ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 813 มาถึงอาณาจักรจันทราสีเลือด
บทที่ 813 มาถึงอาณาจักรจันทราสีเลือด
ยานอวกาศเดินทางผ่านห้วงมิติไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างช่วงเวลานี้ ยิ่งเวลาผ่านไป ฉู่โม่วก็พบว่าดวงดาวแห่งนี้ค่อย ๆ เจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นเรื่อย
ในตอนแรก เขาไม่พบเห็นร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใด ๆ แม้แต่น้อย แต่หลังจากนั้น เขาก็ค่อย ๆ มองเห็นดวงดาวที่ถูกทำเป็นเหมืองและกระทั่งเริ่มเห็นยานอวกาศลำอื่น
หลังจากที่ผ่านไปอีกพักใหญ่
ชายหนุ่มกระทั่งพบเห็นยานอวกาศและผู้ปลุกพลังมากมาย รวมไปถึงเครือข่ายคมนาคมดวงดาวด้วยเช่นกัน
หลังจากนั้นไม่กี่วัน เขาก็มาถึงยังดวงดาวบริวารที่รุ่งเรืองอย่างถึงที่สุด
“ดวงจันทร์สีเลือด!”
สถานที่แห่งนี้คือใจกลางดวงจันทร์สีเลือด
ในฐานะดาวดวงหลักของกลุ่มดาราจักร ดวงจันทร์สีเลือดนั้นมีขนาดใหญ่มหึมา ในสายตาของฉู่โม่ว มันเทียบได้กับดวงดาวหลักในทางช้างเผือกเลยทีเดียว มิหนำซ้ำยังดูเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าอีกด้วย
เครือข่ายคมนาคมระหว่างดวงดาวปรากฏให้เห็นทั่วทุกหนแห่ง และกระทั่งผู้แข็งแกร่งก็เผยตัวให้พบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้ามาในดวงจันทร์สีเลือด
หากพูดถึงเรื่องความเจริญรุ่งเรืองแล้ว
ในประสบการณ์ที่ผ่านมาของฉู่โม่ว มีเพียงเผ่าพันธุ์นารีเท่านั้นที่พอจะเทียบเคียงได้
แต่ต้องรู้ด้วยว่า…
เผ่าพันธุ์นารีนั้นคือกองกำลังสำคัญของกลุ่มดาวกันย์ แต่ที่นี่คือเมืองหลวงของอาณาจักรจันทราสีเลือด ซึ่งยังเป็นแค่หนึ่ีงในสามสุดยอดอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ภายในดาราจักรอสรพิษสวรรค์เท่านั้น
สถานะของทั้งสองกองกำลังในกลุ่มดาราจักรของตัวเองนั้นแตกต่างกัน แต่ความเจริญรุ่งเรืองกลับเทียบเคียงกันได้
“ดูเหมือนว่า พัฒนาการของผู้ปลุกพลังในดาราจักรอสรพิษสวรรค์จะรุ่งเรืองกว่ากลุ่มดาราจักรของฉันสินะ!”
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
มันทำให้เขามีความสุขขึ้นยิ่งกว่าเก่า
ยิ่งมันรุ่งเรืองมากเท่าไรก็ยิ่งหมายความว่ามีโอกาสอยู่ที่นี่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มการพัฒนาการของเขาได้อีกมหาศาล
“กรุณาไปที่ท่าอากาศยานหมายเลข 0116 เพื่อจอดยานอวกาศไม่มีชื่อและเข้ารับการตรวจสอบ!”
ในตอนนั้นเอง
ฉู่โม่วก็ได้ยินเสียงประกาศดังขึ้นในยานอวกาศ
มันคือฝ่ายจัดการท่าอากาศยานของดวงจันทร์สีเลือด
ชายหนุ่มทำตามคำแนะนำนั้นและไปที่ท่าอากาศยานเพื่อลงจอดทันที
หลังจากนั้น เขาก็ลงมาจากยานอวกาศ ในตอนนั้นเอง เขาก็มองเห็นผู้ปลุกพลังจำนวนหนึ่งควบคุมเครื่องยนต์ในท่าอากาศยาน ในขณะเดียวกัน ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งก็เดินเข้ามาและกล่าว “คุณคือเจ้าของยานอวกาศที่ลานจอดหมายเลข 0116 ใช่ไหมครับ?”
“ผมเอง”
ฉู่โม่วพยักหน้า
ผู้ปลุกพลังคนนั้นพยักหน้ารับ มองดูชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วจึงขมวดคิ้วในทันใด “คุณไม่ได้มาจากอาณาจักรจันทราสีเลือดของเราใช่ไหม? คุณมาจากที่ไหนครับ?”
“ผมมาจากที่อื่นน่ะ!”
ชายหนุ่มกล่าวตอบ
เขาไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดออกไป อย่างไรแล้ว หากบอกว่ามาจากดาราจักรกลุ่มดาวกันย์ เขาก็จะดึงดูดความสนใจจากคนนอกเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้ปลุกพลังคนนั้นก็ไม่ถามคำถามอะไรต่อไปอีก
มีผู้คนมากมายที่ไม่อยากเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเหมือนกับชายหนุ่ม และเขาก็ไม่จำเป็นต้องสอบถามมากเป็นพิเศษ
แต่ก็ยังมีคำเตือนที่ควรจะรู้เอาไว้
“ผมไม่สนใจว่าคุณมาจากที่ไหน แต่ในเมื่อคุณมาที่อาณาจักรจันทราสีเลือดแล้ว คุณจะต้องปฏิบัติตามกฎของที่นี่ ส่วนกฎเกณฑ์ต่าง ๆ คุณสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง… นอกจากนั้น การจอดยานอวกาศจะมีค่าใช้จ่ายเป็นหยกปฐมกาลสองร้อยก้อน โดยจะเพิ่มขึ้นทุก ๆ วัน วันละห้าก่อน คุณเข้าใจไหม?”
การลงจอดครั้งแรกนั้นมีค่าใช้จ่ายเป็นหยกปฐมกาลสองร้อยก้อน และหลังจากนั้นจึงเพิ่มอีกวันละห้าก้อน
เรียกได้ว่าเป็นราคาแพงหูฉี่
แต่ฉู่โม่วก็ไม่พูดอะไรและแค่พยักหน้า
หลังจากนั้น
เขาก็จ่ายหยกปฐมกาลและได้รับใบรับรองการจอดมา หากจะออกไปจากที่นี่ เขาก็จำเป็นต้องใช้ใบรับรองนี้ในการขับยานอวกาศออกไป
หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ชายหนุ่มก็ออกไปจากท่าอากาศยานอย่างราบรื่นและเข้าไปยังพื้นที่ภายในดวงดาว
เมืองหลวงจันทราสีเลือด!
เมื่อฉู่โม่วเข้ามาถึง เขาก็เห็นว่ามันเป็นเมืองที่สง่างามอย่างถึงที่สุด ในเรื่องของขนาด มันแทบจะไม่แพ้เมืองศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์เลย
และที่นี่ยังเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก
ร้านค้าปรากฏให้เห็นตลอดเส้นถนน มีผู้ปลุกพลังมากมายหลายรูปลักษณ์ที่แตกต่างไปจากเผ่าพันธุ์มนุษย์โดยสิ้นเชิงบินไปมาอยู่ตลอดทาง
นอกจากนี้…
ฉู่โม่วยังสัมผัสได้ถึงรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวมากมายภายในเมือง
“มีอย่างน้อยยี่สิบรัศมีที่เทียบได้กับมหาเทวะยุทธ์!”
ชายหนุ่มประหลาดใจเล็กน้อย
นี่เป็นเพียงแค่เมืองเดียวภายในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ แต่ก็มีผู้แข็งแกร่งที่เทียบได้กับมหาเทวะยุทธ์มากกว่ายี่สิบคนแล้ว หากเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่มีมหาเทวะยุทธ์สักคนในตอนนี้ มันก็คงเทียบไม่ติดอย่างแน่นอน
มันคือความเจริญรุ่งเรืองด้านวิทยายุทธ์ที่ทำให้ฉู่โม่วต้องตกตะลึง
แต่ในไม่ช้าเขาก็ได้สติกลับมาและเริ่มเดินเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ
อย่างไรแล้ว เมื่อมาถึงที่นี่เป็นครั้งแรก เขาก็อยากจะเห็นว่ามีสมบัติพิเศษแบบไหนอยู่ที่นี่ และบางทีมันอาจจะเข้าตาเขาก็ได้
อันที่จริง…
อย่างที่ฉู่โม่วคาดการณ์เอาไว้ วิทยายุทธ์ที่นี่นั้นรุ่งเรืองอย่างถึงที่สุด และคุณภาพของสมบัติมากมายก็สูงมากด้วยเช่นกัน
แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ร้านค้าเล็ก ๆ ข้างถนน ชายหนุ่มก็สามารถพบเห็นสมบัติชั้นดีได้เป็นครั้งคราว
แต่ในร้านค้าขนาดใหญ่ทั้งหลาย เขากระทั่งมองเห็นสมบัติมากมายที่ถูกวางไว้ให้เห็น
แน่นอนว่า ราคาของพวกมันก็สูงลิ่วมากด้วยเช่นกัน
ในร้านค้าขนาดใหญ่ที่ระบุว่าเป็นของราชวงศ์แห่งอาณาจักรจันทราสีเลือด ฉู่โม่วกระทั่งพบกับกระบวนท่าระดับโชคลาภชั้นเยี่ยมวางขายอยู่ และราคาของมันก็แพงจนแม้แต่ชายหนุ่มก็พูดไม่ออก
แน่นอนว่าเขาได้แต่แอบคิดอยู่ในใจ
หากจะซื้อฉู่โม่วก็สามารถทำได้ เขาได้รับหยกปฐมกาลมากมายมหาศาลมาจากเขตแดนลับ แม้แต่กระบวนท่าระดับโชคลาภหลายสิบชิ้นก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา
แต่เขาก็ยังไม่ลงมือทำอะไรทั้งสิ้น
แม้ว่ากระบวนท่าระดับโชคลาภจะทรงพลัง ในสายตาของฉู่โม่ว พวกมันก็เป็นเพียงแค่กระบวนท่า
นอกจากนี้ กระบวนท่าที่เขามีอยู่ก็เพียงพอแล้ว และเขายังค้นพบคำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับอีกด้วย
พูดสั้น ๆ ก็คือ
นอกจากว่าเขาจะเจอกับกระบวนท่าระดับสูงหรือหายากเป็นพิเศษ เขาก็ไม่จำเป็นต้องซื้ออะไร
เพียงแต่ว่า สมบัติพิเศษบางส่วนที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่มีก็สามารถหาซื้อได้ที่นี่
ในตอนนี้
ฉู่โม่วมาถึงยังร้านค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งและพร้อมจะจ่ายเงินจำนวนไม่น้อย
“สวัสดีค่ะท่านผู้ปลุกพลัง ให้ฉันช่วยเหลือยังไงดีคะ?”
เมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามา พนักงานคนหนึ่งก็ปรี่เข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“ผมขอดูรายการสินค้าของที่นี่หน่อยครับ!”
ฉู่โม่วกล่าว
“ได้ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ ฉันจะรีบไปเอามาให้!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของพนักงานก็ลุกเป็นประกาย เธอรีบกล่าวอย่างลุกลี้ลุกลน
ผู้ปลุกพลังทั่วไปนั้น หากสินค้าที่ต้องการไม่ได้มีราคาสูงนัก พวกเขาจะแจ้งความต้องการของตัวเองทันที
เมื่อต้องการซื้อสินค้าปริมาณมหาศาลเท่านั้นที่พวกเขาจะร้องขอรายการสินค้า
พูดอีกอย่างก็คือ
ผู้ปลุกพลังตรงหน้าเธอคือลูกค้ารายใหญ่อย่างแน่นอน เธอจึงตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
หลังจากที่ส่งฉู่โม่วไปยังพื้นที่พักผ่อน พนักงานสาวก็เรียกพนักงานมาต้อนรับ และไปตามหารายการสินค้าด้วยตัวเอง แล้วจึงเดินกลับมาหาเขา
“ท่านผู้ปลุกพลังคะ นี่คือรายการสินค้าภายในร้านของเราค่ะ!”
พนักงานคนนั้นวางอุปกรณ์คล้ายแผ่นศิลาลงตรงหน้าชายหนุ่ม
ฉู่โม่วเริ่มตรวจสอบรายการสินค้าทันที
หลังจากที่ผ่านไปสักพัก
เขาก็พบกับสิ่งที่ต้องการ
“นี่… นี่… แล้วก็นี่…”
“และนี่ด้วย…”
ฉู่โม่วชี้ไปยังสมบัติชั้นดีจำนวนหนึ่งที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่มีอยู่ในครอบครองและกล่าว “ฉันเอาอย่างละชิ้น!”