ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 883 บทสนทนาข้ามผ่านห้วงเวลาอันไร้ที่สิ้นสุด
บทที่ 883 บทสนทนาข้ามผ่านห้วงเวลาอันไร้ที่สิ้นสุด
ท่ามกลางแสงจันทร์ ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ตัวคนเดียวหลังเปลวเพลิงลุกโชน
สีหน้าของเขาดูเศร้าหมองและโดดเดี่ยว ราวกับถูกโลกทั้งใบทอดทิ้ง แม้ว่ามันจะเต็มไปด้วยปริศนา ความรู้สึกเมื่อเฝ้ามองชายคนนี้ก็ยังคงว้าเหว่
แผ่นหยกและตำรานับไม่ถ้วนกลับกลายเป็นดวงแสงในมือของชายชราคนนั้นและจางหายไปในอากาศ
ระหว่างที่มองดูภาพนี้
ข้างหลังชายชรา ร่างอันมืดมัวปรากฏตัวขึ้นในทันใด
มันคือร่างของตัวตนที่ทรงพลัง เขาสวมใส่ชุดคลุมยาวและปลดปล่อยรัศมีที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
คนผู้นั้นมีตาสามดวง อยู่ในชุดเกราะสีทอง และมือควงดาบสองปลาย ดูยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดา
ร่างอันงดงามผู้มีหัวของมนุษย์และร่างของอสรพิษยืนอยู่เหนือแม่น้ำแห่งกาลเวลา ร่างของเธอดูยิ่งใหญ่ไร้ที่เปรียบ สิ่งมีชีวิตเบื้องล่างนับไม่ถ้วนต่างก็เคารพบูชาและสวดภาวนาต่อเธอ ทำให้เสียงสวดท่องดังกึกก้องอย่างไร้ที่สิ้นสุด
นอกจากนั้นยังมีอาลักษณ์วัยกลางคนผู้สง่างามและแบกหุบเหวสวรรค์ไว้บนหลัง ในมือของเขามีม้วนจารึกและยืนเอามือไพล่หลังไว้
และยังมีนักพรตเต๋าหนุ่มผู้แบกกระบี่ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้บนหลัง มันระเบิดแสงกระบี่สว่างไสวไร้ที่เปรียบออกมาผ่านแม่น้ำแห่งกาลเวลา ทำให้ห้วงมิติและกาลเวลาต้องแตกสลาย
รวมไปถึงชายชราผู้มีหนวดเคราและเส้นผมสีขาวผู้นั่งอยู่บนกระทิงสีเขียว ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยน ทำเพียงส่ายหน้าไปมาโดยไม่พูดสิ่งใด
ต่อมาคือนักบวชชราผู้นั่งขัดสมาธิอยู่โดยมีดอกบัวเบ่งบานอยู่ข้างล่าง สีหน้าของเขาดูสงบเสงี่ยมและมีธงปลิวไสวอยู่ข้างหลัง แสดงให้เห็นถึงความเมตตาไร้ที่สิ้นสุด
…
ร่างนับไม่ถ้วนปรากฏตัวขึ้น
พวกเขาดูเหมือนจะกำลังพูดคุยเรื่องอะไรสักอย่างกันและมีเสียงแว่วออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า
“โลกใบนี้มาถึงจุดจบแล้ว เราจะเปิดเส้นทางใหม่!”
“ถึงจะต้องทิ้งทุกอย่างไป เราก็ไม่ลังเล!”
“ตำนานอาจจะต้องจบลง แต่มันก็จะไม่มีวันจบลงเพราะเรื่องนี้… เหล่าเทพสวรรค์จะกลับมาอีกครั้ง!”
น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาและบางครั้งก็ยากที่จะได้ยิน แต่สำหรับฉู่โม่ว ในคำพูดเหล่านั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นราวกับน้ำแห้งเหือดหายไปและไม่อาจชำระล้างมันออกไปได้
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ฉู่โม่วก็ต้องชะงักงันอยู่กับที่
เมื่อย้อนเวลากลับไปผ่านแผ่นศิลา ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงชายชราพูดคำเหล่านี้
และตอนนี้ เมื่อย้อนเวลากลับไปด้วยม้วนภาพไท่ฮวง เขาก็ได้ยินมันอีกครั้ง
มันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าจะต้องมีข้อมูลสำคัญบางอย่างอยู่ในคำพูดเหล่านั้นเป็นแน่
“สิ่งที่รู้ตอนนี้ก็คือเหล่าเทพสวรรค์และผู้เป็นอมตะโบราณไม่มีทางเลือกนอกจากต้องออกไปจากที่นี่ เพราะพวกเขาไม่สามารถมีชีวิตรอดในดาวเคราะห์บรรพชนได้”
“พวกเขาเดินทางไปยังดินแดนห่างไกลและตามหาสถานที่ที่จะฟื้นฟูสวรรค์กลับคืนมา”
“เห็นได้จากคำพูดพวกนั้นและภาพแรกที่ปรากฏให้เห็นในม้วนภาพไท่ฮวง ประกอบกับซากปรักหักพังในเขตแดนลับมายาครามด้วย”
“และหายนะที่ทำให้พวกเขาต้องจากไปอาจจะเกิดขึ้นจากแสงสีแดงที่พวกเขาเห็นในตอนนั้น!”
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
ในตอนนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองพบเข้ากับกุญแจสำคัญบางอย่างเข้าแล้ว
เขาอยู่ไม่ไกลไปจากความจริงของความลับนี้แล้ว!
ตอนนี้เบื้องหน้าฉู่โม่วมีคำถามสำคัญอยู่เพียงแค่สามข้อ
ลำแสงสีแดงที่ทำให้เกิดหายนะแห่งสวรรค์และโลกนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง?
แล้วเหล่าเทพสวรรค์หายไปที่ไหน?
ตอนนี้พวกเขายังมีตัวตนอยู่หรือไม่?
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ภาพตรงหน้าเขาก็ค่อย ๆ มืดมัวลง เห็นได้ชัดว่าถึงจุดสิ้นสุดของการย้อนเวลาแล้ว
ระหว่างที่ฉู่โม่วกำลังคิดอยู่นั้นเอง
ทันใดนั้น
ชายชราที่นั่งอยู่ตรงหน้าเปลวเพลิงพลันเงยหน้าขึ้นและจ้องมองมายังชายหนุ่ม
นั่นมันสายตาแบบไหนกัน?
สงบเงียบและไร้การเคลื่อนไหว
หลังจากที่ผ่านมาหลายต่อหลายยุคสมัย ดูเหมือนว่าห้วงมิติและกาลเวลากว่าหลายพันล้านปีจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเขา
ในตอนนี้ ฉู่โม่วรู้สึกราวกับว่าเขาถูกตัวตนปริศนาจ้องมองมา ทำให้เขารู้สึกขนลุกไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
“นายมาที่นี่อีกแล้ว…”
ชายชราอ้าปากพูด น้ำเสียงของเขาเดินทางผ่านห้วงมิติและกาลเวลาออกมา จากโลกในอดีตกาลมาสู่หูของเขาในยุคปัจจุบัน
เพียงแค่ประโยคเดียวนี้ทำให้ชายหนุ่มต้องตกตะลึง ทั้งสับสน และเหลือเชื่อ
เขานิ่งงันอยู่กับที่และรู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนในหัวใจ หลังจากที่ผ่านไปเป็นเวลานาน เขาก็ได้สติกลับมาและเอ่ยขึ้นด้วยความลังเล “ท่าน… มองเห็นผมเหรอ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
ชายชราพยักหน้าเบา ๆ ด้วยสายตาที่ไม่อาจเข้าใจได้
หลังจากที่ได้รับคำตอบ แม้แต่ฉู่โม่วก็ต้องอ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว
ภาพตรงหน้านี้มันน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?
ชายโบราณในอดีตนับปีไม่ถ้วน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นตัวตนในตำนานเล่าขาน สามารถเดินทางข้ามห้วงมิติและกาลเวลา ข้ามระยะเวลาหลายพันล้านปีและจ้องเขม็งมายังเขา แล้วจึงอ้าปากพูดกับเขาอีกด้วย นี่มันพลังแบบไหนกัน?
แม้ว่าฉู่โม่วจะคิดจนหมดแรงก็ยังไม่อาจจินตนาการได้
ความตกตะลึงในจิตใจของชายหนุ่มนั้นไม่อาจอธิบายออกมาด้วยคำพูดได้
สมองของเขารู้สึกราวกับถูกทุบด้วยค้อนยักษ์ ทั้งร่างกายว่างเปล่า และเขาไม่อาจคิดอะไรได้อีกต่อไป
“สภาพแวดล้อมที่นายอยู่ตอนนี้ควรจะแยกออกจากของฉันเพราะห้วงมิติและกาลเวลา… ดูจากพลังของนายแล้ว คงจะเป็นกระบวนท่าโบราณที่สืบทอดมาสินะ แต่โชคไม่ดีเท่าไหร่ ที่ทั้งหมดนี้มันผิดทาง”
ชายชรากล่าวอย่างใจเย็นราวกับว่าไม่มีอะไรสามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาได้
แต่เมื่อเขาพูดจบ ในสายตาก็เผยร่องรอยของความรู้สึกออกมา
มันคือ… ความเมตตา
ราวกับว่ามองเห็นสิ่งที่เศร้าโศกที่สุดในโลกและต้องรู้สึกสงสัยโดยไม่รู้ตัว
ส่วนฉู่โม่วนั้น หลังจากที่ได้ยินคำพูดของชายชรา เส้นขนทั่งทั้งร่างกายก็ลุกชูชัน
เส้นทางที่ผิดงั้นเหรอ?
ท่านผู้นี้บอกฉันว่ากระบวนท่าของฉันผิดเหรอ?
“ท่าน…”
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็ตั้งใจจะเอ่ยถาม
แต่ก่อนที่จะได้พูดออกมา เขาก็ได้ยินชายชราพูดต่อเสียก่อน “ตอนนี้ราชวงศ์เทพสวรรค์ถูกทำลายแล้ว นายฝึกฝนตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับไปทำไม? พลังเหนือธรรมชาติพวกนั้นก็โบราณมากแล้ว… เส้นทางต่อจากนี้ถูกตัดขาดไปแล้ว เส้นทางข้างหน้าที่นายเดินไปก็จะมีแต่ความผิดพลาด”
“ตำนานมาถึงจุดจบแล้ว เทพสวรรค์จะไม่มีวันกลับมา พวกเราเป็นแค่ผู้รอดชีวิตและจะกลายเป็นฝุ่นผงในประวัติศาสตร์ก็เพียงเท่านั้น…”
เมื่อพูดจบ เขาก็ก้มหัวลงอีกครั้งโดยไม่สนใจฉู่โม่ว
เขาหันกลับไปจดจ่ออยู่กับการฉีกทึ้งแผ่นหยกและตำราในมือ นั่งดูพวกมันกลับกลายเป็นดวงแสงที่จางหายไปในอากาศ
เมื่อเปลวเพลิงนั้นกลืนกินแผ่นหยกและตำราเข้าไป มันก็ลุกโชนรุนแรงยิ่งขึ้น
ข้างหลังชายชรา ในห้วงมิติและกาลเวลาไร้ที่สิ้นสุด มีตัวตนในตำนานมากมายซึ่งเผยรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
พวกเขาดูจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังและผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนก็ต่อสู้กันเอง ทำให้พวกเขาต้องเสียเลือดเนื้อไปตาม ๆ กัน
มีเหล่าเทพสวรรค์ผู้มีสามตา ดวงตาที่สามระหว่างคิ้วของพวกเขาเปล่งพลังผันผวนออกมาพร้อมกับแสงสีทองสว่างไสว พลังศักดิ์สิทธิ์ของมันเพียงพอที่จะทำลายห้วงมิติและกาลเวลาไร้ที่สิ้นสุด สามารถเจาะทะลวงสรวงสวรรค์ได้ด้วยการโจมตีอย่างรุนแรง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างหนักและระเบิดกลายเป็นลำแสง
เมื่อเทพสวรรค์เหล่านี้ร่วงโรยลง
ฉู่โม่วก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในเปลวเพลิงนั้น ตำราเล่มหนึ่งถูกแผดเผาไปจนไหม้เกรียม
ก่อนที่จะถูกเปลวเพลิงกลืนกินเข้าไป มันก็ยังเหลือร่องรอยราง ๆ เอาไว้
ชายหนุ่มมองเข้าไป และพอจะมองเห็นลายมือมากมายข้างในที่กำลังจะหายไป
กระบวนท่าเก้าขั้นพิชิตฟ้า!