ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 810 แก่นโลหิตของผู้ทรงพลังยุคโบราณ กับการถอนรากถอนโคน!
บทที่ 810 แก่นโลหิตของผู้ทรงพลังยุคโบราณ กับการถอนรากถอนโคน!
‘บางทีอาจมีสมบัติอยู่ในเสาหยกนั่นก็ได้!’
คิดอย่างนั้นแล้ว หัวใจของฉู่โม่วก็สั่นไหว
ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องลองดู
ท้ายที่สุด หากการคาดเดาของเขาเป็นจริง การเก็บเกี่ยวก็จะมหาศาล!
มังกรฟ้า หงส์แดง เต่าดำ พยัคฆ์ขาว!
มันคือสัตว์เทพอสูรยุคโบราณ!
พวกมันล้วนเป็นสัตว์ที่หยิ่งยโสและอหังการที่เกิดในยุคแรกเริ่ม เป็นผู้ปกครองสูงสุดในหมู่สัตว์อสูร พวกมันแต่ละตัวต่างเป็นตัวตนระดับเทพเจ้า พวกมันทรงพลังมากพอที่จะต่อสู้กับจักรพรรดิเทวะยุทธ์และท้าทายสวรรค์และโลก ในตำนาน พวกมันล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
หากมีตัวตนเช่นนั้นอยู่จริง
ถ้าสามารถรับสมบัติจากพวกมันได้ มันจะเป็นประโยชน์ต่อฉู่โม่วมากอย่างแน่นอน!
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ชายหนุ่มก็มาถึงที่เสาหยกทันที
วิสัยทัศน์ของกายาทวิเนตรปรากฏขึ้นในดวงตา แสงสว่างโกลาหลปรากฏขึ้น พร้อมอักขระลึกลับพัวพันกัน ขณะเขามองเข้าไปในเสาหยก
ต้องรู้ก่อนว่า ที่ผ่านมาชายหนุ่มสามารถมองทะลุสิ่งปลอมปนทั้งหมดในโลกได้ด้วยพลังของกายาทวิเนตร ไม่ว่าจะปิดบังแค่ไหน เขาก็สามารถมองทะลุผ่านสิ่งเหล่านั้นได้ โดยมุ่งตรงไปยังส่วนลึกของแหล่งที่มา
แต่สิ่งที่ทำให้ฉู่โม่วประหลาดใจก็คือเมื่อเขามองดูด้วยกายาทวิเนตร เขาพบว่าเสาหยกทำจากวัสดุที่ไม่รู้จัก ซึ่งสามารถบดบังสายตาของเขาได้
การค้นพบนี้ทำให้ชายหนุ่มมีความสุขแทนที่จะผิดหวัง
เพราะยิ่งมีความผิดปกติมากเท่าใดก็ยิ่งมีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้นเท่านั้น
แน่นอนว่าถึงจะมองไม่เห็นด้านในเสาหยก
แต่ฉู่โม่วก็ตระหนักดีว่าเสาหยกถูกสลักด้วยลวดลายศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วน ซึ่งมีรายละเอียดซับซ้อน
พร้อมกับการจ้องมองของเขา ลวดลายศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นส่องแสงเจิดจ้า แสดงให้เห็นความมหัศจรรย์
‘ลวดลายศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้… ดูเหมือนจะเป็นค่ายกลยับยั้งซึ่งทำหน้าที่เป็นผนึก!’
ชายหนุ่มพึมพำ แสงสว่างวาบในดวงตาของเขา
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จู่ ๆ เขาก็ชักกระบี่ดาราทมิฬออกมา พินิจแก่นแท้ของลวดลายศักดิ์สิทธิ์ด้วยกายาทวิเนตร สังเกตและฟันไปที่เส้นเชื่อมโดยตรง
แคร่ก!
ด้วยการตัดเพียงครั้งเดียว เสาหยกไม่ได้มีวี่แววว่าจะพังทลาย
แต่ลวดลายศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกตัดออกดูคล้ายจะมีปฏิกิริยาลูกโซ่ ภายใต้การจ้องมองของฉู่โม่ว มันได้ขาดออกทีละเส้น
ครืน!
ทั้งห้องโถงเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
เสาหยกทั้งสี่พลันระเบิดแสงจ้า สายฟ้า เปลวไฟ และไอน้ำจำนวนนับไม่ถ้วนแผ่กระจายไปทั่วเสาหยกทั้งสี่ กฎอันแข็งกร้าวพัวพันกัน ก่อตัวเป็นโซ่ที่ห้อยลงมาอย่างต่อเนื่อง
ในทันใด ทั้งห้องโถงก็กลายเป็นทะเลแห่งกฎ
ในเวลาเดียวกัน
ชั่วขณะนี้สัตว์อสูรโบราณทั้งสี่ที่วนอยู่บนเสาหยกทั้งสี่ก็ระเบิดแสงศักดิ์สิทธิ์ พวกมันแต่ละตัวดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมา ต่างสร้างเสียงคำราม เช่น เสียงร้องของมังกรและหงส์แดง พร้อมด้วยกลิ่นอายโบราณที่ดุร้ายแผ่ออกมา ความทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้นั้นดูเหมือนจะสามารถกระชากผืนฟ้าลงมาบดขยี้ได้
กรรร!
กรู๊วว!
โฮก!
ฮูว!
เสียงอันเก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับเสียงศักดิ์สิทธิ์ของพลังแห่งกฎเกณฑ์ระเบิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
บนหัวของยักษ์ใหญ่โบราณบนเสาหยกทั้งสี่ แต่ละต้นมีกลุ่มแสงปรากฏขึ้น มันส่องแสงเหมือนดวงอาทิตย์ เปล่งซึ่งรัศมีศักดิ์สิทธิ์
จากนั้นภาพมายาที่น่ากลัวพลันเกิดขึ้นจากกลุ่มแสงเหล่านี้
มีมังกรฟ้าสูงส่งที่ว่ายผ่านยุคต่าง ๆ ราวกับทลายสายน้ำแห่งกาลเวลาอันยาวไกล!
มีหงส์แดงโบราณที่เผาท้องฟ้าและทำลายล้างโลก ราวกับว่าคิดทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนสวรรค์!
นอกจากนี้ยังมีเต่าดำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยรัศมีสีเหลืองลึกลับหนาทึบ!
และท้ายสุด
มีเสือขาวที่ล้อมรอบไปด้วยบรรยากาศแห่งการฆ่าฟัน ซึ่งความแหลมคมดูเหมือนจะสามารถทะลวงพลังแห่งกฎเกณฑ์ได้!
‘นี่คือ…’
‘แก่นโลหิตของผู้ทรงพลังยุคโบราณ!’
ฉู่โม่วจ้องมองไปยังฉากในกระจุกแสง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
แก่นโลหิตมังกรฟ้า!
แก่นโลหิตหงส์แดง!
แก่นโลหิตเต่าดำ!
แก่นโลหิตเสือขาว!
เมื่อมองไปที่ลำแสงทั้งสี่ ฉู่โม่วก็ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ และมีความตกใจที่ไม่สามารถบรรยายได้เกิดขึ้นในใจของเขา
ผู้ทรงพลังทั้งสี่ในยุคสมัยโบราณล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่เก่งกาจและน่าสะพรึงกลัวซึ่งสามารถต่อสู้กับฟ้าดินได้ เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาปรากฏตัว ในยุคนั้นพวกเขาล้วนมีการสร้างชื่อขจรไกลและทรงพลังอย่างยิ่ง
และตอนนี้
ในยุคนี้ สัตว์อสูรที่ไม่เคยปรากฏตัว ต่อหน้าฉู่โม่ว แก่นเลือดของสัตว์อสูรโบราณทั้งสี่นี้ได้ปรากฏขึ้นโดยไม่คาดคิด!
ฉากที่น่าสะพรึงกลัวดังกล่าวทำให้ฉู่โม่วตะลึงงันทันใด
มันทำให้เขาตัวแข็งทื่อไปพักหนึ่งอย่างไม่สามารถฟื้นสติได้
เวลาผ่านไปพักใหญ่ก่อนฉู่โม่วจะตื่นขึ้น โดยใบหน้าของเขาดูประหลาดใจ
‘แก่นโลหิตของสัตว์อสูรโบราณ นี่เป็นสมบัติที่ไม่เคยมีมาก่อน ถ้าสามารถดูดซับและขัดเกลาได้ มันจะทำให้รากฐานของฉันแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน ร่างกายและความแข็งแกร่งของฉันจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างสมบูรณ์!’
‘ครั้งนี้…โชคดีจริง ๆ!’
ใบหน้าของฉู่โม่วเต็มไปด้วยความตื่นเต้น หัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความสุข
โชคดีที่เขาคิดเรื่องนี้ได้ก่อนที่จะจากไป ไม่อย่างนั้น เขาอาจพลาดโอกาสครั้งใหญ่นี้ไป
โดยไม่ลังเล
ฉู่โม่วลงมือทันที เขาคว้าหยดเลือดทั้งสี่หยดซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ทรงพลังยุคโบราณทั้งสี่ไว้ในฝ่ามือของเขา
แม้ว่าหยดโลหิตสี่หยดนี้จะถูกผนึกไว้ที่นี่เป็นเวลานับไม่ถ้วน และพลังศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากได้ถูกกำจัดออกไป แต่พวกมันก็ยังล้ำค่าอย่างยิ่ง
ฉู่โม่วปิดผนึกมันในกล่องหยกอย่างระมัดระวัง และวางแผนที่จะสกัดมันหลังจากออกไปจากที่นี่
เขาเก็บมันไว้ในมิติพกพา
ฉู่โม่วมองไปที่ห้องโถงอีกครั้ง
ในขณะนี้ เมื่อรวบรวมแก่นเลือดทั้งสี่หยดแล้ว รัศมีที่น่าสะพรึงกลัวที่อยู่บนเสาหยกทั้งสี่และวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่เหล่านั้นก็หายไปเช่นกัน
แต่ถึงอย่างนั้น วัสดุของเสาหยกทั้งสี่นี้ก็ดีมาก พวกมันสามารถปิดกั้นกระบี่ดาราทมิฬได้
ควรรู้ว่าด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของฉู่โม่ว แม้มหาเทวะยุทธ์ก็ไม่กล้าประมาท แต่ภายใต้การโจมตี เสาหยกทั้งสี่ก็ไม่เสียหายเลย แน่นอนว่าพวกมันต้องเป็นสมบัติที่ทรงพลังอย่างยิ่ง บุตรแห่งโชคชะตาจึงตั้งใจจะนำพวกมันออกไป
แต่เสาหยกเชื่อมต่อกับห้องโถงใหญ่ และด้วยความสามารถในปัจจุบันของฉู่โม่ว ไม่มีทางที่จะตัดมันและนำออกไปได้
‘ใช้สมองหน่อยสิตัวฉัน ใส่ไว้ฝ่ามือซะสิ!’
ฉู่โม่วตัดสินใจโดยไม่ลังเล
เขาทำทุกอย่างที่ใจคิด
จู่ ๆ ฉู่โม่วก็ใช้จักรวาลในแขนเสื้อของเขาปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ ครอบคลุมทั้งห้องโถง
แต่เมื่อเขาต้องการที่จะกลืนมัน กลับพบว่าห้องโถงนั้นหนักมาก และมันก็ยากยิ่งกว่าตอนที่เขากลืนดาวเคราะห์ด้วยแขนเสื้อข้างเดียว
“ถอนออกมา… เพื่อฉันซะ!”
ชายหนุ่มตะโกน เลือดในร่างกายของเขาถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด และพลังศักดิ์สิทธิ์ในแขนเสื้อของเขาก็แสดงออกมาอย่างสุดขีด
ครืน!
ด้วยการใส่แรงเต็มที่ ในที่สุดทั้งห้องโถงก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง!
ในเวลาเดียวกัน แสงศักดิ์สิทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนก็พลุ่งพล่านขึ้น และแสงสวรรค์ที่ลุกโชติช่วงก็พวยพุ่งออกมาปะทะกัน ราวกับว่าพวกมันกำลังปิดกั้นพลังของจักรวาลไว้ในแขนเสื้อ
แต่ก็ไม่มีประโยชน์
ตูม!
พร้อมกับเสียงที่สั่นสะเทือนของแผ่นดิน ห้องโถงทั้งหมดถูกถอนรากถอนโคนและใส่เข้าไปในจักรวาลในแขนเสื้อ
ช่วงเวลาต่อมา
ฉู่โม่วสะบัดแขนเสื้ออีกครั้ง ภายในโลกบนฝ่ามือของเขา ที่แนวภูเขา ทันใดนั้นห้องโถงก็พลันตกลงไป
ครืน!
ทันทีที่ตกลงสู่พื้นดิน โลกทั้งใบก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และผืนดินจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปริแตกออก ราวกับว่าพวกมันสามารถแตกเป็นเสี่ยง ๆ ได้ทุกเมื่อ
โชคดีที่ฉู่โม่วรีบจัดการได้ทันท่วงที รากของต้นซากุระสวรรค์ทำการเกี่ยวพันกัน ทำให้แผ่นดินค่อย ๆ ชิดกัน
ตอนนี้เอง ชายหนุ่มจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด