ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 851 เดจาวู
บทที่ 851 เดจาวู
หัวของตูเจ๋อเอ้อร์โล่งไปชั่วขณะ เธอแทบจะหน้ามืด ตกใจเสียยิ่งกว่าตกใจซะอีก
แม้จะผ่านไปนานแล้ว สติก็ยังไม่กลับมา
นั่นเพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่หญิงสาวไม่อาจจะจินตนาการถึงได้
ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าจะไปที่ไหน เธอก็มักจะถูกเยินยอ ชื่นชม แม้แต่จอมจักรพรรดิต่าง ๆ ก็ยังต้องระวังคำพูดเมื่ออยู่ต่อหน้า ทว่าตอนนี้ ขนาดเปิดเผยตัวตนแล้ว ผู้ปลุกพลังหนุ่มผู้นี้ก็ยังคงเมินเฉย
ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดจริง ๆ!
ตอนนั้น…
สถานการณ์มันชวนให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นบ้า ความโกรธที่ถูกเก็บซ่อนไว้ด้านในพลอยถูกกระตุ้นขึ้นมาด้วย
“ไอ้เผ่าพันธุ์ชั้นต่ำ!”
“การที่นายเมินเฉยต่อฉัน มันหมายถึงนายได้หาเรื่องเผ่าพันธุ์เมดูซ่าแล้ว!”
“ฉันจะฆ่านาย!”
ใช้เวลาค่อนข้างจะนานกว่าหญิงสาวจะได้สติกลับมา เธอสั่นไปทั้งตัวด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าที่ซีดลงไปอย่างมาก กลับเปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาตที่อยากกระชากฉู่โม่วออกเป็นชิ้น ๆ!
คิดได้ดังนั้น หญิงสาวก็กวาดข้อมือ พร้อมกันนั้นก็เรียกอาวุธวิเศษของตนออกมา
มันเป็นตราผนึกทองแดง ทันทีที่มันถูกเรียกออกมา สิ่งนี้ก็ปลดปล่อยกลิ่นอายที่กดดันคนอื่นแทรกแซงเข้าไปในอากาศ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากสิ่งนี้ปะทะเข้ากับมหาเทวะยุทธ์หรือผู้ปลุกพลังทั่ว ๆ ไป มันจะต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่อาจจะรับมือได้แน่ เผลอ ๆ บางคนอาจจะตายเพราะแรงกดดันของมันเลยด้วย
อย่างไรก็ตาม…
ทันทีที่มนุษย์งูสาวเริ่มแสดงท่าทีโต้ตอบ แววตาของฉู่โม่วก็แสดงออกถึงความดุดันออกมา
เขาไม่เคยคิดเลย
ว่าการไม่อยากจะเอาตัวเองไปข้องเกี่ยวกับปัญหา มันจะทำให้ปัญหาเข้ามาหามากยิ่งขึ้นเหมือนหนอนที่เกาะบนซากศพ ไม่ว่าจะทำอย่างไร ปัญหาก็ไม่หลุดไปเสียที
หากเป็นเช่นนั้น…
สันติคงไม่ใช่ทางออก คงจะเลือกถอยอย่างสงบไม่ได้!
สรุปเช่นนั้นแล้ว…
ฉู่โม่วก็ถอนหายใจอย่างเยือกเย็น กระตุ้นเลือดในร่างกายพร้อมกับออกหมัด
ตู้ม!
ด้วยเสียงระเบิดที่ทำเอาแผ่นดินสะเทือน ผนึกทองแดงก็ถูกเขวี้ยงออกมาในตอนนั้นด้วย มันปะทะกับหมัดของฉู่โม่วที่ไม่ถูกพลังกดขี่ให้อ่อนแรงลง ก่อนจะกระเด็นกลับไปยังหญิงสาวเจ้าของสิ่งนี้ กระทบกับร่างนั้นจนกระเด็นลอยออกไป
“พรวด!”
เธอกระอักเลือดขณะกระเด็นลอยออกไป จนกระทั่งตกถึงพื้น ใบหน้านั้นก็ซีดไปเป็นที่เรียบร้อย ทั่วทั้งร่างมีหยาดเลือดไหลออกมาได้เห็นประปราย
ชัดเจนเลยว่าเพียงการโจมตีสะท้อนกลับครั้งเดียว ก็ทำให้เธอบาดเจ็บหนักได้
“น นาย… แค่ก!”
ตูเจ๋อเอ้อร์อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก่อนจะได้พูดจบ เธอก็กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง เลือดจำนวนมากไหลออกมาจากปากอย่างไม่หยุดหย่อน
“ถ้านายไม่ยอมเชื่อฟัง นายจะถูกฆ่า”
“เอาสิ ฉันยืนรอแล้วนี่ไง อยากจะฆ่าไหมล่ะ?”
แววตาของฉู่โม่วเย็นชาขณะมองไปยังหญิงสาวตรงหน้า
ได้ยินถ้อยคำล้อเลียนและท้าทาย หัวใจของตูเจ๋อเอ้อร์ก็ระเบิดความโกรธระดับที่ไม่อาจจะระงับได้ออกมา
ในฐานะที่เป็นแหล่งรวมใจของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า ภูมิหลังของเธอนั้นถือว่ายิ่งใหญ่มาก ๆ ควบคู่ไปด้วยรูปลักษณ์สูงส่ง ไม่มีใครกล้าที่จะทำเช่นนี้กับเธอมาก่อนตั้งแต่เธอเกิดจนถึงตอนนี้ ไม่มีเลย!
ไม่มีใครกล้าที่จะพูดเช่นนี้กับเธอด้วยซ้ำ!
ไม่ว่าจะเป็นการตะโกนใส่ ทำร้ายหรือแม้กระทั่งเข่นฆ่า ในสายตาของเธอ สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องปกติที่จะทำได้อยู่แล้ว!
เธออยู่ในเผ่าพันธุ์เมดูซ่า เธอมีเลือดที่สูงส่งหลั่งไหลอยู่ภายในร่าง และในขณะที่เผ่าพันธุ์อื่น ๆ ก็เป็นเพียงเบี้ยล่างเช่นมดหนู มันจะเป็นอะไรไปหากเธอจะบดขยี้เผ่าพันธุ์เหล่านี้บ้าง?
ใครจะมามีปัญหากับเธอ?
แล้วไอ้เจ้าหมอนี่เป็นใคร?
ไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอต้องมาครุ่นคิดเรื่องนี้
แต่ตอนนี้…
กับผู้ปลุกพลังไม่มีหัวนอนปลายเท้าจากไหนไม่รู้ ไม่เพียงแต่การที่อีกฝ่ายปะทะเข้ากับเธอ แต่ยังทำให้เธอถึงกับกระอักเลือด สร้างบาดแผลบนเรือนร่างอันสวยงาม เช่นนี้แล้วจะให้ทนได้อย่างไร
“ฆ่ามัน! ฉันจะฆ่ามัน!”
“เต๋อมู่นายจะยืนบื้ออยู่ตรงนั้นเพื่ออะไร นายอยากจะเห็นไอ้สิ่งมีชีวิตขลาดปัญญาตัวนี้ดูถูกกลั่นแกล้งฉันอยู่แบบนี้งั้นเหรอ!? ฉันขอสั่งให้นายฆ่ามันซะ!”
“ไม่เช่นนั้น นายจะไม่มีทางได้ตัวฉันไป แล้วก็ไม่มีทางที่นายจะได้รับการสนับสนุนจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่าด้วย!”
ตูเจ๋อเอ้อร์สติแตกไปแล้ว ณ ขณะนั้น เธอไม่สนใจกิริยาท่าทางและตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
ความปรารถนาเดียวที่เธอต้องการตอนนี้คือให้ฉู่โม่วตายไปซะ!
สิ้นเสียง
ผู้ปลุกพลังหนุ่มที่ไล่ตามเธอก่อนหน้าก็รีบพูดขึ้น “ท่านหญิงตูเจ๋อเอ้อร์ ได้โปรดอย่ากังวล วันนี้เขาจะไม่มีทางรอดไปแน่!”
ชายผู้นี้คือผู้ที่ถูกเรียกว่า เต๋อมู่ และเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของตระกูลขุนนางแห่งอาณาจักรหมาป่าสวรรค์
ปัจจุบันนี้ จักรพรรดิผู้ทรงอำนาจเริ่มจะชราภาพมากเกินไปแล้ว นั่นเลยทำให้เหล่าสมาชิกตระกูลขุนนางคนอื่น ๆ ที่สนใจในบัลลังก์เกิดความคิดกันไปต่าง ๆ นานา
และเต๋อมู่ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่แม้แต่องค์ชาย แต่เขาก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้อาวุโสจากหลายเผ่าพันธุ์
แต่ลำพังเพียงเท่านี้ มันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาสามารถขึ้นครองบัลลังก์ได้
ดังนั้นเขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากเผ่าพันธุ์อื่นด้านนอกอาณาจักรอีก
จนกระทั่งมาถึงเผ่าพันธุ์เมดูซ่า เผ่าพันธุ์มหาอำนาจแห่งดาราจักรอสรพิษสวรรค์ มันเป็นธรรมชาติอยู่แล้วที่เขาไม่อาจจะมองข้ามเผ่าพันธุ์นี้ได้
เขาพยายามอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มเทสมบัติมากมาย เพื่อที่จะเชิญผู้อาวุโสจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่ามาที่นี่ และหวังจะแต่งงานกับตูเจ๋อเอ้อร์
ทว่า…
ด้วยท่าทีที่หยิ่งทะนงของหญิงสาว ควบคู่ไปกับเลือดอันสูงส่งที่ไหลเวียนในกาย มันทำให้แม้เธอจะมาอยู่ที่นี่นานมากแล้ว โดนเกลี้ยกล่อมมากมายหลายต่อหลายครั้ง เต๋อมู่ก็ไม่ได้ใจเธอไปเสียที
สิ่งนี้ทำให้เต๋อมู่เริ่มจะอึดอัดใจขึ้นมาเล็กน้อย
ตลอดมา ไม่ว่าสิ่งใดที่เขาต้องการ หากเพื่อจะได้สิ่งนั้นมาก็สามารถทุ่มทุกอย่างจนได้มาไม่ยากนัก
แต่เมื่อสิ่งนั้นเป็นตูเจ๋อเอ้อร์ ความง่ายในชีวิตของเต๋อมู่ก็จางหายไป เขาไม่กล้าจะใช้วิธีอันแยบยลกับเธอได้เลย
ชายผู้นี้ทำได้เพียงค่อย ๆ ซื้อใจเธอเท่านั้น
และครั้งนี้…
มันเป็นเพราะตูเจ๋อเอ้อร์ที่อยากจะหาผู้ปลุกพลังสักคนหนึ่งมาเพื่อให้สู้กับเต๋อมู่ ภายใต้เงื่อนไขว่า ห้ามหาคนที่คุ้นเคย และคนคนนั้นต้องเป็นคนที่เดินอยู่บนถนนทั่วไป
อย่างไรเสีย…
การมอบสมบัติเล็กน้อยให้กับผู้ปลุกพลังที่ไม่คุ้นเคยหลังจากรับชมการต่อสู้แล้วมันก็เป็นอะไรที่สนุกดี
แต่เดิมเต๋อมู่ไม่ได้คาดคิดเลยว่าเรื่องมันจะใหญ่มาได้ถึงเพียงนี้ แต่ใครจะไปรู้ว่าตูเจ๋อเอ้อร์กลับถูกผู้ปลุกพลังที่เดินผ่านไปมาบนถนนเช่นนี้แข็งข้อใส่
ระหว่างที่เขากำลังรู้สึกแย่ไปกับเหตุการณ์ดังกล่าว ในใจเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทีละนิด ๆ ด้วย
นี่เป็นโอกาสของเขา
โอกาสที่เขาจะได้แสดงฝีมือ!
ดังนั้นเขาจึงไม่รอช้า เต๋อมู่ไม่สนใจถ้อยคำสบประมาทตนในคำพูดของตูเจ๋อเอ้อร์เลยแม้แต่น้อย เพียงแค่รับคำสั่งมา
ด้วยความต้องการที่จะแสดงพลัง
เต๋อมู่จ้องมองฉู่โม่วด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหนุ่ม ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายเป็นใคร แต่ในเมื่อนายกล้าที่จะทำร้ายท่านหญิงตูเจ๋อเอ้อร์ นายก็ถือว่าได้กระทำการที่ชั่วร้ายออกมาแล้ว”
“แต่ถ้านายเลือกที่จะชิงปลิดชีพตัวเองไปก่อน ณ ตอนนี้ นายก็อาจจะพอหลบเลี่ยงการบาดเจ็บได้บ้าง ไม่เช่นนั้น หากนายรอจนกระทั่งฉันลงมือละก็ นายจะต้องเผชิญกับความรู้สึกตายทั้งเป็นเลยนะ!”
ได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วก็รู้สึกคุ้นเคยกับเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาเล็กน้อย
ภาพจำมากมายผุดขึ้นมาในหัวราวกับน้ำท่วม มันหวนให้เขานึกถึงอดีต
เมื่อครั้งที่เขายังอยู่บนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
วันที่เขาเพิ่งจะไปยังฐานจินหลิง เขาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ภายในร้านค้า
ช่างเหมือนกับตอนนั้นจริง ๆ
“ดูเหมือนว่า…”
“ต่อให้อยู่บนจักรวาลอื่น หรือฝึกฝนจนแข็งแกร่งถึงขั้นมหาเทวะยุทธ์ได้แล้ว หรือแม้จะมีชีวิตอยู่ได้ยาวนาน ผู้ปลุกพลังที่เย่อหยิ่งก็ยังคงมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทุกยุคทุกสมัยสินะ!”
ฉู่โม่วถอนหายใจ
จากนั้น…
แววตาของเขาก็เปล่งประกาย ลมปราณและเลือดภายในกายต่างเดือดพล่านและระเบิดออกมาเหมือนคลื่น
วินาทีต่อมา
กำปั้นที่ไม่อาจจะบรรยายความน่ากลัวได้ก็ถูกปลดปล่อย ด้วยจิตสังหารที่เปี่ยมล้นคลุ้งอยู่ในอากาศ มันมากพอที่จะทลายฟ้าได้ไม่ยากนัก