ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 822 คัมภีร์ที่อัดแน่นไปด้วยพลังระดับสุดยอด!
บทที่ 822 คัมภีร์ที่อัดแน่นไปด้วยพลังระดับสุดยอด!
“ท่านได้ผ่านบททดสอบที่สองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านอยากจะรับบททดสอบต่อไปหรือไม่?”
“หากท่านยอมแพ้ ท่านจะได้รับรางวัลที่สะสมมาและออกจากที่นี่ได้ แต่ถ้าท่านรับบททดสอบต่อไป ท่านจะสะสมรางวัลต่อไป ภายหลังจากที่ผ่านบททดสอบสุดท้าย ท่านจะได้รับรางวัลสูงสุด!”
“แต่โปรดจำเอาไว้ว่า ถ้าหากพลาดในบททดสอบสุดท้าย ของรางวัลทั้งหมดจะถูกยกเลิก!”
เสียงย้ำเตือนดังขึ้นอีกครั้ง
หลังจากที่ฉู่โม่วเดินออกมาจากโถงเมื่อครู่ โดยปราศจากการลังเล เขาเลือก “รับบททดสอบต่อ!”
สิ้นเสียง…
ฉู่โม่วก็พบว่าทุกสิ่งอย่างรอบตัวเขานั้นหายไป มันเหลือเพียงแสงสีขาวและอากาศที่แปรปรวนตรงหน้าเท่านั้น อย่างกับว่าเขาหลุดมาอยู่ในช่วงเวลาที่โกลาหล และมิติตรงนี้เองก็ยังคงไม่เปิดให้เข้าไป
ตอนนั้นเอง ตรงหน้าเขาก็ปรากฏประตูแห่งแสงขึ้นมาสามบาน
“นี่คือบททดสอบที่สาม และถือเป็นบททดสอบสุดท้าย!”
“เบื้องหน้าท่านคือประตูแห่งแสงทั้งสามบาน ในแต่ละบานจะมีความลึกลับซ่อนไว้แตกต่างกัน หากท่านคิดจะผ่านบททดสอบนี้ไปให้ได้ ท่านจะต้องเรียนรู้ความลึกลับของประตูทั้งสามบานนี้ในเวลาที่กำหนด”
ด้วยเสียงบอกกล่าว
ครืน!
ประตูทั้งสามก็เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา พร้อมมีกลิ่นอายจาง ๆ ลอยออกมาด้วย
ฉู่โม่วพยายามสัมผัสกลิ่นอายนี้อย่างระมัดระวัง
แล้วก็พบว่าในประตูแห่งแสงที่อยู่ทางซ้าย จะมีกลิ่นอายที่ห้าวหาญและซื่อตรง ในขณะเดียวกันก็มีความยิ่งใหญ่อยู่เหนือแฝงมาด้วย
ประตูแห่งแสงที่อยู่ตรงกลางเป็นภาพลวงตาที่ลึกลับ แผ่ความเยือกเย็นและกลิ่นอายความตายอย่างเงียบงัน
และประตูแห่งแสงที่อยู่ทางขวา อุดมไปด้วยคำอวยพรและพลังแห่งสวรรค์ เสมือนภูเขาไฟที่ทำให้ผู้คนรู้สึกร้อนแม้จะสัมผัสได้เพียงน้อยนิด
“ต่างกันโดยสิ้นเชิงจริง ๆ ด้วย”
ฉู่โม่วขมวดคิ้ว
ข้อมูลจากกลิ่นอายยังไม่เพียงพอ เขาต้องการรู้มากกว่านี้
น่าเสียดายที่ประตูแห่งแสงเหล่านี้ปกป้องตนเองจากการเจาะข้อมูลได้ มันทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังได้จากด้านนอก ดังนั้นฉู่โม่วจึงไม่รู้อะไรไปมากกว่ากลิ่นอายที่ซึมออกมา
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ชายหนุ่มก็ตัดสินใจสุ่มเลือก
ตอนนั้น มันไม่มีอะไรแตกต่างกันนักระหว่างบานทางซ้ายและทางขวา
ดังนั้นฉู่โม่วจึงตัดสินใจเดินเข้าไปที่ประตูบานตรงกลางก่อน
ซู่ม!
เมื่อก้าวเข้าไปในประตูแห่งแสง แสงสว่างบริเวณนั้นก็สั่นคลอนเหมือนผิวน้ำ
วินาทีต่อมา เขารู้สึกได้ว่าโลกมันกลับตาลปัตร ก่อนที่จะได้เห็นภาพชัดเจนเบื้องหน้า กลิ่นอายของความอันตรายก็พุ่งเข้ามาหาเขาเสียแล้ว
บุตรแห่งโชคชะตาไม่มีเวลาที่จะมาคิดถึงมัน เลือดลมในร่างกายถูกกระตุ้น กระดูกแห่งเทพเจ้าระเบิดพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาเพื่อให้เขาฟาดฟันมันออกไป
ตู้ม!
ปราณกระบี่พุ่งออกไป และพลังของมันก็มากพอที่จะผ่าท้องฟ้าและทลายเต๋าได้
แต่ตอนนั้น เมื่อปราณกระบี่พุ่งไปยังทิศทางที่อันตรายเข้ามา ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ถึงความไร้พลัง แม้ปราณกระบี่จะสามารถผ่าผืนฟ้าได้ก็จริง แต่ความรู้สึกนั้นเหมือนว่าเขาเพียงแค่ผ่าก้อนสำลีไป ทุกสิ่งทุกอย่างดูไร้พลังไปหมดจนน่าพิศวง
โชคยังดี…
ที่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ ความคิดของฉู่โม่วมันนำทุกสิ่งอย่าง เขาสั่งให้ปราณกระบี่นั้นระเบิดทันที
ถัดมา ในที่สุดเขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างถูกทำให้บาดเจ็บ
และวินาทีนั้นก็เห็นด้วยว่ามันคืออะไร
แต่เมื่อมองหา ก็พบว่าสิ่งนั้นคือฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
ลึกไปยังจุดที่ดวงตามองเห็นได้ ดวงดาวบนนั้นมีสภาพเหมือนลูกแก้วเล็ก ๆ ห้อมล้อมอยู่ โดยมีจำนวนแทบจะนับไม่ถ้วน เมื่อดวงดาวเหล่านี้อยู่รวมกัน มันก็ไม่ต่างกับทะเลดวงดาวเลย
และสิ่งที่ถูกปราณกระบี่ตัดขาดไปก็คือ… เมฆ!
เมฆที่มีสีฟ้าอ่อนและมีแสงสีทองเล็ก ๆ เป็นแกนกลาง กลิ่นอายของความศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่งออกมา และกลิ่นอายลึกลับก็ขยายวงกว้างส่งให้ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความลึกลับอย่างมาก
“นี่คือ…”
ฉู่โม่วได้สติกลับมา
เขาเห็นได้ชัดเจนว่ากลิ่นอายของความอันตรายนั้นมาจากเมฆก้อนนี้
แต่เมฆนี่สามารถทำให้เขาระวังถึงอันตรายได้จริงเหรอ?
ชายหนุ่มเพ่งสายตาและพยายามจะสืบหาความจริง เมฆนี่ต้องไม่ใช่แค่เมฆทั่ว ๆ ไปแน่ ๆ
เพียงการคาดเดาคงยังไม่พอ เมื่อเขาเข้าไปใกล้เมฆนั้น เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงขุมพลังอันมหาศาลจากภายในนี้
พลังที่กล้าแกร่งจนเกือบจะกลืนกินทุกสิ่งอย่างและขจัดทุกชีวิต ความแข็งแกร่งที่แม้แต่ฉู่โม่วยังรู้สึกไม่สบายใจ
โดยเฉพาะในจังหวะแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงมัน เขาก็รู้สึกได้ถึงความหวาดเสียวขึ้นมาที่หัว และรู้สึกถึงความหนาวเย็นจากก้นบึ้งของหัวใจ ความรู้สึกพวกนี้ทำเอาเขาแทบอยากจะวิ่งหนีไป
แต่อย่างไรบุตรแห่งโชคชะตาก็ไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว เขารีบสงบจิตสงบใจลง
เท่านั้นมันก็ทำให้การรับรู้ของเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
มันกลายเป็นว่าพลังที่อัดแน่นอยู่ในเมฆนั้นไม่ใช่พลังที่สามารถควบคุมได้ มันเป็นสิ่งที่มาจากก้อนแสงสีทองภายในเมฆนั้นอีกทีหนึ่ง
ด้วยดวงแสงสีทองนี้ มันเต็มไปด้วยคัมภีร์ที่มีความยุ่งยากมากมายและตัวอักษรสลักไว้ด้วยพลังอันมหาศาลนับไม่ถ้วน
หรือจะให้พูดอีกอย่าง
พลังทั้งหมดภายในนี้ เล็ดลอดออกมาจากคัมภีร์เล่มนี้นั่นเอง!
“เพียงแค่ถ้อยคำที่ถูกนำมาร้อยเรียงยังทรงพลังได้ขนาดนี้ แล้วต้นฉบับคัมภีร์คืออะไรกันแน่!?”
ฉู่โม่วตกใจ
จากนั้น…
เขาก็รีบใช้พลังแห่งจิตวิญญาณสืบดู จนกระทั่งสามารถรับรู้ได้ถึงความลึกลับที่ซ่อนอยู่ในคัมภีร์
ซู่ม!
พริบตานั้น ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายประหลาดที่แผ่กระจายออกมากระทบเข้ากับร่างของเขาอย่างจัง ต่อหน้าพลังนี้ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตนเองนั่งอยู่ในเรือเล็ก ๆ ท่ามกลางมหาสมุทรใหญ่ที่พร้อมจะถูกทำลายได้ตลอดเวลา
“ท่านต้องทำความเข้าใจสิ่งนี้ ในเวลาสามเดือน!”
“มิเช่นนั้นจะถือว่าล้มเหลว!”
เสียงเตือนดังขึ้น
ทว่าฉู่โม่วก็พอจะเข้าใจกฎอยู่แล้ว เพราะงั้นเขาถึงไม่ได้สนใจอะไร
แต่โชคยังดีที่ชายหนุ่มพอจะมีเแรงจูงใจอยู่บ้าง ดังนั้นก่อนที่จะดิ่งตนเองเพื่อทำการเรียนรู้สิ่งนี้ เขาก็ได้กระตุ้นพรสวรรค์ห้วงเวลาขึ้นมาพร้อมกับใช้ศิลารู้แจ้งคู่กับแท่นประทับรู้แจ้งเพื่อเพิ่มพลังการเรียนรู้ให้สูงไปอีกร้อยเท่า เช่นนั้นแล้ว เรื่องเวลาจึงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
ตึง!
เข้าสู่การทำสมาธิ พลังแห่งกฎเกณฑ์ก็ได้ปรากฏขึ้นก่อนจะปกคลุมโลกแห่งนี้ไว้
ในขณะเดียวกันนั้น
รอบ ๆ ตัวของฉู่โม่วก็ปรากฏคลื่นจำนวนมากมายที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าขึ้นมาด้วย มันผนึกไว้ด้วยความลึกลับที่ไม่สามารถจินตนาการได้
ต่อให้เป็นราชันย์เทวะยุทธ์ที่แข็งแกร่ง หากอยู่ในภาวะรู้แจ้ง บางทีสมองของพวกเขาก็อาจจะงุนงงเสมือนโดนทุบด้วยค้อนหนัก ๆ ก็ไม่เกินจริงนัก
และในตอนนี้ ชายหนุ่มกำลังจมดิ่งไปกับมัน ด้วยความกระหายในความอยากรู้
…
ขณะที่ฉู่โม่วเริ่มทำการเรียนรู้คัมภีร์
ที่ด้านนอกเขตแดนลับ
จักรพรรดิของราชวงศ์จันทราสีเลือดก็ได้รับรู้เรื่องที่มีคนลักลอบเข้าไปในเขตแดนลับแล้ว และเขาโกรธเอามาก ๆ
“เขตแดนลับมายาครามนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับและทรัพย์สมบัติมากมาย ตระกูลของพวกเราเพิ่งจะได้ค้นพบมันเมื่อราว ๆ หนึ่งล้านปีก่อน แต่ก็ยังไม่อาจจะล่วงรู้ถึงความลับที่อยู่เบื้องหลังมันได้ พวกเราจึงทำได้เพียงเฝ้าดูแลมันมาตลอดล้านปี”
“สถานที่ที่สำคัญขนาดนี้ ปล่อยให้คนนอกเข้าไปได้ยังไง พวกแกมัวทำอะไรกันอยู่? ไอ้พวกโง่เง่า!”
จักรพรรดิโกรธมาก ๆ เขาปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่ากลัวและสยดสยองออกมาจากทั่วทั้งร่าง
เขตแดนลับมายาคราม
มันเป็นไพ่ตายใบใหญ่ของราชวงศ์พวกเขา
มันถูกค้นพบและเก็บไว้เป็นการส่วนตัวเมื่อล้านปีก่อน
ระหว่างนั้นก็มีกองกำลังจากภายนอกพยายามติดต่อและขอเข้าไปสำรวจในเขตแดนลับนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่พวกเขาก็คอยปฏิเสธ หรือบางครั้งก็ต้องมีการหลั่งเลือดกันเลยก็มีเพื่อที่จะปกป้องสถานที่สำคัญนี้เอาไว้
แต่ตอนนี้
ใครบางคนกลับลักลอบเข้าไปโดยไม่มีใครรู้ เช่นนั้นจะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร?
หลังจากระบายอารมณ์ออกมาแล้ว
จักรพรรดิแห่งราชวงศ์จันทราสีเลือดผู้ที่แข็งแกร่งระดับราชันย์เทวะยุทธ์ก็ขมวดคิ้วแล้วพูด “แล้วพวกแกหาเจอหรือยังว่าใครมันลักลอบเข้าไป?”