ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 22 : บุกเขาชุ่ยเวย พิษร้ายสองขนาน
ดึกสงัด
หลังจากเดินลมปราณครบสองชั่วยาม โจวสิงไม่ได้เข้านอนตามปกติ แต่กลับเปลี่ยนชุดเป็นชุดพรางกายสีดำสนิทรัดกุม
เขาหยิบ กระบี่สุ่ยหาน ออกมา ตามด้วยกล่อง เข็มพายุพิรุณ
แต่เมื่อคิดดูอีกที เข็มพายุพิรุณเป็นของใช้แล้วทิ้ง การสร้างใหม่แต่ละเล่มยุ่งยากและเปลืองงบ จะเอามาใช้กับโจรภูเขากระจอกๆ ก็ดูจะ ขี่ช้างจับตั๊กแตน ไปหน่อย
โจวสิงจึงเก็บกล่องเข็ม แล้วหยิบมีดบินออกมาหลายเล่ม จัดการอาบยาพิษลงไปที่คมมีด
คืนนี้ เขาจะไป ขอยืมเงิน ที่เขาชุ่ยเวย
ส่วนเหตุผลที่ต้องปิดบังใบหน้า ก็เพราะกลัวเจอคนรู้จัก แม้วรยุทธ์จะเริ่มเข้าฝัก แต่การทำตัวลึกลับแบบ เทพกระบี่แห่งเนินสิบขวด (เก่งเงียบๆ แล้วโผล่มาตบทีเดียว) ย่อมปลอดภัยกว่า
อีกอย่าง เขาต้องหิ้วหัวโจรไปขึ้นเงินรางวัลที่อำเภอ ใส่ชุดดำปิดหน้าไปย่อมสะดวกใจกว่าเยอะ
โจวสิงกระโดดข้ามกำแพงหลังบ้าน ใช้ทักษะตัวเบา [ย่ำหิมะไร้รอย] ทะยานผ่านตรอกซอยอันเงียบเชียบ มุ่งหน้าสู่เขาชุ่ยเวย
เพียงชั่วจิบชา โจวสิงก็มายืนอยู่ที่ตีนเขา
เขาชุ่ยเวยสูงเพียงยี่สิบกว่าวา ไม่นับว่าสูงชัน ทางเดินขึ้นเขาเป็นทางดินลูกรังคดเคี้ยว โจวสิงเร่งฝีเท้าดุจภูตพราย เพียงครู่เดียว ค่ายโจรลมทมิฬก็ปรากฏแก่สายตา
แสงจันทร์สาดส่องให้เห็นป้อมยามหน้าประตูค่าย โจรเฝ้ายามสองคนกำลังนั่งสัปหงก กอดดาบหัวตัดหลับปุ๋ย
รู้จักจัดเวรยามเสียด้วย แต่ก็นะ โจรก็คือโจร
โจวสิงไม่คิดจะปรานี เพราะสืบมาแน่ชัดแล้วว่าพวกมันฆ่าคนชิงทรัพย์มานับไม่ถ้วน มือเปื้อนเลือดผู้บริสุทธิ์มานักต่อนัก
ร่างในชุดดำเหินข้ามระยะห่างหลายวา พริบตาเดียวก็ไปโผล่ในป้อมยาม
วิชา [หัตถ์พันเงาทานตะวัน] ของเขาถูกขัดเกลาจนชำนาญ ต่างจาก ดรรชนีทานตะวัน ของเหล่าไป๋ที่ต้องจิ้มโดนตัว หัตถ์พันเงาสามารถซัดพลังผ่านอากาศได้ หากกำลังภายในถึงขั้น
ฟุ่บ ฟุ่บ
นิ้วมือสะบัดวูบ กระแสปราณพุ่งเจาะจุดตายของโจรทั้งสองอย่างแม่นยำ คอพับคออ่อนสิ้นใจไปโดยไม่ทันรู้ตัว
โจวสิงค้นศพอย่างรวดเร็ว (ทิ้งศักดิ์ศรีพระเอกไปชั่วคราว) ได้เศษเงินมานิดหน่อย ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวค่าย
หลังประตูค่ายคือลานกว้าง กองไฟยังคงคุกรุ่น เศษกระดูกและไหเหล้าเกลื่อนกลาด ดูเหมือนพวกมันเพิ่งจะฉลองใหญ่หลังปล้นมาได้
โจวสิงส่ายหน้า กระบี่สุ่ยหานยังคงอยู่ในฝัก เขาเดินผ่านร่างที่นอนเมามาย แล้วจัดการส่งพวกมันไปลงนรกทีละคนอย่างเงียบเชียบ
จนกระทั่งมาถึงห้องโถงใหญ่กลางค่าย
โจวสิงเดินอาดๆ เข้าไปข้างใน
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะดั่งคนโรคจิตก็ดังขึ้น
ชายร่างยักษ์กำลังนั่งนับก้อนเงินอยู่บนเก้าอี้หนังสัตว์ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโลภ
เมื่อเห็นคนชุดดำเดินดุ่มๆ เข้ามา ชายร่างยักษ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนลั่นเรียกสมุน
โจรนับสิบคนที่นอนเกลื่อนอยู่หลังโถงรีบคว้าอาวุธวิ่งออกมา แต่พอมองไปรอบๆ ทำไมเหลือกันแค่นี้
ช่างหัวมัน ฆ่ามันซะ
ชายร่างยักษ์ หรือ หยางต้าลี่ หัวหน้าค่ายโจรลมทมิฬ คว้าดาบเล่มโตชี้หน้าโจวสิง
เหล่าสมุนโจรวิ่งกรูเข้ามาพร้อมเสียงโห่ร้อง
หัวใจโจวสิงเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะ ฆ่าคนด้วยวรยุทธ์ ไม่ใช่ยาพิษ
ในสายตาของเขา ท่าทางของโจรพวกนี้เต็มไปด้วยช่องโหว่
ชิ้งงง
กระบี่สุ่ยหานถูกชักออกจากฝัก ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านปกคลุมทั่วห้องโถง
โจวสิงเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำ พลิ้วหลบคมดาบอย่างง่ายดาย แล้วสวนกลับด้วยเพลงกระบี่ที่แม่นยำ
ทุกครั้งที่กระบี่วาดผ่าน เลือดสดๆ จะสาดกระเซ็นพร้อมกับร่างที่ร่วงหล่น
เพียงพริบตาเดียว สมุนโจรทั้งหมดก็นอนจมกองเลือด เหลือเพียงหยางต้าลี่ที่ยืนหน้าซีดเผือด
หัวหน้าโจรเริ่มสงสัยในชีวิต ยอดฝีมือระดับนี้มาทำบ้าอะไรที่ค่ายโจรเล็กๆ อย่างพวกมัน
หยางต้าลี่กัดฟันสู้ตาย เหวี่ยงดาบยักษ์เข้าใส่หวังจะผ่าร่างศัตรู
แต่โจวสิงเพียงแค่เบี่ยงตัวเล็กน้อย ปลายกระบี่สุ่ยหานพุ่งลอดผ่านการป้องกันราวกับอสรพิษ เสียบทะลุหัวใจของหยางต้าลี่อย่างแม่นยำ
จบข่าว
โจวสิงสะบัดเลือดออกจากกระบี่ มองศพหัวหน้าโจรด้วยสายตาเรียบเฉย
เขาฉีกผ้าปูโต๊ะมาห่อก้อนเงินบนโต๊ะ จากนั้น ตัดศีรษะของหยางต้าลี่ออกมาห่อด้วยผ้าอีกผืน
หลังจากค้นทั่วห้อง เขาเจอกล่องสมบัติสองใบ อัดแน่นไปด้วยพวงเหรียญทองแดงและเศษทองคำ ประเมินด้วยสายตาน่าจะราวๆ 300 ตำลึง
ถือว่าไม่เลวสำหรับค่ายโจรบ้านนอก
โจวสิงแบกกล่องสมบัติไปฝังไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ไกลออกไปจากค่าย แล้วหิ้วห่อผ้าใส่หัวคน มุ่งหน้ากลับตำบลเจ็ดจอมยุทธ์
ณ ที่ทำการนายอำเภอ (ยามเหม่า ตี 5)
คนเข้าเวรวันนี้คือ สิงอวี้เซิน หรือ เหล่าสิง ที่เพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นมือปราบหัวหน้าหลังจากจับกุมจีอู๋มิ่งได้ (แบบฟลุ๊คๆ)
เหล่าสิงกำลังนอนกรนสนั่นในห้องเวร ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรเปียกๆ หยดใส่หน้า และมีมือมาตบแก้มเบาๆ
อือ ใครฟะ
เหล่าสิงลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย แสงเทียนสว่างวาบ สิ่งแรกที่เขาเห็นคือวัตถุทรงกลมเปื้อนเลือดที่ห้อยต่องแต่งอยู่เหนือหน้า
หยดเลือดสีแดงฉานกำลังหยดลงมา
เฮ้ยยยยย
เหล่าสิงสปริงตัวติดผนังห้อง ตัวสั่นงันงก ควานหาดาบข้างเอวแต่หาไม่เจอ
โจรค่ายลมทมิฬ ค่าหัวเท่าไหร่ เสียงเย็นชาดังมาจากชายชุดดำที่นั่งไขว่ห้างอยู่
เหล่าสิงใจหายวาบ แต่พอได้ยินเรื่องงานก็รีบตอบตะกุกตะกัก
หะ หัวหน้าค่ายหยางต้าลี่ ห้าสิบตำลึง ลูกสมุนหัวละหนึ่งตำลึง
ตุ้บ
โจวสิงโยนห่อผ้าลงบนพื้น หัวของหยางต้าลี่กลิ้งหลุนๆ ออกมาจ๊ะเอ๋กับเหล่าสิง
นี่หัวหยางต้าลี่ ส่วนลูกสมุนอีกสามสิบกว่าคนข้าเก็บกวาดให้แล้ว ตีซะว่าสามสิบตำลึง รวมแปดสิบตำลึง จ่ายมา
เหล่าสิงมองหัวเปื้อนเลือดสลับกับชายชุดดำ กลืนน้ำลายเอือกใหญ่
จะ จอมยุทธ์ ข้าไม่มีเงินหรอก ต้องไปเบิกท่านนายอำเภอที่หลังบ้าน ท่านรอเดี๋ยวนะ
โจวสิงโบกมืออนุญาต
เหล่าสิงวิ่งป่าราบไปที่เรือนพักหลังบ้าน ปลุกนายอำเภอโหลวขึ้นมากลางดึก พอเล่าเรื่องจบ นายอำเภอโหลว (ผู้ชาญฉลาด) ก็รีบเบิกเงินแปดสิบตำลึงให้ทันที
คนระดับที่ถล่มค่ายโจรได้ด้วยตัวคนเดียว แถมยังบุกเข้ามาในที่ทำการได้เงียบเชียบขนาดนี้ อย่าไปมีเรื่องด้วยจะดีที่สุด จ่ายๆ ไปเถอะ
โจวสิงรับเงินแล้วจากไปทันที เขาแวะกลับไปขุดสมบัติที่ฝังไว้ ขนกลับบ้านสองรอบกว่าจะหมด
กลับถึงหอจิ่วสิง ฟ้าก็เริ่มสาง
โจวสิงหยิบขวดกระเบื้องใบเล็กออกมา เท ยาคืนสติ ของตาแก่ถังเข้าปากหนึ่งเม็ด
ยานี้ช่วยขจัดความง่วง ทำให้สมองตื่นตัว เหมาะสำหรับสายโต้รุ่ง
พอยาออกฤทธิ์ เขาก็นั่งสมาธิเดินลมปราณต่อ ตื่นมาฝึกกระบี่ตอนเช้า รู้สึกได้เลยว่าท่วงท่าลื่นไหลขึ้นกว่าเดิม
การฝึกที่ดีที่สุด คือการฆ่าฟันจริงๆ สินะ
ช่วงสาย โจวสิงขลุกอยู่ในห้องลับหลังบ้าน
ในห้องนี้เต็มไปด้วยขวดโหลใส่สัตว์พิษและสมุนไพร เขากำลังวางแผนปรุง อาวุธเคมี ชุดใหม่
ตำราพิษตระกูลถังมีสูตรเป็นหมื่นชนิด แต่ด้วยงบที่จำกัด เขาต้องเลือกสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด
พิษมีสามสถานะ: ของเหลว ของแข็ง (ผง/เม็ด) และ ก๊าซ
โจวสิงเลือก ก๊าซ (ไอพิษ) เพราะมันไร้รูปลักษณ์ ป้องกันยาก เหมาะสำหรับจัดการศัตรูจำนวนมากหรือพวกยอดฝีมือ
ในหัวของเขาปรากฏชื่อพิษสองชนิดขึ้นมา
หนึ่งคือ [สายลมโศก] พิษไร้สีไร้กลิ่น ชื่อดังจากซีรีส์ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ของพรรคหนึ่งคฤหาสน์ (อาณาจักรซีเซี่ย) แต่ในโลกนี้ ตาแก่ถังเคลมว่าตระกูลถังเป็นคนคิดค้น
สองคือ [ผงสิบหอมเส้นเอ็นอ่อน] พิษที่ทำให้คนไร้เรี่ยวแรง วรยุทธ์เสื่อมถอยชั่วคราว แม้แต่เตียบ่อกี้ที่มีเก้าเอี้ยง (พลังวัตรคุ้มกาย) ยังเสร็จมันมาแล้ว
เอาล่ะ เริ่มจากสองตัวนี้ก่อน โจวสิงยิ้มมุมปาก หยิบครกบดยาขึ้นมาเตรียมพร้อม