ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 837 พลังที่สามารถสะกดราชันย์เทวะยุทธ์ได้!
บทที่ 837 พลังที่สามารถสะกดราชันย์เทวะยุทธ์ได้!
“ฆ่ามันซะ!”
“เป็นแค่มหาเทวะยุทธ์ระดับต้น แต่กล้าที่จะสอดมือเข้ามาขวางหอการค้าจูหยวน ใจกล้าไม่เบานี่!”
“จัดการไอ้หนูนี่ก่อนเลย!”
“ระวังตัวด้วยนะ ไอ้เด็กนี่มันมีอะไรแปลก ๆ อย่าเผลอประมาทเชียว”
กลุ่มของผู้ปลุกพลังจากหอการค้าจูหยวนคำรามแล้วโถมเข้าไล่ฉู่โม่วตาม ๆ กัน
พวกเขาเหล่านี้เป็นผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์กันหมด และการที่ถูกส่งมาทำภารกิจล่าตัวองค์หญิงแห่งเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงเช่นนี้ แสดงว่าพวกเขาถูกจัดเป็นมือดีของหอการค้าด้วย ตอนนั้นพวกเขาใช้พลังเหนือธรรมชาติผสานเข้าด้วยกัน ปลดปล่อยออกมาเป็นลำแสงทอดยาวที่มาพร้อมกลิ่นอายที่น่ากลัวและห้าวหาญ
ครืน!
มิติรอยแยกเกิดความเสียหาย และพลังแห่งสวรรค์และโลกก็พลอยระเบิดออกมาด้วย
ไม่ว่าจะเป็นที่ใดที่ลำแสงทำลายล้างนั้นเคลื่อนผ่าน มันก็จะทำให้ดวงดาวหรือดาวหางที่เฉียดใกล้พลอยระเบิดไปด้วย
และในส่วนของผู้ปลุกพลังจากเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงเองก็รู้สึกถึงกลิ่นอายที่น่ากลัวนี้ได้เช่นกัน ความน่ากลัวที่ทะยานสูงจนพวกเขาไม่อาจจะยืนหยัดได้
มีเพียงผู้อาวุโสในระดับมหาเทวะยุทธ์ที่บาดเจ็บหนักเท่านั้นที่มีสติพอจะช่วยทุกคนในการสร้างโล่กำบัง
“ระวัง!”
เห็นเช่นนั้น องค์หญิงแห่งเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงก็อดอุทานออกมาไม่ได้
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าฉู่โม่วเป็นใคร แต่ด้วยจิตใจที่อ่อนโยนของเธอ มันก็ทำให้เป็นห่วงชายลึกลับที่เข้ามาช่วยพวกตนยามคับขันเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม
ไม่มีใครคาดคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา บางสิ่งบางอย่างมันน่าเหลือเชื่อสุด ๆ
และตัวองค์หญิงแห่งเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงเองก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสักขีพยานในเหตุการณ์เหลือเชื่อครั้งนี้ด้วย
ในวินาทีที่ลำแสงที่น่ากลัวและน่าเกรงขามกำลังจะเข้าปะทะกับเขา ฉู่โม่วที่กำลังจะถูกกลืนกินหายไปในลำแสง เขากลับทำเพียงถอนหายใจอย่างเยือกเย็นเท่านั้น
ทันทีทันใด
ด้วยถ้อยคำที่แผ่วเบาที่ออกมาจากปาก
“ไม่ต้องห่วง”
เสมือนสายฟ้าฟาดที่ระเบิดออกมาจากปลายลิ้น
ยามที่เสียงนั้นเงียบลง ทุกสายตาก็ได้ยินเสียงของระฆังที่ก้องกังวาน
ภาพต่อมา
เสียงนั้นแผ่กระจายวงกว้างเป็นคลื่นสีทองไปทั่วท้องฟ้า
มันทำให้ราชันย์เทวะยุทธ์ทั้งสี่จากหอการค้าจูหยวนต้องเบิกตากว้างทันที ในแววตาของพวกเขา มันล้วนเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อฉายออกมาให้เห็น
ภายในสนามรบ
กาแล็กซีเกิดรอยแตกร้าว และมันก็เปล่งแสงสีทองออกมามากมาย ระฆังหายนะที่มีขนาดใหญ่ราวกับมหาวิหารปรากฏออกมา มันระยิบระยับด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์และกลิ่นอายแห่งทวยเทพ
แสงศักดิ์สิทธิ์กระจายตัวเป็นวงกว้าง มันปกคลุมพื้นที่และทำให้พลังเหนือธรรมชาติ หรือแม้แต่อาวุธ กระบวนท่าลับต่าง ๆ ที่เป็นปัญหากับราชันย์เทวะยุทธ์ รวมไปถึงเหล่าผู้ปลุกพลังจากหอการค้าจูหยวนอีกมากมายต้องหยุดนิ่งกันไปกลางอากาศ และไม่สามารถขยับเขยื้อนใด ๆ ได้ด้วย
วินาทีนั้น เหมือนเวลาถูกหยุดไป
ซู่ม!
ท่ามกลางความเงียบงัน ร่างของฉู่โม่วลอยตัวผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์นี้ไปยังเหล่าผู้ปลุกพลังจากหอการค้าจูหยวนแล้วปล่อยหมัด
ตูม!
มิติช่องว่างระเบิดออกในทันที
หมัดที่เปี่ยมไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ สร้างหลุมดำขนาดมหึมาขึ้นบนอวกาศแห่งนี้ และหลุมดำยักษ์นี้เองก็ทำลายร่างของเหล่าผู้ปลุกพลังให้กลายเป็นผุยผง แม้แต่เลือดสีทองของพวกเขาก็ยังถูกดูดกลืนจนหายไปหมด
ไม่จบเพียงเท่านี้
ฉู่โม่วยังคงเคลื่อนที่ไปต่อยังผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ
เขายกแขนขึ้นและลดแขนลงอยู่หลายครั้ง และในทุก ๆ ครั้งที่ทำเช่นนี้ ละอองเลือดสีทองก็จะสาดกระเซ็นขึ้นมา มันคือตัวแทนของผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์จำนวนมากมายที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้
“บ้าไปแล้ว!”
“กล้านักนะ!”
ท้ายที่สุด หลังจากที่ฉู่โม่วสังหารผู้ปลุกพลังไปเกือบครึ่งในพริบตา ราชันย์เทวะยุทธ์ทั้งสี่ก็ได้สติกลับมาจากความตกตะลึง
เห็นผู้ปลุกพลังของพวกตนถูกเด็ดหัวไปหลายราย แววตาของเขาก็แดงก่ำ เช่นเดียวกับความโกรธที่ระเบิดออกมาจากร่างพร้อมกับการตะโกนเสียงดัง
แต่เดิมแล้วพวกเขาคิดว่าฉู่โม่วเป็นเพียงมหาเทวะยุทธ์ทั่ว ๆ ไป
ถึงแม้ว่าจะมีกระบวนท่าแปลก ๆ อยู่บ้าน แต่นั่นก็ไม่ใช่อะไรที่น่ากังวลและไม่น่าใส่ใจ
ทว่าภายหลังจากที่เห็นพรสวรรค์ที่ใช้ในการสังหารผู้คนเป็นจำนวนมาก ๆ อย่างรวดเร็ว มันก็ทำให้พวกเขาเริ่มตระหนักถึงความผิดปกติแล้ว
การปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ช่างเป็นอะไรที่น่าละอายใจเสียจริง!
“ตายซะ!”
หนึ่งในราชันย์เทวะยุทธ์เหล่านั้นไม่อาจจะทนได้อีกต่อไป ทั่วทั้งร่างของเขาถูกกระตุ้นลมปราณและเลือดลมไปแล้ว พลังระดับเทพเจ้าถูกปลดปล่อยออกมาและมันเกือบจะทำลายโลกได้เลย
เขาปล่อยหมัด
เสียงหมัดนั้นดังกังวานเสมือนขุนเขาที่ถล่มลงมา ขณะพุ่งเข้าใส่ฉู่โม่วโดยตรง
พลังที่น่าเกรงขามแผ่กระจายออกไปทำลายดวงดาวเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงให้แตกสลายไปก่อนที่จะถึงเป้าหมายเสียอีก
ไม่ต้องสงสัย ราชันย์เทวะยุทธ์ผู้นี้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาแล้ว!
ในความเป็นจริงนั้น พลังระดับนี้สามารถทำให้ราชันย์เทวะยุทธ์คนอื่น ๆ ที่อยู่ในระดับใกล้ ๆ กันบาดเจ็บสาหัสได้เลย
ทว่าฉู่โม่วกลับทำเป็นไม่สนใจ
ไม่เพียงแต่ไม่คิดจะหลบเท่านั้น เขาไม่ได้หันไปมองเลยด้วย เพียงแค่เปล่งเสียงเบา ๆ เสียงนั้นก็กลายเป็นเสียงคำรามของมังกรและช้างดังสะเทือนออกมาจากร่างของเขา ชายหนุ่มกำหมัดแน่นก่อนจะต่อยสวนไปด้วยกำปั้นที่เปล่งแสงสีทองสว่างตา อัดแน่นไปด้วยพลังที่เหนือกว่าจะตีความได้
หมัดนั้นปะทะเข้ากับหมัดของราชันย์เทวะยุทธ์
ตึง!
แรงระเบิดระดับแผ่นดินแตกแยกเกิดขึ้น คลื่นช็อกเวฟระเบิดออกทำเอาผู้ปลุกพลังบางคนถึงกับกระเด็นลอยไปไกลโดยไม่สามารถต้านทานไว้ได้
โดยเฉพาะเหล่าผู้ปลุกพลังจากหอการค้าจูหยวนที่บาดเจ็บอยู่ก่อนหน้าแล้ว ยามที่โดนคลื่นอัดกระแทกนี้ซ้ำ พวกเขาก็กระอักเลือด บ้างก็ร่างแหลกกระจายเป็นส่วน ๆ บ้างก็ใช้ปฐมวิญญาณในการหลบหนีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
ลูกหลงจากการปะทะกันนี้ยังคงอุดมไว้ด้วยความน่ากลัว
ทุกคนในที่นี้คิดไม่ออกเลยว่า ณ จุดกึ่งกลางของการปะทะจะเละเทะขนาดไหน
“ไอ้เจ้าผู้ปลุกพลังที่กล้าหันหน้าเข้าใส่ราชันย์เทวะยุทธ์นั่นคงจะตายแล้วแน่ ๆ!”
“คนคนนี้ ควรจะเรียกได้เลยว่าเป็นผู้ที่ท้าทายสวรรค์มาก ๆ เขามีกระบวนท่าที่แปลกประหลาดมาก ๆ ฉันเองก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน แต่น่าจะเพราะไม่เคยมีใครเอาชนะกระบวนท่านั้นได้ เจ้าตัวก็เลยเหิมเกริมแยกเขี้ยวเข้าใส่ราชันย์เทวะยุทธ์ ถ้าเป็นแบบนั้นก็สมควรตายแล้ว!”
“เจ้านั่นไม่มีทางรอดแน่ ๆ!”
เหล่าผู้ปลุกพลังหลายคนจากหอการค้าจูหยวนคิดแบบเดียวกัน
แต่…
ความเป็นจริงกลับไม่เข้าข้างพวกเขา
เมื่อยามที่ฝุ่นควันจากการระเบิดของแสงศักดิ์สิทธิ์จางหายไป
ฉู่โม่วยังคงยืนไพล่หลังด้วยมือข้างหนึ่ง ท่าทีของเขาปราศจากความเครียดใด ๆ กลับกันมันเป็นฝ่ายราชันย์เทวะยุทธ์ที่กระเด็นลอยออกมา ร่างของเขาชุ่มไปด้วยเลือดทั้งร่าง เห็นได้ชัดว่ามีหลายแห่งที่บาดเจ็บหนัก
“หา!?”
“เป็นแบบนี้ได้ยังไง!”
“มหาเทวะยุทธ์คนนี้… สามารถรับมือกับราชันย์เทวะยุทธ์ได้อย่างงั้นเหรอ!?”
หลาย ๆ คนตาเบิกโพลง พวกเขาไม่อาจจะเชื่อในสายตาตนเองได้
โดยเฉพาะราชันย์เทวะยุทธ์อีกสามคนก็ยิ่งตกตะลึงมากกว่าใคร พวกเขาอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น “ซาร์ นี่ท่านกล้าประมาทไอ้เด็กนี่งั้นเหรอ!?”
พวกเขาคิดว่าราชันย์เทวะยุทธ์ผู้นี้ประมาทถึงได้บาดเจ็บหนักขนาดนี้
แต่ใครจะไปคาดคิด ภายหลังจากที่ราชันย์เทวะยุทธ์ผู้ที่บาดเจ็บหนักได้ฟังเช่นนั้น เขาก็พยายามจะพูดอะไรบางอย่างออกมา ทว่าทันทีที่อ้าปาก เลือดสีทองก็ทะลักราวกับมันหลั่งออกมาจากภายใน
เขาพยายามพูดด้วยสีหน้าซีดเผือด “ฉัน… ไม่ได้ประมาท… ไอ้เด็กนี่…มันแปลกจริง ๆ!”
“ว่ายังไงนะ!?”
ได้ยินเช่นนั้น ราชันย์เทวะยุทธ์อีกสามคนก็แทบจะไม่เชื่อหูตนเอง
การที่ได้เห็นสีหน้าซีดเผือดของซาร์ พวกเขาก็ต้องจำใจเชื่อ
“จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้!”
ทั้งสามหันมองหน้ากันเอง “ร่วมมือกันจัดการเจ้าเด็กนี่ก่อน!”
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว พวกเขาก็ปลดปล่อยพลังออกไปพร้อม ๆ กันเพื่อจัดการกับฉู่โม่ว
อย่างไรก็ตาม
“ถึงตาของพวกนายบ้างแล้วสิ!”
จิตสังหารผุดขึ้นในแววตาของฉู่โม่ว
หลังจากที่เขาออกมาจากเขตแดนลับมายาคราม ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมามากนัก แต่เขาก็ได้ประมือกับผู้แข็งแกร่งมากมายมาตลอดทาง มันจึงทำให้เขาพัฒนาความแข็งแกร่งอยู่ตลอด
เกือบจะทุก ๆ วันก่อนหน้านี้ ไม่มีวันไหนเลยที่เขาไม่ได้ต่อสู้
มันเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่ที่เขาออกจากเขตแดนลับ
ดังนั้นจึงพูดได้ว่า พลังของเขาหากเทียบกับก่อนหน้านี้ มันได้พัฒนาขึ้นมาเยอะแล้ว
แต่เดิมที่ไม่สามารถกำจัดราชันย์เทวะยุทธ์ได้ในพริบตา แต่ในตอนนี้ เขาสามารถทำมันได้อย่างง่ายดาย
แม้ว่าศัตรูจะเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ถึงสี่คนร่วมมือกัน ฉู่โม่วก็ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด
พร้อมกันนั้น
ภายในใจของเขาก็ขับเอาจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่รุนแรงออกมาด้วย!