ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 46 : นักพรตไร้ศีลธรรมปรากฏกาย เฉาเจิ้งฉุนกลับกลายเป็นหลานชาย
- Home
- ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ
- บทที่ 46 : นักพรตไร้ศีลธรรมปรากฏกาย เฉาเจิ้งฉุนกลับกลายเป็นหลานชาย
เมื่อต้วนเทียนหยาเห็นเฉาเจิ้งฉุนกล่าวเช่นนั้น ก็ไม่ต่อปากต่อคำอีก คณะของพวกเขาต่างปรายตามองโจวสิงและจิวม่อจื้อแวบหนึ่ง ก่อนจะเตรียมตัวจากไป
แน่นอนว่าตามธรรมเนียมย่อมต้องมีการกล่าวลา ซ่างกวนไห่ถังประสานมือคารวะ เงินรางวัลส่งถึงมือแล้ว ท่านราชครู หมอเทวดาโจว พวกข้าขอลา
จิวม่อจื้อพนมมือ ก้มศีรษะลงเล็กน้อย
ต้วนเทียนหยาและพรรคพวกจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน ไม่มีเยื่อใยใดหลงเหลือ
จอมยุทธ์ต้วนเดินทางปลอดภัย
เฉาเจิ้งฉุนโบกมือ ตะโกนไล่หลังเสียงดัง
กลุ่มของต้วนเทียนหยาทำหูทวนลม เร่งฝีเท้าหายลับไปในตรอกอย่างรวดเร็ว
เฉาเจิ้งฉุนหันมาหาโจวสิง ยิ้มร่า หลานชาย ข้าอุตส่าห์หอบหิ้วสุราหลวงจากวังมาด้วย มาดื่มด้วยกันสักหน่อยเป็นไง
ยังไม่ทันที่โจวสิงจะตอบรับไมตรี จิวม่อจื้อก็นั่งไม่ติด กงกงเฉา คนของหมู่ตึกพิทักษ์มังกรกลับไปแล้ว ไยท่านไม่ตามไปเสียด้วยเลยล่ะ
เฉาเจิ้งฉุนปรายตามองจิวม่อจื้อ แค่นเสียงฮึ หลานชายข้ายังไม่ทันพูดอะไร ราชครูมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่ง คนไม่รู้จะนึกว่าจิ่วสิงเก๋อเป็นของท่านกระมัง อย่าลืมนะว่า ข้าเป็นสหายรักร่วมเป็นร่วมตายของถังจิ๋ว
จิวม่อจื้อไม่ยอมแพ้ ก้าวออกมาข้างหน้า อาตมาก็เป็นสหายรักร่วมเป็นร่วมตายของหมอเทวดาโจวเช่นกัน
ใครมันจะไม่มีเส้นสายบ้างล่ะวะ
ท่านราชครู
โจวสิงปรามเสียงเบา
จิวม่อจื้อได้ยินดังนั้นก็สะบัดหน้า ไม่พูดอะไรอีก
โจวสิงหันไปหาเฉาเจิ้งฉุน กงกงเฉามีอารมณ์สุนทรีย์เช่นนี้ ข้าย่อมยินดีร่วมวง
พูดกันตามตรง การตายของถังจิ๋วมีเงื่อนงำ และเหตุเกิดที่เมืองหลวง หากโจวสิงต้องการสืบหาความจริง จำเป็นต้องพึ่งพาอำนาจภายนอก
เดิมทีโจวสิงวางแผนว่าจะไปเมืองหลวงเพื่อรักษาขุนนางใหญ่สักคน แล้วขอให้ช่วยสืบข่าว
แต่ยังไม่ทันได้เริ่มแผน เฉาเจิ้งฉุนก็โผล่มาเสนอหน้าเอง
นี่แหละที่เรียกว่าบุพเพอาละวาด
ตงฉ่างภายใต้การนำของเฉาเจิ้งฉุนมีอิทธิพลมหาศาลในเมืองหลวงและทั่วทั้งต้าหมิง
แม้หน่วยข่าวกรองของตงฉ่างจะสู้หมู่ตึกพิทักษ์มังกรไม่ได้ แต่ถ้าเทียบกับลิ่วซ่านเหมิน ซีฉ่าง หรือแม้แต่จินยี่เว่ย ตงฉ่างกินขาด
นอกจากหมู่ตึกพิทักษ์มังกรแล้ว ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าเฉาเจิ้งฉุนอีกแล้ว
เมื่อเห็นโจวสิงตอบตกลง เฉาเจิ้งฉุนก็หันไปเยาะเย้ยจิวม่อจื้อ ท่านราชครู พวกเราจะร่ำสุรากัน ท่านเป็นผู้ทรงศีล เชิญตามสบายเถิด
ความหมายของเฉาเจิ้งฉุนชัดเจน เขาไม่ต้อนรับจิวม่อจื้อ
จิวม่อจื้อทำหูทวนลม หมุนลูกประคำในมือเล่นต่อไป
อามิตตา มารดามันเถอะ พุทธ ถ้าไม่ติดว่าบาดเจ็บภายในอยู่ พ่อจะซัดกับเฉาเจิ้งฉุนสักตั้ง
บรรยากาศเริ่มตึงเครียด สุดท้ายโจวสิงต้องออกโรงไกล่เกลี่ย ดื่มด้วยกันหมดนี่แหละ
ได้ยินคำของโจวสิง ทั้งเฉาเจิ้งฉุนและจิวม่อจื้อต่างแค่นเสียงฮึมฮัม สะบัดชายเสื้อนั่งลงคนละฝั่ง โดยมีโจวสิงนั่งคั่นกลาง
เฉาเจิ้งฉุนตบมือเรียกบริวารเข้ามาพร้อมถาดใส่กาสุราและจอกทองคำลวดลายวิจิตร
เฉาเจิ้งฉุนยิ้มกริ่ม สะบัดข้อมือเบาๆ จอกทองคำสองใบก็พุ่งเข้าหาจิวม่อจื้อและโจวสิงอย่างแม่นยำ
จากนั้นเขาวางกาสุราลงบนโต๊ะ และไล่ลูกน้องออกไปเฝ้าหน้าประตู
อาตมาขอดื่มน้ำเปล่าก็พอ
จิวม่อจื้อเอ่ยขึ้น
แต่เฉาเจิ้งฉุนทำเป็นไม่ได้ยิน เขาเริ่มโชว์อภินิหาร ตบมือสองข้างเข้าหากัน ฝากาสุราเปิดออกทันที สุราสองสายพุ่งขึ้นจากกา กลายเป็นลำน้ำเล็กๆ หมุนวนพุ่งตรงไปยังจอกทองคำ
โจวสิงนั่งดูเฉยๆ แต่จิวม่อจื้อยื่นมือออกไป ลำน้ำสุราสายนั้นราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นประคองไว้
อาตมาขอดื่มชา สุรานี้ให้ทั้งสองท่านดื่มเถิด
จิวม่อจื้อย้ำคำเดิม พูดจบก็สะบัดมือขวา ส่งลำน้ำสุราพุ่งกลับไปหาเฉาเจิ้งฉุน
แม้ตอนนี้จะสู้จริงไม่ได้ แต่โชว์กำลังภายในข่มขวัญสักหน่อยก็ยังไหว
ขืนนั่งนิ่งเป็นตอไม้ คนจะหาว่าราชครูแห่งถูฟานด้อยกว่าเฉาเจิ้งฉุน
ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ
เฉาเจิ้งฉุนหรี่ตาลง จิวม่อจื้อแค่อยากโชว์เหนือ แต่เฉาเจิ้งฉุนอยากลองของ
เฉาเจิ้งฉุนสะบัดมือขวาอีกครั้ง ลำน้ำสุราสายเดิมพุ่งกลับไปทางจิวม่อจื้อ นี่คือสุราหลวงแห่งต้าหมิง ท่านราชครูมาจากบ้านป่าเมืองเถื่อน คงไม่เคยลิ้มรสสุราเลิศรสเช่นนี้ ลองดูสักหน่อยเถิด
จิวม่อจื้อเริ่มมีน้ำโห เฉาเจิ้งฉุนเล่นไม่ซื่อ
จิวม่อจื้อเหลือบมองโจวสิง เขาไม่อยากใช้กำลังภายใน แต่เฉาเจิ้งฉุนบีบคั้นกันเกินไปแล้ว
แค่จะขอกินน้ำในจอกทองคำ เฉาเจิ้งฉุนดัน หวังดี ยัดเยียดเหล้าให้กินซะงั้น
ทั้งสองผลัดกันซัดพลังใส่ลำน้ำสุราที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ไม่ยอมให้ตกลงมา
จิวม่อจื้อบาดเจ็บอยู่จึงไม่กล้าออกแรงเต็มที่ ส่วนเฉาเจิ้งฉุนนั้นใส่ไม่ยั้ง
ขณะที่จิวม่อจื้อกำลังลำบากใจ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู เสียของ ขืนไม่รีบกิน กลิ่นรสหายหมดพอดี
สิ้นเสียง ทั้งจิวม่อจื้อและเฉาเจิ้งฉุนต่างผุดลุกขึ้น เซถอยหลังไปคนละก้าว พอตั้งหลักได้ ก็เห็นลำน้ำสุราสายนั้นลอยลิ่วไปทางหลังบ้าน
ที่ประตูหลังบ้าน ชายชราถือไม้เท้าคนหนึ่งยืนอ้าปากรอรับลำน้ำสุราที่พุ่งเข้าปากไปอย่างแม่นยำ
จิวม่อจื้อและเฉาเจิ้งฉุนยืนตะลึง ตอนที่ชายชราพูด เหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบหัวพวกเขาทีหนึ่ง แล้วสุราก็หลุดจากการควบคุมไปดื้อๆ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ฝีมือชายชราผู้นี้นั่นเอง
วรยุทธ์ของคนผู้นี้ ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
ท่านผู้เฒ่า ทำไมจู่ๆ ถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ
โจวสิงลุกขึ้นทักทายด้วยรอยยิ้ม
เขาจำชายชราผู้นี้ได้แม่นยำ ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพนั่นเอง
ก่อนหน้านี้พอฝึกพลังไร้ลักษณ์น้อยสำเร็จ โจวสิงกะจะไปอวดท่านผู้เฒ่าที่ป่าไผ่ แต่ดันไม่เจอตัว
ข้าเพิ่งกลับมา กะจะแวะมาดูลาดเลา นึกว่าพวกหอโลหิตบุกมาซะอีก เหล้านี่ก็ไม่มียาพิษนี่นา
ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพหัวเราะร่า แล้วหันไปมองเฉาเจิ้งฉุน
เฉาเจิ้งฉุนยืนงง ไม่ใช่เพราะคำพูดของท่านผู้เฒ่า แต่เพราะความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ยิ่งชายชราเดินเข้ามาใกล้ ยิ่งรู้สึกเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน
โจวสิงกำลังจะแนะนำให้ท่านผู้เฒ่ารู้จักเฉาเจิ้งฉุน แต่เฉาเจิ้งฉุนกลับพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ท่านอาวุโส ท่านอาวุโสคงไม่ใช่ นักพรตไร้ศีลธรรมกระมัง
ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพเลิกคิ้ว เจ้าเป็นใคร
สมัยนี้คนที่จะจำเขาได้ มีไม่มากนักหรอก
พอท่านผู้เฒ่ายอมรับ เฉาเจิ้งฉุนหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น ท่านอาวุโส ท่านยังไม่ตายหรือนี่
รอยยิ้มบนหน้าท่านผู้เฒ่าหุบลงทันที ไอ้เด็กเวร ถ้าเจ้าหาเหตุผลดีๆ มาอธิบายไม่ได้ วันนี้ปู่จะสอนให้รู้ซึ้งถึงคำว่าเคารพผู้หลักผู้ใหญ่
ฟังมันพูดเข้าสิ อะไรคือยังไม่ตาย
นี่มันภาษาคนหรือไง
อุตส่าห์เป็นห่วงว่าห้าคนโฉดจะมาหาเรื่องโจวสิง พอรู้ว่าโจวสิงจัดการได้แล้ว ก็กะจะมาดูหน้าสักหน่อย ดันมาเจอคำทักทายอัปมงคลแบบนี้
ซวยจริงๆ
ท่านอาวุโส ข้าเป็นลูกบุญธรรมของเฉาอามานขอรับ
เฉาเจิ้งฉุนละล่ำละลัก ห้าสิบปีก่อน ข้า เอ้ย ผู้น้อยยังเด็ก เคยติดตามปู่บุญธรรมเฉาโหย่วเต๋อไปพบท่านอาวุโสครั้งหนึ่ง ท่านยังจำได้ไหมขอรับ
เฉาเจิ้งฉุนเป็นลูกบุญธรรมของขันทีใหญ่เฉาอามาน และเฉาอามานก็เป็นลูกบุญธรรมของขันทีใหญ่เฉาโหย่วเต๋ออีกที
ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายิ้มๆ อ้อ พอจะนึกออกแล้ว ขันทีน้อยที่ชอบเดินตามก้นเจ้าเสี่ยวเต๋อต้อยๆ นั่นเอง นี่เจ้าฝึกพลังกุมารทองเทียนกังของเจ้าเสี่ยวเต๋อด้วยรึ
เฉาเจิ้งฉุนพยักหน้ารัวๆ ท่านผู้นี้คือตำนานที่ยังมีลมหายใจจริงๆ
เมื่อห้าสิบปีก่อน ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งวังหลวงคือเฉาโหย่วเต๋อ ปู่บุญธรรมของเขา
ยิ่งวรยุทธ์สูงส่ง ก็ยิ่งกระหายความก้าวหน้า
ปู่บุญธรรมของเขาก็เช่นกัน
แต่ด้วยความที่เป็นคนวังหลวง สังกัดราชสำนักโดยกำเนิด สมัยนั้นคนของราชสำนักฝีมือไม่ค่อยเอาอ่าวเท่าไหร่
ปู่บุญธรรมอยากแลกเปลี่ยนวิชาความรู้ ก็ต้องเบนเข็มไปหายอดฝีมือในยุทธภพ
ปู่บุญธรรมของเขาต้องลงทุนลงแรงประจบประแจงนักพรตไร้ศีลธรรม บวกกับสุราหลวงชั้นดี ถึงจะมีโอกาสได้สนทนาธรรม (ยุทธ์) กับท่านผู้เฒ่าไม่กี่ครั้ง
เขาซึ่งมีพรสวรรค์ติดตัวมาบ้าง จึงถูกปู่บุญธรรมหิ้วไปฟังด้วย
น่าเสียดายที่ปู่บุญธรรมไปไม่ถึงฝั่งฝัน สิบกว่าปีต่อมาก็ด่วนจากไป
เขาคิดมาตลอดว่านักพรตไร้ศีลธรรมที่อายุมากกว่าปู่บุญธรรม น่าจะลาโลกไปนานแล้ว การได้มาเจอตัวเป็นๆ อีกครั้ง จึงทำให้เฉาเจิ้งฉุนตกใจแทบสิ้นสติ
แถมหน้าตาของท่านผู้เฒ่ายังแทบไม่เปลี่ยนไปจากเดิม นี่มันเรื่องเหลือเชื่อชัดๆ
หรือว่าท่านผู้เฒ่าจะบรรลุวิชาอมตะแล้ว
แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่
ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพนั่งลง คว้ากาสุราหลวงมาดื่มอึกใหญ่
เฉาเจิ้งฉุนรีบตอบ เรียนท่านอาวุโส ข้ากับถังจิ๋ว อาจารย์ของหลานชายโจวสิงเป็นสหายสนิทกัน วันนี้เลยมาเยี่ยมหลานชายโจวสิง ไม่นึกเลยว่าหลานชายโจวสิงจะรู้จักกับท่านอาวุโสด้วย นี่มันบังเอิญจริงๆ ขอรับ
ได้ยินคำพูดของเฉาเจิ้งฉุน รอยยิ้มบนหน้าท่านผู้เฒ่าค่อยๆจางลงอีกครั้ง เจ้า เรียกมันว่าอะไรนะ
เฉาเจิ้งฉุนอ้าปากค้าง กลืนน้ำลายเอือก หลาน หลานชายโจวไงขอรับ
ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพส่ายหน้าช้าๆ วรยุทธ์ของมัน ข้าเป็นคนสอนเอง เจ้าเรียกมันว่าหลานชาย นี่กะจะตีเสมอเป็นรุ่นเดียวกับข้าหรือไง
ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง ลองคิดดูดีๆ ว่าควรจะเรียกมันว่าอะไร
เฉาเจิ้งฉุนคำนวณลำดับญาติในหัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่มั่นใจนัก อา อาโจว
ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพกอดกาสุราไว้ พลางตบไหล่เฉาเจิ้งฉุนเบาๆ หัวไวใช้ได้ ปู่กะว่าจะแสดงให้ดูสักหน่อยว่าทำไมเขาถึงเรียกปู่ว่านักพรตไร้ศีลธรรม แต่เห็นแก่ที่เจ้าหัวไว ก็แล้วกันไปเถอะ
สุรานี่รสชาติดี ปู่ขอล่ะนะ
ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพลุกขึ้น หันไปพูดกับโจวสิง นี่หลานชายข้าเอง สมัยก่อนข้าเคยชี้แนะมันฝึกพลังกุมารทองเทียนกังไปบ้าง ถือว่าเป็นคนกันเอง เจ้าอยากให้หลานชายคนนี้ช่วยอะไร ก็บอกมันไปได้เลย
ส่วนเจ้า
ท่านผู้เฒ่าหันกลับมามองเฉาเจิ้งฉุน เฉาเจิ้งฉุนรีบรับคำ ท่านอาวุโสวางใจได้ หลานชายโจว เอ้ย ท่านอาโจวต้องการอะไร ข้าจะจัดการให้ทันทีขอรับ
ท่านผู้นี้มีอายุเท่าไหร่แล้วนะ
ร้อยกว่าปีแล้วกระมัง
ถ้าได้เคล็ดลับวิชาอมตะจากท่านผู้นี้ ต่อให้ต้องเรียกโจวสิงว่าพ่อ เขาก็ยอม