ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 835 ปลายทางที่สิ้นหวัง กับ เผ่าพันธุ์มนุษย์แพนด้าแดง
บทที่ 835 ปลายทางที่สิ้นหวัง กับ เผ่าพันธุ์มนุษย์แพนด้าแดง
ในจักรวาลที่ไร้ขอบเขต ยานอวกาศลำหนึ่งกำลังบินทะยานด้วยความเร็วที่น่าสะพรึง
เมื่อไหร่ก็ตามที่ตัวยานเข้าสู่ประตูมิติ มันก็จะเริ่มกระโดดข้ามมิติ ทำให้ยานอวกาศลำนี้สามารถเคลื่อนไปยังดินแดนแสนไกลได้ในชั่วพริบตา
ใช่แล้ว ยานอวกาศลำนี้เป็นยานพาหนะของฉู่โม่ว
ตอนนี้…
ภายในห้องโดยสารของยานอวกาศ
ชายหนุ่มกำลังนั่งขัดสมาธิเพื่อกลั่นกรองเอาพลังจากเลือดเผ่าเทพโบราณ
ก่อนหน้านี้เขาได้รับแก่นแท้แห่งเลือดเทพโบราณมาสองขวด ซึ่งมันเปี่ยมไปด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่และรุนแรง ในตอนแรกนี้ เขาตั้งใจจะใช้เพียงแค่หนึ่งขวดก่อน เพราะมันใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะกลั่นเอาพลังออกมาได้จนสมบูรณ์
และในเวลานี้
เลือดหนึ่งขวดที่ดื่มไปแล้วยังคงอยู่ในช่วงกลั่นกรองพลัง
เพราะงั้นเมื่อไหร่ที่มีเวลาว่าง ฉู่โม่วก็จะนั่งขัดสมาธิเพื่อกลั่นเอาพลังจากแก่นแท้แห่งอสูรเพื่อมาพัฒนาร่างกายตนเองไปด้วย
ผลลัพธ์ของมัน ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจจนต้องรู้สึกยำเกรง
เพียงเวลสั้น ๆ ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าตัวเขานั้นน่าจะเข้าใกล้มหาเทวะยุทธ์ระดับกลางแล้ว อิงจากการคาดคะเน มันน่าจะใช้เวลาอีกไม่กี่เดือนเขาก็น่าจะสามารถเข้าสู่ขั้นมหาเทวะยุทธ์ระดับกลางได้
นี่ถือเป็นความเร็วที่น่ากลัวจริง ๆ!
ที่รู้กัน หลังจากที่ขึ้นเป็นมหาเทวะยุทธ์ได้ มันใช้เวลาร่วมแสน ๆ ปีสำหรับผู้ปลุกพลังทั่วไปที่จะพัฒนาความสามารถทีละนิด ๆ และใช้อีกหมื่นปีหากพวกเขาอยากจะแค่เพิ่มพลังเป็นขั้นเล็ก ๆ
แล้วฉู่โม่วใช้เวลาเพียงเท่าไหร่เองนับจากที่เขาเป็นมหาเทวะยุทธ์ได้?
ตอนนี้เขาเกือบจะเข้าสู่ระดับกลางของมหาเทวะยุทธ์แล้ว หากมีคนรู้ว่าความเร็วในการเติบโตของเขามีมากถึงเพียงนี้ พวกเขาจะไม่ตกตะลึงกันได้อย่างไร?
…
การเดินทางไกล
ทำให้ฉู่โม่วมีเวลาฝึกฝนตนเอง
อย่างไรก็ตาม
ตอนนี้ จู่ ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง ทำให้เขาต้องรีบตื่นจากการฝึกฝน
เขาเดินออกจากห้องเงียบสงบและหยุดการเคลื่อนที่ของยานอวกาศไว้ จากนั้นก็ออกมาจากยานอวกาศและมองตรงไปรอบ ๆ ท้องฟ้าประกายดาว
ไม่นานนัก
ฉู่โม่วก็สังเกตเห็นเส้นแสงที่พุ่งมาจากระยะไกล กำลังมุ่งหน้ามาทางเขา
ถึงแม้ว่ามันจะยังอยู่ไกลออกไป
แต่ชายหนุ่มก็สามารถระบุได้ว่าเส้นแสงดังกล่าวเป็นยานอวกาศอีกลำหนึ่ง
ทว่าสภาพของยานลำนั้นดูค่อนข้างจะย่ำแย่มาก ๆ มันเต็มไปด้วยรูโหว่ ขนาดที่โล่แสงที่คอยปกป้องยานเองก็แทบจะไม่เหลือแล้ว บางส่วนของยานพังทลาย ไม่ว่าจะมองอย่างไร ที่ที่ยานลำนี้ควรอยู่มันน่าจะเป็นอู่ซ่อมยานหรือไม่ก็สุสานยานอวกาศมากกว่ากลางอวกาศเช่นนี้
ตอนนั้นเอง ใกล้ ๆ กับยานอวกาศลำดังกล่าว
แสงอีกหลายดวงปรากฏขึ้น มันพุ่งด้วยความเร็วสูงไล่หลังยานอวกาศที่ทรุดโทรมมา ขณะเดียวกันก็ยิงปืนลำแสงใส่ยานข้างหน้าหมายจะทำให้ร่วงไปด้วย สถานการณ์เช่นนี้ดูจะไม่ปกติเสียแล้ว
“นี่มัน…”
“การไล่ล่าเหรอ?”
ฉู่โม่วดูจะสนใจสิ่งนี้
ในตอนที่เขาเริ่มฝึกฝนก่อนหน้านี้ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายบนฟากฟ้าดวงดาว เขาเลือกที่จะปลดปล่อยทักษะการรับรู้ของตนให้แผ่วงกว้าง หากตรวจพบยานอวกาศลำอื่นก็จะเลี่ยงเส้นทางไปก่อน แต่ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้เขาจะเจอเข้ากับยานอวกาศที่กำลังโดนไล่ล่าเช่นนี้
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้
ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะได้เห็นมันด้วยสายตาตนเอง
“โชคดีจริง ๆ ที่ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย!”
ฉู่โม่วส่ายหน้าแล้วหัวเราะ
เขาไม่ได้อยากจะสนใจสิ่งนี้นัก ยังไงนี่ก็เป็นการพบกันโดยบังเอิญ การเอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวจะเป็นการลากปัญหาใส่ตัวเสียเปล่า ๆ
แต่เมื่อชายหนุ่มกำลังคิดจะจากไป
เขาก็รู้สึกได้ถึงลำแสงที่พุ่งเข้ามาหาเขาจากด้านหลัง ขณะเดียวกันกับที่ยานอวกาศที่กำลังหลบหนีก็ได้ยกโล่ขึ้นป้องกันด้วย
ทว่าบนโล่นั้น กลับมีแสงศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นมาให้เห็นจาง ๆ เรียงกันเป็นสัญลักษณ์บางอย่าง
“เฮ้ย ๆ อย่าบอกนะว่า…”
ฉู่โม่วชะงักไปชั่วขณะ สีหน้าเขาแสดงความเหลือเชื่อ “อักษรจีนโบราณ!?”
ไม่ผิดแน่!
สัญลักษณ์ที่ยานอวกาศที่กำลังตรงมาหาเขาแสดงขึ้นมาให้เห็นนั้น เป็นอักษรจีนโบราณอย่างไม่ผิดเพี้ยนเลย!
สิ่งนี้จะไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไรหากเขายังอยู่ในดินแดนของมนุษย์ หรือต่อให้เป็นดาราจักรกลุ่มดาวกันย์ก็ตาม แต่เพราะตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในเขตแดนพวกนั้นเลย!
ที่นี่อยู่ในเขตแดนของกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์!
เขามาพบเจออักษรจีนโบราณอันเป็นสัญลักษณ์ของมนุษยชาติในกลุ่มดาวนี้เนี่ยนะ!?
แบบนี้จะไม่ให้ตกใจได้ยังไง!
‘ดูท่ายานอวกาศลำนั้นจะเคยติดต่อกับเผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณมาแล้วแน่ ๆ …ถ้าเป็นแบบนั้นคงจะนั่งเฉย ๆ ไม่ได้!’
ฉู่โม่วคิดและตัดสินใจ
ในเมื่ออีกฝ่ายดูจะมีความเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์โบราณ เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นในรูปแบบไหน
…
ภายในยานอวกาศที่กำลังจะพัง
กวาดตามองแวบแรก ภายในนี้มีผู้ปลุกพลังอยู่ราว ๆ สิบคนที่ดูจะคล้ายกับมนุษย์มาก ๆ เพียงแต่ว่าพวกเขามีหูและหางปุกปุยคล้ายแมว
ผู้ปลุกพลังเหล่านี้มาจากเผ่าพันธุ์มนุษย์แพนด้าแดง!
ครั้งนี้พวกมนุษย์แพนด้าแดงเหล่านี้ถูกสั่งมาให้ปกป้ององค์หญิงแห่งเผ่าพันธุ์ที่เดินทางไปสำรวจเขตแดนลับ ทว่าทันทีที่ออกมาจากถิ่นแดนของตน ศัตรูก็เข้ามาโจมตีอย่างไม่รีรอ
ถึงแม้ว่าผู้ที่เข้ามาจู่โจมนั้นจะซ่อนหัวและหางเอาไว้ แต่พวกเขาทั้งหมดก็มั่นใจว่ากลุ่มผู้ปลุกพลังที่เข้ามานั้นจะต้องเป็นพวกกลุ่มพ่อค้าขนาดใหญ่ในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์อย่าง หอการค้าจูหยวนแน่ ๆ!
เพราะด้วยโครงสร้างที่แตกต่างของเผ่าพันธุ์มนุษย์แพนด้าแดงนี้ถือเป็นเตาหลอม*[1] ที่ดีมาก ๆ มีผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งมากมายจ้างวานพ่อค้าหรือโจรสลัดอวกาศให้มาปล้นตัวผู้ปลุกพลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์แพนด้าแดงเพื่อไปใช้เป็นเตาหลอมสำหรับบ่มเพาะอยู่เรื่อย ๆ
แต่เพราะทางเผ่าแพนด้าแดงเองก็มีราชันย์เทวะยุทธ์ที่แข็งแกร่งอยู่ มันเลยทำให้พวกพ่อค้าทั่ว ๆ ไปลังเลที่จะรับงาน ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงการลอบจับองค์หญิงของเผ่าพันธุ์เลย
มีเพียงหอการค้าจูหยวนเท่านั้นที่มีราชันย์เทวะยุทธ์คอยหนุนหลังจึงกล้าลงมืออย่างอุกอาจ!
“บ้าเอ๊ย!”
“พวกผู้ปลุกพลังจากหอการค้าจูหยวนมันเป็นพวกน่ารังเกียจจริง ๆ ด้วย!”
“กล้าดียังไงมาดักซุ่มโจมตียานอวกาศขององค์หญิงได้ ถ้าหนีไปได้ละก็ ฉันจะรายงานเรื่องนี้ให้บรรพชนฟัง จะไม่ยอมให้พวกมันลอยนวลไปได้แน่!”
“พวกนี้มันชอบซ่อนตัวแท้ ๆ แต่พักหลังนี้กลับกลายเป็นชอบทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนี้ไปแล้ว!”
เหล่าผู้ปลุกพลังจากเผ่าพันธุ์มนุษย์แพนด้าแดงในยานอวกาศเริ่มถกเถียงกัน
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะดูโกรธเคือง
แต่สีหน้าก็เต็มไปด้วยความหนักใจ
องค์หญิงแห่งเผ่าพันธุ์ ถือเป็นผู้ปลุกพลังที่มีความสามารถมากที่สุดในเหล่าลูกหลานอายุไล่เลี่ยกัน ไหนจะการที่เธอสามารถปลุกกายาหยินบริสุทธิ์ขึ้นมาได้อีก สิ่งนี้ถือเป็นความสามารถของเตาหลอมระดับสูงเลย และมันช่วยเพิ่มความสามารถด้านกายภาพให้กับผู้ปลุกพลังเป็นสองเท่าได้ด้วย
ครั้งนี้หอการค้าจูหยวนได้เตรียมการมาอย่างดีเพื่อจะลักพาตัวองค์หญิง พวกเขาส่งราชันย์เทวะยุทธ์สี่คนออกมาเพื่อจับกุมยานอวกาศของเผ่าพันธุ์มนุษย์แพนด้าแดงลำนี้ และทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้องค์หญิงแห่งเผ่าพันธุ์มีโอกาสรอดไปด้วย!
ทางเดียวที่จะรอดไปได้ก็คือพวกเขาต้องไปให้เร็วที่สุดเท่านั้น!
ในตอนนี้ ท่ามกลางความวุ่นวายภายในยาน หญิงสาวชาวแพนด้าแดงคนหนึ่งกลับดูสงบและหนักแน่น
ถึงแม้ว่าสีหน้าของเธอจะมีความกังวลอยู่บ้าง แต่นัยน์ตาของเธอก็เปี่ยมด้วยความสุขุม
รูปลักษณ์ของเธอค่อนข้างจะวิจิตรเอาเสียมาก ๆ เปี่ยมไปด้วยความสง่า และด้วยความสง่านี้ก็ทำให้เธอดูมีกลิ่นอายของความสูงส่งดั่งคนชั้นสูงอยู่เป็นนิจ
เมื่อเทียบกับเหล่าเผ่าพันธุ์มนุษย์แพนด้าแดงคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้วยกันแล้ว เธอดูสูงศักดิ์กว่ามาก ๆ
ใช่แล้ว เธอคนนี้คือองค์หญิงแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์แพนด้าแดง!
ถึงแม้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะน่าวิตกมาก ๆ แต่เธอก็ไม่ได้หวาดหวั่นและยังสงบอยู่ได้
ทว่า…
เช่นเดียวกับแพนด้าแดงตนอื่น ๆ เธอเองก็ยังคงมีความกังวลอยู่ในใจ
ราชันย์เทวะยุทธ์ทั้งสี่คนที่บุกเข้ามานั้นค่อนข้างจะตึงมือเธอเอาเสียมาก ๆ
ฝั่งพวกเธอนั้นมีเพียงราชันย์เทวะยุทธ์แค่สองคนเท่านั้น
แถมหนึ่งในสองคนก็ยังถูกฆ่าไปแล้วตั้งแต่ตอนที่ถูกอีกฝ่ายเปิดฉากการโจมตีแล้วด้วย คนที่เหลือเองก็บาดเจ็บหนักจากการพยายามอย่างมากเพื่อปกป้ององค์หญิงแห่งเผ่าพันธุ์
ทั้ง ๆ ที่เธอควรจะหนีไปได้แล้วแท้ ๆ
แต่ยานอวกาศที่เธอโดยสารมาก็ดูท่าจะไปต่อไม่ไหว
มันจึงทำให้เพียงไม่นาน เธอก็ถูกตามตัวทัน
หรือว่า…
นี่จะเป็นจุดจบของเธอ จุดจบที่เธอต้องกลายเป็นเตาหลอมให้คนอื่น ๆ ในอนาคต!
คิดได้เช่นนี้ มนุษย์แพนด้าแดงสาวก็อดไม่ได้ที่จะหน้าซีดเผือดไป
[1] มาจากการบ่มเพาะแบบคู่ หมายถึงการบ่มเพาะแบบสองคนเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังมหาศาล โดยมากมักเป็นการ่วมเพศ ผู้มีกายหยินจะเหมาะทำหน้าที่เป็นเตาหลอม