ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 848 อาณาจักรหมาป่าสวรรค์!
บทที่ 848 อาณาจักรหมาป่าสวรรค์!
เวลาผ่านไปเชื่องช้า แต่ก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
บนดาวดวงเดิม
ฉู่โม่วที่อยู่ในดาวดวงนี้เพียงคนเดียว รู้สึกได้ถึงคลื่นผันแปรในร่างกายของเขา
ทันใดนั้น เขารีบลืมตาตื่นขึ้นมา
แสงสวรรค์สองดวงสว่างขึ้นมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเขา มันทะลุเข้าไปในช่องว่างมิติ ส่องไกลไปยังดินแดนที่ไกลแสนไกลก่อนจะหายไป
‘การคาดเดาก่อนหน้าของฉันถูกต้องจริง ๆ!’
‘ใช้โลกและสวรรค์เป็นเตาหลอมตนเอง เป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด!’
ชายหนุ่มถอนหายใจโล่งอกและผุดยิ้มขึ้นมา
ยามที่ได้พินิจมองตนเอง
ก็พบว่าร่างกายของเขาดูดกลืนเพลิงจากผืนพิภพมาบ่มเพาะร่างของตนเองจนมีพลังธาตุไฟติดอยู่ภายในนี้แล้ว
หลังจากผ่านไปหลายเดือน เขาได้ดูดกลืนพลังงานทั้งหมดของเพลิงจากผืนพิภพ และตอนนี้มันทำให้ร่างกายของเขาได้รับการพัฒนาเป็นอย่างมาก
อย่างแรกสุดเลย มลทินที่ตกค้างอยู่ในร่างกายถูกขจัดไปจนหมดตั้งแต่ที่บ่มเพาะร่างกาย
แต่เดิมร่างกายของเขานั้นบริสุทธิ์และไร้ที่ติอยู่แล้ว ภายหลังจากการที่ได้ทำการชำระล้างไขกระดูกด้วยตำราแห่งการเปลี่ยนแปลงอยู่หลายครั้ง มันก็แทบไม่ได้มีการขจัดมลทินที่หลงเหลือออกเลย ผิดกับในตอนนี้ที่เขาฝึกฝนตนเองด้วยเพลิงพิภพ มันช่วยทำการขจัดมลทินต่าง ๆ ที่ตกค้างและเสริมสร้างให้ร่างของเขาแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า แกร่งกล้าเสมือนกับแผ่นเหล็กที่ถูกตีซ้ำจนอัดแน่นเป็นร้อยเท่าจากปกติ
สิ่งนี้ทำให้ฉู่โม่วเข้าถึงระดับการชำระล้างที่ลึกขึ้นอีกครั้ง
ร่างกายของเขามันบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น เส้นลมปราณก็ขยายออก และอวัยวะภายในเองก็พัฒนาด้วยเช่นกัน
ไม่เพียงแต่ความเร็วในการดูดกลืนอณูแห่งชีวิตของโลกและสวรรค์จะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเท่านั้น มันยังช่วยให้การพัฒนาพลังสูงสุดของเขาสามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่เขากระตุ้นเลือดและลมปราณด้วย
ถึงจะดูเหมือนพลังกายเขาจะไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่แท้จริงแล้วสิ่งนี้ก็เพิ่มขึ้นเหมือนกัน
อย่างไรเสีย…
ไม่ว่าผู้ปลุกพลังจะแข็งแกร่งขนาดไหน แต่เขาก็มีขีดจำกัดที่เมื่อถึงระดับนั้นพวกเขาจะสามารถระเบิดพลังออกมาได้ในพริบตา
หากจะเปรียบผู้ปลุกพลังธรรมดาระเบิดพลังได้เทียบเท่ากับสายน้ำขนาดเล็ก ฉู่โม่วก่อนหน้านี้ก็เป็นดั่งลำธารไหลเอื่อย และหลังจากการที่ได้บ่มเพาะร่างกายอยู่ในวงล้อมแมกมา การระเบิดพลังระดับสุดยอดของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ในตอนนี้มันอาจจะเทียบเท่าแม่น้ำข้ามทวีปได้แล้ว
การพัฒนาตนเองในครั้งนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันก้าวหน้าไปอย่างมาก
และนี่… เป็นเพียงการบ่มเพาะครั้งแรก
ด้วยความที่มีกระบวนท่าใช้โลกและสวรรค์เป็นเตาหลอมตนเองนั้น นี่จะไม่ใช่เพียงครั้งเดียวอย่างแน่นอน
เขาสามารถฝึกฝน บ่มเพาะตนเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด นั่นหมายถึงฉู่โม่วยังสามารถหลอมร่างตนเองใหม่ได้ และมันจะช่วยทำให้การระเบิดพลังสูดสุดของเขาสูงขึ้น
ในตอนท้าย มันก็จะอยู่ในจุดที่น่ากลัวมาก ๆ
บางทีสักวันหนึ่ง
ต่อหน้าเขา ลำดับขั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป
“หากฉันเคยพูดว่าสิ่งนี้ดูจะไม่น่าเชื่อถือมาก่อน เห็นทีคงต้องถอนคำพูดซะแล้วสิ ตอนนี้ฉันมั่นใจมาก ๆ เลยว่า กระบวนท่าหลอมสร้างอาวุธนั้น ต่อให้จะไม่ใช่มรดกสืบทอดจากกระบวนท่าหลอมสร้างอาวุธ แต่มันย่อมเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างแน่นอน!”
“เขตแดนลับช่างเป็นสถานที่ที่รวบรวมความน่าค้นหาไว้จริง ๆ ฉันจะต้องหาให้เจอแล้วเข้าไปสำรวจเพิ่มอีก!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตนเอง
เพียงแค่มรดกชิ้นเดียวที่สลักไว้ แถมไม่ใช่อะไรที่สลักสำคัญด้วย แต่ก็ยังทรงพลังได้ถึงเพียงนี้
ชายหนุ่มจินตนาการไม่ออกเลย
หากเขาสามารถตามล่าหามรดกที่ถูกสลักไว้มาได้ทั้งหมดมันจะเป็นอย่างไร!
มันจะเป็นอย่างไรหากสามารถเข้าไปในวิหารหรือบ่อน้ำได้?
‘แต่…’
‘เขตแดนลับนั่นก็อันตรายมาก ๆ อยู่ ไหนจะการที่ยังไม่มีเบาะแสอะไรเลยอีก’
‘งั้นสิ่งที่ต้องทำด่วนที่สุด ก็คงจะเป็นการสืบหาข่าวเกี่ยวกับเขตแดนลับนั้น ระหว่างนั้นก็ไล่หาสถานที่ต่าง ๆ เพื่อที่จะดึงพลังของที่นั้น ๆ มาบ่มเพาะตนเองไปด้วย!’
มันไม่ใช่งานง่ายที่จะได้มาซึ่งข้อมูลของเขตแดนลับ
อย่างไรเสียอวิ๋นเหอก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่มากนัก และเขตแดนลับก็เปิดเมื่อหลายสิบปีก่อน ระยะเวลามันห่างกันเกินไป นอกจากผู้อาวุโสจริง ๆ คนนอกไม่สามารถรู้อะไรในจุดนี้ได้เลย
ในส่วนของการแสวงโชค มันจะเป็นต้องไปยังสถานที่ที่การฝึกยุทธ์เจริญรุ่งเรือง
ถึงแม้ว่าเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงจะมีความเก่งกล้า แต่ถ้ามองโดยรวม พวกเขาก็เป็นเพียงแค่จุดหนึ่ง แถมในเหล่าผู้สืบทอดเผ่าพันธุ์ก็ไม่ได้มีความน่าเลื่อมใสหรือนับถือเหมือนรุ่นก่อน ๆ ด้วย
‘เพราะฉะนั้น…’
‘ฉันคงต้องไปที่เมืองหลวงของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์!’
‘ถ้าเป็นที่นั่น ก็จะสามารถหาตัวผู้อาวุโสสักคนได้ และเป็นไปได้ด้วยที่จะสามารถหาข่าวเกี่ยวกับเขตแดนลับ ขณะเดียวกันก็อาจจะสามารถท้าทายพวกยอดฝีมือทั้งหลายแล้วชิงเอาพลังมา!’
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วก็เตรียมแผนการที่จะออกจากที่นี่ไว้ในใจแล้ว
…
สามวันให้หลัง
ฉู่โม่วกล่าวคำลากับอวิ๋นเหอ
ในส่วนของอวิ๋นหลิง เธอยังคงอยู่ในแดนบรรพชน
เธอคนนี้มีร่างกายที่พิเศษ หากติดตามฉู่โม่วไปยังอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ด้วย มันจะนำพาปัญหามาอีกมากมายเลยทีเดียว
นั่นเป็นเหตุผลที่ชายหนุ่มทิ้งเครื่องรางหยกที่มีพลังฝังอยู่ข้างในไว้ให้กับเธอ และอวิ๋นหลิงก็ค่อนข้างจะพอใจมาก ๆ หากเธอสามารถติดต่อหาเขาได้ยามที่มีอะไรเกิดขึ้น
ด้วยการมาส่งของอวิ๋นเหอและอวิ๋นหลิง ฉู่โม่วก็เดินทางออกจากเกาะบรรพบุรุษของเผ่ามนุษย์แพนด้าแดงไป
เขาขึ้นยานอวกาศ เดินทางไปในอวกาศอันกว้างใหญ่ มุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์
ถึงแม้ว่าจะมีจุดมุ่งหมายชัดเจน
แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้เดินทางเต็มความเร็ว ระหว่างทางนั้น หากเจอดาวเคราะห์ที่มีความพิเศษ เขาก็จะสามารถหยุดยานแล้วลงไปสำรวจบนดาวดวงนั้นได้ และเมื่อมั่นใจแล้วว่าที่ดาวดวงนั้นไม่มีอะไรแปลกประหลาด เขาก็จะสามารถกลืนกินพลังและเปลี่ยนมันเป็นอาหารให้กับกายาทองคำนิรันดร์ได้
หรือถ้าบนดาวดวงนั้นมีสิ่งแปลกประหลาดเหมือนไฟประหลาดที่เผาไหม้ทั้งโลกและสวรรค์ เขาก็จะสามารถนำพลังนั้นมาบ่มเพาะตนเองได้อีก
แผนเป็นเช่นนี้…
ดังนั้น จากการเดินทางที่ควรจะมีระยะเวลาเดินทางเพียงครึ่งเดือน แต่ฉู่โม่วกลับต้องใช้เวลาเดินทางทั้งหมดรวมเจ็ดเดือนเต็มเลย
เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเมื่อเขาเข้ากระบวนการดูดกลืนและบ่มเพาะร่างกาย เขาใช้พลังของการเร่งเวลา ไม่เช่นนั้นแล้ว กระบวนการเหล่านี้อาจจะทำเสร็จได้ยากในเวลาสิบปีแน่ ๆ
วันนี้
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังฝึกฝนอยู่ในยานอวกาศ เขาก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนจากตัวยานอวกาศของตนว่า เขากำลังเข้าใกล้จุดหมายปลายทางแล้ว
ได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้นแล้วลุกเดินออกไปยังห้องโดยสาร
มองออกไปผ่านหน้าต่าง เขาสามารถมองเห็นจักรวาลที่อยู่ไกลออกไป ที่ปลายสายตานั้น มีดวงดาวที่ใหญ่เสียจนไม่อาจจะหาอะไรมาเปรียบเทียบได้อยู่
พูดกันตามตรง มันดูไม่เหมือนดาวเคราะห์สักเท่าไหร่
ด้วยความที่มันไม่ได้กลมเรียบ แต่มองผิวเผินแล้วค่อนข้างคล้ายกับหมาป่า
บนดาวดวงนั้น แสงศักดิ์สิทธิ์เปล่งปลั่งออกมา ยานอวกาศมากมายเข้าและออก ปะปนไปด้วยลำแสงที่พุ่งไปมา วงโคจรระหว่างดวงดาวต่อขยาย ทำให้ดาวเคราะห์ดวงนี้ดูมีแขนที่กำลังยื่นเข้าไปยังจักรวาลที่อยู่ไกลกว่านี้
ถึงแม้ว่าจะอยู่ไม่ใกล้
แต่มองจากไกล ๆ ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายยิ่งใหญ่ที่พร้อมจะกลืนกินเขาได้ทุกเมื่อ
ฉันมาถึงแล้ว อาณาจักรหมาป่าสวรรค์!
…
“ยานอวกาศที่กำลังบินเข้ามา ที่นี่คือท่าเทียบยาน โปรดให้เราตรวจสอบด้วย”
เขาขับยานเข้าไปยังจุดดังกล่าว ก่อนจะจอดยาน เสียงเตือนก็ดังขึ้น
ฉู่โม่วปฏิบัติตามคำขอของอีกฝ่ายและจอดเทียบที่ท่าเทียบยาน
ซู่ม!
ประตูเปิดออกและชายหนุ่มก็เดินออกมา ทันใดนั้นเขาก็พบกับผู้ปลุกพลังจำนวนมากเดินตรงเข้ามาหาเขา
“มาทางนี้ แล้วลงทะเบียนก่อน”
ผู้ปลุกพลังคนแรกกล่าวชี้แนะ
คนคนนี้ดูเหมือนเป็นมนุษย์หมาป่าอยู่เล็กน้อย มีพลังที่ไม่แข็งแกร่งมาก เขาน่าจะอยู่เพียงระดับมหาเทวะยุทธ์เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับดูไม่ไยดีกับฉู่โม่วที่เป็นมหาเทวะยุทธ์เช่นเดียวกันสักเท่าไหร่ กลับกันยังดูไม่ค่อยแยแสอะไรด้วย
ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาเดินตรงไปด้านหน้า
ตอบคำถามที่อีกฝ่ายถามทีละคำถาม
พักหนึ่ง เมื่อการลงทะเบียนสิ้นสุดลง ผู้ปลุกพลังรูปร่างเหมือนมนุษย์หมาป่าก็ตบกระดาษที่ใช้สำหรับลงทะเบียนเบื้องหน้าเสียงดัง “นี่เป็นอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ ผู้ปลุกพลังต่างถิ่นจะต้องปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้น ไม่ว่าพวกคุณจะมาจากไหน มีภูมิหลังอย่างไร พวกคุณก็จะต้องถูกลงโทษทั้งหมด!”
โดนเตือนมาเช่นนั้น
จากนั้นเขาก็วางใบรับรองประจำตัวให้ฉู่โม่ว ซึ่งมันบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ของเขาเอาไว้
สิ่งนี้… เป็นเครื่องบ่งบอกว่า ฉู่โม่วได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและอนุญาตให้เข้าไปในดวงดาวขนาดใหญ่นี้ได้แล้ว