ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 879 เรื่องโชคชะตา ใครจะกล้าประมาท
บทที่ 879 เรื่องโชคชะตา ใครจะกล้าประมาท
“เยี่ยมเลย!”
“เป็นแค่แขกผู้มาเยือนแต่ยังอวดดี กล้ามาทำร้ายลูกชายคนโตแบบนี้ ในอนาคตพอเขาโตขึ้นจะเป็นยังไงกัน?!”
ชายชราอีกคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ สีหน้าของชายวัยกลางคนก็หมองหม่นลง
เขาอดนึกถึงอาการบาดเจ็บของลูกชายตนเองไม่ได้ เขาจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจได้ในที่สุด “ถ้าอย่างนั้นก็สั่งสอนฉู่โม่วสักหน่อย… แต่เขาก็คือแขกของตระกูลหนี่เค่อ และว่ากันว่าทุกวันนี้เขาก็ยังเป็นบุคคลที่สำคัญมาก เราต้องทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดและจะให้ตระกูลหนี่เค่อรู้ไม่ได้”
“เข้าใจแล้วครับ!”
ผู้คนมากมายพยักหน้า
นี่เป็นธรรมเนียมทั่วไปของตระกูลขนาดใหญ่ หลังจากที่ได้ยินดังนั้น ผู้คนทั้งหลายก็รู้และเข้าใจว่าจะต้องจัดการอย่างไรในทันที
แต่ …ในตอนที่พูดคุยกันเสร็จและกำลังจะกล่าวลากันนั้นเอง พวกเขาก็มองเห็นลูกน้องคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ท่านผู้บริหาร มีบางอย่างไม่ปกติครับ”
“รีบร้อนตื่นตระหนกอะไรกัน สำรวมหน่อย ท้องฟ้าจะถล่มลงมาหรือไง?!”
ชายชราแผดเสียงดุ “ท่านผู้บริหารก็อยู่ด้วย”
หลังจากที่ได้ยินคำบ่นด่า ลูกน้องคนนั้นก็คุกเข่าลงและกล่าวทันที “ผมเผลอไป ขออภัยท่านผู้บริหารด้วย”
“อืม แล้วมีอะไรล่ะ?”
ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เพิ่งจะมีข่าวมาว่านายน้อยรองไปที่กาแล็กซีบุปผาเยือกแข็งเพื่อตรวจสอบเหมืองแร่โบราณ แต่ก็ถูกเหล่านักขุดแร่ต่อต้านขึ้นมา ตอนนี้เขาได้รวบรวมคนมามากมายโดยมีผู้ปลุกพลังเป็นถึงราชันย์เทวะยุทธ์แล้ว และดูเหมือนว่าจะมีกองกำลังอื่น ๆ มาเกี่ยวข้องด้วยอีก ตอนนี้นายน้อยรองถูกจับตัวและขาดการติดต่อไปแล้วครับ”
ลูกน้องคนนั้นรีบกล่าว
“อะไรนะ?!”
ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
สีหน้าของชายวัยกลางคนหมองหม่นลงในทันที
ลูกชายคนโตของเขาเพิ่งจะได้รับบาดเจ็บสาหัสมาเพราะฉู่โม่วและยังคงไม่ได้สติ พริบตาต่อมาลูกชายคนรองก็ขาดการติดต่อไปและไม่รู้ถึงความเป็นความตาย
เหตุการณ์ติดต่อกันเช่นนี้ทำให้เขาฉุนเฉียวขึ้นมาทันที
“เอาละ!”
“ฉันไม่คิดเลยว่าหอการค้าจงหยวนจะโชคร้ายแบบนี้ แขกของตระกูลหนี่เค่อนี่กำลังดูถูกเราชัด ๆ ตอนนี้นักขุดแร่ส่วนหนึ่งกล้าลุกขึ้นต่อต้าน และแม้แต่ลูกชายของฉันก็ถูกจับไปด้วย เยี่ยมไปเลย!”
เขาเงยหน้าขึ้นหัวเราะอย่างโกรธเกรี้ยวและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเจตสังหาร “ส่งคนออกไป ส่งผู้อาวุโสและทูตทุกคนในหอการค้าออกไปให้หมด ฆ่ากบฏพวกนั้นอย่าให้เหลือ… ฉันอยากให้ขโมยวิญญาณของพวกมันออกมา และขังปฐมวิญญาณเอาไว้ในหุบเหวตลอดกาล จะรอดก็ไม่รอด จะตายก็ไม่ตาย!”
ทันทีที่เขากล่าวเช่นนั้นออกมา
ทุกคนก็รู้สึกได้ว่าอุณหภูมิทั่วทั้งห้องพลันเย็นยะเยือกขึ้นในทันใด
ผู้อาวุโสจำนวนหนึ่งตรงหน้าสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บข้างในหัวใจ เส้นขนของพวกเขาลุกชันและรีบตอบออกไปโดยไม่รู้ตัว
แต่แค่ชั่วลมหายใจ ใครคนหนึ่งก็กล่าวด้วยท่าทีลังเล “ท่านผู้บริหาร ตอนนี้มีทูตขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ที่ว่างอยู่ในหอการค้าของเราแค่สามคนครับ ถ้าพวกเขาต้องไปจัดการกับฉู่โม่วคนนั้น… เขาทรงพลังมาก แม้แต่ราชันย์เทวะยุทธ์ก็ยากจะจัดการเขาได้นะครับ อย่างน้อยก็ต้องมีกันสองคน แต่ถ้าทำแบบนั้น พวกเราก็จะเหลือราชันย์เทวะยุทธ์เป็นกำลังเสริมอีกแค่คนเดียว ผมเกรงว่ามันจะเสี่ยงเกินไปครับ”
เมื่อคำพูดเหล่านั้นเอ่ยออกมา ชายวัยกลางคนก็ต้องเผยท่าทีลังเลออกมาบ้าง
แม้ว่าข้างในเขาจะเกลียดชังฉู่โม่วสุดหัวใจและกระทั่งอยากจะรีบฆ่าเขาให้สิ้นซาก แต่เมื่อนึกถึงความเป็นความตายของลูกชาย ประกอบกับเหล่ากบฏช่างขุดเหมืองแล้ว นั่นมันก็แย่เสียยิ่งกว่า
ดังนั้น หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจ “ตอนนี้พักเรื่องฉู่โม่วเอาไว้ก่อน จัดการเรื่องก่อกบฏของพวกช่างขุดเหมืองก่อน แล้วค่อยจัดการกับฉู่โม่วทีหลัง!”
“ใช่แล้ว!”
ทุกคนพยักหน้า
แล้วเมื่อเห็นว่าประธานไม่ออกคำสั่งอะไรอีก พวกเขาก็เดินจากไป
…
ฉู่โม่วไม่รู้ว่าหอการค้าจูหยวนเริ่มวางแผนการที่จะแก้แค้นเขาแล้ว แต่เพราะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นกะทันหัน พวกเขาจึงไม่สามารถลงมือได้ในทันที
แต่หากชายหนุ่มรู้ เขาก็จะเข้าใจว่า
นี่คือผลของโชคชะตา!
หลังจากที่หม้อทองคำแห่งโชคชะตาถูกสร้างขึ้นก็จะยิ่งมีโชคลาภ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับหายนะ มันก็สามารถเปลี่ยนโชคร้ายให้เป็นดีได้
ไม่มีอะไรซับซ้อน หอการค้าจูหยวนนั้นมีกำลังคนน้อย ภายใต้สถานการณ์ทั่วไป พวกเขาสามารถส่งราชันย์เทวะยุทธ์สองถึงสามคนออกมาลอบสังหารเขาได้ และชายหนุ่มจะไม่มีทางเลือกแม้แต่น้อย
แม้ว่าเหล่านักขุดแร่จะก่อกบฏ พวกเขาก็ยังทำให้สงบลงได้หลังจากที่กำลังเสริมมาถึง
แต่หากหอการค้าจูหยวนยังอยากจะใช้กลยุทธ์ใดจัดการ ก็จะเกิดปัจจัยอื่น ๆ ขึ้นและค่อย ๆ เป็นอุปสรรคขัดขวาง
และนี่คือผลอันน่าอัศจรรย์ของโชคชะตา
แน่นอนว่า…
โชคดีไม่ใช่ทุกสิ่ง
หากหอการค้าจูหยวนตัดสินใจเรื่องนี้ได้ตั้งแต่แรกและส่งผู้ปลุกพลังหรือกระทั่งเคลื่อนกำลังพลออกมาโดยไม่สนใจปัจจัยด้านอื่น ๆ นอกจากการสังหารฉู่โม่ว ไม่ว่าโชคชะตาจะมากเพียงใดก็คงไม่อาจหยุดมันได้ง่าย ๆ เป็นแน่
อย่างมากที่สุดก็คงจะช่วยอำนวยความสะดวกให้เขาได้บ้าง
อย่างการเพิ่มโอกาสที่จะหลบหนีไปได้ หรือสร้างโอกาสบางอย่างขึ้นมาระหว่างนั้น
นั่นคือเหตุผลที่ผู้คนมากมายที่เปี่ยมไปด้วยโชคดีถูกไล่ล่า หากไม่ตายก็สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
และนี่เป็นแค่การคาดการณ์เท่านั้น
ตอนนี้ฉู่โม่วได้กลับมาที่ตระกูลหนี่เค่อแล้ว
หนี่เค่อผิงอยู่ที่ตระกูลพอดี และดีอกดีใจเมื่อได้ยินว่าเมื่อไม่กี่วันมานี้ ชายหนุ่มไม่เคยแพ้แม้แต่ครั้งเดียวในการต่อสู้กับผู้ปลุกพลังจากอาณาจักรหลายสิบคน เรียกได้ว่าเป็นข่าวที่น่ายินดีไม่น้อย
เขาได้รู้จากหนี่เค่อปู้ว่าแม้แต่ตงฟางเหวิน บุตรชายคนโตของหอการค้าจูหยวน ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับแขกของตระกูลผู้นี้ ทำให้เขาตกตะลึงยิ่งกว่าเก่า
หลังจากที่เงียบไปครู่ใหญ่ เมื่อได้สติกลับมา เขาก็เริ่มรู้สึกตื้นตันใจ หนี่เค่อผิงมอบสมบัติมหาศาลให้กับฉู่โม่วและกล่าวชื่นชมชายหนุ่ม ก่อนหน้านี้เขาแค่รู้ว่าอีกฝ่ายมีพรสวรรค์ แต่มันก็ไม่เท่ากับการได้เห็นด้วยตาตัวเอง
ตอนนี้มีอัจฉริยะหลายสิบคนอยู่ทั่วทั้งอาณาจักร หลายคนเป็นผู้มากพรสวรรค์ที่มีชื่อเสียงมาเป็นเวลานาน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับฉู่โม่ว พวกเขาก็เทียบไม่ติดเลยสักนิด
แม้แต่ตงฟางเหวินผู้เป็นถึงอันดับที่เก้าในการประลองเทพเจ้าก็ยังต้องพ่ายแพ้
พรสวรรค์เช่นนี้ พละกำลังเช่นนี้ ทำให้หนี่เค่อผิงต้องหันมาสนใจเขามากขึ้น และกระทั่งให้ความสนใจกับชายหนุ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
หลังจากที่พูดคุยกัน งานเฉลิมฉลองก็ถูกจัดขึ้นอีกครั้ง มันยืดยาวไปจนกระทั่งดวงจันทร์ลอยอยู่กลางผืนฟ้า
หลังจากที่กลับไปยังลานบ้านของตัวเอง
ฉู่โม่วก็นั่งขัดสมาธิลงและเริ่มต้นจากการนับรางวัลที่หนี่เค่อผิงให้มา ซึ่งมันมหาศาลมาก
แค่คำนวณดูคร่าว ๆ ก็พอจะประมาณได้ว่ามูลค่าของสมบัติเหล่านี้รวมแล้วราวสามล้านล้านหินปฐมกาล
หากเปรียบเทียบกับรายจ่ายหลายนับแสนล้านของเขาแล้ว มันก็ดูไม่มากนัก
แต่ต้องรู้ด้วยว่านี่เป็นเพียงแค่ของขวัญครั้งเดียว
ฉู่โม่วไม่ได้ทำผลงานอะไรให้กับตระกูลหนี่เค่อมากนัก แต่เขาก็ได้รับรางวัลเช่นนี้แล้ว นั่นก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าตระกูลหนี่เค่อมีประวัติอันยืนยาวขนาดไหน มีพื้นฐานที่ลึกซึ้งขนาดไหน และต้านทานการใช้สอบได้มากเท่าไร
“เป็นรางวัลที่ดีจริง ๆ”
ฉู่โม่วพึมพำและคิดเช่นนั้นอยู่ในใจ บางทีเมื่อออกไปจากที่นี่ในอนาคต เขาอาจจะต้องหาวิธีตอบแทนตระกูลหนี่เค่อเสียหน่อยแล้ว
แม้ว่าในตอนแรกเขาแค่อยากจะใช้ตระกูลหนี่เค่อ และตระกูลหนี่เค่อก็แค่อยากจะมีความสัมพันธ์อันดีกับฉู่โม่ว แต่หลังจากที่ได้สนิทสนมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะจักรพรรดิ ผู้อาวุโส ไปจนถึงผู้คนธรรมดาทั่วไป ต่างก็ปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพและกระทั่งจ่ายราคามหาศาลให้กับเขา
ผู้คนนั้นไม่ใช่พืชที่ไร้ความรู้สึก
ความพึงพอใจเช่นนี้นั้นจะนำมาซึ่งรางวัลตอนแทนเสมอ