ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 983 องค์ชายแห่งราชวงศ์หยวนกับมัจฉาห้วงมิติ!
บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว มีร่างหนึ่งกำลังยืนขวางอยู่เบื้องหน้ายานอวกาศ
ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ลุกโชติช่วง และเปล่งรัศมีอันทรงพลังกวาดไปทั่ว เขามีพลังอยู่ที่ระดับราชันย์เทวะยุทธ์ ในขณะนี้กำลังมองไปที่ยานอวกาศตรงหน้าและตะโกนเสียงดัง
“ผู้ปลุกพลังภายในยานอวกาศจงฟัง!”
“ฉันเป็นผู้ปลุกพลังจากราชวงศ์หยวนแห่งกลุ่มดาราจักรหงส์เพลิง ในตอนนี้ฉันเดินทางมากับองค์ชาย และต้องการให้แกมาเป็นอาสาสมัครลูกเรือ ดังนั้นจงดับเครื่องยนต์แล้วออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าฉันหยาบคาย!”
น้ำเสียงนั้นทั้งหยิ่งผยองและเอาแต่ใจ
ภายในยานอวกาศ
เมื่อฉู่โม่วได้ยินเสียงนั้น จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ราชวงศ์หยวน? กลุ่มดาราจักรหงส์เพลิง?”
เขาขยายจิตสัมผัสออกไปและเห็นว่าด้านหลังของผู้ปลุกพลังที่ไกลออกไป มียานรบขนาดใหญ่มากลำหนึ่ง และรัศมีพลังที่กำลังเปล่งประกายสองจุดซ่อนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งดูเหมือนจะอยู่ในขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์
นอกจากนั้นยังมีรัศมีพลังอีกหลายร้อยจุด ซึ่งล้วนอยู่ในระดับราชันย์เทวะยุทธ์โดยประมาณ
รอบ ๆ ยานอวกาศ ยังมียานอวกาศมากกว่าสิบลำติดตามมา โดยผู้ปลุกพลังแต่ละคนได้ถูกขับไล่ลงมาด้วยความหวาดกลัว
เมื่อเห็นฉากนี้ สีหน้าของฉู่โม่วก็เผยแววครุ่นคิด
‘มีจักรพรรดิเทวะยุทธ์สองคน และราชันย์เทวะยุทธ์อีกยี่สิบเจ็ดคนกำลังติดตามองค์ชาย!’
‘ดูเหมือนว่าขุมพลังของราชวงศ์หยวนจะไม่ธรรมดา พวกมันคงมีภารกิจสำคัญบางอย่าง จึงต้องมาถึงดาวเคราะห์อันห่างไกลแบบนี้…‘
ชายหนุ่มลอบคิดในใจ
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ฉู่โม่วก็ตัดสินใจตามน้ำไปกับอีกฝ่าย เขาดับเครื่องยนต์และลดรัศมีพลังตัวเองให้ลงมาเป็นเพียงมหาเทวะยุทธ์ระดับสูงสุด ก่อนเดินออกมาจากยานอวกาศด้วยท่าทียอมจำนน
อีกฝั่งหนึ่ง ผู้ปลุกพลังจากราชวงศ์หยวนเริ่มมีท่าทีอดทนไม่ไหวแล้ว แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มออกมาจากยานอวกาศ ก็รีบต่อว่าอย่างไม่พอใจทันที “แกทำอะไรอยู่ตั้งนาน กว่าจะออกมาได้!”
“ผะ…ผมกลัวผู้อาวุโสจะเป็นพวกต้มตุ๋น เลยไม่กล้าออกมา ดังนั้น…”
ฉู่โม่วพูดตะกุกตะกักและแสร้งทำเป็นขลาดกลัว
เมื่อเห็นท่าทีแบบนั้น ราชันย์เทวะยุทธ์ก็เลิกระแวง เพราะเดิมทีเขากังวลมากว่าอีกฝ่ายจะเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นผู้ปลุกพลังตรงหน้ามีท่าทีหวาดกลัว เขาก็พูดด้วยสีหน้าเย็นชาทันที “เห็นชัดเจนแล้วหรือยังว่าฉันเป็นผู้ปลุกพลังจากราชวงศ์หยวน ยิ่งฉันเป็นถึงราชันย์เทวะยุทธ์ จะไปหลอกลวงแกได้อย่างไร!”
“เอาละ จงควบคุมยานอวกาศ แล้วรีบไปพบกับองค์ชายพร้อมฉัน ครั้งนี้องค์ชายกำลังจะเสด็จออกไปข้างนอก จึงต้องการกำลังคนมาก แกจงทำผลงานให้ดี ๆ บางทีถ้าถูกใจองค์ชาย แกก็อาจจะได้ผลประโยชน์บางอย่างด้วยเช่นกัน”
“ครับผู้อาวุโส”
ฉู่โม่วแสร้งทำเป็นยอมจำนน เขาทิ้งยานอวกาศแล้วติดตามราชันย์เทวะยุทธ์ไป
แต่เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมัวชักช้า ราชันย์เทวะยุทธ์จึงดูหงุดหงิด ก่อนจะกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายให้ติดตามไป
เพียงไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงยานรบลำใหญ่
เมื่อฉู่โม่วมาถึง ก็เห็นว่ามีผู้ปลุกพลังแบบเขามากกว่ายี่สิบคนมาเกาะกลุ่มกันอยู่ที่นี่ เดาได้เลยว่า ทั้งหมดจะต้องบีบบังคับมาเช่นกัน ในขณะนี้ทุกคนกำลังมีท่าทีไม่สบายใจและหวาดกลัว
“องค์ชาย ยานอวกาศที่อยู่บริเวณใกล้เคียงถูกจับกุมไว้หมดแล้ว พวกเขาทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ราชันย์เทวะยุทธ์ที่พาตัวฉู่โม่วมาบินขึ้นไปที่ยานรบและกล่าวอย่างเคารพ
สิ้นสุดเสียงนั้น
ร่างหนึ่งก็เดินออกมา อีกฝ่ายดูค่อนข้างเด็ก แต่ก็มีพลังระดับราชันย์เทวะยุทธ์ หลังจากเดินออกมา ก็เหลือบมองไปที่ฉู่โม่วและคนอื่น ๆ “ทำได้ดีมาก”
“ขอบพระทัยองค์ชายสำหรับคำชม”
ราชันย์เทวะยุทธ์คนนั้นยิ้ม
“เอาละ แกรีบแจกแจงบอกหน้าที่พวกเขาแต่ละคนอย่างรวดเร็วที่สุด ครั้งนี้กว่าจะออกมาข้างนอกได้ เราต้องทำเวลาสักหน่อยเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา”
องค์ชายพูดด้วยท่าทางเอาแต่ใจ
“ครับผม”
ราชันย์เทวะยุทธ์พยักหน้า ก่อนจะหันกลับไปและพูดอย่างเคร่งขรึม “ฟังฉันให้ดี คนตรงหน้าพวกแกนี้คือองค์ชายแห่งราชวงศ์หยวน คราวนี้พระองค์จะเสด็จไปตามล่าสมบัติ แต่เนื่องจากขาดกำลังคน ดังนั้นเราจึงต้องพึ่งพาแรงจากพวกแกทุกคน นี่คือโอกาสที่พวกแกจะได้สร้างผลงาน!”
“หากทำได้ดี องค์ชายจะตบรางวัลอย่างงามให้พวกแกทุกคน และบางทีแกอาจได้รับความโปรดปรานจากองค์ชายจนได้รับสถานะให้เป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์หยวนก็เป็นได้”
“ในเวลานั้น ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะเรียกสิ่งนี้ว่าหนึ่งก้าวปีนป่ายขึ้นสู่สวรรค์!”
“พวกแกสงสัยอะไรอีกไหม?!”
หลังจากพูดจบ สีหน้าของเขาก็ดูจริงจังมากขึ้น
“ครับ”
ฉู่โม่วและคนอื่น ๆ ตอบพร้อมกัน
“ดีมาก”
ท่าทีของราชันย์เทวะยุทธ์ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “ต่อไป องค์ชายจะสอนพวกแกจัดรูปแบบค่ายกลขนาดใหญ่ เพื่อดึงดูดมัจฉาห้วงมิติให้ปรากฏขึ้น พวกแกทุกคนจะต้องขับยานอวกาศไปรอบ ๆ พร้อมกับ ‘หญ้าดารา’ หากพวกแกล่อมัจฉาห้วงมิติออกมาได้ ก็จะได้รับรางวัลซึ่งเกินกว่าที่พวกแกจะจินตนาการได้เลยละ!”
ทันทีที่ได้ยินเขาอธิบาย
ไม่เว้นแม้แต่ฉู่โม่ว ทุกคนที่ถูกจับกุมที่นี่ก็หน้าถอดสีทันที
ชายชราคนหนึ่งที่เป็นมหาเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดรีบอุทานขึ้นว่า “มัจฉาห้วงมิติเป็นสัตว์ร้ายที่มีพลังเทียบได้กับจักรพรรดิเทวะยุทธ์เชียวนะ และมันยังเดินทางผ่านห้วงมิติได้ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกที่ฉันจะใช้หญ้าดาราล่อพวกมัน แล้วจะยังรอดชีวิต!”
“ผู้อาวุโส นะ…นี่จะไม่เท่ากับส่งพวกเราไปตายหรือ?!”
“ใช่ ผู้อาวุโส พวกเราเป็นเพียงราชันย์เทวะยุทธ์ หากไปทำเช่นนี้ ก็จะต้องตายแน่นอน!”
ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ เริ่มถกเถียงกันด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
ส่วนฉู่โม่วก็แสดงท่าทีตื่นตระหนกเหมือนกับผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ เช่นกัน
แต่ในใจกำลังลอบครุ่นคิด
เขาเคยได้ยินชื่อมัจฉาห้วงมิติมาก่อน
ว่ากันว่ามันเป็นสัตว์อสูรแห่งห้วงจักรวาลที่พิเศษอย่างยิ่ง ทุกตัวที่ปรากฏขึ้นจะทรงพลังพอ ๆ กับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ แต่สมบัตินิรันดร์ที่หาได้ยากอย่างยิ่งก็มักจะเกิดในตัวของพวกมันด้วยเช่นกัน แม้แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ยังปรารถนาที่จะครอบครองมันอย่างยิ่ง
ดังนั้นผู้ปลุกพลังที่ทรงพลังมากมายจึงมักออกตามล่าพวกมัน
ทว่ามัจฉาห้วงมิติสามารถเดินทางผ่านห้วงมิติได้ ราวกับมังกรที่มักมองเห็นเพียงหัว แต่ไม่เห็นหาง ทำให้จับตัวมันได้ยาก
โชคดีที่ปลาตัวนี้ชอบกินหญ้าวิญญาณที่เรียกว่า ‘หญ้าดารา’ ซึ่งมีความเย้ายวนอย่างมาก หากจิตวิญญาณในหญ้านี้ถูกกระตุ้น มัจฉาห้วงมิติก็จะถูกล่อให้ปรากฏตัว
“มีข่าวลือว่าสมบัติที่เกิดขึ้นในร่างของมัจฉาห้วงมิตินั้นถูกเรียกว่าผลึกสนธยา”
“เป็นไปได้ไหมที่ผู้ปลุกพลังแห่งราชวงศ์หยวนกดขี่ผู้คนมากมายเพียงเพราะสิ่งนี้?
ฉู่โม่วขมวดคิ้วเล็กน้อย
แม้ผลึกสนธยานี้จะล้ำค่ามาก แต่สำหรับราชวงศ์ระดับสูง อย่างไรเขาก็มีโอกาสได้รับมันอยู่แล้ว
แต่ทำไมองค์ชายแห่งราชวงศ์หยวนจึงกล้ากระทำการอุกอาจเช่นนี้ และยังมีจักรพรรดิเทวะยุทธ์สองคนคอยปกป้องเขาด้วย แม้แต่พลังวิถีโดยรอบก็ถูกควบคุมและปิดกั้นห้วงมิติได้ตลอดเวลา
การที่เล่นใหญ่ขนาดนี้เพียงเพื่อผลึกสนธยา สำหรับฉู่โม่วแล้วดูไม่สมเหตุสมผลเลย
‘อาจจะวางแผนอย่างอื่นไว้อีกก็ได้’
ชายหนุ่มคิดในใจและเฝ้าดูการกระทำต่อไป
เพราะเขามีสมบัติสวรรค์มากมายที่ใช้ป้องกันการโจมตีได้
ผู้ปลุกพลังอีกหลายคนต่างอ้อนวอนขอชีวิต
แต่ราชันย์เทวะยุทธ์ก็ทำหน้าจริงจังและพูดว่า “นี่เป็นคำสั่งขององค์ชาย ไม่ว่าพระองค์จะสั่งอะไรพวกแกก็ต้องทำตาม ห้ามขัดขืนเด็ดขาด!”
“ฉันขอบอกพวกแกไว้ก่อนว่าองค์ชายได้เตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว แม้แต่รูปแบบค่ายกลขนาดใหญ่ก็มีพร้อม ยังไม่รวมถึงจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสองคนหรือคนอื่น ๆ อีกมากมายที่คอยปกป้องพวกแก ดังนั้นมัจฉาห้วงมิติคงทำร้ายพวกแกไม่ได้หรอก!”
ทุกคนยังดูกังวลกันอยู่ดี
เมื่อเห็นแบบนั้น ราชันย์เทวะยุทธ์ก็พูดอย่างหมดความอดทนว่า “ทำไม พวกแกทำหน้าแบบนั้น หรือว่าคิดจะขัดคำสั่งขององค์ชาย!”
น้ำเสียงของเขากลายเป็นเคร่งขรึม