ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 45 : เฉาเจิ้งฉุนผู้เปี่ยมมารยาท
ได้เจอโจวสิง เฉาเจิ้งฉุนดีใจจนเนื้อเต้น แต่คำพูดเมื่อครู่ของซ่างกวนไห่ถัง กับปฏิกิริยาตอบสนองฉับพลันของจิวม่อจื้อ ทำให้เฉาเจิ้งฉุนหงุดหงิดใจยิ่งนัก
ซ่างกวนไห่ถังก็ช่างเถอะ ยายตัวแสบนี่ทำทุกวิถีทางเพื่อใส่ร้ายป้ายสีเขา เพราะเห็นแก่หน้าจูอู๋ซื่ออยู่แล้ว คนเก่งมักเป็นที่อิจฉาตาร้อน เรื่องนี้เขาชินชาเสียแล้ว
แต่จิวม่อจื้อนี่สิ พอได้ยินคำพูดของซ่างกวนไห่ถัง ก็คิดถึงชื่อเขาขึ้นมาทันที นี่มันหยามกันชัดๆ
ชื่อเสียงของเขาเฉาเจิ้งฉุนมันเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรือไง
เฉาเจิ้งฉุนอยากจะเปิดอกคุยกับจิวม่อจื้อสักยก ถูฟานน่ะเรียกว่ามิตรประเทศของต้าหมิงก็จริง แต่มันก็แค่นั้นแหละ ต้าหมิงไม่ใช่ต้าซ่ง ขืนถูฟานกล้าขยับดาบ ทหารต้าหมิงนับล้านพร้อมจะเหยียบถูฟานให้จมดินได้ทุกเมื่อ
ให้เกียรติถึงเรียกราชครู ถ้าไม่ให้เกียรติ เขาเฉาเจิ้งฉุนนี่แหละจะส่งจิวม่อจื้อลงหลุม
เอ้อ เห็นแก่มันสนิทกับหลานชายเขา งั้นก็สั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ พอเป็นพิธีก็แล้วกัน ถือว่าไว้หน้าหลานชาย
เฉาเจิ้งฉุนกำลังระดมความคิดในหัว จนลืมสังเกตไปว่าสายตาทุกคู่ในโรงหมอกำลังจับจ้องมาที่เขา
เฉาเจิ้งฉุนนี่ยังไง มายืนเหม่อกลางที่สาธารณะแบบนี้เนี่ยนะ
อะแฮ่ม
ชายแต่งตัวประหลาดกระแอมเบาๆ เฉาเจิ้งฉุนถึงได้สติ แล้วรีบฉีกยิ้มเดินเข้าไปหา
ที่แท้ก็กงกงเฉานี่เอง ไม่ทราบว่าคำเรียกขานเมื่อครู่ของท่าน มีความหมายว่าอย่างไร
โจวสิงชิงถามขึ้นก่อน
เฉาเจิ้งฉุนตอบอย่างใจเย็น เล่าถึงความสัมพันธ์ในอดีต ข้ากับอาจารย์เจ้า ถังจิ๋ว สนิทสนมกันยิ่งนัก
จากการบรรยายของเฉาเจิ้งฉุน ฉากการหลบหนีการไล่ล่าของทั้งสองเมื่อยี่สิบปีก่อนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ซ่างกวนไห่ถังและพรรคพวกฟังแล้วหน้าเขียวคล้ำ ส่วนโจวสิงขมวดคิ้วมุ่น
ในเมื่อผู้อาวุโสถังได้ล่วงลับไปแล้ว คำพูดของกงกงเฉาจริงเท็จประการใด ก็ไม่อาจพิสูจน์ได้
ซ่างกวนไห่ถังกล่าวเรียบๆ การที่โจวสิงไม่รู้จักเฉาเจิ้งฉุน ก็เป็นหลักฐานชัดเจนว่าถังจิ๋วไม่เคยเล่าเรื่องสหายร่วมเป็นร่วมตายคนนี้ให้ฟัง
นางจึงปักใจเชื่อว่าเฉาเจิ้งฉุนกุเรื่องขึ้นมาเอง
แต่ใครจะคาดคิด โจวสิงกลับเอ่ยขึ้นว่า ข้าเคยได้ยินท่านอาจารย์เล่าให้ฟังเหมือนกัน ว่าสมัยก่อนเคยรับงานเสี่ยงตายงานหนึ่ง ถ้าไม่ได้คนช่วยไว้ คงตายไปแล้ว
เฉาเจิ้งฉุนพยักหน้ารัวๆ ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง คนคนนั้นก็คือข้าเอง
แล้วทำไมท่านอาจารย์ถึงไม่บอกตรงๆ ว่าเป็นกงกงเฉาที่ช่วยไว้ล่ะ
โจวสิงสงสัย
จิวม่อจื้อผู้แสนดี จึงช่วยไขข้อข้องใจด้วยความจริงใจ อาจเป็นเพราะชื่อเสียงกงกงเฉาไม่ค่อยดี อาจารย์เจ้าเลยไม่อยากพูดถึงกระมัง
สิ้นเสียงจิวม่อจื้อ เหมือนมีเสียงมีดเสียบทะลุหัวใจใครบางคน
เฉาเจิ้งฉุนหน้าเจื่อน แววตาที่มองจิวม่อจื้อเริ่มฉายแววอำมหิต
เจ็บจี๊ด
ราชครูถูฟานผู้นี้ชักจะมากเกินไปแล้ว การศึกษาที่ดีที่เฉาเจิ้งฉุนได้รับมาสั่งสอนไม่ให้ด่าคน แต่ถ้าจิวม่อจื้อยังปากดีแบบนี้ ก็อย่าหาว่าเขาเรียกไอ้โล้นเฒ่าก็แล้วกัน
อะไรคือชื่อเสียงไม่ค่อยดี
คนที่เขาเฉาเจิ้งฉุนเล่นงาน ล้วนเป็นขุนนางในราชสำนัก นอกเหนือจากบางคนที่เขามีเรื่องส่วนตัวด้วยแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นพระประสงค์ของฮ่องเต้ทั้งนั้น นอกจากนี้เขาเคยไปทำอะไรใครที่ไหน
ชาวบ้านตาดำๆ
ใครๆ ก็รู้ว่าเขาเฉาเจิ้งฉุนรักราษฎรประดุจลูกในไส้
คนที่ข้าจัดการล้วนเป็นพวกหนอนบ่อนไส้ที่ทำผิดกฎหมาย ไม่เคยรังแกชาวบ้านร้านตลาดแม้แต่น้อย
เฉาเจิ้งฉุนแก้ต่างให้ตัวเอง
ใต้เท้าหลี่ฉวิน รองเจ้ากรมมหาดไทย มีชื่อเสียงว่าเป็นขุนนางตงฉิน แต่กลับถูกกงกงเฉาใส่ร้ายป้ายสีว่าฉ้อราษฎร์บังหลวง คนแบบนี้หรือคือหนอนบ่อนไส้
ซ่างกวนไห่ถังสวนทันควัน
เฉาเจิ้งฉุนปรายตามองไห่ถัง เบ้ปากด้วยความเหยียดหยาม เจ้าจะไปรู้อะไร
กรมมหาดไทยเป็นหัวหน้าหกกรม อำนาจล้นมือ แม้รองเจ้ากรมหลี่จะดูดีมีคุณธรรม แต่ดันไปสนิทชิดเชื้อกับอ๋องในราชสำนัก ไม่เล่นงานมันแล้วจะให้ไปเล่นงานใคร
ตื้นลึกหนาบางเรื่องนี้เขารู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ถ้าไม่มีรับสั่งจากฮ่องเต้ เขาก็พูดออกไปไม่ได้
เฉาเจิ้งฉุนขี้เกียจเถียงกับไห่ถัง หันไปหาโจวสิงแทน หลานชายคิดเห็นอย่างไร เรื่องความสัมพันธ์ของข้ากับถังจิ๋ว เจ้าเชื่อหรือไม่
โจวสิงพยักหน้า งานที่ท่านอาจารย์รับทำในตอนนั้นเป็นความลับสุดยอด แม้แต่หอโลหิตก็ไม่รู้ เป็นงานที่เขารับเองเป็นการส่วนตัว คนในใต้หล้าที่รู้เรื่องนี้นอกจากข้ากับท่านอาจารย์ ก็มีแต่คนที่หนีตายมาด้วยกันในวันนั้นเท่านั้น
ได้ยินคำตอบของโจวสิง รอยยิ้มบนหน้าเฉาเจิ้งฉุนค่อยๆ จางลง เขากระแอมเบาๆ แล้วแก้ตัว หลานชาย นั่นไม่ได้เรียกว่าหนีตาย เขาเรียกว่า เอ้อ การถอยทัพเชิงยุทธศาสตร์ เป้าหมายบรรลุแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องรบยืดเยื้อให้เสียเวลา
โจวสิงยิ้มแล้วยกนิ้วโป้งให้เฉาเจิ้งฉุน กงกงเฉาช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกล
เฉาเจิ้งฉุนหัวเราะแห้งๆ ไอ้หลานชายคนนี้ ทำไมไม่ยอมเรียกเขาว่าท่านอาเฉาสักทีนะ
อายุปูนนี้แล้ว ให้เรียกอาสักคำมันจะเสียหายตรงไหน
หรือจะให้เขาเฉาเจิ้งฉุนเรียกโจวสิงว่าอาแทน เสียลำดับอาวุโสหมด
ช่างเถอะ ไม่เรียกก็ไม่เรียก ตามใจมัน
ข้าได้ยินว่าหลานชายสังหารห้าคนโฉดแห่งหุบเขาคนโฉด ทวงคืนความยุติธรรมให้วิญญาณบริสุทธิ์ของชาวต้าหมิงที่ต้องตายตกไปเพราะน้ำมือพวกมัน ข้าล่ะปลื้มใจแทนจริงๆ
ประจวบเหมาะ ห้าคนนี้มีชื่อขึ้นบัญชีดำของตงฉ่างด้วย ข้ามาครั้งนี้ ก็เพื่อนำเงินรางวัลมามอบให้หลานชาย
พูดจบ เฉาเจิ้งฉุนก็โบกมือ คนสิบสองคนแบกหีบสามใบเข้ามาวางเรียงรายต่อหน้าโจวสิง
เฉาเจิ้งฉุนสะบัดมือขวา ฝาหีบทั้งสามเปิดออกพร้อมกัน
หีบใบแรกอัดแน่นไปด้วยก้อนเงินขาววาววับ หีบใบที่สองก็เช่นกัน ส่วนหีบใบที่สามบรรจุเหรียญทองแดงร้อยเป็นพวง พวงละหนึ่งกวน ดูจากจำนวนแล้วน่าจะมีเป็นร้อยกวน
สองหีบนี้คือเงินรางวัลหมื่นตำลึง สำหรับค่าหัวห้าคนโฉด
ส่วนเหรียญทองแดงร้อยห้าสิบกวนนี้ เอาไว้ให้หลานชายใช้จ่ายจิปาถะในชีวิตประจำวัน
เฉาเจิ้งฉุนกล่าวด้วยรอยยิ้ม ท่าทางป๋าจัด
โจวสิงตาโต หมู่ตึกพิทักษ์มังกรให้มาห้าพันตำลึง เขาก็ว่าเยอะแล้ว เจอเฉาเจิ้งฉุนประเคนให้อีกหมื่นตำลึง ต้องยอมรับเลยว่า สมเป็นตงฉ่างจริงๆ
เรื่องหาเงิน ขันทีนี่มืออาชีพสุดๆ
แต่โจวสิงสงสัยนิดหน่อย ทำไมถึงให้เป็นเงินก้อน ไม่ให้เป็นตั๋วเงิน
เฉาเจิ้งฉุนคงอยากจะบอกว่า เงินก้อนขาวๆ วางกองตรงหน้า มันดูอลังการกว่าเยอะ
ของแบบนี้มันอยู่ที่หน้าตา
โจวสิงตะลึง เหล่าซิงตาค้าง ซ่างกวนไห่ถังหน้าเครียด
มีแต่จิวม่อจื้อที่ทำหน้าเหม็นเบื่อ
เจ้าเฉาเจิ้งฉุนนี่ ทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตา
จิวม่อจื้อไม่พอใจ แสงไฟที่ควรส่องมาที่เขา ถูกเฉาเจิ้งฉุนแย่งซีนไปหมด
กงกงเฉามีน้ำใจเช่นนี้ ผู้น้อยขอน้อมรับด้วยความยินดี
ค่าหัวห้าคนโฉดจริงๆ ไม่น่าจะเยอะขนาดนี้ เฉาเจิ้งฉุนคงเห็นแก่หน้าอาจารย์เขา หรือไม่ก็อยากดึงตัวเขาไปร่วมงาน
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เรื่องดึงตัวต้องปฏิเสธ แต่เงินน่ะรับไว้ได้
ดี รับไว้เถอะ เมื่อครู่ได้ยินไห่ถังพูดถึงหอโลหิต เรื่องนี้ข้าไม่รู้จริงๆ เพราะข้าไม่ได้มีนิสัยชอบสืบเรื่องของหลานตัวเอง หลานชายมีเรื่องบาดหมางกับหอโลหิตจริงหรือ
เฉาเจิ้งฉุนยิ้มกล่าวตอบโต้ ซ่างกวนไห่ถังพูดถึงความสัมพันธ์ของโจวสิงกับหอโลหิต แสดงว่าแอบไปสืบประวัติโจวสิงมาแล้ว
คนฉลาดอย่างโจวสิง พอรู้ว่าโดนสืบประวัติ ย่อมต้องรู้สึกไม่พอใจ ซ่างกวนไห่ถังนี่ ฉลาดแกมโกงจนได้เรื่องแล้วไหมล่ะ
ต้องยอมรับว่าคารมของเฉาเจิ้งฉุนได้ผล แม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามขุดหลุมฝังอีกฝ่าย แต่ชั้นเชิงของเฉาเจิ้งฉุนเหนือกว่าเห็นๆ
โจวสิงที่เริ่มรู้สึกไม่ดีกับหมู่ตึกพิทักษ์มังกรอยู่แล้ว ยิ่งรู้ว่าโดนแอบสืบประวัติ ความรู้สึกยิ่งติดลบหนักเข้าไปอีก
จู่ๆ มีคนโผล่มาในยุทธภพ การตรวจสอบก็เป็นเรื่องปกติ
โจวสิงเข้าใจได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมรับ
โจวสิงเล่าเรื่องความสัมพันธ์กับหอโลหิตให้ฟังคร่าวๆ เฉาเจิ้งฉุนฟังจบก็แค่นเสียงเย็น หลานชายไม่ต้องกังวล พอกลับถึงเมืองหลวงเมื่อไหร่ ข้าจะไปเยือนหอโลหิตด้วยตัวเอง หลานของข้าเฉาเจิ้งฉุน ไม่ใช่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ
เฉาเจิ้งฉุนไม่พูดถึงเรื่องชวนโจวสิงกลับเมืองหลวงไปให้ตงฉ่างคุ้มครองเลยสักคำ เพราะเขารู้นิสัยโจวสิงดี ขืนพูดออกไป โจวสิงจะรู้สึกเหมือนโดนบีบบังคับ
เมื่อกี้ไห่ถังก็ใช้มุกนี้ ปฏิกิริยาโจวสิงเป็นยังไงเขาก็เห็นแล้ว
จะซื้อใจโจวสิง ต้องใช้ใจแลกใจ เขาอาศัยความสัมพันธ์รุ่นพ่อปูทางไว้แล้ว ยิ่งแสดงความจริงใจเข้าไปอีก มีหรือโจวสิงจะไม่โอนอ่อนผ่อนตาม
ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
ฮึ เขาเฉาเจิ้งฉุนไม่ใช่คนโง่นะโว้ย
หมอเทวดาโจวมีอาตมาอยู่ข้างกาย ไม่ต้องรบกวนกงกงเฉาให้ลำบากหรอก
เสียงเย็นชาของจิวม่อจื้อดังขึ้น
เจ้าเฉาเจิ้งฉุนคิดจะซื้อใจคนงั้นรึ
ฮึ น่าขำ
เฉาเจิ้งฉุนหรี่ตามอง คิดว่าข้าด่าคนไม่เป็นหรือไง
ไอ้โล้นเฒ่า ไปไกลๆ ส้นตีนไป๊
เฉาเจิ้งฉุนส่งสายตาพิฆาต
จิวม่อจื้อก็ไม่ยอมแพ้ จ้องตากลับอย่างไม่ลดละ
ทำไม มีตาคนเดียวรึไง
เรื่องรูจมูกใหญ่ เขาจิวม่อจื้อยอมแพ้ แต่เรื่องตาโต สองเฉาเจิ้งฉุนมัดรวมกันยังสู้เขาไม่ได้
บรรยากาศเริ่มมาคุ ซ่างกวนไห่ถังและพรรคพวกถอยหลังไปสองก้าวเงียบๆ ในใจตะโกนเชียร์ เอาเลย ตีกันเลย
ความหวังดีของกงกงเฉา ผู้น้อยขอรับไว้ด้วยใจ ต่อให้หอโลหิตต้องการสงบศึก ข้าก็ไม่ยอม ท่านอาจารย์ข้าตายอย่างมีเงื่อนงำ สักวันข้าต้องบุกไปหอโลหิตเพื่อสืบหาความจริง ต่อให้พวกเขาไม่ได้เป็นคนลงมือ ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน
โจวสิงก้าวออกมาขวางระหว่างจิวม่อจื้อกับเฉาเจิ้งฉุน
เฉาเจิ้งฉุนเปลี่ยนสีหน้าทันควัน กลับมายิ้มแย้ม จริงด้วย น้องถังจิ๋วตายอย่างมีเงื่อนงำ สมควรต้องสืบให้รู้แจ้ง กลับไปข้าจะส่งคนออกสืบข่าว ถ้าได้เรื่องยังไง จะส่งม้าเร็วมาแจ้งข่าวให้หลานชายทราบทันที
เฉาเจิ้งฉุนตัดสินใจใช้ไม้ตายน้ำซึมบ่อทราย ไม่พูดเรื่องชวนเข้าสังกัดอีก แต่หันไปทางอื่นแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม ไห่ถัง จอมยุทธ์กุยไห่ จอมยุทธ์ต้วน เงินรางวัลก็ส่งถึงมือแล้ว พวกเจ้าสามคนจะกลับได้หรือยัง ข้ากะว่าจะกินข้าวรำลึกความหลังเรื่องน้องถังจิ๋วกับหลานชายสักหน่อย พวกเจ้าไม่รู้เรื่อง อยู่ไปก็คงไม่มีอะไรคุย
ซ่างกวนไห่ถังสูดหายใจลึก หันไปมองต้วนเทียนหยา
ต้วนเทียนหยาปรายตามองเฉาเจิ้งฉุน แล้วเดินออกมาข้างหน้า หมอเทวดาโจว เมื่อครู่พวกเราใจร้อนเกินไป แต่ขอให้เชื่อเถิดว่าเราไม่ได้มีเจตนาร้าย ต่อให้ท่านไม่ยอมรับคำเชิญของหมู่ตึกพิทักษ์มังกร พวกเราก็ไม่ขัดข้อง เพียงแต่โจรเฒ่าแซ่เฉาผู้นี้เป็นกังฉินตัวเอ้ ขุนนางตงฉินไม่รู้กี่คนต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของมัน ขอหมอเทวดาโจวไตร่ตรองให้ดี ว่าสมควรจะรับไมตรีจากโจรเฒ่าแซ่เฉาหรือไม่
ต้วนเทียนหยาพูดตรงไม่อ้อมค้อม เรียกเฉาเจิ้งฉุนว่าโจรเฒ่าแซ่เฉาเต็มปากเต็มคำ
เหล่าซิงรีบวิ่งไปหลบมุมทันที ศึกระหว่างหมู่ตึกพิทักษ์มังกรกับตงฉ่าง ไม่ใช่เรื่องที่มือปราบตัวเล็กๆ อย่างเขาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้
คำว่าโจรเฒ่าแซ่เฉาหลุดจากปากต้วนเทียนหยา ผู้ติดตามของเฉาเจิ้งฉุนเตรียมจะลงมือ แต่เฉาเจิ้งฉุนกลับยิ้มห้ามปราม จอมยุทธ์ต้วนคิดมากไปแล้ว ข้าแค่มาเยี่ยมหลานชาย เคยพูดเรื่องชักชวนเข้าสังกัดสักคำหรือยัง
โจวสิงมองดูการโต้ตอบของทั้งสองฝ่ายแล้วอมยิ้ม
เฉาเจิ้งฉุนนี่ มารยาทงามหยดจริงๆ
พอนึกย้อนไปถึงในละคร เฉาเจิ้งฉุนก็สุภาพแบบนี้แหละ คำหยาบที่สุดที่เคยพูดก็แค่ เจ้าผายลม
ลองดูฉายาที่คนอื่นตั้งให้ แล้วดูเฉาเจิ้งฉุนตอบกลับสิ
ต้วนเทียนหยา: โจรเฒ่าแซ่เฉา
เฉาเจิ้งฉุน: จอมยุทธ์ต้วน
กุยไห่อี้เตา: สุนัขแซ่เฉา
เฉาเจิ้งฉุน: จอมยุทธ์กุยไห่
ซ่างกวนไห่ถัง: ขันทีเฒ่าแซ่เฉา
เฉาเจิ้งฉุน: ไห่ถัง
พอนึกถึงคำตอบของเฉาเจิ้งฉุนในละคร โจวสิงแทบจะหลั่งน้ำตาให้ความสุภาพบุรุษของแกจริงๆ