ระบบกลืนพรสวรรค์ฝืนชะตา - ตอนที่ 6 อย่าให้มันรู้ว่าเจ้ากลืนอะไร
ชายเสื้อคลุมขาวบนกำแพงชั้นกลางมองลงมายังใต้สะพานหินแตก
ระยะห่างเกินร้อยจั้ง ฝุ่นควัน เลือด ฝนแดง และเงามืดจากสะพานควรปิดบังทุกอย่างได้ แต่หลี่เฉินกลับรู้สึกเหมือนสายตาคู่นั้นแทงทะลุเสื้อผ้า ทะลุผิวหนัง และกำลังพยายามแหวกเข้าไปดูสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกระดูกของเขา
ความรู้สึกนั้นทำให้ขนท้ายทอยลุก
ไม่ใช่เพราะพลังของชายคนนั้นสูงส่งกว่ารองแม่ทัพชุดเกราะเงิน ตรงกันข้าม กลิ่นอายของเขาอยู่เพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงเท่านั้น ต่ำกว่ารองแม่ทัพระดับนักรบปลุกพลังขั้นกลางมาก แต่สายตาของเขากลับน่ากลัวยิ่งกว่าอาวุธ
มันเป็นสายตาของคนที่ไม่ได้มองมนุษย์เป็นมนุษย์
เป็นสายตาของคนที่มองร่างกายคนอื่นเหมือนโครงสร้างที่ถอดประกอบได้
หลี่เฉินกดร่างอาซื่อลงต่ำกว่าเดิม
“อย่าขยับ”
อาซื่อหอบหายใจอยู่ข้างกาย ขาขวาของเขาถูกมัดหยาบ ๆ ด้วยผ้าขาด เลือดยังคงซึมออกมาเป็นจังหวะ “มันเห็นเราไหม”
“ไม่แน่”
“คำว่าไม่แน่ของเจ้าฟังแล้วแย่กว่าคำว่าเห็นอีก”
หลี่เฉินไม่ตอบ เขาดึงหอกสั้นระดับเหล็กดำที่แย่งจากทหารมากอดไว้กับอก มือขวายังพอใช้ได้ แต่แขนซ้ายแทบเป็นเศษเนื้อห้อยอยู่ข้างลำตัว พรสวรรค์กล้ามเนื้อเหล็กระดับกลางชั่วคราวยังแบกร่างไว้ ทว่าทุกลมหายใจทำให้เขารู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อกำลังถูกฉีกย้อนจากข้างใน
ข้อความของระบบยังลอยอยู่ตรงมุมสายตา
[ภารกิจฉุกเฉิน: เอาชีวิตรอดจากฐานเฮยหลิน]
[สถานะผู้ถือครอง: บาดเจ็บหนัก]
[คำเตือน: กลิ่นอายการกลืนกินตกค้างบนเลือด]
[แนะนำ: หลีกเลี่ยงผู้มีพรสวรรค์ตรวจจับ วิชาแพทย์ วิชาผ่าราก และค่ายกลวิเคราะห์]
หลี่เฉินอ่านจนจบแล้วหัวใจจมวูบ
วิชาแพทย์
วิชาผ่าราก
ชายเสื้อคลุมขาวคนนั้นใช่หรือไม่
เขารีบกวาดสายตามองรอบตัว ใต้สะพานมีน้ำเสียจากท่อไหลลงคู กลิ่นคาวเลือดสัตว์อสูรเข้มข้นจนแสบจมูก ซากหมาป่าเกราะดำระดับหนึ่งหลายตัวถูกกระแสน้ำพัดมาติดตอม่อ บางตัวตายแล้ว บางตัวยังกระตุกเพราะเส้นประสาทยังไม่ดับ
กลิ่นเลือดอสูรอาจช่วยกลบกลิ่นของเขาได้
หลี่เฉินไม่ลังเล เขาควักเลือดข้นจากซากหมาป่าใกล้ตัวมาป้ายลงบนแผลของตัวเอง
ความเจ็บแสบทำให้เขาเกือบสบถออกมา เลือดของหมาป่าเกราะดำระดับหนึ่งมีฤทธิ์กัดเนื้อเล็กน้อย แผลบนแขนซ้ายร้อนวาบเหมือนถูกถ่านแดงนาบ แต่กลิ่นคาวอสูรก็กลบกลิ่นเลือดมนุษย์และกลิ่นพลังกลืนกินบางส่วนทันที
อาซื่อเบิกตา “เจ้าทำบ้าอะไร เลือดมันมีพิษนะ!”
“พิษอ่อนกว่าการโดนจับผ่า”
“จับผ่า?”
หลี่เฉินหันไปมองเขา ดวงตาเย็นจนทำให้อาซื่อเงียบลงทันที
“ฟังข้าให้ดี ตั้งแต่นี้ไป ถ้าใครถามว่าในท่อเกิดอะไรขึ้น เจ้าบอกว่าข้าโดนเลือดอสูรสาดใส่ แล้วร่างกายเกิดการตื่นพรสวรรค์ผิดปกติ เข้าใจไหม”
“แต่เจ้า…”
“ไม่มีแต่” หลี่เฉินกดเสียงต่ำ “ถ้าเจ้าพูดเรื่องเสียงในหัว เรื่องแสงสีดำ หรือเรื่องที่ข้าแตะซากแล้วแข็งแรงขึ้น เราสองคนจะไม่ได้ตายสบาย ๆ แบบถูกหมาป่ากัด พวกมันจะจับข้าขึ้นเตียงเหล็ก ผ่าแขน ผ่าหัวใจ แหวกกระดูก แล้วถามว่าข้ากรีดร้องได้กี่แบบ ส่วนเจ้าจะถูกลากไปเป็นพยาน หรือถูกปิดปาก”
อาซื่อหน้าซีดลงอีก
ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเสียเลือด
“ข้า… ข้าเข้าใจแล้ว”
“พูดให้ข้าฟัง”
“เจ้ารอดเพราะเลือดอสูรสาดใส่ แผลหนักเกินไป พรสวรรค์ร่างกายตื่นแบบไม่สมบูรณ์ ข้าไม่เห็นอะไรอื่น”
หลี่เฉินพยักหน้า
“จำไว้ ถ้าจำไม่ได้ ข้าจะตบให้จำ”
“ตอนนี้เจ้าตบข้า ข้าอาจตายจริง”
“งั้นอย่าให้ต้องตบ”
บนกำแพงชั้นกลาง รองแม่ทัพชุดเกราะเงินยกมือขึ้นอีกครั้ง ลูกศรปราณระดับเหล็กดำจากทหารบนกำแพงตกใส่ฝูงชนชั้นนอกที่พยายามปีนขึ้นมา เสียงร้องโหยหวนดังผสมกับเสียงคำรามของหมาป่าเกราะดำ ฝนเลือดยิ่งตกหนักขึ้นจนพื้นนอกกำแพงกลายเป็นโคลนแดง
แต่ทันใดนั้น เสียงแตรยาวจากหอคอยกลางฐานดังขึ้น
วู้มมมม!
แสงสีทองแดงพุ่งขึ้นจากใจกลางฐาน ก่อเป็นลวดลายค่ายกลขนาดใหญ่บนฟ้า เส้นแสงพันกันเหมือนตาข่าย มันคือค่ายกลแกนกลางระดับทองแดงขั้นสูงของฐานเฮยหลิน
เมื่อค่ายกลเปิดเต็มที่ กำแพงชั้นกลางสั่นสะเทือน แผ่นเหล็กกลไกยกขึ้นจากพื้นปิดช่องประตูทุกบาน ผู้คนชั้นนอกจำนวนมากถูกทิ้งไว้ด้านนอกทันที บางคนทุบประตู บางคนคุกเข่าร้องขอชีวิต แต่ไม่มีใครเปิด
ทว่าแสงของค่ายกลไม่ได้ป้องกันแค่กำแพงชั้นกลาง
มันยิงเส้นแสงจำนวนหนึ่งไปยังหมาป่าเกราะดำยักษ์ระดับสามขั้นสูงกลางฐานด้วย
โซ่แสงทองแดงพันรอบขาหน้าและคอของมัน หมาป่ายักษ์คำรามจนพื้นสั่น เกราะดำบนตัวมันมีรอยไหม้ขึ้นทันที ค่ายกลแกนกลางไม่อาจฆ่ามัน แต่หยุดมันได้ชั่วคราว
“เจ้าเมืองลงมือแล้ว!” อาซื่อพูดเสียงแหบ
บนยอดหอค่ายกลกลางฐาน เงาคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
ชายชราผมขาวสวมเสื้อเกราะดำสนิท เขาคือเจ้าเมืองฐานเฮยหลิน โม่เทียนฉือ ระดับขุนพลยุทธ์ขั้นต้น มือทั้งสองกดลงบนแกนค่ายกลทองแดงขั้นสูง เส้นเลือดบนใบหน้าโป่งขึ้น เลือดไหลจากจมูก แต่แววตายังแข็งกร้าว
เสียงของเขาดังผ่านค่ายกลไปทั่วฐาน
“ทหารทุกหน่วย ฟังคำสั่ง! ป้องกันชั้นกลางและค่ายกลแกนกลาง! กองสามที่เหลือถอยเข้าประตูตะวันออก! รองแม่ทัพเซวี่ย นำหน่วยเงินดำถ่วงสัตว์อสูรระดับสาม! ห้ามให้มันแตะหอค่ายกล!”
รองแม่ทัพชุดเกราะเงินที่ยืนบนกำแพงชั้นกลางเงยหน้ารับคำสั่ง เขาชื่อเซวี่ยหมิง ระดับนักรบปลุกพลังขั้นกลาง พรสวรรค์ “โลหะสะท้อนแรง” ระดับกลาง เกราะเงินระดับทองแดงขั้นสูงบนร่างส่องแสงเย็นเยียบ
“หน่วยเงินดำ ตามข้า!”
เซวี่ยหมิงกระโดดลงจากกำแพงสูงหลายสิบจั้งพร้อมทหารเกราะดำสิบสองคน แต่ละคนอย่างน้อยอยู่ระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูง ถือโล่และหอกระดับเหล็กดำขั้นสูง เมื่อเท้าพวกเขากระแทกพื้น ค่ายกลเล็กบนรองเท้าระดับเหล็กดำสว่างขึ้น ช่วยลดแรงกระแทกจนพื้นแตกเป็นวงกว้าง
นี่คือผู้แข็งแกร่งของฐานเฮยหลิน
พวกเขาไม่ได้หายไป
แต่พวกเขาเลือกสนามรบของตน
และสนามรบนั้นไม่ใช่ใต้สะพานที่คนชั้นนอกซ่อนตัวอยู่
เซวี่ยหมิงพุ่งเข้าหาหมาป่าเกราะดำยักษ์ที่ถูกโซ่ค่ายกลรั้งไว้ หอกเงินระดับทองแดงในมือแทงออก แสงโลหะกลายเป็นเส้นคมยาวสามจั้งกระแทกเข้ารอยแตกบนเกราะอกของสัตว์อสูร
เปรี้ยง!
ประกายไฟแตกกระจายราวกับฝนดาว
หมาป่ายักษ์ถอยไปครึ่งก้าว
แค่ครึ่งก้าว
แต่สำหรับคนในฐาน นั่นเพียงพอจะทำให้เกิดเสียงโห่ร้องสั้น ๆ
เซวี่ยหมิงไม่ยิ้ม เขารู้ดีว่าการโจมตีเมื่อครู่ใช้พลังปราณไปเกือบหนึ่งในสิบ แต่ทำได้เพียงสะกิดเกราะของสัตว์อสูรระดับสามขั้นสูงเท่านั้น
หมาป่ายักษ์ก้มหน้าลง ดวงตาแดงสามดวงบนหน้าผากสว่างขึ้นพร้อมกัน
หลี่เฉินที่อยู่ใต้สะพานเห็นแล้วหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ดวงตาที่สาม
ตอนก่อนเขาไม่ได้สังเกต เพราะฝุ่นควันและระยะไกล
นั่นไม่ใช่หมาป่าเกราะดำธรรมดา
มันมีพรสวรรค์บางอย่าง
ระบบเหมือนตอบความคิดเขา
[ตรวจพบเป้าหมายระดับสูงเกินขีดตรวจสอบปัจจุบัน]
[ประเมินคร่าว: สัตว์อสูรระดับสามขั้นสูง]
[พรสวรรค์ที่สัมผัสได้: เกราะดำระดับกลาง, คำสั่งฝูงระดับต่ำ, ดวงตาโลหิตไม่สมบูรณ์]
[คำเตือน: อย่าให้เป้าหมายสัมผัสกลิ่นผู้ถือครอง]
หลี่เฉินรีบหลุบตาลง
เขาไม่รู้ว่าการมองผ่านระบบจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหรือไม่ แต่เขาไม่อยากเสี่ยง
ทว่าเพียงเสี้ยวลมหายใจ ดวงตาที่สามของหมาป่ายักษ์ก็หันมาทางใต้สะพาน
มันไม่ได้มองเซวี่ยหมิง
มันมองมาทางเขา
โซ่แสงทองแดงรัดคอมันอยู่ แต่มันกลับอ้าปากแสยะ เหมือนยิ้มให้เหยื่อที่เจอแล้ว
หลี่เฉินขนลุกทั้งตัว
ชายเสื้อคลุมขาวบนกำแพงก็มองลงมาในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มของเขากว้างขึ้น
“น่าสนใจ” เขาพึมพำ
รองแม่ทัพเซวี่ยหมิงตะโกนจากสนามรบ “ทุกคน ถอยจากแนวคูน้ำ! สัตว์อสูรกำลังเรียกฝูง!”
หมาป่ายักษ์คำราม
เสียงคำรามนั้นไม่ดังเท่าครั้งก่อน
แต่มันลึกกว่า
เหมือนคำสั่งที่ส่งผ่านเลือด
ทั่วฐาน หมาป่าเกราะดำระดับหนึ่งที่กำลังกัดกินผู้คนหยุดพร้อมกัน แล้วหันหัวไปยังทิศเดียว
ใต้สะพานหินแตก
อาซื่อเห็นฝูงหมาป่าหันมาพร้อมกันก็แทบหยุดหายใจ
“หลี่เฉิน…”
หลี่เฉินกำหอกแน่นจนเลือดซึมจากฝ่ามือ
ระบบต้องเป็นความลับ
แต่ตอนนี้สัตว์อสูรทั้งฝูงเหมือนรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้
เขาเหลือบมองอาซื่อที่ขาหัก มองแผลแขนซ้ายของตัวเอง มองฝูงชนที่ถูกยิงอยู่หน้ากำแพง และมองผู้แข็งแกร่งของฐานที่กำลังสู้กับสัตว์อสูรระดับสามโดยไม่มีเวลาสนใจเด็กเก็บซากสองคน
ถ้ารอความเมตตา เขาตาย
ถ้าใช้ระบบต่อหน้าใคร เขาก็อาจตายยิ่งกว่า
หลี่เฉินสูดหายใจลึก แล้วคว้าซากผ้าคลุมเปื้อนเลือดจากศพทหารข้างคูมาคลุมแขนซ้ายของตน มันไม่ใช่อุปกรณ์วิเศษ เป็นแค่ผ้าขาดระดับหยาบ แต่พอปิดแผลและปิดเส้นเลือดดำแดงที่ยังเต้นผิดปกติได้
“อาซื่อ ตั้งแต่นี้ไป เจ้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”
“ข้าเห็นแค่ว่าเรากำลังจะตาย”
“ดี เห็นแค่นั้นพอ”
ฝูงหมาป่าเกราะดำระดับหนึ่งหกตัวเริ่มวิ่งลงเนินคูน้ำมา
และด้านหลังพวกมัน ยังมีหมาป่าระดับสองขั้นต้นตัวหนึ่งที่มีเกราะกระดูกงอกบนหลัง กำลังเดินตามมาอย่างช้า ๆ
หลี่เฉินหัวเราะเสียงต่ำ
“แม่งเอ๊ย… สนุกขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ”
เขายกหอกระดับเหล็กดำขึ้น
แต่ครั้งนี้ เขาไม่ได้คิดจะสู้ตรง ๆ
เขาคิดจะทำให้ผู้แข็งแกร่งบนกำแพงเห็นว่าเขาเป็นเพียงเด็กที่ใช้เลือดอสูรคลั่งเอาชีวิตรอด
ไม่ใช่ผู้ถือระบบกลืนพรสวรรค์