ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 880 หอสมุดลับ
บทที่ 880 หอสมุดลับ
ข้างในหอสมุดตระกูลหนี่เค่อ
เขาใช้เวลาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ที่สร้างหม้อทองคำแห่งโชคชะตาขึ้นมาได้และตรวจสอบตำรามากมายที่ตระกูลหนี่เค่อเก็บเอาไว้
ตั้งแต่เรื่องเล่าสมัยโบราณและกระทั่งตำนานชีวประวัติไปจนถึงความลับแห่งอดีตกาล พวกมันต่างก็เป็นประเด็นสำคัญในการค้นคว้าของชายหนุ่ม
ตระกูลหนี่เค่อถูกสืบทอดมานานกว่าหลายแสนปี พวกเขาเก็บสะสมกระบวนท่าและตำรามาไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านเล่ม เรียกได้ว่ามากมายเป็นมหาสมุทรเลยทีเดียว หากเขาจะอ่านตำราโบราณเหล่านี้ด้วยตัวเอง ก็จะต้องใช้ความอดทนและพลังงานมหาศาลอย่างแน่นอน
โชคยังดีที่ไม่ได้รีบร้อนอะไร
นอกจากนี้ ตำราเหล่านี้ยังมีข้อโดดเด่นอยู่มากมาย เมื่อฉู่โม่วได้อ่านดู เขาก็มักจะได้ประโยชน์กลับมาและกระทั่งความรู้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ขอบเขตความคิดของเขากว้างขวางขึ้นอีกมาก
ด้วยความเข้าใจแห่งจักรวาล เขาเชี่ยวชาญมันมากขึ้นมหาศาล
แต่…
น่าเสียดายที่ฉู่โม่วยังไม่มีเบาะแสเกี่ยวกับเขตแดนลับตำหนักหยกเลยสักนิด
แม้ว่าจะพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องบ้าง และกระทั่งพบตำราโบราณเกี่ยวกับเขตแดนลับตำหนักหยก แต่พวกมันก็มีข้อมูลเพียงน้อยนิดเหมือนกับที่เคยได้มาจากชิงอี
แม้ว่าจะมีความคลาดเคลื่อน มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
มันทำให้ชายหนุ่มต้องขมวดคิ้ว
ชายหนุ่มมาที่ตระกูลหนี่เค่อในคราวนี้ก็เพราะตำราโบราณที่ตระกูลนี้เก็บเอาไว้ โดยเฉพาะความลับเกี่ยวกับเขตแดนลับตำหนักหยก แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่พบข้อมูลอะไรเลย ทำให้เขารู้สึกหมดกำลังใจขึ้นมาเป็นธรรมดา
“หรือว่าตระกูลหนี่เค่อจะไม่ได้เก็บมันเอาไว้แล้วนะ?”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเอง
บรรพชนตระกูลหนี่เค่อคือผู้ที่เข้าไปในเขตแดนลับตำหนักหยกด้วยตัวเอง หากไม่มีบันทึกนั้นอยู่ที่นี่ เขาก็คงไม่มีทางหาข้อมูลเกี่ยวกับมันได้ในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์
แม้ว่ามันจะทำให้ชายหนุ่มรู้สึกรำคาญใจ แต่เขาก็ไม่ได้เป็นกังวลอะไร
ตามความรู้ที่มีตอนนี้
ตำราที่หอสมุดแห่งนี้เก็บเอาไว้นั้นไม่ได้เก็บสะสมมาโดยตระกูลหนี่เค่อทั้งหมด
อันที่จริง นอกจากนั้นแล้ว ตระกูลหนี่เค่อยังมีหอสมุดลับอยู่อีกด้วย
และในหอสมุดลับนี้ มรดกตกทอดพื้นฐานที่สุดของตระกูลหนี่เค่อและสมบัติสำคัญก็ถูกเก็บเอาไว้ที่นั่นด้วย ตามการคาดการณ์ของฉู่โม่ว หากตระกูลหนี่เค่อยังมีบันทึกที่เกี่ยวข้องกับเขตแดนลับตำหนักหยกอยู่ มันอาจจะถูกเก็บเอาไว้ในหอสมุดลับนั้นก็เป็นได้
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงแค่การคาดเดา แต่ก็รู้สึกว่ามันมีความเป็นไปได้สูงทีเดียว
อย่างไรแล้ว แม้ว่าจะผ่านมานานแล้วตั้งแต่หนี่เค่อเต๋อเข้าไปในเขตแดนลับตำหนักหยก ในฐานะผู้ผ่านประสบการณ์ตรง หนี่เค่อเต๋อก็มีความเข้าใจในเขตแดนลับตำหนักหยกเป็นอย่างดี
ตราบใดที่เขายังมีสติอยู่ เขาจะต้องเก็บบันทึกนี้เอาไว้อย่างแน่นอน
“มันมีความเป็นไปได้มากที่สุดแล้ว และนี่คือโอกาสเดียวของฉัน!”
“ถ้าฉันหาเบาะแสไม่เจอที่นี่ ฉันก็จะไม่อยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว ออกไปจากห้องนี้และตามหาโอกาสพัฒนาตัวเองดีกว่า!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเอง
หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้ว ชายหนุ่มก็เริ่มคิดหาวิธีเข้าไปข้างใน
ในฐานะแขกผู้มีเกียรติและบุคคลสำคัญ เขามีโอกาสที่จะเข้าไปในหอสมุดลับได้ แต่เงื่อนไขก็คือเขาจำเป็นต้องมีค่าโชคชะตา
แขกผู้มีเกียรตินั้นสามารถได้รับค่าโชคชะตาทุก ๆ ปี นอกจากนี้ เขาได้กลายเป็นแขกผู้มีเกียรติระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว และจะได้รับค่าโชคชะตาอย่างอัตโนมัติ ค่าโชคชะตาของเขามหาศาลมากและเพียงพอที่จะใช้เข้าไปในหอสมุดลับได้ บางทีเขาอาจจะแลกเปลี่ยนตำราเหล่านั้นมาก็ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็ลุกขึ้นและออกไปจากห้องเงียบทันที
…
เบื้องหน้าวิหารแห่งหนึ่ง
ห้องโถงถูกปกคลุมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วน อักขระที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์ลอยไปทั่วทั้งห้องโถง รัศมีอันลึกซึ้งและกว้างใหญ่ปรากฏให้เห็น ขณะที่เกิดกระแสแปรปรวนอันน่าตกตะลึง
ด้วยสายตาของฉู่โม่ว เขาสามารถสัมผัสได้ถึงอักขระของค่ายกลซับซ้อนที่คุ้มกันห้องโถงเอาไว้ได้อย่างชัดเจน
หากใครกล้าบุกเข้ามา ค่ายกลก็จะทำงาน และแม้แต่มหาเทวะยุทธ์ก็จะถูกสังหารในทันที
ในความมืดมิด…
ฉู่โม่วสังเกตเห็นว่ามีรัศมีของมหาเทวะยุทธ์หลบซ่อนอยู่อย่างน้อยสองคนเพื่อรักษาความปลอดภัย
ด้วยการป้องกันหนาแน่นเช่นนี้ มันคือสถานที่สำคัญสำหรับตระกูลหนี่เค่ออย่างแน่นอน
และแท้จริงแล้ว นี่คือตำแหน่งที่ตั้งของหอสมุดลับแห่งตระกูลหนี่เค่อนั่นเอง
“คุณฉู่ ทางเข้าหอสมุดลับอยู่ในวิหารนี้… คุณมีค่าโชคชะตามากพอและสามารถเข้าไปได้ ถ้าต้องการอะไรก็เลือกหยิบไปได้เลย แล้วค่าโชคชะตาตามสิ่งที่คุณเลือกจะถูกลดออกไปเองอัตโนมัติ!”
หนี่เค่อผิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉู่โม่วมาที่นี่ เขาจึงติดตามมาด้วยเพื่อคอยชี้แนะสิ่งต่าง ๆ ให้
“ขอบคุณมาก!”
ชายหนุ่มจดข้อมูลเหล่านี้ลงไปและเดินไปตรงหน้าวิหารเงียบ ๆ
ครืน!
เครื่องรางหยกยืนยันตัวตนบนร่างกายของเขาระเบิดกลายเป็นลำแสงศักดิ์สิทธิ์ ค่ายกลพลันเรืองแสงสีสายรุ้งออกมา ก่อนเส้นทางหนึ่งจะปรากฏขึ้น
หลังจากนั้น ประตูห้องโถงหลักก็เปิดออกพร้อมเสียงดังสนั่น แสงสว่างจ้าส่องออกมา ประตูสองบานดูเหมือนกับทองแดงที่ถูกเปิดออก และข้างในก็ลึกและมืดมิดราวกับว่าจะนำไปสู่โลกปริศนาบางอย่าง
‘สองประตูนี้คงจะถูกสร้างขึ้นมาด้วยสมบัติศักดิ์สิทธิ์หายากสินะ!’
ฉู่โม่วมองดูพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่ผสานกันบนประตูทองแดงและพลังมหาศาลข้างในนั้น แม้ว่าจะนำมันไปสร้างสมบัติโบราณก็คงจะเหลือเกินพอ
แต่ตอนนี้ มันกลับถูกใช้แค่เพื่อเป็นประตูสองบาน
‘มรดกของตระกูลหลายแสนปี รู้สึกได้ถึงความเก่าแก่จริง ๆ’
ฉู่โม่วตะลึงงัน
ข้างในห้องโถง
ตูม!
ถัดไปจากความมืดมัวตรงหน้า ราวกับว่าผ่านชั้นเกราะป้องกันบางอย่างไป มีคลื่นกระแสแปรปรวนอยู่ข้างในราวกับว่าจะตรวจสอบตัวตนของเขา
หลังจากนั้น
เมื่อฉู่โม่วกลับมามองเห็นอีกครั้ง เขาก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยแล้ว
สถานที่แห่งนี้แทบจะเป็นเหมือนกับจักรวาล
มีกลุ่มแสงสว่างไสวลอยอยู่ในอากาศทั่วทุกหนแห่ง แต่ละกลุ่มแสงเปล่งประกายราวกับดวงดาว พวกมันผสมผสานไปด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์อันแข็งแกร่งและเรืองรองไปด้วยอักขระศักดิ์สิทธิ์
แต่ละกลุ่มแสงแสดงถึงสมบัติแต่ละชิ้น
และเมื่อมองไปรอบ ๆ
กลุ่มแสงนับไม่ถ้วนเหล่านี้ดูเหมือนกับดวงดาวในกาแล็กซี
“หินปฐมวิถี!”
“ทองคำศักดิ์สิทธิ์สะกดรอย!”
“หินเร้นกาย!”
“ไผ่บุหลันแดงศักดิ์สิทธิ์!”
“ตำราหงส์เพลิงพิฆาตสมบัติแห่งตะวัน!”
“กระบวนท่าคงกระพันข่มสวรรค์!”
…
เมื่อฉู่โม่วแตะกลุ่มแสงเหล่านี้ด้วยพลังจิต ข้อมูลมากมายข้างในพวกมันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
สมบัติแห่งสวรรค์และโลก!
สุดยอดมรดก!
ยาทองคำเก้าจุดลมปราณ!
แต่ละชิ้นนั้นเป็นสมบัติที่หายากอย่างถึงที่สุดในโลกภายนอก หากใครแพร่กระจายเรื่องนี้ออกไป มันก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ปลุกพลังและกระทั่งผู้แข็งแกร่งในขั้นมหาเทวะยุทธ์นับไม่ถ้วนบ้าคลั่ง และไม่ลังเลที่จะแย่งชิงมันมาอย่างแน่นอน
แต่พวกมันมีอยู่ทุกหนแห่งที่นี่
แน่นอนว่า แม้ว่าสมบัติเหล่านี้จะล้ำค่า พวกมันก็ต้องใช้ค่าโชคชะตาจำนวนมากในการจะแลกเปลี่ยนมา
ในฐานะแขกผู้มีเกียรติระดับศักดิ์สิทธิ์ ฉู่โม่วมีค่าโชคชะตาอยู่ 10,000 แต้ม บวกกับรางวัลที่เก็บสะสมมา เขามีค่าโชคชะตาทั้งหมด มากกว่า 11,500 แต้ม
มันไม่ได้มากนัก
แต่ก็ไม่ได้น้อยเกินไป
มันยังสามารถใช้แลกเปลี่ยนเป็นสมบัติได้บ้าง
แต่ฉู่โม่วก็ไม่สนใจวัตถุศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์และโลก สุดยอดมรดก และกระทั่งยาทองคำเก้าจุดลมปราณทั้งหลาย เพราะเขาตั้งใจจะตามหาแค่ตำราโบราณเท่านั้น