ระบบกลืนพรสวรรค์ฝืนชะตา - ตอนที่ 9 สะพานเลือดถล่ม
หมาป่าเกราะกระดูกระดับสองขั้นต้นลุกขึ้นจากพื้นคูน้ำ
หอกเงินระดับทองแดงที่หักครึ่งยังเสียบคาอยู่ข้างลำตัวมัน เลือดดำไหลลงตามเกราะกระดูก แต่บาดแผลนั้นไม่ลึกพอจะทำให้มันอ่อนแรงมากนัก ตรงกันข้าม กลิ่นเลือดกลับทำให้ดวงตาของมันคลุ้มคลั่งยิ่งขึ้น
รองแม่ทัพเซวี่ยหมิงยืนข้างหลี่เฉิน
เกราะเงินระดับทองแดงขั้นสูงบนร่างของเขามีรอยแตกหลายจุด แผ่นเกราะหลังเกือบหลุด หอกประจำตัวหักไปแล้วครึ่งหนึ่ง พลังปราณรอบกายวูบวาบไม่มั่นคง แต่น้ำเสียงของเขายังแข็ง
“เจ้าชื่ออะไร”
“หลี่เฉิน”
“ระดับ?”
“ไม่มีระดับ”
เซวี่ยหมิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “หลังรอดไปได้ ค่อยโกหกให้เนียนกว่านี้”
หลี่เฉินยิ้มมุมปาก “ข้ากำลังฝึกอยู่”
“ดี ฝึกด้วยการไม่ตาย”
หมาป่าเกราะกระดูกคำราม แล้วพุ่งเข้ามา
เซวี่ยหมิงก้าวนำ เขาไม่มีหอกเต็มด้ามแล้ว จึงใช้หอกหักครึ่งเป็นกระบองสั้น พรสวรรค์โลหะสะท้อนแรงระดับกลางระเบิดบนเกราะแขน แสงสีเงินเคลือบหมัดและท่อนหอกที่เหลือ
เขารับกรงเล็บแรกของหมาป่าตรง ๆ
เปรี้ยง!
แรงกระแทกสะท้อนกลับใส่หมาป่า ทำให้กรงเล็บมันดีดขึ้น แต่เซวี่ยหมิงเองก็ถอยสองก้าว เลือดไหลจากมุมปาก
“เร็ว!”
หลี่เฉินไม่รอ เขาพุ่งเข้าด้านข้างต่ำ ๆ เหมือนคนกำลังจะล้ม ใช้ตะขอเหล็กระดับหยาบเกี่ยวโซ่เก่าที่ห้อยจากใต้สะพาน แล้วเหวี่ยงมันไปพันขาหลังของหมาป่าเกราะกระดูก
โซ่ธรรมดาไม่มีทางมัดสัตว์อสูรระดับสองได้
แต่เขาไม่ได้ต้องการมัด
ต้องการให้มันสะดุด
หมาป่าก้าวเหยียบโซ่พอดี ขาหลังเสียจังหวะเพียงเล็กน้อย เซวี่ยหมิงใช้จังหวะนั้นฟาดหอกหักเข้าใต้กราม
เสียงกระดูกแตกดังกร๊อบ
หมาป่าเซถอย แต่หางกระดูกของมันฟาดสวนกลับ
หลี่เฉินเห็นหางนั้นช้าไป
มันกระแทกเข้าหน้าอกเขาเต็มแรง ร่างเขาลอยทะลุแผงไม้ใต้สะพาน กลิ้งลงในน้ำเสีย เลือดพุ่งจากปากเป็นสาย ซี่โครงที่หักอยู่แล้วเหมือนถูกบดซ้ำ
[คำเตือน: กระดูกซี่โครงหักเพิ่ม]
[กล้ามเนื้อเหล็กระดับกลางชั่วคราวใกล้เสื่อมสภาพ]
[หากต่อสู้ต่อ มีโอกาสหมดสติสูง]
หลี่เฉินไอเลือด แล้วดันตัวลุกขึ้น
หมดสติ?
ตอนนี้ถ้าหมดสติ เขาจะถูกฉีกกินหรือถูกไป๋เหวินลากไปผ่า
เลือกเอาเองแล้วกันว่าแบบไหนแย่กว่า
เขาถ่มเลือดลงน้ำ แล้วตะโกน “รองแม่ทัพ! ล่อมันมาทางเสาตอม่อซ้าย!”
เซวี่ยหมิงตาไว มองเสาตอม่อที่หลี่เฉินชี้ มันมีรอยแตกร้าวจากการปะทะก่อนหน้า ด้านบนสะพานรับน้ำหนักซากเหล็กและโซ่จำนวนมาก หากทำให้เสานั้นพัง บางทีอาจถล่มสะพานครึ่งหนึ่งลงมาทับหมาป่าได้
“เจ้าคิดจะฝังตัวเองไปด้วยหรือ”
“ถ้าท่านเร็วพอ ก็ไม่ต้องฝัง”
“แล้วถ้าข้าไม่เร็วพอ”
“เราก็ตายพร้อมกัน ฟังดูเป็นเกียรตินะ”
“ปากเสียจริง ๆ”
เซวี่ยหมิงหัวเราะสั้น ๆ เป็นครั้งแรก จากนั้นพุ่งเข้าหาหมาป่าเกราะกระดูกอีกครั้ง เขาไม่โจมตีจุดตาย แต่ใช้ท่อนหอกกระแทกเกราะกระดูกทีละจุด สะท้อนแรงแล้วถอย สะท้อนแรงแล้วถอย ล่อให้มันหันตาม
หมาป่าระดับสองไม่โง่ แต่มันกำลังถูกคำสั่งจากหมาป่ายักษ์ระดับสามบีบให้สนใจหลี่เฉิน เมื่อเห็นหลี่เฉินอยู่ใกล้เสาตอม่อ มันจึงยิ่งพุ่งเข้าไป
หลี่เฉินยืนพิงเสาตอม่อซ้าย หายใจหอบราวกับร่างจะพัง
เขายกมือเปื้อนเลือดขึ้นกวัก
“มาสิ ไอ้กระดูกหมา”
หมาป่าเกราะกระดูกพุ่งเข้าใส่
ความเร็วของมันเร็วเกินกว่าหลี่เฉินจะหลบด้วยร่างกายตอนนี้
แต่เขาไม่ได้คิดจะหลบเอง
จังหวะที่หมาป่าจะถึงตัว เซวี่ยหมิงโยนโซ่โลหะจากเกราะแขนระดับทองแดงของตนมาพันเอวหลี่เฉินแล้วกระชาก
ร่างหลี่เฉินถูกดึงหลุดจากตำแหน่งเดิมเสี้ยวลมหายใจก่อนเขี้ยวหมาป่างับถึง
หมาป่าเกราะกระดูกชนเสาตอม่อเต็มแรง
โครม!
เสาแตกร้าวหนัก แต่ยังไม่พัง
หลี่เฉินที่ถูกกระชากล้มลงข้างเซวี่ยหมิง กระอักเลือดอีกก้อน
“ยังไม่พอ!” เขาตะโกน
“เห็นแล้ว!”
เซวี่ยหมิงกัดฟัน ทิ้งท่อนหอกหักในมือ แล้วดึงแผ่นเกราะแขนซ้ายของตัวเองออก แผ่นเกราะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเกราะเงินระดับทองแดงขั้นสูง มีค่ายกลสะท้อนแรงสลักอยู่
“เกราะแขนนี้ระเบิดได้ครั้งเดียว หลังใช้ ข้าเสียแขนซ้ายแน่”
หลี่เฉินมองเขา “ท่านบอกข้าทำไม”
“เพราะถ้าเจ้าคิดผิด ข้าจะตายแบบโง่ ๆ”
“ข้าไม่รับประกัน”
“เยี่ยม”
เซวี่ยหมิงหัวเราะอีกครั้ง แล้วโยนเกราะแขนให้หลี่เฉิน
“เจ้ารู้จุดอ่อนซากอสูร รู้มุมเสา รู้วิธีสกปรก เอาไปวาง”
หลี่เฉินรับเกราะแขนระดับทองแดงมา น้ำหนักของมันเกือบทำให้มือเขาหลุด แต่นัยน์ตากลับสว่างขึ้น
อุปกรณ์ระดับทองแดงขั้นสูง
ถ้าใช้เป็นระเบิดสะท้อนแรง…
เขาคลานไปทางเสาตอม่อในขณะที่หมาป่าเกราะกระดูกกำลังสะบัดหัวเพราะชนเสา เซวี่ยหมิงพุ่งเข้าไปขวางอีกครั้ง ใช้ร่างกายและแขนขวารับกรงเล็บแทนโล่
เกราะเงินบนแขนขวาแตก
เลือดพุ่ง
แต่เขายังไม่ถอย
บนกำแพง ไป๋เหวินมองภาพนี้ด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ
“รองแม่ทัพเซวี่ยยอมแลกมากเกินไปเพื่อเด็กคนหนึ่ง นี่ไม่เหมือนท่านเลย”
ไม่มีใครตอบเขา
เจ้าเมืองโม่เทียนฉือบนหอค่ายกลเองก็กำลังรั้งหมาป่ายักษ์จนเลือดไหลจากตาทั้งสองข้าง เขาเห็นภาพใต้สะพานผ่านค่ายกล แต่ไม่อาจช่วยได้มากกว่านั้น
“เซวี่ยหมิง…” ชายชรากัดฟัน “อย่าตายก่อนข้า”
หลี่เฉินวางเกราะแขนระดับทองแดงเข้าในรอยแตกของเสาตอม่อ เขาไม่มีพลังปราณเปิดใช้งานค่ายกล จึงใช้วิธีหยาบที่สุด
เลือด
เขากรีดฝ่ามือตัวเอง แล้วกดเลือดลงบนลายค่ายกลสะท้อนแรง
อุปกรณ์ของเซวี่ยหมิงตอบสนองต่อกลิ่นปราณเจ้าของได้ไม่เต็มที่ แต่เลือดสดและแรงสะเทือนจากเสาที่กำลังแตกทำให้ลายค่ายกลเริ่มสว่างวูบวาบ
[ตรวจพบอุปกรณ์ระดับทองแดงขั้นสูง]
[สามารถใช้เป็นตัวกลางกลืนพลังตกค้างได้]
[ต้องการกลืนหรือไม่]
หลี่เฉินใจสั่น
ถ้ากลืนพลังตกค้างจากเกราะ เขาอาจได้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับโลหะสะท้อนแรง
แต่ไป๋เหวินมองอยู่
เซวี่ยหมิงอยู่ตรงหน้า
ห้าม
หลี่เฉินกัดฟันจนเลือดไหล
“ไม่”
ระบบเงียบไป
เขากดเกราะแขนลึกเข้าไปในรอยแตก แล้วตะโกน “รองแม่ทัพ! ให้มันชนอีกครั้ง!”
เซวี่ยหมิงได้ยิน เขาถอยไปยืนหน้าเสาอีกครั้ง ร่างแทบยืนไม่มั่น
หมาป่าเกราะกระดูกเห็นโอกาส มันคำรามและพุ่งเข้าหาเขา
แต่คราวนี้ เซวี่ยหมิงไม่หลบ
เขาอ้าแขนขวา พรสวรรค์โลหะสะท้อนแรงระดับกลางถูกอัดเข้าสู่เกราะอกทั้งหมด แสงสีเงินแผ่จากอกไปยังแขน
“มา!”
หมาป่ากระแทกเขาเต็มแรง
ร่างเซวี่ยหมิงถูกอัดติดเสาตอม่อ
เสาแตกละเอียด
เกราะแขนระดับทองแดงในรอยแตกสว่างจ้าถึงขีดสุด
หลี่เฉินที่ซ่อนอยู่ด้านข้างกระชากโซ่แล้วดึงเซวี่ยหมิงออกจากแนวเสี้ยวลมหายใจสุดท้าย
เกราะแขนระเบิด
ตู้มมมม!
แรงสะท้อนโลหะระดับทองแดงขั้นสูงระเบิดเข้าโครงเสา ตอม่อทั้งต้นแตกออก สะพานครึ่งหนึ่งถล่มลงมา โซ่เหล็ก ซากไม้ หิน และเลือดอสูรนับตันตกทับหมาป่าเกราะกระดูก
เสียงคำรามของมันถูกกลบด้วยเสียงหินถล่ม
คลื่นฝุ่นและเลือดซัดหลี่เฉินกับเซวี่ยหมิงกลิ้งไปคนละทาง
หลี่เฉินชนกองซากแล้วนิ่งไปชั่วครู่
โลกมืดลงครึ่งหนึ่ง
เขาเกือบหมดสติ
แต่เสียงระบบดังขึ้นเหมือนค้อนทุบหัว
[เป้าหมายระดับสองขั้นต้นบาดเจ็บสาหัส]
[ผู้ถือครองมีส่วนร่วมในการสังหารสูง]
[หากเป้าหมายตาย สามารถกลืนพรสวรรค์เกราะกระดูกระดับต่ำ]
หลี่เฉินลืมตาทันที
ใต้กองหิน หมาป่าเกราะกระดูกยังไม่ตาย
มันกำลังดิ้น
และไป๋เหวินกำลังมองอยู่
หลี่เฉินต้องตัดสินใจในเสี้ยวลมหายใจ
กลืนแล้วเสี่ยงถูกจับ
หรือปล่อยพรสวรรค์ระดับสองครั้งแรกหลุดมือ
เขากำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อ
สุดท้าย เขาหันหลังให้ซากหมาป่า
แล้วลากเซวี่ยหมิงที่หมดสติครึ่งหนึ่งไปทางช่องน้ำตะวันตก
“วันนี้ยังไม่ใช่วันของเจ้า” เขาพูดกับซากหมาป่าเสียงต่ำ
“แต่ถ้าข้ารอด… ข้าจะกลับมาเก็บทุกอย่าง”
ด้านหลัง กองหินขยับ
หมาป่าเกราะกระดูกยังดิ้นอยู่
แต่เหนือกำแพง หมาป่าเกราะดำยักษ์ระดับสามขั้นสูงคำรามด้วยความโกรธที่แผนไล่ล่าใต้สะพานล้มเหลว
ดวงตาที่สามของมันสว่างขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ มันไม่ได้เรียกฝูง
มันเล็งตรงไปที่หอค่ายกล
เจ้าเมืองโม่เทียนฉือหน้าเปลี่ยนสี
“ทุกคนหมอบ!”
ลำแสงโลหิตสีดำแดงพุ่งจากดวงตาที่สาม
ทะลุฝนเลือด
ทะลุค่ายกลทองแดง
และกระแทกใส่หอค่ายกลกลางฐานเฮยหลิน