ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 819 สังหารราชันย์เทวะยุทธ์!
บทที่ 819 สังหารราชันย์เทวะยุทธ์!
ตู้ม!
ระฆังจักรพรรดิบูรพาระเบิดออกเป็นพลังแห่งสวรรค์ไม่มีที่สิ้นสุด แสงศักดิ์สิทธิ์สว่างระยับตาปกคลุมไปทั่วพื้นที่นับล้านกิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้นเสียงระฆังก็ดังกังวานกึกก้อง ราวกับว่าเสียงนี้นำพาซึ่งสารวัตถุก่อตัวเป็นคลื่นสีทองกระจายวงเป็นระลอก ๆ
ไม่ว่าจะไปที่ไหน ทุกสิ่งอย่างก็จะถูกทำลาย
พลังที่น่ากลัวนี้ทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังครึ่งก้าวสู่ขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ทั้งสี่ และราชันย์เทวะยุทธ์อีกคนหนึ่งสลายไปในทันที
“นั่นอะไรน่ะ?”
ด้วยภาพที่น่ากลัว มันทำให้สีหน้าของหลาย ๆ คนที่ได้เห็นถึงกับเปลี่ยนไป
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้สติ
“บ้าน่า!?”
ทะเลเพลิงที่ไร้เขตแดนสิ้นสุดก็ได้โถมขึ้นมากแผดเผาสวรรค์และโลก จากนั้นอีกาสีทองสามขาก็ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า ด้วยร่างกายที่ปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีทองอร่าม ดูสว่างไสวน่าเกรงขาม มันเปล่งปลั่งความน่ากลัวราวกับอสูรตนนี้จะเผาผลาญโลกทั้งใบก็มิปาน
“ไม่ดีแน่!”
ทันทีที่เห็นอีกาสามขาตัวนั้น ราชันเทวะยุทธ์ก็อุทานออกมา
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร แต่กลิ่นอายของเปลวเพลิงสีทองที่ห่อหุ้มร่างของมันไว้ควบคู่ไปกับพลังที่เหมือนจะทำลายโลกได้ ขนาดราชันย์เทวะยุทธ์ยังแหลกสลายไปในพริบตา ดังนั้นสิ่งนี้ไม่ใช่อะไรที่เมินเฉยได้แน่
ตอนนั้น…
ความกลัวกัดกินหัวใจของเขา หนังศรีษะมันบีบตึงไปหมด และตัวเขาก็มีความคิดที่อยากจะวิ่งหนีผุดขึ้นมาด้วย
แต่…
“หากหนีในวันนี้ ยามที่เจ้าเด็กนี่เติบใหญ่ ยังไงพวกเขาก็ไม่มีทางรอดแน่!
“ต้องสู้!”
“ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ไม่สามารถปล่อยเจ้าหนุ่มคนนี้ไปได้!”
หลังพูดแบบนั้นแล้ว ราชันย์เทวะยุทธ์ก็กัดฟันแน่น กลิ่นอายที่เปี่ยมด้วยความยิ่งใหญ่และพลังแห่งสรวงสวรรค์ก็แผ่ซ่านออกมา ลมปราณและเลือดภายในร่างสูบฉีดก่อนจะกลั่นเป็นพลังและยิงเข้าใส่ฉู่โม่ว!
พร้อมกันนั้น
เขาตะโกนออกมาเสียงดัง “พวกนายทุกคน ใช้พลังทั้งหมดซะ ถ้าไม่ทำ พวกเราจะตายกันหมดแทน!”
อันที่จริง ต่อให้เขาไม่ตะโกนเช่นนี้ ผู้ปลุกพลังครึ่งก้าวสู่ขั้นราชันย์เทวะยุทธ์คนอื่น ๆ เองก็รู้สึกได้ถึงหายนะและความปลอดภัยในชีวิตเหมือนกัน
เพราะงั้นตอนนี้ พวกเขาจึงไม่ลังเลที่จะใช้กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดของพวกตนเพื่อสกัดกั้น
ในทันที ลำแสงมากมายและคลื่นพลังหลากหลายก็ลอยข้ามฟ้าทะยานมาหาฉู่โม่วเป็นแนวเดียวกัน
“มีฝีมือแค่นี้ยังคิดจะอวดดีอีกเหรอ?”
ท่าทีของชายหนุ่มยังคงไม่เปลี่ยนแปลง กระดูกภายในร่างของเขาสั่นสะเทือน ปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา ลมปราณและเลือดเริ่มถูกกระตุ้นอย่างคลุ้มคลั่งราวกับมีภูเขาไฟมากมายกำลังปะทุอยู่ภายใน
ซู่ม!
ร่างจำแลงของอีกาสามขาทองคำเริ่มจะชัดเจนและส่องสว่างมากยิ่งขึ้น ทะเลเพลิงไร้ที่สิ้นสุดขยายวงกว้างไปอีก และความรุนแรงของมันก็เริ่มสะเทือนไปยังสวรรค์ทั้งเก้าแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมพร้อมรับการโจมตีจากผู้แข็งแกร่งทั้งห้าคนที่กำลังพุ่งเข้ามา
ตู้ม!
ทะเลเพลิงสีทอง อันเกิดจากเพลิงบริสุทธิ์เสมือนดวงอาทิตย์ มันเปี่ยมด้วยพลังในการเผาผลาญทั้งฟากฟ้าและผืนพิภพ ต่อให้เป็นเทพเจ้าเองก็ยังถูกเผาไหม้ได้ ถือว่าเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก ๆ
ต่อให้ตอนนี้ ความแข็งแกร่งของฉู่โม่วจะยังไม่สามารถดึงเอาพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้ทั้งหมด
แต่การเผชิญหน้ากับสี่ผู้ปลุกพลังครึ่งก้าวสู่ขั้นราชันย์เทวะยุทธ์และราชันย์เทวะยุทธ์ พลังแค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ด้วยเพลิงสีทองที่เปล่งออกมาดุจดวงอาทิตย์ที่กำลังประจันหน้ากับกระบวนท่าห้าธาตุ เปลวไฟจากทะเลเพลิงลุกโหมและผลาญไหม้แสงพลังจากทุกทิศทางให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้อย่างง่ายดาย
จากนั้น …ทะเลเพลิงที่ยังไม่มอดดับเปลี่ยนจากการตั้งรับเป็นรุกใส่ มันโถมใส่คู่ต่อสู้ ต่อให้ผู้ปลุกพลังครึ่งก้าวสู่ขั้นราชันย์เทวะยุทธ์จะสร้างโดมศักดิ์สิทธิ์มาปกป้องพวกตนไว้ แต่ความรุนแรงของเพลิงสีทองนี้ก็ยังคงแข็งแกร่งยิ่งกว่า เพียงแค่ปะทะ โดมเหล่านั้นก็แตกออก
และเมื่อเปลวเพลิงประดุจแสงอาทิตย์สัมผัสเข้ากับร่างของพวกเขา ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสี่ก็กรีดร้องออกมาเสียงดัง
ทว่า…
เพียงวินาทีเดียว เสียงร้องโอดครวญก็เงียบดับไป
พวกเขาถูกเพลิงทองคำเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่ายกันหมดแล้ว
ความน่ากลัวของพลังนี้ทำให้องค์ชายรองและราชันย์เทวะยุทธ์หวาดหวั่น
ตอนนี้…
ราชันย์เทวะยุทธ์พยายามข่มความกลัวภายในใจเอาไว้ แม้เขาจะเลือดกบปากและหน้าซีดเผือดแล้ว แต่เขาก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขารีบกระตุ้นเลือดภายในร่างและกระชับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ในมือไว้ให้มั่นก่อนจะฟาดฟันลงไปที่ฉู่โม่ว
“ตายซะ!”
คมกระบี่สะท้อนไปกับแสง และด้วยการฟาดฟันนี้มันก็ทำให้ทะเลเพลิงสีทองที่ขวางหน้าถูกขจัดไปด้วย
แต่สถานการณ์ก็ไม่ปล่อยให้ราชันย์เทวะยุทธ์ผู้นี้ได้ผลิยิ้ม
ทันทีที่ทะเลเพลิงบางส่วนสลายไป เพลิงสีทองก็กลับมาเติมเต็มส่วนที่หาย หนำซ้ำยังรุนแรงกว่าเดิมเสียอีก
พรึ่บ!
เพลิงลุกไหม้และเผาผลาญ
ราชันย์เทวะยุทธ์ร้องโอดครวญ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังพยายามฟาดฟันกระบี่สวรรค์ภายในมือออกไปอย่างสะเปะสะปะ แต่ไม่ว่าอย่างไร ทุกสิ่งอย่างก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้แล้ว แม้อยากจะหนีออกมาก็ไม่อาจจะทำได้อีกต่อไป
ท้ายที่สุด…
ร่างที่จมอยู่ในทะเลเพลิงแห่งดวงตะวันก็ถูกเผาไหม้ทั้งเนื้อและกระดูก ไม่ว่ากว่าจะได้มาเป็นราชันย์เทวะยุทธ์จะต้องผ่านอะไรมาบ้าง ความเจ็บปวดพวกนั้นก็ไม่อาจเทียบเท่าได้เลย เปลวเพลิงสีทองนี้ เผาไหม้เขาได้อย่างง่ายดาย
เสียงร้องด้วยความหวาดกลัวดังมาจากร่างที่ไฟลุกท่วม แต่เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น
ยามที่มองไปกลางทะเลเพลิงตอนนี้
ร่างของราชันย์เทวะยุทธ์ผู้แข็งแกร่งก็ได้ถูกมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านจนไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณแห่งปฐมกาลไปแล้ว
…
องค์ชายรองแห่งชางหลางตกตะลึงไป ณ ขณะนั้น
เขายืนมองด้วยดวงตาที่ไร้สติ สีหน้านั้นดูจะเหลือเชื่อแบบสุด ๆ
ราชันย์เทวะยุทธ์!
ชายที่เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในอารยธรรมอวกาศระดับกลาง
ต่อให้เอาไปเทียบกับเหล่าอารยธรรมระดับสูง คนเหล่านี้ก็ยังถือว่าแข็งแกร่งมาก ๆ อยู่ดี
ด้วยอายุขัยที่มากถึงหนึ่งล้านปี การทำลายกาแล็กซีนั้นเป็นเพียงเรื่องง่าย ๆ เลย
แต่ตอนนี้
คนคนนั้นกลับถูกเปลวเพลิงเผาตาย เขาไม่สามารถแม้แต่จะต่อต้านได้เลยด้วยซ้ำ
แบบนี้แล้วจะไม่ให้องค์ชายรองผู้นี้ตกตะลึงราวกับฝันอยู่ได้อย่างไร
หากไม่ติดว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นเบื้องหน้ามันประจักษ์ให้เห็นต่อสายตา เขาจะต้องไม่เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ๆ แน่!
ทันใดนั้นเอง
องค์ชายรองก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารกำลังจ้องมองมายังเขา จนเขาไม่อาจจะอดกลั้นความสั่นกลัวได้
ได้สติกลับมา
เขาก็พบว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ไม่ต่างอะไรไปกว่ามดในสายตาเขา กำลังค่อย ๆ เดินเข้ามาช้า ๆ
มันชัดเจนว่าจิตสังหารจากแววตานั้น มองเขาเป็นศัตรูอย่างเต็มประดา
“เจ้านี่คิดจะฆ่าฉันจริง ๆ งั้นเหรอ!?”
ตระหนักได้เช่นนั้น องค์ชายรองก็เริ่มตื่นตัว “แก… แกคิดจะทำอะไรกันแน่!?”
ฉู่โม่วไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงเดินเข้าไปหาช้า ๆ
ในขณะที่องค์ชายรองได้แต่ถอยไปเรื่อย ๆ
เขาอยากจะหันหลังกลับแล้ววิ่งหนี แต่ก็พบว่าตนเองนั้นไม่มีความกล้ามากพอ
ขาทั้งสองข้างทำได้เพียงถอยจนกระทั่งล้มลงไปกับพื้น
ท่าทีเช่นนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขากลัวมาก ๆ เพราะงั้นองค์ชายผู้ยิ่งใหญ่จึงรีบพลิกตัวคุกเข่า “ได้โปรด… อย่าฆ่าฉันเลย… ฉันเป็นองค์ชายลำดับที่สองแห่งราชวงศ์ชางหลาง และพ่อของฉันคือผู้นำแห่งราชวงศ์ชางหลางผู้ยิ่งใหญ่ เขาแข็งแกร่งมากกว่าราชันย์เทวะยุทธ์สิบคนรวมพลังกันเสียอีก ดังนั้นถ้าฆ่าฉัน…”
แม้จะดูเป็นการขอร้อง แต่มันก็ตามมาด้วยคำขู่
แต่ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไร ฉู่โม่วก็ไม่สนใจ
ในที่สุด …ชายหนุ่มก็เดินไปถึงตัวองค์ชายรอง
ปราศจากความลังเล เขาสะบัดกระบี่ในมือ ตัดหัวองค์ชายรองผู้หวาดกลัวในทันที
ฟุ่บ!
ควบคู่มาด้วยเสียงหัวที่หลุดออกจากบ่า ร่างขององค์ชายลำดับสองแห่งราชวงศ์ชางหลางก็ล้มลง
“เฮ้อ…”
เมื่อทุกสิ่งอย่างสงบลงแล้ว ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว
ตอนนั้น
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
การต่อสู้นี้…
เขาค่อนข้างมีความสุขที่เห็นว่าตนสามารถสังหารราชันย์เทวะยุทธ์ได้ นี่ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความแข็งแกร่งในตอนนี้ แถมยังมีพลังเหลืออยู่ด้วย
‘กำจัดราชันย์เทวะยุทธ์ก็ไม่ได้ใช้พลังมากมายอะไรเลยนี่นา’
‘จากจุดนี้ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับราชันย์เทวะยุทธ์ถึงสองคนพร้อมกัน หรืออาจจะสามคนเลยก็ได้ ฉันก็ยังรับมือไหว!’
‘ยังไงก็เถอะ มันคงจะเป็นเรื่องยากถ้าครึ่งก้าวสู่ราชันย์เทวะยุทธ์ระดับสูงมารวมตัวกัน มันคงไม่ต่างอะไรกับการเผชิญหน้ากับราชันย์เทวะยุทธ์เลยแน่ ๆ!’
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง
หลังจากจมไปในห้วงความคิด ชายหนุ่มก็ได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาจัดการพื้นที่รอบตัว หยิบเอาถุงเก็บของของผู้ตายมาแล้วกวาดตามองไปยังหนทางของเขตแดนลับให้ดี