ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 21 : แผนการ หาเงิน ฉบับเร่งด่วน
โจวสิงนั่งกุมขมับอยู่หน้าบัญชีรายรับรายจ่าย
เงินมรดกที่ได้จากตาแก่ถังถูกใช้ไปกับการซื้อโรงหมอ ซื้อสมุนไพร และวัตถุดิบปรุงพิษจำนวนมหาศาล จนตอนนี้เหลือติดตัวไม่ถึงสามร้อยตำลึง
สามร้อยตำลึงสำหรับชาวบ้านทั่วไปอาจอยู่ได้สบายๆ ทั้งปี แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์สาย เทคโนโลยีและนวัตกรรม (ปรุงยา/สร้างอาวุธ) อย่างเขา มันเป็นแค่เศษเงิน
โดยเฉพาะการสร้างอาวุธลับชั้นสูงอย่าง เข็มหนวดมังกร ที่ต้องใช้โลหะหายากชนิดพิเศษ ราคาของมันแพงระยับยิ่งกว่าทองคำ เศษเหล็กเท่าปลายนิ้วอาจมีค่าหลายสิบตำลึง
ต้องหาเงินเพิ่ม และต้องหาให้ได้เยอะๆ ด้วย
โจวสิงหยิบกระดาษขาวขึ้นมาแผ่นหนึ่ง จรดพู่กันเขียนหัวข้อตัวโตๆ ว่า [แผนปฏิบัติการหาเงิน]
เขานั่งวิเคราะห์จุดแข็งของตัวเอง หนึ่ง วรยุทธ์ แม้จะเพิ่งฝึกได้สองเดือน แต่ด้วยอานิสงส์จาก หนอนไหมน้ำแข็งพันปี และ ป้ายคำพรสวรรค์ ทำให้เขาก้าวหน้าไปไกลโข แต่ถ้าเทียบกับยอดฝีมือระดับแนวหน้าก็ยังห่างชั้น สอง วิชาพิษและอาวุธลับตระกูลถัง อันนี้คือของจริง
ทางเลือกที่ 1: ค้าขายอาวุธและยาพิษ โจวสิงส่ายหน้าทันที เสี่ยงคุกเสี่ยงตารางเกินไป และอาจดึงดูดความสนใจจากทางการหรือศัตรูเก่าอย่างหอโลหิตได้ง่ายๆ
ทางเลือกที่ 2: เป็นนักฆ่าหรือนักล่าค่าหัว เสี่ยงตายเกินไป เขาเพิ่งเริ่มฝึกยุทธ์ ประสบการณ์ต่อสู้จริงแทบเป็นศูนย์ ขืนไปเจอของแข็งเข้ามีหวังได้ไปเฝ้ายมบาลก่อนวัยอันควร
ทางเลือกที่ 3: วิชาแพทย์ โจวสิงวงกลมคำว่า วิชาแพทย์ บนกระดาษหลายรอบ
นี่คือหนทางที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด
จริงอยู่ที่เขาสัญญากับหมอเทวดาเซวียว่าจะคิดค่ารักษาในเรทคนจน เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน แต่นั่นมันสำหรับ ชาวบ้านทั่วไป กฎไม่ได้ห้ามไม่ให้เขา ฟันหัวแบะ กับพวกเศรษฐีหน้าเลือดนี่นา
เขาจะใช้วิธี ปล้นคนรวยช่วยคนจน (และช่วยตัวเอง) เป้าหมายคือพวกคหบดีหรือเศรษฐีในเมืองกวงหยางที่ป่วยเป็นโรคประหลาดรักษาไม่หาย คนพวกนี้ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อแลกกับชีวิต
หรือ ทางเลือกที่ 4: ตัดต้นทุนวัตถุดิบ
โจวสิงเขียนคำว่า [พรรคเบญจเซียน] ลงในกระดาษ
ปัญหาหลักตอนนี้คือค่าวัตถุดิบพิษที่ต้องสั่งซื้อจากหอเบญจเซียนมันแพงหูฉี่ ถ้าเขาสามารถทำให้พวกนั้นส่งของให้ฟรี หรือลดราคาแบบกระหน่ำได้ล่ะ
ในฐานะศิษย์ตระกูลถัง เขารู้วิธีการทำของวิเศษอย่างหนึ่งที่คนเล่นพิษทุกคนใฝ่ฝันหา ยาเม็ดนอแรดคุ้มภัย
สูตรยานี้ถูกบันทึกอยู่ใน คัมภีร์หมื่นพิษ ของตระกูลถัง สรรพคุณของมันคือ หากพกติดตัวไว้ ร้อยพิษมิอาจกล้ำกราย สัตว์พิษทั้งหลายต่างเกรงกลัวและหลีกหนี (ในจักรวาลกิมย้ง นี่คือของวิเศษของอาวเอี้ยงฮง)
แม้เขาจะมี คางคกหิมะเนตรชาด อยู่แล้ว แต่ของสิ่งนี้มีค่าเกินกว่าจะเอาไปแลกเปลี่ยน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติรักษาอาการบาดเจ็บภายในที่ยอดเยี่ยม เขาต้องเก็บไว้กับตัว
แต่สูตรยา ยาเม็ดนอแรดคุ้มภัย นั้นต่างออกไป เขาเอาแค่สูตรไปแลก หรือปรุงยาสำเร็จไปแลกก็ได้
เชื่อขนมกินได้เลยว่า พรรคเบญจเซียนต้องตาลุกวาวและยอมทำสัญญาแลกเปลี่ยนวัตถุดิบระยะยาวกับเขาแน่นอน
แต่ พรรคเบญจเซียนไม่ใช่พุทธองค์ แม้จะเรียกตัวเองว่า เซียน แต่พฤติกรรมก็กึ่งดีกึ่งร้าย การทำธุรกิจกับเสือต้องมีเขี้ยวเล็บพอตัว ไม่งั้นอาจโดนเขมือบทั้งกระดูก
โจวสิงเขียนคำว่า [รอไปก่อน] ต่อท้ายชื่อพรรคเบญจเซียน
รอให้วรยุทธ์แกร่งกล้ากว่านี้ ค่อยไปเจรจาต้าอวย ตอนนี้ขอใช้วิธีแรกไปก่อน
สรุปแผนระยะสั้น: หาเศรษฐีป่วยหนักในเมืองกวงหยาง แล้วไปรักษาเพื่อเรียกค่าตอบแทนงามๆ
โจวสิงพยักหน้ากับตัวเอง ก่อนจะนึกขึ้นได้อีกวิธีหนึ่ง เขาจรดพู่กันเขียนคำว่า [โจรภูเขา] ลงไป
ในตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ มีภูเขาชุ่ยเวย (ภูเขาเขียวขจี) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ค่ายโจรลมทมิฬ
พวกนี้ปล้นฆ่าไม่เลือกหน้า เป็นภัยสังคมตัวฉกาจ ทางการตั้งค่าหัวไว้พอสมควร แม้จะไม่เยอะ (หัวหน้าค่าย 50 ตำลึง) แต่ก็ถือว่าเป็นรายได้เสริมที่ไม่เลว
ที่สำคัญ มันคือโอกาสดีที่จะได้ ทดสอบวิชา ในสถานการณ์จริง
โจวสิงฝึกยุทธ์มาสองเดือน ตีหุ่นไม้จนเบื่อแล้ว ถึงเวลาต้องลองของจริงบ้าง โจรพวกนี้น่าจะเป็นคู่ซ้อมมือชั้นดี ไม่เก่งเกินไป และฆ่าได้ไม่บาป
แผนการคืนนี้: บุกถล่มค่ายโจรลมทมิฬ
โจวสิงยิ้มมุมปาก วางพู่กันลง กลางวันเป็นหมอใจบุญ กลางคืนเป็นจอมยุทธ์ผดุงคุณธรรม (และปล้นโจร)
ฟังดูเข้าท่าแฮะ
โจวสิงลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เตรียมตัวเปิดร้านรับคนไข้ พร้อมกับเตรียมสอบถามข่าวคราวเรื่องเศรษฐีป่วยหนักจากปากชาวบ้านไปในตัว
ชีวิตที่มีเป้าหมาย มันช่างสดใสจริงๆ