ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 871 ความจริงใจของตระกูลหนี่เค่อ
บทที่ 871 ความจริงใจของตระกูลหนี่เค่อ
“คุณฉู่ ฉันได้ยินมาจากหนี่เค่อหลู่ ถึงเรื่องที่คุณเคยฝึกฝนอย่างโดดเดี่ยวมาก่อนหน้า จากนั้นคุณก็เริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ฉันสงสัยว่าคุณได้วางแผนสำหรับอนาคตไว้แล้วหรือยัง?”
หลังจากที่บรรยากาศ ณ ที่นี้ถูกทำให้ร้อนระอุขึ้น ประมุขตระกูลคิดทบทวนเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกระทั่งสุดท้ายก็ได้กล่าวถึงแผนของเขาออกมา
พลันเมื่อแผนดังกล่าวถูกเอ่ยขึ้น
โถงที่เคยมีชีวิตชีวาก็กลับเงียบงันในพริบตา
เหล่าผู้ปลุกพลังจากตระกูลหนี่เค่อต่างก็วางแก้วในมือลงและหันมองฉู่โม่วด้วยความคาดหวัง
เป็นเวลานานก่อนที่ฉู่โม่วจะกลับมากับหนี่เค่อหลู่ การที่เขายอมบอกเรื่องชายหนุ่มเช่นนี้ ทุกคนจึงสามารถตระหนักถึงความสามารถของเขาได้
ชายหนุ่มกลับสามารถไปถึงขั้นมหาเทวะยุทธ์ได้ด้วยอายุเพียงแค่นี้
และด้วยความสามารถที่อยู่เหนือคนธรรมดา ทักษะที่ไม่อาจจะหยั่งถึงจนมันมากพอที่จะเอาชนะจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้
หากพูดอย่างตรงไปตรงมา…
ความสามารถประเภทนี้ ต่อให้เทียบกับทั้งดาราจักรอสรพิษสวรรค์ เขาก็ยังสามารถจัดอยู่ในระดับท็อปสิบ หรือเผลอ ๆ ท็อปห้าก็ยังได้
หากนี่เป็นที่อื่น เกรงว่าด้วยความสามารถระดับนี้ มันจะสั่นสะเทือนกองกำลังมากมายรวมถึงผู้ที่กำลังพยายามฝึกฝนอย่างแน่นอน
ฉู่โม่วสองจิตสองใจ ตอนนี้เขายังคงเป็นอิสระและยังไม่ได้เข้าร่วมกับกองกำลังใด ๆ
ถึงแม้ว่าตระกูลหนี่เค่อนี้จะมีคุณธรรมและชื่อเสียงมากมาย หากไม่สามารถลี้ภัยได้ พวกเขาก็ยังได้รับผลประโยชน์เป็นอย่างมากในอนาคตแม้เป็นเพียงแขก!
แน่นอน…
หากชายหนุ่มอยากจะมา ตระกูลหนี่เค่อจะต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรเสียการจะเก็บคนที่มีความสามารถระดับสูงเช่นนี้ไว้ พวกเขาจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนกับอะไรอีกมากมาย
แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
พวกเขาทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นผู้สืบเชื้อสายของตระกูลหนี่เค่อกันทั้งสิ้น ดังนั้นพวกเขาเข้าใจดีถึงทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้ได้รับการปกป้องจากผู้แข็งแกร่ง
ในยามนี้ที่พวกเขาสามารถแบกรับตระกูลขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ นั่นเพราะบรรพชนของพวกเขายังคงมีชีวิตอยู่ เพราะงั้นแม้พลังจะลดลงมาเล็กน้อย แต่ความยิ่งใหญ่ก็ไม่ได้จางหายไป ทว่าวันใดที่ประมุขตระกูลของพวกเขาจากไป ตระกูลหนี่เค่อจะต้องถูกถล่มจนย้อนกลับไปสู่จุดดั้งเดิมและกลายเป็นเพียงกองกำลังระดับสองเหมือนแต่ก่อนแน่
ดังนั้นแล้ว…
ตราบใดก็ตามที่เขาสามารถผูกมิตรกับฉู่โม่วได้ ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไร มันก็ถือว่าคุ้มค่า
เหล่าผู้สืบทอดตระกูลเหล่านี้ไม่แม้แต่จะรู้สึกมีความสุข เช่นนั้นแล้วจะให้พวกเขามีความคิดอื่นกันได้อย่างไร?
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น ๆ ภายในโถง แม้แต่ตัวชายหนุ่มเองก็ยังแอบครุ่นคิดหลังได้ยินแบบนั้นแล้ว
ถึงแม้ว่าเขากำลังรอประโยคนี้
แต่ในเมื่อกำลังแสดงอยู่ ก็ควรจะแสดงแต่พอเหมาะพอควร
เพราะงั้น ฉู่โม่วจึงแสร้งไม่รู้ถึงความหมายในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดถึง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ผมยังไม่มีแผนอะไรในอนาคตครับ เพียงแค่อยากค่อยเป็นค่อยไป สำรวจตามเขตแดนลับต่าง ๆ แลกเปลี่ยนวัตถุดิบสำหรับฝึกฝนไปเรื่อย แล้วก็เตรียมตัวที่จะทลายขีดจำกัดของขั้นมหาเทวะยุทธ์แค่นั้น”
“คุณฉู่สามารถเมินเฉยได้จริง ๆ งั้นหรือ?”
ประมุขตระกูลหนี่เค่อผิงหัวเราะแล้วพูด “ฉันได้เห็นผู้ที่ถูกเรียกว่านักบุญมามากมายในชีวิต พวกเขาสามารถชาชินอยู่กับความสันโดษ ทว่าเพียงแค่ได้ท่องไปในดาวเคราะห์ต่าง ๆ มนุษย์ ความเจริญ และสิ่งยั่วยุก็ดึงให้พวกเขาเหล่านั้นไม่อาจจะกลับมาอยู่อย่างสันโดษได้อีก”
“คุณฉู่สามารถอดทนต่อความสันโดษได้ อดทนต่อความยากลำบาก และสละทุกอย่าง จิตใจที่แน่วแน่ระดับนี้ แม้แต่ฉันเองก็ยังรู้สึกละอายใจ”
เขากล่าวออกมาด้วยความชื่นชม ทุกถ้อยคำของเขาเต็มไปด้วยความเยินยอ
ทว่าเมื่อพูดแบบนั้นแล้ว เขาก็หยุดไปครู่หนึ่ง หัวข้อการสนทนาถูกเปลี่ยนไปหลังจากนั้น “เพราะคุณฉู่เคยฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมาก่อนหน้านี้ บางทีคุณคงยังไม่รู้อะไร ณ ปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรหมาป่าสวรรค์หรือจะเป็นทั่วทั้งดาราจักรอสรพิษสวรรค์ ทรัพยากรที่มีนั้นยังคงมากมายไม่แพ้โอกาสต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง เพียงแต่ว่ามันเป็นเพียงโอกาสทั่ว ๆ ไป จะมีก็แต่กองกำลังเล็ก ๆ หรือผู้ปลุกพลังทั่ว ๆ ไปเท่านั้นที่จะแข่งขันกันเพื่อให้ได้มันมา และพวกเขาเหล่านี้เต็มไปด้วยกลอุบายที่แยบยล”
“คุณคงจะเคยเห็นผู้ปลุกพลังทั่ว ๆ ไปที่สู้อย่างสุดความสามารถเพื่อหยกปฐมกาล หรือไม่ก็สู้ยันตัวตายเพื่อยาเม็ดเดียวมาแล้ว ซึ่งนี่น่าจะอธิบายถึงความโหดร้ายได้ดี”
“แต่ถึงอย่างนั้น นี่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่พวกเขาสามารถทำได้ยามที่ชีวิตไม่มีอะไรให้เลือกมากนัก และท้ายที่สุด พวกเขาจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย มองจากสายตาของพวกเรา สิ่งนี้สามารถเรียกได้ว่าสูญเปล่าอย่างแท้จริง… คุณฉู่รู้ไหมว่าเป็นเพราะอะไร?”
ฉู่โม่วแสดงสีหน้าสงสัยออกมา ณ จุดนั้น
“เพราะสมบัติที่แท้จริงนั้น ได้ตกอยู่ในมือของเหล่ากองกำลังขนาดใหญ่หมดแล้ว!”
หนี่เค่อผิงพูดต่อ “ขุมพลังของพวกเราที่ทำให้ยืนหยัดมาได้ถึงทุกวันนี้ สืบทอดกันมาตั้งแต่เมื่อหลายหมื่นปีที่แล้ว เผลอ ๆ อาจจะมากถึงล้านปี ยกตัวอย่างเช่น อาณาจักรหมาป่าสวรรค์ การมีอยู่ของพวกเขามีมานานกว่าหนึ่งล้านปี”
“พวกเขามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีผู้ปลุกพลังผู้แข็งแกร่งมากมายเกิดขึ้นมาอย่างไม่รู้จบ พวกเขาครอบครองสมบัติที่แท้จริงและแบ่งมันไปไว้กับกองกำลังต่าง ๆ มากมายที่เป็นกองกำลังใหญ่ และการที่มีสมบัติหลั่งไหลออกมาได้ นั่นหมายถึง สิ่งเหล่านั้นคือสมบัติที่พวกเขาไม่ต้องการ”
“และเพราะขุมทรัพย์ที่เหล่ากองกำลังขนาดใหญ่เก็บไว้นี่เอง ที่ทำให้พวกเขายั่งยืนอย่างไม่รู้จบและมีอำนาจอยู่เหนือสรรพสิ่งมาโดยตลอด!”
หลังพูดเช่นนั้น…
เขาก็หันมองฉู่โม่วด้วยแววตาและสีหน้าที่จริงจัง “คุณฉู่ คุณน่ะมีความสามารถมากนะ หากคุณได้ทรัพยากรที่เพียงพอ การขึ้นเป็นราชันย์เทวะยุทธ์นั้นอยู่เพียงแค่ปลายนิ้วมือ หรือแม้แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ยังอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม คุณจะปล่อยให้ความสามารถมากมายของคุณนี้จมอยู่กับสุนัขเบื้องล่างไปทำไมกัน?”
“เอ่อ…” ชายหนุ่มลังเลแล้วพูดตอบ “แต่ผมไม่ใช่คนที่มาจากกองกำลังขนาดใหญ่ ไม่มีแม้แต่ภูมิหลังอะไรที่น่าอวด ผมจะทำให้เหล่ากองกำลังขนาดใหญ่พวกนั้นมอบขุมทรัพย์และทรัพยากรให้ได้ยังไงล่ะครับ?”
“พวกกองกำลังเหล่านั้นย่อมไม่ให้อยู่แล้ว! เว้นแต่คุณฉู่จะสลัดทิ้งซึ่งอิสระและยอมเข้าร่วมกับกองกำลังขนาดใหญ่เหล่านี้ คุณจะต้องเผชิญหน้ากับแบบทดสอบมากมาย และเมื่อไหร่ที่พวกเขาเชื่อใจในตัวคุณ คุณก็จะได้รับรางวัลเป็นทรัพยากรที่ต้องการ”
“แต่…”
“ตระกูลหนี่เค่อของฉันนั้นอยากจะสร้างสัมพันธ์อันดีกับคุณฉู่!”
ในที่สุดหนี่เค่อผิงก็เริ่มเผยจุดประสงค์ออกมา แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความต้องการ เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ตราบใดก็ตามที่คุณฉู่เข้าร่วมกับตระกูลหนี่เค่อของฉัน ทรัพยากรทั้งหมดของตระกูลหนี่เค่อจะตกเป็นของคุณฉู่ในทันที!”
“ที่แท้เหตุผลที่ประมุขตระกูลหนี่เค่อพูดมาทั้งหมดก็เพียงเพราะอยากให้ผมเข้าร่วมกับคุณนี่เอง แต่แบบนั้นผมจะไม่เสียอิสระเหมือนกับการเข้าร่วมกับกองกำลังอื่น ๆ หรอกเหรอครับ?”
พูดออกมาแบบนั้น ฉู่โม่วก็รีบส่ายหน้าแทนการปฏิเสธทันที
“คุณฉู่ อย่าได้รีบปฏิเสธเลย”
หนี่เค่อผิงรีบพูด “การที่ประมุขตระกูลเชื้อเชิญให้คุณฉู่เข้าร่วมกับพวกเรา นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะลิดรอนอิสระภาพของคุณแต่อย่างใด แต่เราอยากให้คุณอยู่ในฐานะแขกผู้มีเกียรติ! ดังนั้นจะไม่มีการผูกมัดใด ๆ คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้เราเลยด้วยซ้ำ พวกเราเพียงแค่อยากจะรักษาสัมพันธ์อันดีกับคุณเอาไว้!”
“ถึงแม้ว่าประมุขตระกูลหนี่เค่อจะไม่ได้ทรงพลังเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่เขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในกองกำลังระดับสูงของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ ดังนั้นพวกเรามีขุมทรัพย์และเขตแดนลับอยู่อีกมากมาย ไหนจะมีทักษะสืบทอดอยู่จำนวนมาก หากคุณฉู่สนใจสิ่งใด คุณสามารถเลือกนำมันไปใช้ได้ตามต้องการเลย!”
“และถ้าในอนาคต คุณฉู่รู้สึกไม่สบายใจกับพวกเราตระกูลหนี่เค่อ คุณสามารถจากพวกเราไปได้ตลอดเวลา ตระกูลหนี่เค่อจะไม่พยายามรั้งคุณไว้แต่อย่างใด!”
พูดยืดยาวมาถึงจุดนี้
หนี่เค่อผิงก็ถอนหายใจยาวแล้วพูดด้วยสีหน้าตึงเครียด “คุณฉู่ พวกเราหวังว่าจะได้เป็นพันธมิตรที่ดีกับคุณจากใจจริง คุณคิดว่าสิ่งนี้จะสามารถสร้างความประทับใจให้คุณได้บ้างหรือเปล่า?”
“มันก็…”
ฉู่โม่วแสดงความลังเลออกมาผ่านสีหน้าอีกครั้ง
ทว่าในใจเขานั้นค่อนข้างตกใจมาก การที่เขามาในครั้งนี้ก็เพื่อให้ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากตระกูลหนี่เค่อ เพื่อที่จะได้ขอคำปรึกษาเรื่องประวัติศาสตร์กับพวกเขาได้ เขาไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะยื่นข้อเสนอให้เขาถึงเพียงนี้
แต่เดิมชายหนุ่มคิดว่าต่อให้เขาเข้าร่วมกับตระกูลหนี่เค่อ เขาอาจจะยังต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ ๆ เพื่อที่จะได้โอกาสสำหรับการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ดั้งเดิม ทว่าจู่ ๆ หนี่เค่อผิงก็เป็นฝ่ายเสนอผลประโยชน์จำนวนมากแบบนี้มาเสียอย่างนั้น
ด้วยข้อเสนอนี้ เรียกได้เลยว่ามันเหลือล้นจริง ๆ!