ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 20 : พรสวรรค์ของม่อเสี่ยวเป่ย ต้องหาเงินแล้ว
- Home
- ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ
- บทที่ 20 : พรสวรรค์ของม่อเสี่ยวเป่ย ต้องหาเงินแล้ว
ค่ำคืนผ่านพ้นไป
แสงอรุณรุ่งสาดส่องเข้ามาในห้องนอน สิ่งแรกที่โจวสิงทำหลังจากลืมตาตื่นคือการเอื้อมมือไปควานหา กระบี่สุ่ยหาน ที่หัวเตียง
สัมผัสที่เย็นเยียบและแข็งแกร่งของฝักกระบี่ทำให้เขาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เหตุการณ์เมื่อวานยังคงเหมือนความฝัน การออกไปหลบภัยชั่วคราวแต่กลับได้สุดยอดศาสตรากลับมา มันเหลือเชื่อจริงๆ
โจวสิงลุกจากเตียง เริ่มต้นกิจวัตรประจำวันด้วยการเดินลมปราณหนึ่งชั่วยาม จากนั้นลงไปที่ครัว ต้มข้าวต้มลูกเดือยกับไข่สองฟองกินอย่างง่ายๆ ล้างถ้วยชามเสร็จก็มานั่งเอกเขนกบนเก้าอี้โยกหน้าร้าน พร้อมกับเปิด คัมภีร์อี้จิง อ่านฆ่าเวลา
วันนี้เป็นวันที่นัดรับสมุนไพรจากหอเบญจเซียน
รายการสั่งซื้อรอบนี้ นอกจากสมุนไพรสามัญแล้ว เขายังสั่งวัตถุดิบพิษร้ายแรงและสัตว์พิษทั้งห้า (งู ตะขาบ แมงป่อง คางคก จิ้งจก) มาอีกสองลังใหญ่
ระหว่างรอ โจวสิงก็ทบทวนเคล็ดวิชา เก้ากระบี่เดียวดาย ไปพลางๆ พยายามจดจำหลักการแก้ทางอาวุธชนิดต่างๆ ให้ขึ้นใจ
ยังไม่ทันที่รถขนสมุนไพรจะมาถึง กลุ่มคนคุ้นหน้าก็เดินตรงเข้ามาที่ร้านก่อน
นำขบวนโดยซิ่วไฉ ตามมาด้วยถงเซียงอวี้ที่จูงมือเด็กน้อยม่อเสี่ยวเป่ย และปิดท้ายด้วยไป๋จานถังกับหลี่ต้าจุ่ยที่เปลี่ยนมาใส่ชุดลำลอง
หมอโจว เถ้าแก่เเนี่ยของข้ามาเยี่ยมเยียน
ซิ่วไฉส่งเสียงทักทายอย่างอารมณ์ดี
โจวสิงวางหนังสือลง ยิ้มรับ เมื่อวานข้าได้ยินข่าวแล้ว ว่าคุณหนูจากฮั่นจงได้ซื้อกิจการโรงเตี๊ยมของเจ้าไป ยินดีด้วยนะซิ่วไฉ
ซิ่วไฉรีบแก้ต่าง แค่เซ้งร้านนะ โฉนดที่ดินยังเป็นของข้า อะแฮ่ม อีกอย่าง เถ้าแก่เเนี่ยแซ่ถงต่างหาก
สวัสดีแม่นางถง โจวสิงทักทาย
ถงเซียงอวี้ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก ข้าแซ่ถง ชื่อเซียงอวี้จ้ะ ได้ยินต้าจุ่ยกับซิ่วไฉชมไม่ขาดปากว่าท่านหมอโจวฝีมือดีที่สุดในเจ็ดจอมยุทธ์ ขนาดท่านนายอำเภอยังเอ่ยปากชม ต่อไปเราเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะจ๊ะ
ยินดีครับ เราต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่แล้ว
หลังจากแนะนำตัวกันครบทุกคน ถงเซียงอวี้ก็เอ่ยปากเชิญโจวสิงไปร่วมงานเปิดร้านใหม่ในวันพรุ่งนี้
ใช่แล้ว โรงเตี๊ยมซ่างหรู กำลังจะเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเตี๊ยมถงฟู อย่างเป็นทางการ
โจวสิงตอบรับคำเชิญด้วยความยินดี
เมื่อส่งแขกเสร็จ โจวสิงก็เปิดร้านทำการตามปกติ
แม้ประชากรในตำบลจะมีไม่น้อย แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะป่วยไข้ สำหรับชาวบ้านทั่วไปถ้าไม่หนักหนาสาหัสจริงๆ ก็มักจะนอนพักให้หายเอง เพื่อประหยัดเงิน
ดังนั้นหอจิ่วสิงจึงไม่ได้มีคนไข้แน่นร้านทุกวัน วันนี้มีแค่สองสามคนที่เดินทางมาจากตำบลอื่น
ช่วงบ่าย หลังจากรับสมุนไพรและสัตว์พิษจากหอเบญจเซียนเรียบร้อย โจวสิงเห็นว่าร้านเงียบเหงา จึงตัดสินใจปิดร้านเร็วขึ้น
เขาขนลังวัตถุดิบพิษไปเก็บในห้องลับที่เพิ่งดัดแปลงเสร็จ แล้วเริ่มลงมือคัดแยก
วันต่อมา งานเปิดตัวโรงเตี๊ยมถงฟูจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
ในฐานะหมอเพียงคนเดียวของตำบลและเป็นบุคคลที่มีหน้ามีตา โจวสิงจึงได้รับเกียรติให้ไปร่วมตัดริบบิ้นด้วย
หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของโจวสิงกับชาวแก๊งโรงเตี๊ยมถงฟูก็แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ เขาแวะไปนั่งเล่นที่โรงเตี๊ยมเป็นประจำ และมักจะถูกชวนให้อยู่กินข้าวเย็นด้วย
ผ่านไปสักพัก โจวสิงเกรงใจ จึงเสนอเงินเหมาจ่ายค่าอาหารรายเดือนให้ถงเซียงอวี้ แลกกับการฝากท้องที่นั่นถาวร จะได้เอาเวลาทำอาหารไปฝึกยุทธ์
ถงเซียงอวี้ผู้ชาญฉลาดรีบคำนวณในใจ หมอโจวเป็นคนมีฝีมือ แค่เพิ่มตะเกียบคู่เดียวไม่ได้เปลืองอะไรมาก แต่ถ้าผูกมิตรไว้ ยามเจ็บไข้ได้ป่วยก็มีหมอส่วนตัวฟรีๆ
นางจึงโบกมือปฏิเสธเงิน แล้วยื่นข้อเสนอใหม่ กินฟรีได้เลยจ้ะ แต่ถ้าคนในร้านป่วยไข้ รบกวนท่านหมอช่วยดูแลหน่อยนะ
โจวสิงตอบตกลงทันที ไม่มีปัญหา รักษาฟรีตลอดชีพ
ดีลนี้วินวินทั้งคู่
เวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือน ชีวิตในตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ดำเนินไปอย่างราบรื่น
และแล้ว ผู้ที่มอบ ป้ายคำพรสวรรค์ ให้เขาเป็นคนต่อไป ก็ปรากฏตัว
ไม่ใช่ใครที่ไหน ม่อเสี่ยวเป่ย
เด็กกะโปโลคนนี้ เพียงแค่โจวสิงซื้อถังหูให้กินสี่ไม้ ค่าความสัมพันธ์ก็พุ่งพรวดพราดจาก 0 ไปแตะ 87 ทันที
โจวสิงถึงกับอึ้ง เห็นแก่กินจริงๆ นะเรา
แต่เมื่อเปิดดูหน้าต่างข้อมูลของม่อเสี่ยวเป่ย โจวสิงก็ต้องตาค้าง
เด็กคนนี้ มีป้ายคำระดับ สีทอง
[ ข้อมูลตัวละคร: ม่อเสี่ยวเป่ย ] ค่าความสัมพันธ์: 87 (ระดับ: มิตรสหาย)
[สีทอง: กายาฟ้าประทาน]
ว่าที่จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต มีศักยภาพทางร่างกายและสติปัญญาด้านการต่อสู้ระดับปีศาจ ไม่ว่าจะฝึกวิชาอะไรก็เรียนรู้ได้เร็วกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว เมื่อเลือกป้ายคำนี้ ความเร็วในการฝึกฝนวรยุทธ์ทุกแขนงของท่านจะเพิ่มขึ้น 300%
สมกับเป็น ม่อเสี่ยวเป่ย จอมมารเพลิงโลกันตร์ (ในอนาคต)
ในซีรีส์ นางเรียนรู้วิชาสกัดจุดหรือวิชาอาวุธลับได้รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ดังนั้นการมีพรสวรรค์ระดับทองคำนี้จึงสมเหตุสมผลที่สุด
โจวสิงกดรับป้ายคำนี้ทันทีโดยไม่ต้องคิด
ผลลัพธ์คือ ความเร็วในการฝึกวิชาของเขาติดจรวด
ไม่ว่าจะเป็น เคล็ดลมปราณทานตะวัน หัตถ์พันเงาทานตะวัน ย่ำหิมะไร้รอย หรือแม้แต่ เก้ากระบี่เดียวดาย ทุกอย่างก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
เพียงเดือนเศษๆ เขาก้าวหน้าเทียบเท่ากับคนอื่นฝึกเป็นปี
นอกจากฝึกยุทธ์ โจวสิงก็ไม่ทิ้งลายศิษย์ตระกูลถัง
เขาใช้เวลาว่างในการปรุงยาพิษและสร้างอาวุธลับ เตรียมพร้อมไว้เสมอสำหรับการต่อสู้จริง
ลองจินตนาการดูสิ สาดผงพิษเปิดทาง แล้วตามด้วยคอมโบ เก้ากระบี่เดียวดาย ผสานกับ หัตถ์พันเงา ใครโดนเข้าไปคงได้ไปทัวร์นรกทัวร์เดียวจบ
แต่มันก็มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง
วัตถุดิบพิษที่สั่งมาจากหอเบญจเซียนเริ่มร่อยหรอ เขาใช้สมุนไพรพื้นฐานมาปรุงยาพิษระดับต่ำอย่าง ผงขาดลำไส้ หรือ ผงวิญญาณสลาย ได้เยอะก็จริง แต่มันไม่สะใจ
เขาอยากปรุงยาพิษระดับสูงกว่านี้ เช่น ผงเบญจพิษกลืนใจ
แต่มันต้องใช้พิษจากสัตว์ห้าชนิด อย่างละหนึ่งพันตัว มาสกัดเอาเลือดพิษเข้มข้น ผสมกับสมุนไพรหายากราคาแพงระยับ
แค่คิดจะปรุงสักขวด ต้องใช้เงินหลายพันตำลึง
โจวสิงก้มมองบัญชีร้านแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
เงินเก็บที่มีเริ่มร่อยหรอ เพราะมัวแต่เอาไปซื้อวัตถุดิบฝึกวิชา แถมรายได้จากค่ารักษาที่ตั้งไว้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็แทบไม่พอกิน
เฮ้อ ศิลปะการต่อสู้นี่มันผลาญเงินจริงๆ
ตอนนี้เขาไม่รีบฝึกยุทธ์แล้ว แต่รีบ หาเงิน มากกว่า