ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 852 ผืนฟ้าที่ร่วงหล่น!
บทที่ 852 ผืนฟ้าที่ร่วงหล่น!
ครืน!
ฉู่โม่วปล่อยหมัดออกมา คลื่นความโกลาหลระเบิดราวกับนรกและสวรรค์กำลังเปิดประตูเข้าหากัน แสงสว่างโชติช่วงทลายบรรยากาศโดยรอบจนสิ้น มันเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก
แม้จะยังไม่ถึงเป้าหมาย…
แต่ไม่ว่าใครที่อยู่ในระยะ พวกเขาต่างก็รู้สึกถึงความน่ากลัวได้
ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับพลังแห่งสวรรค์และโลก ราวกับทั่วทั้งโลกพร้อมจะแตกสลายได้หากโดนพลังนี้เข้าไป
เผชิญหน้ากับพลังระดับนี้
เต๋อมู่ผู้ที่ยิ้มมั่นใจก่อนหน้าก็รีบเปลี่ยนท่าทีโดยไว สีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว ราวกับกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวสุด ๆ
ไม่เพียงแต่ทั่วทั้งร่างที่สั่นเทารุนแรง แต่เขายังหยิบเอาสมบัติมากมายหลายชิ้นออกมาตาม ๆ กันระหว่างนี้ สมบัติเหล่านี้แสดงความน่าเกรงขามและพลังในการป้องกันของมันอย่างสุดความสามารถเพื่อสยบหมัดนี้เอาไว้
ทว่า… มันก็ไม่ได้ผลแต่อย่างใด!
แกร๊ก!
สมบัติมากมายหลายชิ้นสั่นไหวและค่อย ๆ ถูกอาบไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์จนทั่วทั้งชิ้น ในวินาทีที่หมัดปะทะกับตัวเกราะที่สมบัติสร้างขึ้น พวกมันก็พากันระเบิดกระจายในพริบตา
ท้ายที่สุด…
กำปั้นดังกล่าวก็ปะทะเข้ากับเป้าหมายภายใต้ดวงตาที่หวาดกลัวของเต๋อมู่
“ฉันยัง…”
เสียงหายใจของเขาดังไปทั่ว และในขณะที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทั้งที่มันยังไม่จบประโยค เสียงของชายผู้นี้ก็ขาดห้วงไป
ตู้ม!
ร่างของเต๋อมู่ระเบิดออกในวินาทีนั้น และกลายเป็นละอองเลือดกระจายไปทั่ว
ผู้คนจากตระกูลขุนนางแห่งอาณาจักรหมาป่าสวรรค์เข่าทรุดกันไปทันที!
มองไปยังภาพที่เกิดขึ้น…
ทั่วทั้งถนนราวกับเวลาถูกหยุด ผู้ปลุกพลังมากมายที่ได้เห็นเหตุการณ์ต่างแน่นิ่งไปในบัดดล
พวกเขาจ้องมองภาพอันว่างเปล่าเบื้องหน้าตน แววตาก็แสดงออกถึงความไม่อยากจะเชื่อ และเชื่อได้ยากแม้จะเห็นกับตา
สมาชิกตระกูลขุนนางของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์… ตายงั้นเหรอ?
อย่างที่รู้กันว่าเต๋อมู่นั้นไม่ใช่คนธรรมดา เขาเป็นคนในตระกูลขุนนาง ขณะที่งานฉลองวันเกิดขององค์จักรพรรดิกำลังใกล้เข้ามานี้ เขาเปรียบเสมือนความหวังดวงหนึ่งที่คิดจะชิงบัลลังก์มา
ทั้งที่เป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถและสามารถเป็นมหาเทวะยุทธ์ระดับสูงได้ด้วยอายุยังน้อยเช่นนี้
แต่กลับต้องมาตายด้วยหมัดเพียงหมัดเดียวจากคนที่ไม่รู้จักชื่อแซ่มาก่อนเช่นนี้หรือ?
อึก!
ผู้ปลุกพลังที่ตระหนักเรื่องนี้ได้ต่างกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่
แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ แต่มันก็ทำให้ถนนทั้งเส้นตกอยู่ในความเงียบงันได้
ยามเมื่อเสียงอื้ออึงฟื้นกลับมา ผู้คนมากมายต่างก็อยู่ในภวังค์ของความตกใจกัน
แววตาของพวกเขาเริ่มแสดงความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทา รวมถึงขนลุกไปทั่วทั้งร่างอย่างไม่สามารถควบคุมได้
“แย่แน่! ไม่ดีแล้ว!”
“เต๋อมู่ตายที่นี่ นั่นแสดงว่าฟากฟ้ากำลังจะถล่มลงมาเหรอ!”
“คนคนนี้เป็นใคร เขากล้าที่จะโจมตีเต๋อมู่ แถมยังฆ่าอีกฝ่ายด้วยเหรอ!”
“ดูให้ดี เจ้านั่นน่ะแค่มหาเทวะยุทธ์ระดับต้นเองนะ แต่เต๋อมู่เป็นถึงระดับสูง แถมเขายังเคยเอาชนะสิบอันดับผู้มีพรสวรรค์ในการต่อสู้ของเหล่าคนเก่งฟ้าประทานด้วย แต่กลับต้องมาตายด้วยหมัดเพียงหมัดเดียวเนี่ยนะ!?”
“นี่จะต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ!”
ผู้ปลุกพลังมากมายต่างหวาดกลัว เสียงของพวกเขาสั่นคลอน
ทุกคนรู้ดี…
หากเต๋อมู่ตายที่นี่ มันจะต้องกลายเป็นคลื่นใต้น้ำที่รุนแรงที่ซึ่งกระทบกับอาณาจักรแน่ ๆ
และสำหรับชายที่อยู่ตรงหน้านี้
มันจบแล้ว!
ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน หากเขากล้าสังหารลูกชายของตระกูลขุนนางท่ามกลางเมืองหลวงของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์เช่นนี้ เขาไม่มีทางรอดไปได้อย่างแน่นอน
“จบแล้ว ชีวิตของนายจบลงตรงนี้!”
“นายกล้าที่จะฆ่าเต๋อมู่ ไม่ว่านายจะเป็นใคร นายจบสิ้นตรงนี้แหละ!”
“ฮ่า ๆๆๆ ไปลงนรกซะ!”
ตอนนั้นเอง จู่ ๆ เสียงที่เย่อหยิ่งก็ดังขึ้นมา และเจ้าของเสียงก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นตูเจ๋อเอ้อร์ที่กำลังหัวเราะ
ขณะที่กำลังสำรอกเลือดออกมา เธอก็แสดงความดิบเถื่อนและรอยยิ้มที่คลุ้มคลั่งออกมาบนใบหน้าด้วย แววตาที่จ้องมองมายังฉู่โม่วนั้น ราวกับว่าเธอกำลังมองร่างที่ตายไปแล้ว
ในความคิดของเธอ
การที่ฉู่โม่วสังหารเต๋อมู่ที่กลางถนนเช่นนี้ มันไม่ต่างจากการแกว่งเท้าหาเสี้ยน
เมื่อไหร่ที่เหล่าผู้ลงโทษมาถึง ทุกอย่างจะจบลง
อย่างไรก็ตาม…
“ฉันจะตายหรือไม่ตายนั่นก็อีกเรื่องหนึ่งนะ”
“แต่ตอนนี้… คนที่จะตายแน่นอนว่ามันคือเธอ”
ฉู่โม่วพูดอย่างเยือกเย็น
ทันใดนั้น เขาก็ค่อย ๆ เดินไปเผชิญหน้ากับตูเจ๋อเอ้อร์
“นาย… นายคิดจะทำอะไร…”
ได้ยินถ้อยคำของฉู่โม่วและได้เห็นการกระทำ ตูเจ๋อเอ้อร์ที่เพิ่งจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก็ผงะไปชั่วขณะ ก่อนที่ความหวาดกลัวจะแทรกซึมบนใบหน้า หญิงสาวค่อย ๆ เลื้อยถอยหลังทีละนิด ๆ
ขณะเดียวกันนั้น เธอก็ยังคงพูดออกมาอย่างดุร้าย “นายกล้าฆ่าลูกหลานของตระกูลขุนนางแห่งอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ แล้วยังกล้าที่จะโจมตีฉันอีกเหรอ? นายอยากจะเป็นศัตรูกับเผ่าพันธุ์เมดูซ่าหรือไง!?”
ชายหนุ่มขี้เกียจที่จะพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะเธอ เขาก็คงจะไม่เจอปัญหาเช่นนี้ เพราะงั้นเขาจึงต่อยเข้าไปที่ร่างของหญิงสาว ณ ตอนนั้น
“ให้อภัยไม่…”
เสียงหวีดร้องของตูเจ๋อเอ้อร์ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว มันขาดหายไปก่อนที่เธอจะได้พูดจบประโยค ร่างที่งดงามระเบิดและระเหิดกลายเป็นละอองเลือดในพริบตาไม่ต่างกับเต๋อมู่
ด้วยเหตุนี้…
ตูเจ๋อเอ้อร์ ผู้เกิดในเผ่าพันธุ์เมดูซ่าอันสูงส่งก็ได้ตายลงท่ามกลางสายตาที่มองมา
ผู้ปลุกพลังที่จ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ต่างตกตะลึงจนไม่กล้าจะขยับไปไหนกัน
ในชั่วพริบตา
ตั้งแต่ลูกหลานตระกูลขุนนางถูกสังหารลง
ตูเจ๋อเอ้อร์แห่งเผ่าพันธุ์เมดูซ่าก็ถูกสังหารไปด้วย
ยามที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ทั่วทั้งดาราจักรอสรพิษสวรรค์จะต้องสั่นสะเทือนแน่!
และทั้งอาณาจักรหมาป่าสวรรค์กับเผ่าพันธุ์เมดูซ่า พวกเขาจะต้องเดือดเป็นฟืนเป็นไฟกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ บางทีทั่วทั้งกลุ่มดาวอาจจะต้องเผชิญกับสภาวะที่น่าสะพรึงกลัวกันอย่างแน่นอน
“ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไป!”
หลาย ๆ คนพูดออกมาเบา ๆ
ผู้ปลุกพลังบางคนที่มีพลังของลางสังหรณ์ก็ตระหนักได้ด้วยว่าต่อจากนี้พวกเขาจะไม่ได้พบกับความสงบสุขไปอย่างยาวนานแน่นอน พวกเขาเริ่มคิดหาทางออกจากที่นี่เพื่อไปหาสถานที่ใหม่ ๆ สำหรับการฝึกฝนและอยู่อาศัยอย่างสันโดษ
รอจนกระทั่งตนเองแข็งแกร่งพอแล้วค่อยออกไป
ไม่เพียงแต่เหล่าผู้ที่อยู่ในละแวกนี้ เพราะด้วยพลังที่ฉู่โม่วใช้สังหารตูเจ๋อเอ้อร์ครั้งสุดท้ายนั้น มันก็ดึงดูดให้เหล่าผู้ปลุกพลังที่อยู่ไกลออกไปรับรู้แล้วมุ่งหน้ามาทางนี้อย่างรวดเร็วด้วย หรือแม้แต่วงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่ก็เริ่มปรากฏขึ้น
“เร็วเข้า!”
“จับมันไว้!”
“ถ้าแกกล้าขัดขืนละก็จบไม่สวยแน่!”
เหล่าผู้ตรวจตราเหล่านี้ยังไม่รู้เรื่องการตายของเต๋อมู่และตูเจ๋อเอ้อร์ พวกเขาเพียงแค่คิดว่ามันเป็นเพียงการวิวาทกันของผู้ปลุกพลังทั่ว ๆ ไป ดังนั้นจึงพูดออกมาเช่นนั้น
แต่พวกเขาก็พอจะคาดเดาได้
อีกไม่นาน เหล่าผู้ที่มีพลังกล้าแกร่งก็คงจะเริ่มมารวมตัวกัน บางทีแม้แต่ตัวตนระดับเทพเจ้าเองก็คงจะมาด้วย
ตอนนั้น ต่อให้เป็นฉู่โม่วก็ยังคงยากที่จะรับมือพลังที่ถาโถมมาได้
เพราะงั้นแล้ว…
ระหว่างนี้ถือเป็นโอกาสเหมาะที่จะหลบหนี!
คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบปล่อยหมัดออกไปโดยปราศจากการลังเล สังหารผู้ปลุกพลังรอบ ๆ ตัวเต๋อมู่ จากนั้นก็ต่อยสังหารผู้ตรวจตราที่เข้ามามุง
เขาไม่ได้สนใจชะตากรรมของผู้ตรวจตราเหล่านั้นแล้วรีบซ่อนตัวไปอย่างรวดเร็ว พลังมากมายถูกนำมาใช้ และในชั่วพริบตา เขาก็หายไปจากสายตาของทุกคน
และเกือบจะขณะเดียวกัน
ตู้ม!
ท่ามกลางเมืองหลวงนี้ แสงสวรรค์ขนาดมหึมาก็สว่างขึ้นไปบนฟ้า ปลดปล่อยความน่าเกรงขามและความสูงส่งของพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างที่ไม่อาจจะบรรยายได้ กลืนกินไปทั่วบริเวณเสมือนคลื่นใหญ่
ทันใดนั้น
ผู้คนมากมายก็รู้สึกได้ว่าตาตนเองมืดดำไปราวกับโลกล่มสลาย
อันที่จริง…
ต่อให้โลกยังไม่ล่มสลาย มันก็เกือบแล้ว
ร่างที่ล่ำสันปรากฏขึ้นกลางอากาศ เขาปลดปล่อยพลังอันน่ากลัวออกมา และเพราะความแข็งแกร่งของเขา มันทำให้ช่องว่างมิติรอบตัวเขาเกิดรอยแตกร้าวทีละนิด ๆ อยู่ตลอดเวลา ฟากฟ้าเบื้องบนแตกออกราวกับโลกได้พังทลายลงแล้ว
“ในเมื่อแกกล้าที่จะฆ่าคนในตระกูลขุนนางของฉัน ไม่ว่าแกจะเป็นใคร แกก็ต้องตาย!”
เสียงที่เปี่ยมด้วยความเกรงขามดังกังวานไปทั่วทั้งโลก
ความโกรธที่ราวกับจะเผาโลกและสวรรค์ให้มลายสิ้นถูกจุดขึ้นมาท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คน