ระบบกลืนพรสวรรค์ฝืนชะตา - ตอนที่ 10 ฐานเฮยหลินแตก
ลำแสงโลหิตสีดำแดงกระแทกหอค่ายกลกลางฐาน
ชั่วขณะนั้น โลกเหมือนหยุดนิ่ง
เส้นแสงทองแดงของค่ายกลแกนกลางสว่างจ้าจนกลางคืนกลายเป็นกลางวัน ลายค่ายกลนับพันบนพื้น กำแพง และหอคอยสั่นพร้อมกัน เจ้าเมืองโม่เทียนฉือระดับขุนพลยุทธ์ขั้นต้นยืนอยู่หน้าแกนค่ายกล มือทั้งสองกดบนเสาทองแดง เขาระเบิดพลังปราณทั้งหมดเข้าสู่แกนกลาง
“รั้งไว้!”
เสียงของเขาดังจนเลือดพุ่งจากปาก
ผู้ช่วยค่ายกลหลายสิบคนรอบหอเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกลางถึงขั้นสูง พวกเขากัดฟันส่งพลังเข้าสู่เสาค่ายกลย่อย บางคนแขนแตก บางคนตาไหลเลือด แต่ไม่มีใครถอย
เพราะถอยไม่ได้
ถ้าค่ายกลแตก ฐานเฮยหลินจะกลายเป็นโรงเชือดทั้งหมด
ลำแสงโลหิตกับม่านค่ายกลทองแดงปะทะกันกลางอากาศ เสียงดังเหมือนฟ้าถูกฉีกเป็นชั้น ๆ คลื่นพลังสะท้อนออกไปทั่วฐาน กำแพงชั้นนอกที่พังอยู่แล้วถล่มลงอีกหลายช่วง บ้านไม้ในชั้นกลางถูกแรงอัดกดจนแบน ผู้คนที่อยู่ใกล้หน้าต่างถูกเศษแก้วและหินค่ายกลเสียบตายทันที
หลี่เฉินที่กำลังลากเซวี่ยหมิงเข้าใกล้ช่องน้ำตะวันตกถูกแรงกระแทกซัดล้ม
ร่างเขากลิ้งไปกับพื้นหิน มือยังไม่ปล่อยคอเสื้อรองแม่ทัพ
อาซื่อที่อยู่ในช่องน้ำตะวันตกตะโกน “หลี่เฉิน!”
หลี่เฉินกัดฟัน ลุกขึ้นด้วยแขนขวาข้างเดียว แขนซ้ายที่ถูกผ้าขาดพันไว้แทบไม่รู้สึกแล้ว พรสวรรค์กล้ามเนื้อเหล็กระดับกลางชั่วคราวเริ่มเสื่อมสภาพจริง ๆ กล้ามเนื้อทั่วร่างเหมือนถูกดึงกลับอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่ขยับจะมีเสียงฉีกเล็ก ๆ ดังใต้ผิว
[กล้ามเนื้อเหล็กระดับกลางชั่วคราวเสื่อมสภาพ]
[พรสวรรค์คงเหลือ: กล้ามเนื้อเหล็กระดับต่ำ ความสมบูรณ์ 100%]
[ผลย้อนกลับ: กล้ามเนื้อฉีกขาดกว้างขวาง]
[แนะนำ: หยุดเคลื่อนไหว]
หลี่เฉินหัวเราะแห้ง
“ข้าเริ่มเกลียดคำแนะนำของเจ้าแล้ว”
เขาลากเซวี่ยหมิงต่อ
รองแม่ทัพชุดเกราะเงินยังมีสติครึ่งหนึ่ง ดวงตาของเขาปรือขึ้น “ปล่อยข้า… ข้าต้องกลับไปช่วยเจ้าเมือง…”
“ท่านยืนยังไม่ไหว”
“ข้าเป็นรองแม่ทัพ”
“ตอนนี้ท่านเป็นก้อนเหล็กหนัก ๆ ที่ข้าลากอยู่”
เซวี่ยหมิงอยากด่า แต่ไอเลือดออกมาแทน
หลี่เฉินลากเขาถึงช่องน้ำตะวันตก แล้วผลักเข้าไปด้านใน อาซื่อใช้แรงแขนช่วยดึง เซวี่ยหมิงหนักมากเพราะเกราะเงินระดับทองแดงขั้นสูง แต่เกราะนั้นแตกไปหลายส่วน หลี่เฉินจึงกระชากสายรัดแผ่นเกราะอกออก
“เจ้าทำอะไร” เซวี่ยหมิงถามเสียงแหบ
“ถอดของหนัก ไม่งั้นท่านติดช่อง”
“นั่นเกราะระดับทองแดง…”
“ถ้าท่านตาย เกราะก็เป็นของคนอื่นอยู่ดี”
เซวี่ยหมิงมองเขาแวบหนึ่ง แล้วหัวเราะทั้งเลือด “เจ้ามันเด็กเวรจริง ๆ”
“หลายคนพูดแบบนั้น”
หลี่เฉินถอดแผ่นเกราะอกที่แตกออกครึ่งหนึ่งแล้วโยนทิ้งไว้ข้างช่อง เขาอยากเก็บ มันเป็นอุปกรณ์ระดับทองแดงขั้นสูง ต่อให้เสียหายก็มีค่ามหาศาล แต่ตอนนี้น้ำหนักของมันคือชีวิต
เขาจดไว้ในใจ
ถ้ารอด จะกลับมาเก็บ
ทุกอย่างที่มีค่าในสนามรบนี้ เขาจะไม่ปล่อยไปง่าย ๆ
ทว่าเสียงแตกร้าวจากหอค่ายกลทำให้ความคิดทั้งหมดหยุดลง
แกร๊กรรรก!
ม่านค่ายกลทองแดงเหนือฐานเกิดรอยร้าวยาว เส้นแสงหลายเส้นดับลง หอค่ายกลกลางเอียงเล็กน้อย เจ้าเมืองโม่เทียนฉือยืนโงนเงนแต่ยังไม่ปล่อยมือ
หมาป่าเกราะดำยักษ์ระดับสามขั้นสูงกดดวงตาที่สามลงต่ำกว่าเดิม ลำแสงโลหิตเข้มขึ้น
บนกำแพงชั้นกลาง ไป๋เหวินยืนอยู่ใต้ผ้าคลุมซ่อนกลิ่นอายระดับทองแดง สีหน้าไม่มีความตื่นตระหนก เขากลับหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาจดอะไรบางอย่าง
“สัตว์อสูรระดับสามขั้นสูง มีพรสวรรค์ดวงตาโลหิตไม่สมบูรณ์ สามารถดูดเลือดฝูง ฟื้นฟูเกราะ และยิงลำแสงทำลายค่ายกล... น่าสนใจมาก”
ทหารข้าง ๆ ตะโกน “หมอไป๋! เราต้องถอยแล้ว!”
ไป๋เหวินปิดสมุด “ถอยสิ แต่ก่อนถอย ข้าต้องเก็บตัวอย่างสองอย่าง”
“ตัวอย่าง?”
ไป๋เหวินมองไปยังหอค่ายกล แล้วมองลงไปยังช่องน้ำตะวันตก
“เลือดของสัตว์อสูรระดับสาม และเลือดของเด็กคนนั้น”
ใต้ช่องน้ำตะวันตก หลี่เฉินรู้สึกเสียวสันหลังอีกครั้ง
เขาไม่หันไปมอง
เพราะถ้าหัน แปลว่าเขารู้ตัว
เขาต้องแสดงเป็นเด็กบาดเจ็บที่สนใจแค่หนี
“อาซื่อ ดึงรองแม่ทัพเข้าไปลึกกว่านี้”
“แล้วเจ้า?”
“ข้าจะปิดทาง”
“เจ้าจะปิดด้วยอะไร”
หลี่เฉินมองกองซากไม้และเหล็กเหนือช่อง “ด้วยของที่ตกลงมา”
อาซื่อเข้าใจทันที “เจ้าจะทำให้ช่องถล่ม? แล้วเราจะออกยังไง”
“ช่องนี้เชื่อมไปท่อเก่า ถ้าจำแผนผังลานซากไม่ผิด มันออกไปหลังคลังเกลือ”
“แล้วถ้าจำผิด?”
“เราจะตายใต้ดิน เงียบกว่าตายข้างบน”
“ปลอบใจได้ห่วยแตกมาก”
หลี่เฉินไม่ตอบ เขากลับออกจากช่องครึ่งตัว แล้วใช้หอกสั้นระดับเหล็กดำงัดคานไม้ที่แตกร้าวด้านบน ความจริงแรงของเขาแทบหมดแล้ว หากไม่มีพรสวรรค์กล้ามเนื้อเหล็กระดับต่ำที่คงเหลือ เขาคงยกหอกไม่ขึ้นด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้เขายังพอทำได้
ทีละนิด
คานเริ่มขยับ
ด้านนอก หอค่ายกลกลางในที่สุดก็แตก
ลำแสงโลหิตทะลุม่านทองแดง กระแทกเสาค่ายกลหลัก เสาทองแดงสูงสิบจั้งระเบิดออกเป็นชิ้น ๆ ผู้ช่วยค่ายกลหลายคนถูกแรงระเบิดกลืนหาย เจ้าเมืองโม่เทียนฉือถูกซัดลอยไปชนผนังหอ เลือดดำพุ่งจากร่าง
แต่ก่อนที่ค่ายกลจะดับสนิท ชายชรากลับหัวเราะเสียงดัง
“คิดว่าฐานชายแดนเล็ก ๆ จะให้แกกินง่าย ๆ หรือ ไอ้เดรัจฉาน!”
เขากัดปลายลิ้น พ่นเลือดลงบนแกนค่ายกลที่แตก
“ค่ายกลทองแดงขั้นสูง วิชาปิดชีพ แกนระเบิดย้อน!”
แสงทองแดงที่กำลังดับพลันหดกลับเข้าสู่หอค่ายกลทั้งหมด
หมาป่าเกราะดำยักษ์เหมือนรู้สึกอันตราย มันถอยทันที แต่โซ่แสงเส้นสุดท้ายจากค่ายกลพุ่งออกไปรัดขาหลังของมันไว้
โม่เทียนฉือยกมือสั่น ๆ
“ระเบิด!”
หอค่ายกลกลางฐานเฮยหลินระเบิด
ตู้มมมมมม!
แสงทองแดงกลืนใจกลางฐาน คลื่นพลังพุ่งออกเป็นวง กำแพงชั้นกลางสั่นจนทหารจำนวนมากล้มลง หมาป่าเกราะดำระดับหนึ่งที่อยู่ใกล้ถูกเผาเป็นเถ้า หมาป่าเกราะกระดูกระดับสองที่ติดใต้สะพานถูกแรงระเบิดซ้ำจนแน่นิ่ง
หมาป่าเกราะดำยักษ์ระดับสามขั้นสูงถูกแรงระเบิดซัดถอยไปหลายสิบจั้ง เกราะอกของมันแตกเป็นรูใหญ่ เลือดดำไหลทะลัก
แต่มันยังไม่ตาย
มันเพียงบาดเจ็บสาหัส
และโกรธจนบ้าคลั่ง
เสียงคำรามของมันดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยความเจ็บและความแค้น ฝูงหมาป่าที่เหลือแตกตื่น บางตัวถอย บางตัวคลั่งกัดทุกอย่างไม่เลือก
ฐานเฮยหลินเสียค่ายกลแกนกลางแล้ว
เจ้าเมืองโม่เทียนฉือหายไปในแสงระเบิด ไม่รู้เป็นตาย
รองแม่ทัพเซวี่ยหมิงที่ถูกลากเข้าไปในช่องน้ำตะวันตกมองแสงทองแดงที่สว่างผ่านรอยแตกของช่อง ดวงตาแดงก่ำ
“ท่านเจ้าเมือง…”
หลี่เฉินใช้จังหวะคลื่นระเบิดงัดคานไม้สำเร็จ คานหักลงมา กองหินและไม้ถล่มปิดปากช่องน้ำตะวันตกเกือบทั้งหมด เขากลิ้งกลับเข้ามาด้านในก่อนก้อนสุดท้ายตกลงมา
ฝุ่นอัดเต็มช่องแคบ
ทุกอย่างมืดสนิท
เสียงด้านนอกเบาลงเหมือนอยู่คนละโลก
อาซื่อไอไม่หยุด เซวี่ยหมิงหอบหายใจหนัก ส่วนหลี่เฉินนอนคว่ำกับพื้น ไม่ขยับไปหลายลมหายใจ
[ภารกิจฉุกเฉินยังไม่สำเร็จ]
[สถานะ: ยังอยู่ในเขตฐานเฮยหลิน]
[ตรวจพบเป้าหมายระดับสองขั้นต้นเสียชีวิตใกล้เคียง]
[ผู้ถือครองมีส่วนร่วมสูง สามารถกลืนพรสวรรค์เกราะกระดูกระดับต่ำได้]
ในความมืด หลี่เฉินลืมตาขึ้นช้า ๆ
ด้านนอกปากช่องถูกปิดแล้ว
ไป๋เหวินมองไม่เห็น
เซวี่ยหมิงบาดเจ็บหนักและอยู่ด้านใน
อาซื่อรู้ความลับบางส่วนอยู่แล้ว แต่เขาสัญญาแล้วว่าจะไม่พูด
นี่อาจเป็นโอกาสเดียว
พรสวรรค์เกราะกระดูกระดับต่ำจากสัตว์อสูรระดับสอง
มันอาจช่วยให้เขารอดจากผลย้อนกลับของกล้ามเนื้อเหล็ก และอาจเป็นไพ่ตายสำหรับออกจากฐาน
แต่ซากอยู่ด้านนอก ใต้กองหินถล่ม ไม่ไกลจากปากช่องที่ถูกปิด
ถ้าจะกลืน เขาต้องแตะเลือดหรือเศษซากที่ไหลเข้ามา
หลี่เฉินคลานไปที่รอยแตกเล็ก ๆ ตรงพื้น เลือดดำของหมาป่าเกราะกระดูกซึมเข้ามาตามร่องหินช้า ๆ
เขาเอื้อมมือออกไป
เซวี่ยหมิงพลันพูดเสียงแหบ “เจ้าจะทำอะไร”
หลี่เฉินหยุดมือ
ความมืดทำให้มองไม่เห็นสีหน้าเขา
แต่เสียงของเขานิ่งมาก
“เลือดอสูรระดับสองมีฤทธิ์สมานกระดูก ข้าเคยเห็นคนงานใช้กับสัตว์บาดเจ็บ ถ้าไม่ลอง เราอาจตายกันหมด”
เซวี่ยหมิงเงียบไป
อาซื่อกลั้นหายใจ
หลี่เฉินไม่รอคำอนุญาต
เขากดฝ่ามือลงบนเลือดดำที่ซึมเข้ามา
[ตรวจพบเป้าหมาย: หมาป่าเกราะกระดูก ระดับสองขั้นต้น เสียชีวิต]
[พรสวรรค์ที่ตรวจพบ: เกราะกระดูกระดับต่ำ, กล้ามเนื้อเหล็กระดับต่ำ]
[ผู้ถือครองมีส่วนร่วมสังหาร]
[ต้องการกลืนกินหรือไม่]
หลี่เฉินหลับตา
ครั้งนี้ต้องเงียบ
ต้องไม่มีแสง
ต้องไม่มีเสียง
เขาสั่งในใจ
กลืน
ความมืดสีดำแดงไหลผ่านรอยแตกในพื้นอย่างเงียบงัน
ไม่มีใครเห็น
แต่หลี่เฉินรู้สึกทันทีว่ากระดูกทั่วร่างของเขากำลังถูกมีดนับพันเล่มขูดจากด้านใน
เขากัดแขนเสื้อตัวเองแน่น ไม่ให้เสียงกรีดร้องหลุดออกมา
ในความมืดนั้น ระบบกระซิบอย่างเย็นชา
[เริ่มกลืนพรสวรรค์ระดับสอง]
[คำเตือน: ร่างผู้ถือครองใกล้พังทลาย]
[หากล้มเหลว กระดูกทั้งร่างอาจกลายเป็นหนามแทงอวัยวะภายใน]
หลี่เฉินกัดจนเลือดเต็มปาก
ดี
อย่างน้อยถ้าตาย
ก็ยังตายเพราะพยายามแข็งแกร่งขึ้น
ไม่ใช่ตายเพราะรอให้ใครมาเปิดประตูให้
**อัพถึงตอนล่าสุดแล้ว**