ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 811 สกัดแก่นโลหิตมังกรฟ้า!
บทที่ 811 สกัดแก่นโลหิตมังกรฟ้า!
เมื่อห้องโถงหลักถูกย้ายออกไป หลุมขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นที่นี่
ฉู่โม่วเดินทางออกมา
และสำรวจเขตแดนลับแห่งนี้ต่อไป
การสำรวจครั้งนี้ใช้เวลาถึงสองเดือน
ระหว่างช่วงเวลานี้ ชายหนุ่มตามหาอาคารและสถานที่พิเศษอื่น ๆ แต่โชคไม่ดีนักที่วิหารส่วนมากได้พังทลายลงและสูญเสียพลังวิเศษไปจนหมด แม้แต่ตึกอาคารที่ยังคงสภาพอยู่ได้ก็ไม่มีสิ่งใดอยู่ข้างใน
มีวิหารเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ยังเหลือโอกาสอยู่บ้าง
แต่ก็ไม่มีสมบัติชิ้นใดที่ทำให้ฉู่โม่วตกตะลึง
แต่ถึงอย่างนั้น
เขาก็ได้อะไรมามหาศาล
นอกจากจะได้รับโอสถโบราณมาแล้ว เขายังพัฒนาความเข้าใจในกฎเกณฑ์ของพลังมากมาย รวมไปถึงวิถีกระบี่ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอีกด้วย
จนถึงถึงตอนนี้ วิถีกระบี่ของฉู่โม่วพัฒนาขึ้นไปจนถึง 80% แล้ว
อีกไม่ไกลวิถีกระบี่ก็จะสมบูรณ์แบบแล้ว
แน่นอนว่า เพื่อสิ่งเหล่านี้ ชายหนุ่มต้องเผชิญหน้ากับอันตรายมากมาย
ระหว่างช่วงเวลานั้น เขาพบกับสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดที่ทรงพลังถึงขีดสุดหลายต่อหลายครั้ง และบางส่วนกระทั่งมีพลังใกล้เคียงกับมหาเทวะยุทธ์ แม้แต่ชายหนุ่มก็ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยในการสังหารพวกมัน
มีจารึกป้องกันและวงเวทอยู่มากมาย และพลังของพวกมันเองก็น่าสะพรึงกลัวมากเช่นกัน
หากไม่มีกายาทวิเนตรของฉู่โม่ว เขาก็ไม่สามารถมองผ่านภาพลวงตาและมองเห็นจุดอ่อนของพวกมันได้ เขาอาจติดกับดักเข้าสักแห่ง และหากไม่ตายก็จะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน
โชคยังดี
ที่เขารอดมาได้อย่างปลอดภัย
วันนี้ ฉู่โม่วเพิ่งจะออกมาจากซากวิหารแห่งหนึ่ง
วิหารแห่งนี้เสื่อมโทรมเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมีสมบัติอยู่จำนวนหนึ่ง โชคไม่ดีนักที่พลังศักดิ์สิทธิ์ในสมบัติเหล่านั้นสูญเสียพลังไปมหาศาล ทำให้ชายหนุ่มอดรู้สึกเสียดายไม่ได้
“เท่านี้แหละ!”
“ได้มาเท่านี้ก็ถือว่าเป็นพรจากพระเจ้าแล้ว จะขออะไรได้อีกล่ะ!”
ฉู่โม่วส่ายหน้าไปมาและเก็บสมบัติเหล่านี้เข้าไปในที่เก็บของ
หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น
เขาก็ถอนหายใจยาวออกมาขณะที่ความคิดพลุ่งพล่านอยู่ในหัว
“อยู่ที่นี่มาสองเดือน ถึงที่นี่จะกว้างใหญ่มาก หลังจากที่สำรวจมานาน ฉันก็ค้นวิหารจนหมดและเจอสมบัติที่นี่จนเกือบหมดแล้ว ถึงอยู่ที่นี่ต่อไปก็คงจะเสียเวลาแล้วละ!”
“ได้เวลาออกไปแล้ว…”
เมื่อฉู่โม่วคิดเช่นนั้น เขาก็ตั้งใจจะเดินทางออกไป
เมื่อคิดดังนั้น
ชายหนุ่มก็ออกตัวและมุ่งหน้าไปยังทางออก
ภายในเวลาไม่กี่วัน เขาก็กลับไปถึงยังทางที่เข้ามา
หลังจากที่หันกลับไปมองยังเขตแดนลับอีกครั้ง เขาก็เดินจากไปโดยไม่ลังเล
…
ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ยานอวกาศลำหนึ่งบินอยู่ท่ามกลางห้วงอากาศอันโกลาหล
ข้างในยานอวกาศ
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างในห้องพักที่ห้อมล้อมด้วยจารึก
ตรงหน้าเขามีกลุ่มแสงสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์สี่แห่งลอยอยู่
มังกรฟ้า!
หงส์เพลิง!
พยัคฆ์ขาว!
เต่าดำ!
แก่นโลหิตแห่งสัตว์เทพอสูรโบราณทั้งสี่ลอยอยู่กลางอากาศราวกับดวงอาทิตย์สี่ดวงที่ปลดปล่อยรัศมีอันกว้างใหญ่และน่าสะพรึงกลัวออกมา
“แก่นโลหิตสี่หยดจากแหล่งเหนือธรรมชาติ และเต็มไปด้วยพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด!”
“ถ้าสกัดพวกมันจนหมด ก็จะได้รับพลังมหาศาลแน่!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็หลับตาลง ตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับปรากฏขึ้นในความคิด แล้วข้อมูลทั้งหลายก็ลอยออกมาในทะเลจิตสำนึกของเขา
ครืน!
ด้วยกระบวนท่าที่เริ่มทำงาน ห้วงอากาศเบื้องหลังเขาสั่นสะท้าน แสงศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนพลุ่งพล่านออกมา แสงอมตะส่องสว่างออกมาจากร่างกายของเขา พลังแห่งกฎเกณฑ์นับไม่ถ้วนรวมตัวกันเป็นเหมือนสสาร รัศมีอันยิ่งใหญ่พลุ่งพล่านอย่างรุนแรง ทำให้ดูทรงพลังและลึกลับจนถึงขีดสุด
“เริ่มสกัด!”
ฉู่โม่วไม่ลังเลอีกต่อไปและจ้องเขม็งไปยังแก่นโลหิตมังกรทันที
กรร!!
เสียงมังกรคำรามอันน่าตกตะลึงดังขึ้นในทันใด
หลังจากนั้น แก่นโลหิตมังกรฟ้าก็พุ่งผ่านอากาศเข้าไปในคอของชายหนุ่มและละลายไปทันที
ทันใดนั้น ฉู่โม่วก็รู้สึกราวกับว่าภูเขาไฟนับไม่ถ้วนปะทุพร้อมกันข้างในร่างกาย ราวกับสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนระเบิดตอนที่สวรรค์และโลกกำเนิดขึ้น ขณะที่รัศมีแปรปรวนพวยพุ่งและผสมปนเปกัน
ในสถานการณ์เช่นนี้
พลังงานนับไม่ถ้วนถูกชายหนุ่มดูดซับเข้าไป ทำให้พละกำลังของเขาทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โฮก! โฮก! โฮก!
เสียงมังกรคำรามดังขึ้นในร่างกายอย่างไม่หยุดหย่อน
ร่างกายของฉู่โม่วเองก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เซลล์ทั้งหลายเปลี่ยนไปจากเดิม กระดูกทองคำในหน้าอกเรืองแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างไสวยิ่งขึ้น ทำให้เขาปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์เรืองรองและรัศมีอมตะออกมา
ไม่เพียงเท่านั้น
หากมีใครอยู่ที่นี่ในตอนนี้ พวกเขาก็จะมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของฉู่โม่วเต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างจ้าที่ทะลุผ่านร่างกายและกระทั่งยานอวกาศ จนปกคลุมพื้นที่กว่าหลายร้อยล้านกิโลเมตรโดยรอบ
บรรยากาศอันยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ระหว่างช่วงเวลานี้
สิ่งมีชีวิตอวกาศมากมายที่อาศัยอยู่ที่นี่ เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังนี้ พวกมันต่างก็สั่นสะท้านราวกับว่ามองเห็นจุดจบของจักรวาลและหลบหนีไป
…
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร
แสงสีทองอร่ามเหล่านี้ก็ค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด
และข้างในยานอวกาศในตอนนี้
ฉู่โม่วยังคงนั่งขัดสมาธิและหลับตาอยู่
ร่างกายของเขาแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง พลังมหาศาลซ่อนตัวอยู่ลึกในเลือดเนื้อของเขา เกิดแสงโกลาหลนับไม่ถ้วนฉายตัดผ่านกัน
แม้กระทั่ง
กระดูกทั่วทั้งร่างกายของชายหนุ่มก็พัฒนาขึ้นมหาศาล
เมื่อมองเข้าไปข้างใน
ฉู่โม่วก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอักขระทองคำปรากฏขึ้นบนกระดูกและไหลเวียนไปด้วยพลังที่ลึกลับจนถึงขีดสุด
“เฮ้อ…”
เขาพลันลืมตาขึ้นในทันใด
ตอนนี้ ในดวงตาของชายหนุ่มมีมังกรฟ้าปรากฏขึ้นและอาบไปด้วยแสงสว่างไสว มันดูราวกับว่าสามารถทะลุผ่านห้วงอากาศไร้ที่สิ้นสุด ทำลายจักรวาล และเข้ามาสู่โลกนี้ได้
‘แก่นโลหิตมังกรฟ้า ทรงพลังจริง ๆ!’
‘แค่ดูดซับพลังงานเข้าไปหนึ่งในสามส่วน พลังกายของฉันก็เพิ่มขึ้นทุกด้านเลย!’
‘น่ากลัวเกินไปแล้ว!’
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเองด้วยความอัศจรรย์ใจ
แม้ว่าจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว เขาก็ยังต้องตกตะลึงในผลลัพธ์ ณ วินาทีนี้
ต้องรู้ด้วยว่า
พื้นฐานเดิมของเขาก็ไร้ที่เปรียบอยู่แล้ว และพลังกายของเขาก็ถูกฝึกฝนมาหลายต่อหลายครั้ง เรียกได้ว่าไร้เทียมทานจนแทบจะพัฒนาต่อไปไม่ได้อีก และมหาเทวะยุทธ์หลายคนก็ยากที่จะเทียบเคียงได้
แต่ด้วยความช่วยเหลือของแก่นโลหิตมังกรฟ้า พลังกายของเขาก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
นอกจากพื้นฐานพลังกายจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นแล้ว แม้แต่กระดูกทั่วทั้งร่างกายของเขาก็อัดแน่นไปด้วยพลัง แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์อันน่าประทับใจ
‘ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าจะดูดซับแก่นโลหิตเข้าไปให้หมดทั้งสี่หยด แต่ตอนนี้แค่จะสกัดแก่นโลหิตมังกรฟ้าก็ต้องใช้เวลานานแล้ว!’
‘ดูเหมือนว่าอีกสามหยดที่เหลือจะต้องค่อยเป็นค่อยไปสินะ!’
ฉู่โม่วคิดอยู่ในใจ