ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 16 : หลบภัยชั่วคราว
หลังจากส่งท่านนายอำเภอโหลวกลับไป โจวสิงก็กลับมานั่งประจำที่ในหอจิ่วสิง ยังไม่ถึงเวลาเปิดร้านช่วงบ่าย เขาจึงหยิบ คัมภีร์อี้จิง ขึ้นมาอ่านต่อทว่าก้นยังไม่ทันจะร้อน เสียงเป่าปี่ตีกลองอย่างเอิกเกริกก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากหน้าถนน
โจวสิงเลิกคิ้วขึ้น วางคัมภีร์ลงแล้วชะโงกหน้ามองออกไปนอกร้าน เห็นขบวนคนและม้ากลุ่มใหญ่หยุดอยู่ที่หน้าประตูร้านของเขา
มันคือขบวนส่งตัวเจ้าสาว
ไม่ไปแล้วโว้ย
ทันทีที่ขบวนหยุดลง เสียงตะโกนดุดันทรงอำนาจก็ดังขึ้น สำเนียงเหน่อแบบชาวฮั่นจงที่เป็นเอกลักษณ์ประกาศก้อง
ข้าตกลงกับพวกสำนักเหิงซานไว้ดิบดีว่าจะให้มารับเจ้าสาว ถ้าไม่มาถึงฮั่นจงข้าก็ไม่ว่า แต่นี่ข้าอุตส่าห์มาส่งถึงเมืองกวงหยางแล้ว ก็ยังไม่เห็นหัวพวกมัน พวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่ สำนักเหิงซานมันใหญ่นักหรือไง คิดว่าสำนักคุ้มภัยมังกรประตูของข้าเป็นลูกพลับนิ่มรึ
ได้ยินประโยคนั้น โจวสิงถึงกับยืดตัวตรง มาแล้ว
ในที่สุดเนื้อเรื่องของ ตำนานตระกูลจอมยุทธ์ ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
โจวสิงมองออกไป เห็นชายร่างใหญ่หน้าตาดุดันถือทวนยาวควบม้าเข้ามาคุยกับชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าขบวน ชายวัยกลางคนส่ายหน้าอย่างหัวเสีย ก่อนจะชูสองนิ้วขึ้นแล้วคำรามลั่น
สองชั่วยาม ข้าจะรอแค่สองชั่วยาม ถ้าพวกมันยังไม่โผล่หัวมา ข้าจะยกขบวนกลับฮั่นจง
โจวสิงมองดูเหตุการณ์อย่างเพลิดเพลิน ตั้งแต่อ่านหนังสือ เปิดร้าน จนถึงพักเที่ยง ขบวนสำนักคุ้มภัยมังกรประตูก็ยังปักหลักเป็นเป้าสายตาชาวบ้านอยู่กลางถนน
ในที่สุด ถงป๋อต๋า หรือบิดาของ ถงเซียงอวี้ ก็ทนสายตาชาวบ้านไม่ไหว ตัดสินใจควบม้าจากไปดื้อๆ
สำนักคุ้มภัยมังกรประตูถือเป็นผู้มีหน้ามีตาในยุทธภพ การที่เจ้าบ่าวไม่มารับถึงบ้านก็เสียหน้าพอแล้ว แต่นี่มาส่งถึงที่นัดหมายก็ยังไร้เงา มันหยามกันเกินไป
กลับไปคราวนี้ เขาคงประกาศตัดขาดกับสำนักเหิงซานให้รู้แล้วรู้รอด
ตามตรรกะควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ติดตรงที่ลูกสาวตัวดีอย่างถงเซียงอวี้ดันเกิดอาการดื้อแพ่ง
นางยืนกรานว่าได้เซ็นสัญญาหมั้นหมายกับ ม่อเสี่ยวเป่า เจ้าสำนักเหิงซานแล้ว ตามธรรมเนียมถือว่าเป็นภรรยา หากกลับไปตอนนี้ นางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
คนพ่อจะไป คนลูกจะอยู่ เถียงกันไม่จบ สุดท้ายถงป๋อต๋าก็ทิ้งระเบิดอารมณ์แล้วควบม้าจากไป
แน่นอนว่าเลือดข้นกว่าน้ำ เขาไม่ทิ้งลูกสาวไว้คนเดียวหรอก จึงสั่งให้พ่อบ้านอยู่เป็นเพื่อนนางอีกสองวัน กะว่าพอนางลำบากเข้าหน่อย เดี๋ยวก็ซมซานกลับบ้านเอง
ถงป๋อต๋าวาดฝันไว้สวยหรู แต่หารู้ไม่ว่าความดื้อรั้นของลูกสาวนั้นได้เชื้อพ่อมาเต็มๆ
วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามวัน
เจ้าสาวในชุดแดงยังคงนั่งรอเก้ออยู่ที่หน้าร้านซ่างหรูและหอจิ่วสิง กลางวันนั่งรอ กลางคืนนอนในรถม้า
สุดท้าย พ่อบ้านร่างท้วมก็ทนไม่ไหว แอบหนีกลับฮั่นจงไปทิ้งให้นางเผชิญชะตากรรมลำพัง
เสียงตะโกน กลับมาก่อน ท่านกลับมาก่อน ของถงเซียงอวี้ดังลั่นถนน เป็นสัญญาณว่าเฟืองแห่งโชคชะตาเริ่มหมุนแล้ว
โจวสิงวาง คัมภีร์อี้จิง ลง แล้วเดินไปยืนที่หน้าประตู สายตามองไปที่เจ้าสาวผู้ถูกทิ้งแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปจับจ้องชายหนุ่มสองคนที่เดินเข้ามาจากท้ายตรอก
คนหนึ่งสวมชุดดำ คนหนึ่งสวมชุดขาว เดินเคียงคู่กันมา แม้ท่าทางจะดูสบายๆ แต่ฝีเท้านั้นเบากริบ ไร้เสียงเล็ดลอด
ไป๋จานถัง และ จีอู๋มิ่ง
โจวสิงประเมินสถานการณ์ แล้วตัดสินใจแขวนป้าย หยุดทำการ หนึ่งวัน เพื่อหลบเลี่ยงความวุ่นวาย
กับไป๋จานถัง นั้นไม่เท่าไหร่ แต่จีอู๋มิ่ง นี่สิ ตัวอันตรายที่ฆ่าคนไม่กระพริบตา
การมาถึงของโจวสิงอาจทำให้เกิด เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว เขาไม่รู้ว่าโลกที่รวมจักรวาลยุทธ์แบบนี้จะทำให้จีอู๋มิ่งโหดขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือการ ซ่อนตัว
เขาตัดสินใจจะไปหา ตาเฒ่าวาดภาพ ที่ป่าไผ่ ถือโอกาสไปขอคำชี้แนะเรื่องวิชาตัวเบาและเพลงกระบี่ที่เพิ่งฝึกไปได้สักพัก พร้อมทั้งหาทางปั่นค่าความสัมพันธ์ต่อ
เรื่องระบบค่าความสัมพันธ์ที่ต้องถึงเกณฑ์ถึงจะแสดงผลนี่ก็น่าหงุดหงิดใจ ถ้าเห็นตัวเลขบนหัวตาเฒ่าได้ เขาคงมีกำลังใจในการตื้อมากกว่านี้
แต่ก็เอาเถอะ ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็พัฒนาไปมากแล้ว จากเรียก ผู้อาวุโส ตอนนี้เปลี่ยนมาเรียก ตาเฒ่า ได้อย่างสนิทใจ อีกฝ่ายก็เรียกเขาว่า เจ้าเด็กแสบ อย่างเอ็นดู
โจวสิงรู้สึกได้ว่า ใกล้ความจริงแล้ว
หลังจากแขวนป้ายหยุดร้าน เขาก็เห็นไป๋จานถังกับจีอู๋มิ่งไล่ตะเพิดหลี่ต้าจุ่ยและสิงอวี้เซินที่เข้ามาหาเรื่องจนกระเจิง จีอู๋มิ่งทำท่าจะตามไปฆ่าปิดปาก แต่ไป๋จานถังห้ามไว้
เมื่อทางสะดวก ถงเซียงอวี้ก็ถูกไป๋จานถังประคองเข้าไปในโรงเตี๊ยมซ่างหรู โจวสิงอาศัยจังหวะนี้เดินตามเข้าไปเงียบๆ
ข้างในร้าน ซิ่วไฉ กำลังแสดงบทบาทผู้คงแก่เรียน ประกาศก้องว่า คนจนไม่ย้ายถิ่น ผู้ดีไม่ก้มหัวให้อำนาจ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้ไป๋จานถังขนหีบสินสอดขึ้นไปชั้นบน
โจวสิงสบตากับไป๋จานถังแล้วพยักหน้ายิ้มให้
ไป๋จานถังชะงักไปนิดหนึ่ง พยักหน้าตอบตามมารยาท แต่ในใจเริ่มระแวง ไอ้หมอหนุ่มนี่มองข้าด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนรู้อะไรบางอย่าง
พอไป๋จานถังแบกหีบใบสุดท้ายขึ้นไป โจวสิงก็รีบคว้าแขนซิ่วไฉ ลากออกมานอกร้าน
อะไร จะทำอะไร ข้ารีบนะ วันนี้ยังไม่ได้ท่องคัมภีร์หลุนอวี่เลย
ซิ่วไฉพยายามขัดขืน ปากก็ท่อง จื่อกล่าวว่า
ไป
โจวสิงตวาดคำเดียว ซิ่วไฉหุบปากฉับ
ข้าได้ข่าวมาว่าบ้านท่านเศรษฐีหลิวเพิ่งได้ตำราหายากมาสิบกว่าเล่ม เป็นบันทึกข้อสอบจอหงวนที่เขียนด้วยลายมือของจอหงวนราชวงศ์นี้เอง ข้าเคยรักษาลูกชายเขา ท่านเศรษฐีเลยติดหนี้บุญคุณข้าอยู่ กะว่าจะให้เจ้าไปขอยืมอ่านสักหน่อย แต่ถ้าเจ้าไม่อยากได้ ก็ช่างเถอะ
พูดจบ โจวสิงก็ทำท่าจะเดินหนี ยังไม่ทันก้าวขา ซิ่วไฉก็ลงไปนอนกอดขาโจวสิงแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจง
พี่ พี่ชายสุดที่รักของข้า เอาสิ ทำไมจะไม่เอา
โจวสิงถอนหายใจ
จีอู๋มิ่งไม่ได้ฆ่าซิ่วไฉในเนื้อเรื่องเดิมเพราะไป๋จานถังคอยขวาง แต่ตอนนี้มีตัวแปรอย่างเขาเข้ามา อะไรก็เกิดขึ้นได้ เขาไม่อยากเสี่ยงให้เพื่อนที่มีค่าความสัมพันธ์ถึง 89 ต้องมาตาย
ซิ่วไฉคนนี้ยอมตายแทนเขาได้ ดังนั้นเขาต้องช่วย
ส่วนถงเซียงอวี้ พูดตามตรง ตอนนี้นางเป็นแค่คนแปลกหน้า โจวสิงยังไม่คิดจะเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อช่วยนาง
สามปีที่ระหกระเหินในยุทธภพกับตาแก่ถัง สอนให้เขารู้จักรักตัวกลัวตาย ไม่ใช่เอะอะก็ทำตัวเป็นพ่อพระ
งั้นก็รีบไป ข้าฝากเจ้าดูร้านด้วยนะ
ซิ่วไฉรับคำสั่ง แล้ววิ่งแน่บไปทางบ้านเศรษฐีหลิวทันที
ไปถึงแล้วบอกชื่อข้านะโว้ย โจวสิงตะโกนไล่หลัง
ซิ่วไฉโบกมือโดยไม่หันกลับมามอง
โจวสิงส่ายหน้ายิ้มๆ พอกลับเข้ามาในร้าน ก็เห็นไป๋จานถังเดินลงมาจากบันได สายตาจับจ้องมาที่เขาอย่างจับผิด
อ้าว แล้วเถ้าแก่ร้านนี้ล่ะ
ไปอ่านหนังสือที่บ้านเศรษฐีหลิวแล้ว อีกเดี๋ยวคงกลับ
โจวสิงตอบเรียบๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในหอจิ่วสิง หยิบกล่องยาสะพายหลัง
เขาปิดประตูร้าน ล็อกกุญแจ แล้วแขวนป้าย หยุดทำการ
นี่เจ้า
ไป๋จานถังยังคงข้องใจ เขารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ กับหมอหนุ่มคนนี้ สายตาของมันดูรู้ทันพิกล
จะไปไหนรึ
ออกหน่วยรักษาชาวบ้าน
โจวสิงตอบสั้นๆ
ไป๋จานถังเบิกตากว้าง เดี๋ยว แล้วเจ้าวางใจทิ้งร้านไว้กับพวกข้าเนี่ยนะ
แววตาของไป๋จานถังเต็มไปด้วยความสงสัย เขาแอบใช้กำลังภายในดักฟังเมื่อกี้ ได้ยินชัดๆ ว่าซิ่วไฉฝากให้หมอนี่ดูร้าน แล้วไหงตอนนี้จะชิ่งหนีไปดื้อๆ
โจวสิงหันมามอง จอมโจรราชันย์ แล้วยิ้มมุมปาก
บ้านซิ่วไฉน่ะ เรียกว่ามีแค่ฝาบ้านยังหรูไป ขนาดขโมยเข้าบ้านยังสงสารทิ้งข้าวสารไว้ให้ จะมีอะไรให้ข้าไม่วางใจ
พูดจบ โจวสิงก็หันหลังเดินจากไปอย่างไม่ไยดี
แค่สงสัยว่าเขารู้ตัวจริงหรือไม่ ก็ให้สงสัยต่อไปเถอะ
กลางวันแสกๆ แบบนี้ ขวัญอ่อนอย่างไป๋จานถังไม่กล้าลงมือหรอก
โจวสิงเดาถูกเผง ไป๋จานถังไม่กล้าทำอะไรจริงๆ ความรู้สึกแรกของโจรกลับใจคือความระแวง เขาไม่แน่ใจว่าหมอคนนี้เป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงดูไม่กลัวเกรงอะไรเลย
เขาไม่กล้าลงมือ แต่เขากล้า ชิ่ง
ไป๋จานถังรีบวิ่งกลับขึ้นไปชั้นบน ตั้งใจจะลองกล่อมถงเซียงอวี้อีกครั้งเพื่อเอาหีบสินสอด
เอาวะ เล่นสนุกสักหน่อยค่อยเอามาคืน ส่วนส่วนแบ่งของจีอู๋มิ่ง อันนั้นตัวใครตัวมัน เขาไม่รับรู้ด้วยแล้ว