอง คมกระบี่นั้นถึงจะสามารถเปิดปากแผลให้เขาได้ดังหวัง
ตอนนั้นเอง…
เขาก็ได้พบกับสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ
ปากแผลที่เปิดกำลังขยับเข้าชิดกันราวกับมีมือมาบีบมันไว้
และเพียงชั่วพริบตา แผลดังกล่าวก็ปิดสนิทราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน!
“น่ากลัวชะมัด!”
แม้จะเป็นเจ้าของพลังเอง แต่ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ
ด้วยความสามารถที่ทรงพลังของธาตุไม้นี้ ในอนาคตหากเขาต้องสู้กับศัตรู ตราบใดก็ตามที่มันไม่ทำให้เขาบาดเจ็บหนักเจียนตาย การโจมตีอื่น ๆ ก็แทบจะทำอะไรเขาไม่ได้เลยด้วย!
แต่…
ข้อเสียมันก็ยังมี เพราะถ้าหากต้องการจะใช้พลังในการเร่งความเร็วการรักษาฟื้นฟูร่างกาย เขาจำเป็นต้องใช้อณูแห่งชีวิตเข้ามาช่วย หากเมื่อไหร่เขาใช้อณูแห่งชีวิตจนมันฟื้นฟูตนเองไม่ทัน การรักษาด่วนก็จะพลอยใช้ไม่ได้ไปด้วย
จะเหลือก็แต่การฟื้นฟูแบบทั่วไปที่ธาตุไม้มอบให้เท่านั้น
ถึงอย่างนั้น ฉู่โม่วก็รู้สึกพออกพอใจกับสิ่งที่เขาได้มาเช่นนี้เหมือนเดิม
พลังธาตุดินที่ช่วยเพิ่มพลังป้องกันให้ ในขณะที่พลังธาตุไม้เองก็ช่วยเร่งการรักษาให้เร็วยิ่งขึ้น การรวมกันของธาตุทั้งสองนี้ สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า มันเพิ่มโอกาสการเอาชีวิตรอดของเขาให้สูงขึ้นอีกหลายเท่าตัวจริง ๆ!
แน่นอน
วิธีที่จะซื้อโอกาสในการเอาชีวิตรอดได้ดีที่สุดก็ยังไม่พ้น การแข็งแกร่งขึ้นอยู่ดี!
นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด!
หลังจากที่ปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวไปแล้ว ฉู่โม่วก็กระโดดกลับลงไปในบ่อแก่นแท้แห่งธรรมชาติหลอมเหลวเพื่อฝึกฝนร่างกายตนเองต่อไปขณะที่รอให้บงกชสวรรค์ม่วงทองขึ้นกว่านี้
อีกห้าวันให้หลัง
ในวันนี้
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังซึมซับพลังงานจากแก่นแท้แห่งธรรมชาติหลอมเหลวอยู่ เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังแห่งโลกและสวรรค์ที่จู่ ๆ ก็แปรผันกันอย่างรุนแรง อณูแห่งชีวิตแรงกล้าแผ่ซ่านออกมาจากผืนน้ำและเข้าหลอมรวมกับบงกชสวรรค์ม่วงทองที่กำลังบานสะพรั่ง
ภายใต้การได้รับสารอาหารที่เปี่ยมด้วยอณูแห่งชีวิตอย่างต่อเนื่องนี้
ในที่สุด เมล็ดบัวที่ยังมีสีขาวหลงเหลืออยู่บ้างภายในฝักบัว มันก็พลันหายไปจนหมด
บงกชที่เคยแต่งแต้มด้วยสีขาว บัดนี้กลายเป็นสีม่วงทองตามชื่อ ‘ม่วงทอง’ ไปโดยสมบูรณ์แล้ว!
นั่นก็หมายความว่า…
บงกชสวรรค์ม่วงทองดอกนี้โตเต็มวัยแล้ว!
ฉู่โม่วที่รอเวลานี้มาหลายวันไม่รอช้าที่จะไปเด็ดบงกชสวรรค์ม่วงทองออกมาอย่างไม่ลังเล เขากลืนมันลงไปหมดในคำเดียว
และในทันทีที่สิ่งนี้ถูกลำเลียงเข้าไปในร่างกายผ่านหลอดอาหาร พลังงานบริสุทธิ์ก็ระเบิดออกมาจากเศษชิ้นส่วนของมัน และกระจายแทรกซึมเข้าไปในกระดูก แขนและขาอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเอง
ความร้อนผ่าวผุดขึ้นจากทั่วทั้งร่างกาย
เขารู้สึกถึงมันได้!
เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายของเขากำลังกลืนกินพลังงานที่เปี่ยมไปด้วยความสดชื่น มันเริ่มเผาไหม้อะไรบางอย่างจนร่างกายเริ่มที่จะบริสุทธิ์ผุดผ่องมากขึ้น ๆ ไปเรื่อย ๆ!
ชั่วโมงหนึ่งต่อจากนั้น
พลังของบงกชสวรรค์ม่วงทองก็สงบลง
ในขณะที่ร่างกายของฉู่โม่วได้รับการปรับปรุงบางส่วนไปแล้ว
ถึงแม้ว่าพลังป้องกันหรือพลังในการต่อสู้ของเขาจะไม่เพิ่มขึ้น แต่กลับรู้สึกได้ว่าแก่นแท้แห่งร่างกายตนได้รับการพัฒนาและก้าวข้ามขีดจำกัดบางอย่างไป
ราวกับว่า…
ก่อนหน้านี้ เขาต้องแบกหินก้อนใหญ่ที่มองไม่เห็นเอาไว้ตลอด แต่ในตอนนี้หินก้อนนั้นจู่ ๆ ก็เบาลง และร่างกายของเขาก็โยนมันทิ้งไปแล้ว
ความรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวนี้ทำให้เขารู้สึกดี!
จิตวิญญาณเองก็รู้สึกเหมือนว่าจะเข้มข้นเป็นพิเศษ มันกำลังหลั่งไหลไปทั่วร่างด้วยพลังอันมหาศาล
“หรือว่านี่จะเป็น…”
“การหลอมรวมกล้ามเนื้อและจิตวิญญาณในตำนาน?”
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง