ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 836 เคลื่อนไหว!
บทที่ 836 เคลื่อนไหว!
“ต่อให้ต้องตาย ฉันก็ไม่ยอมเป็นเตาหลอมให้พวกมันแน่!”
แววตาของหญิงสาวถูกเติมเต็มด้วยความมั่นใจ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะยอมเข้าสู้จนตัวตาย
ชาติตระกูลคือองค์หญิงแห่งเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงที่ยิ่งใหญ่ เธอสูงส่งและมากด้วยพรสวรรค์อันเหลือล้ำ ดังนั้นเธอจึงเปรียบเสมือนความหวังของเผ่าพันธุ์
ในตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับการซุ่มโจมตีเช่นนี้
ต่อให้เธอต้องตาย ก็จะไม่ยอมสูญเสียจุดยืนของตนเป็นอันขาด
“น่าเสียดายที่ฉันจะต้องทำให้ท่านปู่ผิดหวัง!”
มนุษย์แพนด้าแดงสาวกำเม็ดหยกที่ห้อยคอตนไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง สิ่งนี้เป็นสมบัติที่ได้รับมาจากท่านปู่ มันถูกสลักไว้ด้วยอักขระลึกลับที่สามารถช่วยป้องกันการโจมตีจากเหล่าราชันย์เทวะยุทธ์ได้
ท่านปู่ของเธอสละพลังของตัวเองเพื่อสร้างสมบัติปกป้องหลานผู้เป็นที่รัก
แต่เพราะการที่ต้องเผชิญหน้ากับสี่ราชันย์เทวะยุทธ์ที่เข้าโจมตี มันทำให้พลังของจี้หยกชิ้นนี้ไม่สามารถแบกรับไหวและสูญเสียพลังไป
หญิงสาวรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมากเมื่อคิดว่าหลังจากเธอตาย ปู่ของเธอจะต้องเศร้าเสียใจจนออกไปสู้กับพวกหอการค้าจูหยวนด้วยตนเอง
ปู่ของเธอน่ะแก่มากแล้ว
ทั้งพลังปราณและเลือดในร่างก็เริ่มจะเหนื่อยล้า ต่อให้จะเป็นเทพเจ้า เขาก็ถือว่าอยู่ในช่วงขาลง
หากเขาเลือกที่จะพักผ่อนก็จะยังพอมีพลังเหลือให้อยู่ต่ออีกนับหมื่นปี แต่ถ้าใช้พลังละก็ พลังชีวิตของเขาอาจจะหมดในเร็ว ๆ นี้ก็ได้
และเธอไม่อยากให้มันเป็นเช่นนั้น ดังนั้นเธอไม่มีทางเลือกอื่น
“ขอโทษด้วยนะคะ!”
เธอกล่าวพึมพำภายในใจ ก่อนจะรีบชักเอากริชที่สร้างจากนิลหมายจะทำการปลิดชีพตัวเองเสีย
“องค์หญิง!”
“ทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ!”
“แม้ว่าเหล่าข้ารับใช้เช่นพวกเราจะสิ้นหวัง แต่พวกเราจะพยายามให้ถึงที่สุด ได้โปรดอย่าฆ่าตัวตายเลยนะครับ!”
การกระทำขององค์หญิง ทำให้เหล่ามนุษย์แพนด้าแดงคนอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ ต้องรีบเข้าห้าม
หนึ่งในพวกเขา ชายชราที่มีสีหน้าซีดกัดฟันแน่นแล้วพูด “องค์หญิง กระผมผู้นี้ยังคงมีไพ่ตายเหลืออยู่ นั่นคือกระผมสามารถเผาผลาญพลังงานชีวิตและเพิ่มพลังให้สูงเทียบเท่าจุดสูงสุดของขั้นมหาเทวะยุทธ์ได้เลย ถึงแม้ไม่พอที่จะเอาชนะ แต่กระผมก็สามารถซื้อเวลาให้ท่านได้ ขอให้ท่านใช้โอกาสนี้ แล้วรีบหนีไปเสีย!”
“มันไม่มีประโยชน์หรอกน่า!”
หญิงสาวหน้าซีดเซียว “ต่อให้สามารถซื้อเวลาได้ แต่คิดว่าจะมากขนาดไหนกันเชียว… ทั่วทั้งดาราจักรนี้น่ะ มีแต่คนของหอการค้าจูหยวนเต็มไปหมด ในเมื่อพวกนี้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว พวกมันจะต้องเตรียมการมาอย่างดีแล้วแน่ ๆ ดังนั้น ไม่ว่ายังไง ฉันก็หนีไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”
“แทนที่จะลุ้นว่าจะรอดจากเงื้อมมือของราชันย์เทวะยุทธ์ไปได้หรือเปล่า สู้ฆ่าตัวตายไปเลยตั้งแต่ตอนนี้ยังเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่า ฉันรู้ตัวดีว่าตัวเองมีค่าขนาดไหน เพราะงั้นฉันก็จะทำให้พวกหอการค้าจูหยวนต้องคว้าน้ำเหลวและผิดหวังกับการกระทำในครั้งนี้ด้วย!”
ท้ายที่สุด แม้ว่าสีหน้าของเธอจะซีดลง แต่เธอก็ยังมั่นใจในทางที่เลือกไว้
ผู้ปลุกพลังทุกคนนั้นกลัวความตาย โดยเฉพาะผู้ที่พยายามไต่เต้าขึ้นไปยังขั้นที่แข็งแกร่งขึ้น พวกเขาพยายามไขว่คว้าอายุขัยที่มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่นั่นก็ยังทำให้พวกเขากลัวที่จะตายก่อนวัยอันควรด้วย
มีผู้ปลุกพลังเพียงหยิบมือหนึ่งเท่านั้นที่กล้าจะเผชิญหน้ากับความตาย และมันมีเพียงน้อยนิดมาก ๆ
ทว่าสตรีผู้นี้ ผู้ที่เป็นถึงองค์หญิง เด็กสาวผู้เอาแต่ใจ แต่ในยามที่ต้องเจอกับสถานการณ์ที่พัวกันกับชีวิต เธอก็แสดงความมุ่งมั่นได้อย่างชัดเจน
เพราะงั้นตอนนี้…
แม้จะไม่ชื่นชอบนัก แต่เหล่าผู้อาวุโสแห่งเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงก็ต้องชื่นชมเธอกับการตัดสินใจอันแน่วแน่นี้
พวกเขาอยากจะให้องค์หญิงของตนได้เติบโตและมีเวลาฝึกฝนมากกว่านี้ เพราะพวกตนเชื่อว่า องค์หญิงจะต้องกลายเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้แน่ ๆ
และเมื่อเวลานั้นมาถึง เผ่ามนุษย์แพนด้าแดงก็จะสามารถหลุดออกจากการเป็นเป้าหมายที่จะถูกดักจับตัวโดยเผ่าพันธุ์อื่นได้
แต่ช่างโชคร้าย…
ความหวังทุกอย่างดูเหมือนจะพังทลายเพราะพวกหอการค้าจูหยวน
‘น่ารังเกียจจริง ๆ!’
เขาโกรธแค้นอยู่ภายในใจ
หลังจากตระหนักได้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ชายชรายังคงเกลี้ยกล่อม “องค์หญิง ไม่ว่าจะอย่างไร ตราบใดที่ท่านยังไม่จนแต้ม ขอให้ท่านอย่าเพิ่งปลิดชีพตัวเองเลยครับ… เกิดสิ่งเหล่านี้มันวกกลับไปหาเฉินเสวี่ยนจะทำอย่างไร?”
ยามที่ได้ยินเช่นนั้น
หญิงสาวก็เกิดความลังเล
และแล้วตอนนั้นเอง เสียงที่ห้าวหาญก็ดังขึ้นมา “ที่นี่ถูกฉันผู้ยิ่งใหญ่ล้อมเอาไว้หมดแล้ว นี่พวกแกจะรอให้พวกผู้ปลุกพลังจากเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงมากันก่อนหรือไง? รีบ ๆ จับพวกมันไว้เร็ว ๆ!”
“ถ้าพวกแกเลิกคิดต่อต้าน ฉันก็จะไว้ชีวิตให้ แต่ถ้าไม่ ต่อให้พวกแกจะตาย ฉันผู้นี้ก็จะกักขังดวงวิญญาณของพวกแกไว้ และส่งไปยังนรกชั่วนิรันดร์ ที่นั่นดวงวิญญาณของพวกแกจะถูกจองจำไปตลอดกาล!”
สิ้นเสียง…
ครืน!
ลำแสงถูกยิงออกจากปากกระบอกปืนปะทะเข้ากับยานอวกาศของเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงจนเกิดรูโหว่ขนาดใหญ่
เมื่อมองออกไปจะพบว่าท้องฟ้าประกายดาวด้านนอกนี้ เต็มไปด้วยยานอวกาศอีกหลายสิบลำ ควบคู่ไปด้วยผู้ปลุกพลังที่เกรี้ยวกราดอีกนับร้อย ๆ คน
เบื้องบนพวกเขา ราชันย์เทวะยุทธ์สี่คนกำลังลอยตัวอยู่ พวกเขาเหล่านั้นมีกลิ่นอายที่เหี้ยมโหดประดุจหลุดออกมาจากขุมนรก แม้จะปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาเสมือนดวงตะวัน แต่ก็เป็นตะวันที่ขึ้นอยู่ในนรกอันน่าสะพรึงกลัว
เห็นเช่นนั้น
หญิงสาวก็รู้สึกสิ้นหวังทันที
“ส่งข้อความออกไป….”
“ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ เราไม่มีทางถอยกลับอีกแล้ว”
“มันจะมีผู้ที่แข็งแกร่งผ่านมาแถวนี้ได้ยังไง…หรือต่อให้มี มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะช่วย…”
เธอกำลังพูด…
แต่ก่อนที่จะได้พูดจบ เธอก็สังเกตเห็นคนรับใช้ข้าง ๆ กายนั้นตาเบิกโพลง แววตาของสาวใช้นั้นดูจะเปี่ยมไปด้วยความเหลือเชื่อราวกับเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้สาวเจ้าไม่อาจจะระงับความตกใจได้
หันมองตามสายตานั้น
องค์หญิงแห่งเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงเองก็ต้องตะลึง
ที่ปลายสายตา เธอเห็นแสงศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเกรงขามถูกยิงออกมา ไม่ว่ามันจะเคลื่อนผ่านไปทางไหน จุดนั้นก็จะเกิดช่องว่างมิติขึ้นมา พลังแห่งโลกและสวรรค์ล่องลอยเสมือนถูกกระตุ้นให้ระเบิดออก ตามมาด้วยพลังของลม ไฟ สายฟ้าและแสงสว่าง ทุกสิ่งผสานรวมอยู่ในพลังศักดิ์สิทธิ์นี้
ยานอวกาศของหอการค้าจูหยวนหลายลำ รวมถึงเหล่าผู้ปลุกพลังอีกหลายคนต่างถูกพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นกลืนกินโดยไม่ทันได้โต้ตอบอะไรเลยด้วยซ้ำ
“อะไรน่ะ?”
“ใครมันลอบโจมตีพวกเรากัน!?”
“เลิกซ่อนตัวแล้วเผยตัวตนออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
“พวกฉันคือคนของหอการค้าจูหยวน แกกล้าดียังไงถึงมาหาเรื่อง! จะบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!”
การโจมตีนี้ทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังจากหอการค้าจูหยวนต้องตกตะลึง พวกเขาตะโกนออกมาพร้อมกับมองหาต้นตอไปด้วย
โดยเฉพาะเหล่าราชันย์เทวะยุทธ์ทั้งสี่ที่โกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าใคร
พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะมีคนอื่น ๆ อยู่แถวนี้ คนที่พวกเขาไม่แม้แต่จะรู้สึกถึงมาก่อน!
“เผ่าพันธุ์ไหนกันที่กล้ามายุ่งเกี่ยวกับธุระกงการของหอการค้าจูหยวน!”
“ในเมื่อพวกแกกล้าที่จะทำ ก็กล้าที่จะโผล่หัวออกมาด้วยสิ!”
ราชันย์เทวะยุทธ์คนหนึ่งพูดออกมาด้วยความเยือกเย็น
ทว่า…
แม้จะพูดไปเช่นนั้น แต่เขาก็ยังหาร่างอื่นนอกเหนือจากที่เห็นไม่เจอ กลับกันสีหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ราวกับว่าสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เขาไม่กล้าที่จะลังเลและรีบถอยกลับออกไปอย่างรวดเร็ว
ความเร็วของเขานั้นไม่ถือว่าแย่เลย
เกือบจะพริบตาเดียว เขาก็ถอยห่างจากจุดเดิมไปกว่าแสนกิโลเมตรแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น
ด้วยคลื่นที่มองไม่เห็น ราชันย์เทวะยุทธ์ผู้นี้ก็ร้องออกมาเสียงดัง เขาเห็นเพียงแขนของตนถูกตัดขาดกับเลือดปริมาณมหาศาลที่หลั่งไหลออกมา
“น่าเสียดาย…”
น้ำเสียงที่เศร้าเสียใจดังขึ้นมา
จากนั้น
ร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นต่อสายตาของทุกคน
เจ้าของร่างนั้นคือ ฉู่โม่ว
ในตอนแรกเขาซ่อนตัวอยู่ด้วยพลังธาตุความมืด หมายจะสังหารราชันย์เทวะยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดก่อนสักคน แต่ใครจะไปคาดคิดว่าราชันย์เทวะยุทธ์ผู้นี้จะรับรู้ได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาจากจิตสังหารที่เขากระตุ้น เพราะงั้นทันทีที่ตระหนักได้ถึงความผิดปกติ ราชันย์เทวะยุทธ์ผู้นี้ก็รีบถอยหนีอย่างรวดเร็วทันที
ผลลัพธ์นั้นก็นับว่าคุ้มค่าอยู่ไม่น้อยแม้จะเสียแขนไปข้างหนึ่ง
ทว่ากลับเป็นฝ่ายฉู่โม่วที่ค่อนข้างจะเสียใจมาก ๆ
และในขณะเดียวกันนั้นเอง
เมื่อทุกคนได้เห็นชายหนุ่ม พวกเขาต่างก็มีท่าทีแตกต่างกันออกไป
ผู้ปลุกพลังจากหอการค้าจูหยวนที่มาอยู่กันพร้อมหน้าด้วยกองทัพอันทรงพลังต่างระวังตัวกันสุด ๆ ทว่าเมื่อพวกเขาตระหนักได้ถึงขั้นของฉู่โม่ว พวกเขาก็ต้องตกตะลึง
“เจ้านั่นแค่มหาเทวะยุทธ์นี่?”
“ก็แค่มหาเทวะยุทธ์ระดับต้นเองไม่ใช่หรือไง!”
“กล้าดียังไง! พวกฉันหอการค้าจูหยวนกำลังทำการใหญ่ แกกล้าดียังไงมาขัดขวาง หา!”
ผู้ปลุกพลังมากมายเกรี้ยวกราด
ส่วนราชันย์เทวะยุทธ์ที่ถูกฉู่โม่วตัดแขนขาดนั้นดูจะโกรธเคืองมาก เขามองชายหนุ่มด้วยจิตสังหารที่แรงกล้า