ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 17 : ตาเฒ่าวาดภาพ ความสัมพันธ์ถึงเกณฑ์
ณ ป่าไผ่อันเงียบสงบ
ตาเฒ่าวาดภาพนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยก แกว่งไกวไปมาอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางเสียงใบไผ่เสียดสีกันตามแรงลม
โจวสิงเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายชรา แต่อีกฝ่ายยังคงหลับตาพริ้ม ไม่คิดจะลุกขึ้นมาต้อนรับ เพียงส่งเสียงอู้อี้ในลำคอออกมา
เจ้าเด็กแสบ สามวันดีสี่วันไข้ก็วิ่งแจ้นมาหาข้า มีธุระอะไรอีก
โจวสิงวางกล่องยาในมือลงข้างกาย แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเก้าอี้โยกอีกตัวที่วางอยู่ข้างๆ โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
เก้าอี้ตัวนี้โจวสิงเป็นคนหิ้วมาเอง ตั้งแต่เขาแวะเวียนมาที่นี่บ่อยขึ้น เห็นตาเฒ่านอนแกว่งไปมาดูสุขสบายจนน่าอิจฉา เขาเลยจัดการหามาวางไว้บ้าง จะได้นอนคุยกันแบบเสมอภาค
วันนี้ไม่มาไม่ได้หรอกตาเฒ่า ที่หอจิ่วสิงกำลังมีเรื่องยุ่งยาก ข้าเลยต้องหลบมาพักร้อนสักหน่อย
โจวสิงเอ่ยปากพลางออกแรงโยกเก้าอี้เบาๆ
เก้าอี้ของตาเฒ่าวาดภาพหยุดกึกทันที ชายชราหันขวับมามองด้วยแววตาสงสัย
ทำไม พวกหอโลหิตมันตามกลิ่นมาเจอแล้วรึ น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง ไม่มีความตื่นตระหนกหรือตำหนิที่โจวสิงนำภัยมาให้
ไม่ใช่พวกมันหรอก แต่เป็นเพราะจอมโจรชื่อก้องสองคน ฉายาจอมโจรราชันย์กับจอมมารพรากวิญญาณต่างหาก พวกเขาเล็งเป้าหมายบางคนไว้ที่โรงเตี๊ยม ฝีมือข้าตอนนี้ยังห่างชั้น ขืนอยู่ไปก็รังแต่จะโดนลูกหลงเปล่าๆ สู้หลบมาพึ่งใบบุญท่านที่นี่ดีกว่า
โจวสิงตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ ส่งเสียงครางด้วยความสบายตัว
ได้ยินดังนั้น เก้าอี้ของตาเฒ่าก็เริ่มแกว่งไกวต่อ
ชายชราหลับตาลงอีกครั้ง เปลือกตาปิดไม่สนิทดี ริมฝีปากขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน
สรุปก็คือฝีมือยังไม่ถึงขั้น หากเจ้าเก่งกล้าสามารถ จะต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาหาข้าทำไม
โจวสิงหัวเราะร่า ตาเฒ่าพูดเป็นเล่น ต่อให้ข้าเก่งคับฟ้า การแวะมาเยี่ยมเยียนผู้มีพระคุณอย่างท่าน ก็ถือเป็นเรื่องสมควรทำมิใช่หรือ
ตาเฒ่าวาดภาพระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจ ฮ่าๆๆ ปากหวานนักนะเจ้า เอาเวลาประจบข้าไปฝึกยุทธ์ให้มันเข้าท่าดีกว่า
สิ้นเสียงพูด โจวสิงก็ตบพนักเก้าอี้ฉาดใหญ่ ร่างของเขาดีดผึงลอยละลิ่วขึ้นสู่อากาศ ม้วนตัวตีลังกาต่อเนื่องอย่างงดงาม ก่อนจะทิ้งตัวลงแตะพื้นอย่างแผ่วเบาไร้เสียง
ทันทีที่ปลายเท้าสัมผัสพื้น เขาก็ทะยานร่างขึ้นอีกครั้ง เหยียบย่ำไปตามลำต้นไผ่ที่เอนไหว ร่างกายพลิ้วไหวประดุจใบไม้ที่ลอยล่องไปตามสายลม ขึ้นลงวูบวาบจับทางไม่ได้
ย่ำหิมะไร้รอย ใช้ได้นี่
ตาเฒ่าวาดภาพลืมตาขึ้น พยักหน้าด้วยความพอใจ ทันใดนั้น มือขวาของเขาก็สะบัดวูบ ก้อนหินสีเขียวที่วางกองอยู่ข้างๆ ก็พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่โจวสิงราวกับลูกธนู
โจวสิงราวกับมีตาหลัง ร่างกายยังลอยอยู่กลางอากาศ แต่นิ้วมือทั้งสองข้างกลับดีดรัวเร็ว ดั่งการบรรเลงพิณสังหาร
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว
กระแสปราณคมกริบพุ่งออกจากปลายนิ้ว ปะทะเข้ากับก้อนหินกลางอากาศอย่างแม่นยำ
ตูม
ก้อนหินระเบิดออกเป็นผุยผง เศษฝุ่นปลิวว่อน แต่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวที่จะกระเด็นไปถูกตัวตาเฒ่าวาดภาพ
หัตถ์พันเงาทานตะวัน เริ่มมีไฟแล้วนี่หว่า
ตาเฒ่าวาดภาพพยักหน้าช้าๆ แววตาฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
พรสวรรค์ของโจวสิงนั้นจัดว่าไม่เลว แม้อาจจะยังเทียบชั้นสัตว์ประหลาดอย่างตู๋กูชิวไป้หรือจางซานเฟิงไม่ได้ แต่จุดเด่นของเจ้าเด็กนี่คือความอึด ความเพียร และวาสนาที่ใครก็อิจฉา
นับตั้งแต่เริ่มฝึกยุทธ์ โจวสิงไม่เคยละเลยการฝึกฝนแม้แต่วันเดียว ยิ่งได้ฤทธิ์ยาของ ยาไขกระดูก ผสานกับพลังวัตรมหาศาลจาก หนอนไหมน้ำแข็งพันปี และสูตรยาลับเฉพาะของตระกูลถัง ทำให้เขาสามารถดูดซับพลังได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด
ผลลัพธ์คือความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดที่น่าตกตะลึง
พรุ่งนี้ เริ่มฝึกเก้ากระบี่เดียวดายอย่างจริงจังได้แล้ว
คำพูดลอยๆ ของตาเฒ่าทำเอามุมปากของโจวสิงกระตุกยิ้ม
ก่อนหน้านี้ เวลาเขาแสดงฝีมือ ตาเฒ่ามักจะแค่พูดว่า ก็งั้นๆ หรือ พอถูไถ ไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการฝึกของเขา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ตาเฒ่าเอ่ยปากอนุญาตให้เขาฝึกวิชาขั้นสูงอย่างเป็นทางการ
สัญญาณที่ดี
โจวสิงพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม ไยต้องรอพรุ่งนี้ วันนี้แหละ
พูดจบ เขาก็ล้วงหยิบสมุดคัดลอก เก้ากระบี่เดียวดาย ออกมาจากอกเสื้อ
วิชาเก้ากระบี่เดียวดาย แบ่งออกเป็นเก้ากระบวนท่าหลัก
เริ่มจาก เคล็ดรวมศูนย์ ที่ครอบคลุมความเปลี่ยนแปลงถึงสามร้อยหกสิบรูปแบบ
ตามด้วย ท่าทำลายกระบี่ สำหรับสยบเพลงกระบี่ทุกสำนักในใต้หล้า
ท่าทำลายดาบ ใช้จัดการกับเพลงดาบนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นดาบเดี่ยว ดาบคู่ ดาบใบหลิว ดาบหัวตัด ดาบใหญ่ หรือดาบตัดม้า
ท่าทำลายทวน สำหรับรับมืออาวุธยาว ทั้งทวน ง้าว หอก พลอง หรือกระบองเขี้ยวหมาป่า
นอกจากนี้ยังมี ท่าทำลายแส้ สำหรับอาวุธสั้น ท่าทำลายเชือก สำหรับอาวุธโซ่อ่อน ท่าทำลายฝ่ามือ สำหรับวิชาหมัดมวย และ ท่าทำลายเกาทัณฑ์ สำหรับปัดป้องอาวุธลับทุกชนิด
และสุดท้ายคือ ท่าทำลายลมปราณ สำหรับรับมือยอดฝีมือที่มีกำลังภายในลึกล้ำ
ตาเฒ่าวาดภาพเห็นโจวสิงเปิดคัมภีร์อ่านอย่างตั้งใจ จึงเอ่ยถามหยั่งเชิง
ในสายตาเจ้า เก้ากระบี่เดียวดายคือวิชาแบบไหน
โจวสิงตอบโดยไม่เงยหน้า มันคือจุดสูงสุดของทักษะการใช้กระบี่
ตาเฒ่าอมยิ้มมุมปาก
โจวสิงกล่าวต่อ หัวใจสำคัญของวิชานี้คือ อ่านขาดก่อนศัตรูลงมือ มองหาจุดอ่อนในกระบวนท่า แล้วชิงลงมือก่อนเพื่อทำลายจังหวะ ชนะในดาบเดียว
ตาเฒ่าวาดภาพพยักหน้าเห็นด้วย
ก่อนหน้านี้โจวสิงแค่อ่านผ่านๆ เพราะกลัวสับสนกับวิชาอื่น แต่ตอนนี้เมื่อได้พิจารณาอย่างละเอียด เขาต้องยอมรับว่าตู๋กูชิวไป้นั้นคืออัจฉริยะเหนือโลกจริงๆ
นอกจาก เคล็ดรวมศูนย์ แล้ว อีกแปดท่าที่เหลือแทบจะไม่มีกระบวนท่าตายตัวเลย
มันคือการ แยกแยะองค์ประกอบ ของการเคลื่อนไหวทั้งหมดที่มนุษย์จะทำได้
ตู๋กูชิวไป้ถอดรหัสการต่อสู้จนเหลือเพียงรากฐาน ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะขยับไหล่ เกร็งกล้ามเนื้อ หรือวางเท้าแบบไหน ก็สามารถคำนวณได้ทันทีว่าท่าต่อไปจะเป็นอะไร
เหมือนกับว่า เก้ากระบี่เดียวดายคือ สมการคณิตศาสตร์ หรือ อัลกอริทึม
ส่วนท่าร่างของศัตรูคือ ตัวแปร
โจวสิงเพียงแค่ป้อนข้อมูลการเคลื่อนไหวของศัตรูลงไปในสมการ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ วิธีฆ่า ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ข้าเปรียบเสมือนว่า ท่านตู๋กูได้รวบรวมท่วงท่าทั้งหมดในโลกหล้ามาสร้างเป็น คลังข้อมูล ขนาดมหึมา
โจวสิงอธิบายด้วยศัพท์แสงที่เขาเข้าใจ ไม่ว่าเพลงกระบี่จะวิจิตรพิสดารแค่ไหน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นการ แทง ปาด ยก กด ปัด หรือฟัน เพลงดาบ เพลงทวน ก็เช่นกัน
เมื่อข้าจดจำโครงสร้างร่างกายและการขยับกล้ามเนื้อได้หมดแล้ว เวลาสู้จริง ข้าก็แค่ดึงข้อมูลจากคลังสมองมาประมวลผล หาจุดบอด แล้วแทงสวนเข้าไป จบข่าว
โจวสิงร่ายยาวเหยียด อธิบายทฤษฎีในมุมมองของคนสมัยใหม่ผสมผสานกับหลักวิชา
ตาเฒ่าวาดภาพฟังแล้วรอยยิ้มบนใบหน้าก็กว้างขึ้นเรื่อยๆ
แม้เขาจะไม่เข้าใจคำว่า คลังข้อมูล หรือ ตัวแปร อย่างถ่องแท้ แต่เขาก็เข้าใจแก่นความคิดที่โจวสิงสื่อออกมาได้ทะลุปรุโปร่ง
เก้ากระบี่เดียวดายเน้นที่ความเข้าใจ เป็นหลัก ข้ากะว่าจะชี้แนะเจ้าสักหน่อย แต่ดูเหมือนเจ้าจะมองทะลุแก่นแท้ของมันได้เองแล้ว
ชายชราหัวเราะในลำคอ ถ้าไอ้เฒ่าบ้าตู๋กูรู้ว่ามีเด็กเข้าใจความคิดมันได้ลึกซึ้งขนาดนี้ มันคงดีใจจนเนื้อเต้นแน่
โจวสิงเงยหน้าขึ้น เตรียมจะถ่อมตัวสักสองสามประโยคตามมารยาท
แต่ทว่า
สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับตัวเลขสีทองอร่ามที่ลอยเด่นขึ้นมาเหนือศีรษะของตาเฒ่าวาดภาพ
[ค่าความสัมพันธ์: 90]
โจวสิงเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวแรง
สำเร็จแล้ว