ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 849 หอการค้าจูหยวน
บทที่ 849 หอการค้าจูหยวน
“อย่างที่คิดไว้จริง ๆ เมืองหลวงของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์นี้ ความเจริญรุ่งเรืองของวรยุทธ์สูงกว่าเผ่าพันธุ์อื่น ๆ จริง ๆ!”
บนท้องถนน ฉู่โม่วหันมองผู้ปลุกพลังจากทุกหนแห่งที่สัญจรกันไปมา เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ
หลังจากที่ได้เข้ามาในดาวดวงนี้แล้ว เขาก็รีบมุ่งหน้ามายังเมืองที่ใหญ่ที่สุดทันที
ที่นี่มีผู้ปลุกพลังอยู่ทุกหนทุกแห่ง มีหลากเผ่าพันธุ์ และสามารถพบเห็นมหาเทวะยุทธ์เดินเข้าออกร้านค้าต่าง ๆ มากมายจนเป็นเรื่องปกติ และยังสามารถพบเห็นราชันย์เทวะยุทธ์จำนวนไม่น้อยได้อีกด้วย
นอกจากนี้…
ฉู่โม่วยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจาง ๆ ที่อยู่ภายในเมืองนี้ กลิ่นอายของผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่ง
ผู้ปลุกพลังทั้งหลายภายในเมืองนี้ ล้วนเป็นตัวตนระดับเทพเจ้ากันหมด!
“เพียงแค่พลังที่สัมผัสได้ผิวเผินก็แข็งแกร่งกว่าดาราจักรกลุ่มดาวกันย์เสียอีก!”
“ดูเหมือนว่าถ้าเทียบกันในดาราจักรอสรพิษสวรรค์แล้ว ดาราจักรกลุ่มดาวกันย์จะยังตามหลังอยู่มากในแง่ของการพัฒนาวรยุทธ์สินะ!”
เขาพึมพำกับตนเอง
ภายในดาราจักรกลุ่มดาวกันย์ นอกจากกองกำลังลับที่ซ่อนอยู่ในทะเลสาบแล้ว เผ่าพันธุ์ของดวงดาวนี้ถือเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในระบบกลุ่มดาวนี้ ทว่ากลับมีมหาเทวะยุทธ์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำหน้าที่ดูแลที่นั่น
ในขณะที่อาณาจักรหมาป่าสวรรค์นั้นเป็นเพียงกองกำลังระดับสามในดาราจักรอสรพิษสวรรค์ แต่กลับมีมหาเทวะยุทธ์มากมายอาศัยอยู่ที่นี่
ความแข็งแกร่งระดับนี้ ทำให้ดาราจักรกลุ่มดาวกันย์เทียบไม่ติดจริง ๆ
ทว่าฉู่โม่วก็ยังไม่ได้ใส่ใจอะไรอยู่ดี หลัก ๆ เขาแค่รู้สึกตื่นเต้นเท่านั้น
การที่วรยุทธ์ในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์นี้เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก นั่นแสดงให้เห็นว่า จะต้องมีสมบัติมากมายอยู่ที่นี่ และนี่คือเวลาที่จะถือโอกาสซื้อสมบัติพวกนี้มาเก็บเอาไว้
แน่นอน…
อยู่ที่นี่เขาจำเป็นต้องทำตัวติดดินไว้เสียก่อน จะไม่เปิดเผยถึงทรัพย์สินเงินทองใด ๆ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมาย
เมื่อตอนอยู่ในอาณาจักรจันทราสีเลือดนั้น เหตุผลที่เขาสามารถทำตัวอวดดีเวลาจับจ่ายซื้อของได้ นั่นก็เพราะผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งที่สุดที่นั่นเป็นเพียงราชันย์เทวะยุทธ์ไม่กี่คนเท่านั้น เขาไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวแต่อย่างใด แต่ที่นี่ต่างออกไป ราชันย์เทวะยุทธ์ในดินแดนแห่งนี้มีมากมายนัก ต่อให้เขาจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน ก็คงจะไม่สามารถรับมือไหวอย่างแน่นอน
เพราะงั้น…
ก่อนที่ความแข็งแกร่งจะพัฒนามากไปกว่านี้ เขาจำเป็นต้องทำตัวติดดินไว้ก่อน
‘ไปร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนแห่งนี้ก่อน แล้วก็หาซื้อเสบียงไว้ใช้สำหรับการฝึกดีกว่า!’
ฉู่โม่วตัดสินใจ
ร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่ เป็นตึกที่สูงใหญ่อลังการ มันเลยทำให้ชายหนุ่มสามารถหาได้ง่าย ๆ
ใช้เวลาไม่นานนัก เขาก็เดินทางมาถึงเป้าหมาย
หอการค้าจูหยวน!
มองไปยังชื่อที่ตระหง่านอยู่หน้าร้าน ชายหนุ่มอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้
ผู้ปลุกพลังที่เคยไล่ตามและสังหารอวิ๋นหลิงก่อนหน้าก็มาจากหอการค้าจูหยวน และเพราะแบบนั้นฉู่โม่วถึงได้ลงมือสังหารราชันย์เทวะยุทธ์ของที่นี่ไปถึงสี่คนและมหาเทวะยุทธ์อีกมากมายนับไม่ถ้วน
ไม่คาดคิดเลยว่าในวันนี้เขาจะมาถึงฐานของอีกฝ่ายด้วยตัวเองแบบนี้
“บังเอิญจังแฮะ”
ฉู่โม่วยิ้มน้อย ๆ
จากนั้นก็ก้าวเข้าไป
เขาไม่กังวลเลยหากตัวตนของเขาจะถูกค้นพบ อย่างไรเสียผู้ปลุกพลังของที่นี่ตอนนั้นก็ถูกสังหารไปหมดแล้ว ดังนั้นไม่ว่าหอการค้าจูหยวนจะแข็งแกร่งขนาดไหน คนพวกนี้ย่อมต้องไม่มีทางรู้ได้แน่ว่าใครเป็นคนทำ
“ยินดีต้อนรับค่ะ”
“รับอะไรดีคะ?”
ทันทีที่เขาเข้าไปภายในร้าน พนักงานขายก็รีบเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มอย่างรวดเร็ว
“เอ่อ… ผมต้องการซื้อสมบัติ…”
ฉู่โม่วพูดเสียงนุ่ม
…
ต้องพูดเลยว่า หอการค้าจูหยวนนี้ สมแล้วที่ถูกยกย่องให้เป็นหอการค้าที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์
ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบธรรมชาติหรือแม้แต่สมบัติแห่งโลก ไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่คาดไม่ถึงว่าจะมี มันก็มี
ยามที่พนักงานขายส่งใบรายการสินค้ามาให้ดู ชายหนุ่มก็มองแล้วพบว่ามีสมบัติหายากหลายชิ้นหรือแม้แต่บางชิ้นเขาก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อเลยด้วย สิ่งเหล่านั้นเพียงได้อ่านคำอธิบายก็รู้สึกหวาดผวาไปทั้งตัวแล้ว
มันควรค่าที่จะจับตามอง…
มีสมบัติมากมายหลายชิ้นที่มีความสามารถในการสนับสนุนการฝึกฝนให้เป็นผู้ใช้พลังจิตวิญญาณ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังพบวิธีการฝึกฝนการเป็นผู้ใช้พลังจิตวิญญาณอีกหลายรูปแบบ หลายอย่างเป็นมรดกตกทอดที่มีพลังสูง
แต่…
ราคาของสินค้าที่เป็นมรดกพวกนี้เองก็สูงลิ่วไปด้วย ภายใต้สถานการณ์ปกติ มันน่าจะแพงเป็นสิบเท่าเลยเมื่อเทียบกับวัตถุมรดกตกทอดในระดับเดียวกัน
นี่เป็นปกติ…
อย่างไรเสีย ผู้ใช้พลังจิตวิญญาณก็แข็งแกร่งกว่าการเป็นผู้ปลุกพลัง ไหนจะการที่วัตถุดิบสำหรับการฝึกฝนจิตวิญญาณยังหาได้ยากกว่า ดังนั้นหากอยากได้มัน ย่อมต้องจ่ายแพงอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา
“น่าเสียดายจัง…”
ฉู่โม่วเปิดหาทั้งเมนูแล้วก็อดที่จะส่ายหน้าไม่ได้
แต่เดิมแล้วเขาตั้งใจจะหามรดกที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับเจ้าแห่งจิตวิญญาณ แต่หลังจากดูมรดกระดับสูงสุดที่ทางหอการค้ามีขายแล้ว มันก็ยังไม่เทียบเท่ากับระดับที่เขาต้องฝึกฝนในตอนนี้อยู่ดี
อย่างไรสิ่งที่เขาฝึกฝนก่อนหน้านั้นแต่เดิมก็เป็นมรดกระดับไม่สูงนัก ดังนั้นการหวังว่าจะหาสิ่งที่ดีกว่าได้จากอาณาจักรหมาป่าสวรรค์จึงค่อนข้างที่จะเป็นความหวังอันริบหรี่เหมือนกัน
ด้วยความรู้สึกเสียใจ ฉู่โม่วทำได้เพียงซื้อสมบัติบางชิ้นเพื่อกลับไปฝึกฝน แล้วก็ซื้อวัตถุดิบบางส่วนเพื่อนำไปช่วยฝึกฝนปรมาจารย์แห่งจิตวิญญาณเท่านั้น
“นายท่านผู้ปลุกพลัง สินค้าของท่านทั้งหมดมีมูลค่าสามพันล้านหินหยก ทางเราขอสอบถามหน่อยได้ไหมคะว่าท่านจะใช้บัตรหยกจ่ายหรือไม่?”
พนักงานร้านถามด้วยรอยยิ้ม
“จ่ายด้วยหินหยกครับ”
ฉู่โม่วตอบ
บัตรหยกนั้นเป็นสมบัติทางการเงินที่ถูกสั่งใช้ในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ เหมือนบัตรเครดิตที่สามารถใช้และเก็บเงินจากทั่วทุกแห่งในพื้นที่ของอาณาจักรได้
อย่างไรสมบัติที่ทรงพลังล้วนแต่ก็มีราคาสูง การจะพกพาหินหยกเป็นล้านหรือพันล้านก้อนนั้นนับว่าเป็นอะไรที่สิ้นเปลืองพื้นที่มากเลย
ดังนั้นมันจึงเป็นอะไรที่สะดวกสบายกว่ามากที่จะพกบัตรหยกไว้
ทว่าฉู่โม่วนั้นไม่ได้มีบัตรหยกที่ใช้ในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์แต่อย่างใด มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีแหล่งเก็บหินหยก เพราะงั้นจึงทำได้เพียงจ่ายหินหยกตามค่าเงินที่เขาแลกมาเท่านั้น
และจำนวนหินหยกกว่าสามพันล้านก้อนนี่ก็นับว่ามหาศาลมากด้วย
พนักงานขายไม่กล้าที่จะตัดสินใจกรณีนี้ได้ด้วยตนเอง เธอตัดสินใจเรียกเจ้าของร้านมา
ฉู่โม่ววางถุงใส่หินหยกหลายสิบถุงลงต่อหน้าเจ้าพนักงานที่คอยนับหินหยกจำนวนมากมาย และหลังจากที่มั่นใจเรื่องจำนวนแล้ว เขาก็กล่าวตอบอย่างเคารพ “ท่านผู้ปลุกพลังที่เคารพ ท่านได้ทำการชำระเงินครบหมดแล้ว นี่เป็นสมบัติที่ท่านสั่งซื้อ ได้โปรดรับมันไว้ด้วยครับ”
ท้ายที่สุด
ชายผู้เป็นนายก็ส่งบัตรอีกใบหนึ่งให้แล้วพูดเสริม “นี่เป็นบัตร VIP ของทางหอการค้าจูหยวน ด้วยบัตรใบนี้ ท่านจะได้รับส่วนลด 10% เมื่อมาใช้จ่ายกับทางหอการค้าจูหยวนในครั้งต่อไป และสิทธิพิเศษของบัตร VIP นี้ก็คือ ท่านจะได้รับการเชิญให้เข้าร่วมการประมูลเฉพาะของพวกเราครับ”
“นอกจากนี้ หากท่านต้องการสมบัติใด ๆ ที่ทางหอการค้าจูหยวนไม่มี ณ ตอนนั้น ท่านสามารถสั่งซื้อล่วงหน้า แล้วให้ทางเราส่งคนไปตามหาของสิ่งนั้นให้ท่านได้เป็นกรณีพิเศษด้วย”
หินหยกที่จ่ายไปกว่าสามพันล้านก้อนในคราเดียวนี้ ทำให้เขาได้มาซึ่ง VIP ของร้านค้าขนาดใหญ่อย่างหอการค้าจูหยวนได้
ดังนั้นแล้วถึงแม้ว่าผู้ปกครองที่นี่จะเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ แต่ทัศนคติเบื้องหน้าฉู่โม่วนั้นถือว่าเป็นกันเองมาก
“เข้าใจแล้วครับ ไว้ถ้ามีอะไรต้องการจะมาอีกนะครับ!”
ฉู่โม่วพยักหน้า
จากนั้น ผู้จัดการประจำหอการค้าก็ส่งเขาออกไปจากหอการค้าด้วยตนเอง
มองชายหนุ่มเดินจากไป
หลังจากที่ไม่เห็นร่างของเขาแล้ว ผู้จัดการก็ข่มรอยยิ้มบนใบหน้าแล้วกลับเข้าไปในร้านอย่างใจเย็น
ทว่าตอนนั้น เขาก็พบกับผู้ปลุกพลังหนุ่มที่สวมชุดหลากสีดูหัวรั้นปรากฏตัวขึ้นมา
“อ๊ะ นายท่าน มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ?”
ผู้จัดการรีบแสดงรอยยิ้มขอโทษแล้วเดินตรงไปหาอีกฝ่าย
“ก็แค่มาดูช่วงที่ไม่มีอะไรทำน่ะ”
ผู้ปลุกพลังหนุ่มพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะถาม “ฉันเผอิญได้ยินมาว่านายเพิ่งจะปิดยอดบิลใหญ่?”
“เรื่องถึงหูเร็วมากเลยนะครับ เมื่อครู่มีมหาเทวะยุทธ์มาซื้อของจากพวกเราไปน่ะครับ มูลค่าสูงถึงสามพันล้านหินหยกเลย แต่เจ้าตัวจ่ายด้วยหินหยกเป็นก้อนน่ะครับ”
ผู้จัดการพูดด้วยความเคารพ
“หินหยกเป็นก้อนเหรอ?”
ผู้ปลุกพลังหนุ่มตาเป็นประกาย สีหน้าแสดงความสนใจอยู่ไม่น้อย
มหาเทวะยุทธ์ที่สามารถใช้จ่ายได้มากกว่าสามพันล้านหินหยกงั้นหรือ?
เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าข่าวลืออะไรทำนองนี้มาได้ไม่นานนัก
มันเป็นเรื่องที่พูดกันในอาณาจักรจันทราสีเลือด ข่าวลือที่พูดถึงผู้ปลุกพลังสวรรค์ที่จ่ายเงินกว่าหมื่นล้านหินปฐมกาล ซึ่งมันได้สั่นสะเทือนไปทั่วอาณาจักรจันทราสีเลือด รวมไปถึงข่าวลือเรื่องที่ว่าองค์ชายรองแห่งราชวงศ์ชางหลางตามล่าเขา ก็ถูกสังหารตายอย่างไร้ร่องรอยอีก
“หรือว่าจะเป็นคนเดียวกันนะ?”
คิดได้ดังนั้น เขาก็พูดขึ้นมา “ตรวจสอบรายละเอียดของชายคนนี้!”