ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 834 ราชวงศ์หมัวซา
บทที่ 834 ราชวงศ์หมัวซา
ทั่วทั้งร้านอาหารต่างตกอยู่ในความอ้ำอึ้ง
ทุกคนล้วนมีสีหน้าช็อกและเหลือจะเชื่ออยู่บนใบหน้ากันทั้งสิ้น
อย่างที่รู้กัน…
ว่าองค์ชายลำดับแรกนั้นถือเป็นหนึ่งในสิบอัจฉริยะที่ชำนาญการใช้กระบี่ในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ ความแข็งแกร่ง สถานะ พรสวรรค์ และสมบัติ ทุกอย่างอยู่ในระดับสูง ขนาดอัจฉริยะอันดับหนึ่งที่ชำนาญการใช้กระบี่ก็ยังยากที่จะชนะเขาเลย
ทว่ามหาเทวะยุทธ์กลืนกินสวรรค์ผู้นี้กลับสามารถเอาชนะเขาได้ในสองกระบวนท่า!?
และยิ่งกว่านั้น
ทุก ๆ คนต่างรู้ดีด้วยว่า เหตุผลที่มหาเทวะยุทธ์กลืนกินสวรรค์ต้องใช้ถึงสองกระบวนท่านั่นก็เพราะเขาออมมือให้ ไม่เช่นนั้นแล้ว หากเป็นการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตาย บางทีองค์ชายลำดับแรกของพวกเขาอาจจะไม่มีเวลาได้โต้ตอบ เขาอาจจะถูกสังหารทันทีเลยก็ได้!
เพียงแค่คิดตาม
ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของคนคนหนึ่งที่สามารถฆ่าศัตรูได้ในพริบตา!
ช่างน่ากลัวอะไรขนาดนี้!?
“น่ากลัวเกินไปแล้ว!”
“มหาเทวะยุทธ์กลืนกินสวรรค์คนนี้ไม่เคยพ่ายแพ้ใครเลยตั้งแต่ที่เขาปรากฏตัวขึ้นมาเมื่อหนึ่งปีก่อน แถมยังไม่เคยมีใครที่เขาใช้เกินกว่าสามกระบวนท่าในการเอาชนะอีก”
“ไม่รู้ว่าเขามีที่มาที่ไปยังไง แต่ทำไมถึงเก่งกาจได้อย่างกับเป็นปีศาจแบบนี้นะ?”
“หรือเขาจะเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สักคน?”
“บางทีอาจจะเป็นสมาชิกของตระกูลระดับสูงในอวกาศก็ได้นะ”
หลาย ๆ คนเริ่มออกความคิดเห็นกัน
อย่างไรเสีย
แม้แต่ชายที่แข็งแกร่งอย่างองค์ชายลำดับหนึ่งของพวกเขายังไม่อาจจะรับมือได้ นั่นแสดงว่าพรสวรรค์ของมหาเทวะยุทธ์กลืนกินสวรรค์นั้นหาที่เปรียบไม่ได้โดยแท้จริง และนั่นแสดงว่าจะต้องมีคนใหญ่คนโตที่แข็งแกร่งมาก ๆ คอยหนุนหลังเขาอยู่แน่ ๆ
หากไม่ใช่ มันไม่มีทางอื่นเลยที่เขาจะฝึกฝนจนแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ด้วยตนเอง!
หากเป็นเช่นนั้น ก็ควรค่าแล้วแก่การถูกเคารพสรรเสริญ และจะกลายเป็นที่หวาดกลัวของผู้คนยามที่กล่าวขานชื่อ
…
ไม่เพียงแต่เสียงซุบซิบของผู้คน
ในตอนนั้นทางฝั่งราชวงศ์หมัวซา ฉู่โม่วเพิ่งจะเอาชนะองค์ชายลำดับหนึ่งไป และกลืนกินพรสวรรค์ของเขามา ขณะที่เตรียมตัวจะออกจากพื้นที่แล้ว เขาก็ได้ยินเสียงที่ดังไปทั่ว
“มหาเทวะยุทธ์กลืนกินสวรรค์มาถึงที่นี่ในครานี้ เขาได้ช่วยสอนลูกชายฉันไว้หลายต่อหลายอย่าง เช่นนั้นแล้ว ในฐานะผู้ปกครองแห่งราชวงศ์หมัวซา จะเมินเฉยได้อย่างไร?”
“ฉันเองก็หวังให้คุณได้อยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อย และได้โปรด ให้ราชวงศ์หมัวซาของฉัน ได้ตอบแทนคุณบ้าง เพื่อที่จะได้แสดงให้ทั่วทั้งจักรวาลเห็นว่าฉันเป็นผู้ปกครองที่ใจกว้าง”
สิ้นเสียงร่างของผู้ปลุกพลังคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นมา
เขาดูเป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าเปี่ยมด้วยพลัง ทั่วทั้งร่างของเขาเปล่งแสงสว่างสดใส คนคนนี้ดูเป็นมหาเทวะยุทธ์ที่แข็งแกร่งคนหนึ่งเลย
และจากการคาดเดาของฉู่โม่ว มหาเทวะยุทธ์ผู้นี้ ต่อให้อยู่ท่ามกลางมหาเทวะยุทธ์ด้วยกันเอง เขาก็ยังแข็งแกร่งมาก ๆ อยู่ดี
“องค์จักรพรรดิ!”
“ท่านจักรพรรดิ!”
“ท่านพ่อ!”
เห็นชายผู้นี้ปรากฏตัว เหล่าผู้ปลุกพลังที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นก็พากันทำความเคารพตาม ๆ กัน แม้แต่องค์ชายลำดับหนึ่งที่บาดเจ็บอยู่ก็พยายามจะทำความเคารพแม้จะยากลำบากก็ตาม
“ท่านคือจักรพรรดิแห่งหมัวซานี่เอง”
ฉู่โม่วโค้งให้ จากนั้นก็พูดเสริม “จักรพรรดิแห่งหมัวซาช่างเป็นคนใจกว้างยิ่ง มหาเทวะยุทธ์กลืนกินสวรรค์ผู้นี้เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านว่า แต่การประลองนี้เองก็ได้มอบประสบการณ์ให้ผมบ้างแล้ว ดังนั้นผมจึงจำเป็นต้องหาที่สำหรับฝึกฝนและพัฒนาตนเองมากขึ้นไปอีก มันคงจะไม่สะดวกนักหากจะอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน ถ้ายังไงผมคงต้องขอตัวก่อน”
พูดเช่นนั้น เขาก็ทำความเคารพจักรพรรดิหมัวซาอีกครั้งก่อนจะหันหน้าแล้วเดินจากไป
พักหนึ่งเขาก็หายไปจากเบื้องหน้าทุกคน
“องค์จักรพรรดิ มหาเทวะยุทธ์กลืนกินสวรรค์ช่างไร้มารยาทจริง ๆ!”
“ทั้ง ๆ ที่องค์จักรพรรดิกล่าวขออย่างจริงใจ แต่เขากลับปฏิเสธเสียได้!”
เห็นท่าทีของฉู่โม่ว เหล่าขุนนางมากมายต่างก็อดที่จะขมวดคิ้วแล้วพูดไม่ได้
จากสายตาของพวกเขา
ถึงฉู่โม่วจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ไม่ต่างจากชายหนุ่มที่หยิ่งผยองแต่อย่างใด
ในส่วนของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมัวซา ผู้มีฐานะเป็นมหาเทวะยุทธ์ที่แข็งแกร่ง การที่จักรพรรดิเช่นเขาเอ่ยปากเชิญชวนแล้วแต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธอย่างไม่ไยดี มันถือเป็นสิ่งที่เกินไปมากเหมือนกัน
แต่…
หลังจากได้ยินถ้อยคำนั้น จักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมัวซากลับไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนไป
เขาเหลือบมองไปยังเหล่าขุนนางอย่างไม่แยแสแล้วพูดด้วยเสียงเบา “อัจฉริยะล้วนแต่มีความหยิ่งผยองของตนเอง และด้วยพรสวรรค์ระดับเขา ต่อให้เขาไม่ไว้หน้าพวกเรา พวกเราจะทำอะไรได้? นายจะส่งคนไปตามล่าเขาหรือไง?”
พลันเมื่อพูดขึ้นมาเช่นนั้น ท่าทีของเหล่าขุนนางที่แสดงความไม่พอใจก่อนหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นนิ่งเงียบกันหมด
เห็นเช่นนั้น…
สีหน้าของจักรพรรดิแห่งหมัวซาก็คลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย เขาพูด “จำเอาไว้ว่าคนที่แข็งแกร่งระดับนั้น หากเขาเป็นมิตรกับพวกเรา ราชวงศ์หมัวซาจะสูงส่งขึ้น ในขณะเดียวกันถ้าเป็นมิตรไม่ได้ พวกเราก็เพียงแค่เสียโอกาส”
“แต่ตระหนักไว้ให้ดีว่า พวกเราห้ามเป็นศัตรูกับเขาเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นแล้วพวกเราจะไม่เหลืออะไรเลย!”
เขาพูดด้วยเสียงหนักแน่น
ไม่นานมานี้ เขาเพิ่งได้ยินข่าวถึงเรื่องที่ราชวงศ์จันทราสีเลือดไปมีปัญหาเข้ากับอัจฉริยะคนหนึ่ง
คู่กรณีของเขาเป็นเพียงมหาเทวะยุทธ์แต่กลับสังหารราชันย์เทวะยุทธ์ได้
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตัวยังสามารถเข้าไปยังใจกางของเขตแดนลับที่ราชวงศ์จันทราสีเลือดครอบครองอยู่และชิงเอาสมบัติที่อยู่ภายในออกมาได้ด้วย มันทำให้ราชวงศ์จันทราสีเลือดนั้นเสียทั้งกำลังพลและทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว
เหตุที่เกิดขึ้นนี้ตระหนักในใจของจักรพรรดิหมัวซาเอาเสียมาก ๆ
มันทำให้เขาเข้าใจอยู่ลึก ๆ
ว่าการเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งระดับนี้ หากรู้ตัวว่าไม่สามารถเอาชนะได้ก็อย่าไปมีเรื่องด้วย!
ทางที่ดีที่สุดคือการผูกมิตรเข้าไว้
ไม่ว่าคนคนนั้นจะชั่วร้ายเพียงใด ก็อย่าได้เลือกที่จะปะทะเป็นอันขาด
ไม่เช่นนั้น เมื่อครั้งหนึ่งได้เกิดเรื่องขึ้นมา ราชวงศ์หมัวซาก็ไม่ต่างอะไรกับนักโทษในแดนประหาร!
นั่นเป็นเหตุผล
ที่ทำไมหลังจากการประลองจบลง เขาถึงได้ปรากฏตัวขึ้นทันที เหตุผลที่ว่าทำไมเขาอยากจะจัดงานเลี้ยงให้กับคนคนนี้เพื่อผูกมิตร และเหตุผลที่แม้ว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธคำเชิญ เขาก็ไม่คิดจะเอาเรื่องใด ๆ
ทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
เรื่องนี้ไม่ต้องให้ใครบอกเขาย่อมรู้ดี
จักรพรรดิหมัวซาเหลือบตากลับไปมองลูกชายของตนด้วยความเป็นห่วง “บุตรชายของพ่อ ลูกเป็นยังไงบ้าง?”
“ขอบพระคุณท่านพอมาก ๆ สำหรับความเป็นห่วงครับ แต่ลูกสบายดี”
องค์ชายลำดับหนึ่งส่ายหน้าแล้วพูดต่อด้วยความตื่นเต้น “อัจฉริยะมหาเทวะยุทธ์กลืนกินสวรรค์ได้มอบคำแนะนำเกี่ยวกับการฝึกฝนให้ลูกเป็นอย่างมาก ทำให้ลูกได้เรียนรู้อีกมากมาย หลังจากที่บาดแผลในครานี้หายดีแล้ว ลูกจะฝึกฝนเพิ่ม และจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกมากแน่ ๆ!”
“ดีมาก!”
จักรพรรดิหมัวซาโล่งใจ เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เช่นนั้นแล้ว ลูกก็ถือว่าได้ประสบการณ์จากการต่อสู้ก็แล้วกัน”
“ใช่แล้วครับ!”
องค์ชายลำดับหนึ่งพยักหน้าซ้ำ เขาหันมองไปยังทิศทางที่ฉู่โม่วเดินจากไปแล้วพูดอย่างชื่นชม “มหาเทวะยุทธ์กลืนกินสวรรค์ผู้นี้มีพรสวรรค์และแข็งแกร่งมากจริง ๆ ลูกชื่นชมเขาเป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่ลูกไม่อาจจะล่วงรู้ถึงเบื้องหลังของเขาได้ ไม่เช่นนั้น ลูกอาจจะขอผันตัวเป็นศิษย์ของเขาแล้วจะได้ฝึกฝนไปพร้อม ๆ กับเขาด้วย!”
ในถ้อยคำนั้นมันเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมในตัวฉู่โม่ว
ได้ยินคำพูดของลูกชายตนเอง จักรพรรดิหมัวซาก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย
ทว่าเมื่อมองไปยังสีหน้าผู้เป็นลูกชาย เขาก็ส่ายหน้าแล้วยิ้มน้อย ๆ ‘การที่ลูกของฉันได้ประโยชน์ก็นับว่าเป็นการดีแล้ว เหตุใดจะต้องมาคิดถึงเรื่องไร้สาระเช่นนี้ด้วย?!’
คิดได้เช่นนั้น เขาก็ขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวไปอย่างรวดเร็ว
“ลูกของพ่อ ลูกยังบาดเจ็บอยู่ กลับไปที่พระราชวังกับพ่อก่อน แล้วพ่อจะช่วยลูกรักษาบาดแผล”
เขาช่วยประคองลูกของตนเองขึ้นมาแล้วเดินกลับไปยังพระราชวังด้วยกัน
…
อีกฝั่งหนึ่ง หลังจากเสร็จธุระกับทางราชวงศ์หมัวซาแล้ว ฉู่โม่วก็กลับขึ้นยานอวกาศอีกครั้งเพื่อเดินทางไปยังสถานที่อื่นต่อ
นี่เป็นยานอวกาศลำใหม่ของเขา
ประสิทธิภาพมันไม่ได้ดีมากนัก แต่ก็ไม่ได้แย่ และเขาจ่ายเพื่อซื้อมันมาด้วยเงินกว่าร้อยล้านหินปฐมกาล
ครั้งนี้เขาตั้งใจจะเดินทางไปยังเมืองหลวงของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์
อย่างไรเสีย ด้วยเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนานนี้ เขาได้ท้าประลองกับอัจฉริยะจากราชวงศ์ใหญ่ ๆ มามากมายแล้ว มีเพียงแต่ภายในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์เท่านั้นที่ยังไม่เคยเข้าไป
เขาอยากจะเข้าไปแล้ว
ความเจริญรุ่งเรืองของวรยุทธ์ภายในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์นั้น มีมากกว่าราชวงศ์ใด ๆ ที่นั่นมีอัจฉริยะจำนวนมาก และนักดาบอันดับต้น ๆ เองก็อยู่ในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ด้วย ไหนจะยังมีผู้แข็งแกร่งคนอื่น ๆ อีก ที่นั่นมีมหาเทวะยุทธ์ระดับสูงมากมาย แม้กระทั่งราชันย์เทวะยุทธ์เองก็ด้วย
บางทีมันอาจจะทำให้เขาเพิ่มพลังได้มหาศาล และมันน่าจะทำให้เขาได้ประสบกับโอกาสดี ๆ มากขึ้นก็ได้!