ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 48 : ชื่อเสียงระบือไกล เซียนแพทย์หัตถ์พิษ
โจวสิงไม่ได้รับรู้ถึงความคิดเล็กคิดน้อยในหัวของจิวม่อจื้อ เพียงแค่เข้าใจว่าจิวม่อจื้อคงกำลังร้อนใจที่ฝึกวรยุทธ์ไม่ได้
โจวสิงปลอบโยนจิวม่อจื้อให้ใจเย็นลง ในเมื่อข้อมูลเกี่ยวกับเส้นชีพจรและจุดลมปราณของยอดวิชาวัดเส้าหลินกว่าสามสิบแขนง และวิชาดาบเปลวเพลิงของนิกายลามะ ถูกสรุปและรวบรวมเสร็จสิ้นแล้ว
โจวสิงจึงตั้งใจว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาจะทุ่มเทเวลาและแรงกายแรงใจให้กับการรักษาอาการบาดเจ็บของจิวม่อจื้ออย่างเต็มที่
ได้ยินโจวสิงรับปากเช่นนั้น สีหน้าของจิวม่อจื้อก็ดีขึ้นทันตา
เมื่อได้คำสัญญาจากโจวสิง จิวม่อจื้อก็มุดกลับเข้าไปขลุกอยู่ในหอคัมภีร์ต่อ ส่วนโจวสิงก็กลับเข้าห้องหลอมศาสตรา เพื่อหลอมอาวุธที่ยึดมาจากห้าคนโฉดต่อไป
อาวุธบางชิ้นมีส่วนผสมของเหล็กเสวียนเถี่ย โจวสิงสกัดมันออกมา แล้วนำไปผสมกับเหล็กกล้าบริสุทธิ์ ก็น่าจะพอสร้างเข็มพายุพิรุณดอกสาลี่ได้สักหลายชุด
เวลาผ่านไปอีกสามวัน ความพยายามของโจวสิงก็เริ่มสัมฤทธิ์ผล
สมุนไพรจากนิกายเบญจพิษส่งมาถึงหน้าประตู
เมื่อหนึ่งเดือนก่อน โจวสิงเดินทางไปที่ห้าเซียนฟางในเมืองกวงหยาง และบรรลุข้อตกลงกับนิกายเบญจพิษ โดยเขาจะมอบสูตรยาลูกกลอนมังกรดินนอระมาดให้ แลกกับการที่นิกายเบญจพิษจะจัดหาสมุนไพรมาให้เขา ถือเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่วินวินทั้งสองฝ่าย
คนที่นำสมุนไพรมาส่งยังคงเป็นผู้อาวุโสเงิน โจวสิงรับสมุนไพรไว้ด้วยความยินดี และมอบรายการสมุนไพรที่ต้องการในเดือนถัดไปให้ผู้อาวุโสเงิน
ผู้อาวุโสเงินมีท่าทีนอบน้อมเป็นพิเศษ ก่อนกลับยังทิ้งท้ายข่าวสำคัญไว้ให้โจวสิงอีกด้วย
สมุนไพรในเดือนหน้า หลานเฟิ่งหวง ประมุขพรรคเบญจพิษ จะเป็นผู้นำมาส่งด้วยตัวเอง เดิมทีหลานเฟิ่งหวงตั้งใจจะมาในครั้งนี้ แต่คิดได้ว่าการไปเยี่ยมเยียนผู้อื่นควรมีของขวัญติดไม้ติดมือที่สมน้ำสมเนื้อ จึงเลื่อนกำหนดการไปเป็นเดือนหน้า
คำพูดของผู้อาวุโสเงินทำให้โจวสิงตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ
ส่วนเรื่องที่ว่าหลานเฟิ่งหวงจะมีเรื่องขอร้องเขาหรือไม่นั้น โจวสิงขอพักไว้ก่อนไม่เก็บมาคิดให้ปวดหัว
มีคนเอาของมาให้ถึงที่ มีหรือโจวสิงจะปฏิเสธ
นอกจากสมุนไพรจากนิกายเบญจพิษแล้ว เฉาเจิ้งฉุนก็ส่งคนนำเหล็กเสวียนเถี่ยและเหล็กกล้าบริสุทธิ์มาให้เช่นกัน
แม้เฉาเจิ้งฉุนจะเพิ่งกลับถึงเมืองหลวงในวันนี้ แต่ตอนที่ออกจากตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ เขาได้ส่งพิราบสื่อสารสั่งการให้ลูกน้องในเมืองหลวงไปเบิกเหล็กเสวียนเถี่ยและเหล็กกล้าบริสุทธิ์จากกรมโยธามาให้โจวสิงก่อน ส่วนโลหะหายากอื่นๆ ค่อยหาเพิ่มเติมในภายหลัง
ความสุขของคนหนึ่ง อาจเป็นความทุกข์ของอีกคน
โจวสิงดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้สมุนไพรและโลหะหายาก แต่ซ่างกวนไห่ถังและพรรคพวกกลับหงุดหงิดใจอย่างยิ่ง
ภายในตำหนักใหญ่หมู่ตึกพิทักษ์มังกร ซ่างกวนไห่ถังและพวกกำลังรายงานสถานการณ์ให้จูอู๋ซื่อทราบ ก่อนจะสรุปความเห็นว่า ท่านพ่อบุญธรรม โจวสิงมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ ช่วยชีวิตมาทั้งติงเตี่ยนและเยี่ยนหนานเทียน แถมยังสนิทสนมกับราชครูถูฟาน จิวม่อจื้อ หากปล่อยให้ถูกเฉาเจิ้งฉุนดึงตัวไป อำนาจของสุนัขแซ่เฉาคงเพิ่มพูนขึ้นมหาศาล ท่านพ่อบุญธรรม ท่านลองไปเจรจาด้วยตัวเองดูไหมเจ้าคะ เผื่อจะดึงโจวสิงมาเป็นพวกได้
ซ่างกวนไห่ถังยังคงเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง โจวสิงเป็นหมอที่มีจรรยาบรรณ คิดถึงประโยชน์ของชาวบ้านเป็นที่ตั้ง คนแบบนี้ไม่มีทางยอมก้มหัวให้เฉาเจิ้งฉุนง่ายๆ แน่
แต่เพื่อความชัวร์ นางจึงแนะนำให้จูอู๋ซื่อเดินทางไปตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ด้วยตนเอง
ในเมื่อตงฉ่างส่งเฉาเจิ้งฉุนไป ถ้าหมู่ตึกพิทักษ์มังกรไม่ส่งจูอู๋ซื่อไปบ้าง ก็จะดูเหมือนไม่ให้ความสำคัญกับโจวสิง
จูอู๋ซื่อหรี่ตาลง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า คดีซื้อขายตำแหน่งในกรมอาญากำลังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวน ซึ่งน่าจะเชื่อมโยงกับโจรเฒ่าแซ่เฉา ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการเล่นงานมัน เปิ่นหวางยังปลีกตัวไปไม่ได้ ไว้โอกาสหน้าเปิ่นหวางจะหาเวลาไปตำบลเจ็ดจอมยุทธ์เอง
วันเวลาผ่านไป โจวสิงทำตามสัญญาที่ให้ไว้ โดยลดเวลาฝึกยุทธ์จากหกชั่วยามเหลือเพียงสี่ชั่วยาม เพื่อแบ่งเวลาสองชั่วยามมาศึกษาอาการป่วยของจิวม่อจื้อ
ผลลัพธ์ที่ได้น่าพอใจยิ่ง
ลำพังจิวม่อจื้อศึกษาเองนั้นคืบหน้าช้ามาก แต่พอโจวสิงเข้ามาร่วมด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างเส้นชีพจรต่างๆ ก็ถูกวิเคราะห์จนกระจ่างแจ้ง จิวม่อจื้อได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่โจวสิงพูด เพราะมันลึกซึ้งเกินกว่าความรู้ที่เขามี
การวิจัยคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในระหว่างนั้นก็มีชาวยุทธ์แวะเวียนมาให้โจวสิงรักษาอยู่เรื่อยๆ
อย่างที่จิวม่อจื้อเคยบอก โจวสิงดังระเบิดแล้ว
เริ่มจากแก้พิษดอกจินปัวสวินให้ติงเตี่ยน ติงเตี่ยนเป็นประมุขตระกูลติงแห่งจิงเหมิน ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ การกลับมาของเขาต้องมีการจัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่โต และย่อมมีคนถามถึงเรื่องราวที่ผ่านมา
ด้วยการป่าวประกาศของติงเตี่ยน ชื่อเสียงของโจวสิงจึงแพร่กระจายไปทั่วภาคใต้ของต้าหมิง
พิษดอกจินปัวสวินขึ้นชื่อเรื่องความร้ายกาจ ใครๆ ก็รู้ว่าไร้ยาแก้ แต่โจวสิงกลับรักษาได้ วิชาแพทย์ระดับนี้เป็นที่น่าเลื่อมใส
ถ้าชื่อเสียงของติงเตี่ยนบวกกับความสามารถในการแก้พิษดอกจินปัวสวินเป็นตัวจุดประกาย การกลับมาของเยี่ยนหนานเทียนก็เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือให้ชื่อเสียงของโจวสิงลุกโชนยิ่งขึ้น
เยี่ยนหนานเทียนปรากฏตัวในยุทธภพ ย่อมมีคนจำได้ เพียงแค่สืบถามสักหน่อย ก็จะรู้ว่าโจวสิงเป็นคนรักษาเยี่ยนหนานเทียน และยังเป็นคนสังหารห้าคนโฉดแห่งหุบเขาคนโฉดอีกด้วย
เหตุการณ์ต่อเนื่องเหล่านี้ส่งผลให้โจวสิงกลายเป็นหมอเทวดาคนใหม่ที่ร้อนแรงที่สุดในต้าหมิง
ชาวยุทธ์จำนวนมากดั้นด้นมาเพื่อขอพบ
แต่ก่อนโรงหมอของโจวสิงรับรักษาคนในละแวกใกล้เคียง วันหนึ่งมีคนไข้มากสุดก็แค่สิบกว่าคน บางวันไม่มีเลยด้วยซ้ำ เพราะคนส่วนใหญ่ถ้าไม่ป่วยหนักจริงๆ ก็ไม่อยากมาหาหมอ
เริ่มจากชาวยุทธ์ในเมืองกวงหยางที่มาขอให้โจวสิงรักษาบาดแผล ต่อมาก็เริ่มมีคนที่เดินทางไกลนับพันลี้เพื่อมาขอความช่วยเหลือ
โจวสิงยุ่งจนหัวหมุน ส่วนจิวม่อจื้อก็เจ็บปวดแต่มีความสุข
ทุกครั้งที่มีชาวยุทธ์มาขอพบ จิวม่อจื้อจะออกหน้าไปรับรอง
เมื่อคนเริ่มเยอะ จิวม่อจื้อก็สรุปสูตรสำเร็จในการรับมือได้
เริ่มจากกล่าวอามิตตพุทธ แล้วบอกว่าโจวสิงไม่รักษาคนในยุทธภพ เพราะกลัวจะนำภัยมาสู่ตัว
โดยปกติอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาสองแบบ แบบแรกคือพวกถือดีในวรยุทธ์ จะพยายามใช้กำลังบังคับ แบบที่สองคือพวกที่จะคุกเข่าอ้อนวอน
จิวม่อจื้อเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ถ้าพวกแรกโผล่มา เขาจะกระโดดออกไปแสดงบทฮีโร่ช่วยฮีโร่
แต่กลายเป็นว่าเขาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนั้นเลย พอพูดจบปุ๊บ ทุกคนก็จะอ้อนวอนขอความเมตตาทันที
จิวม่อจื้อมานั่งคิดดู ก็เข้าใจเหตุผล ห้าคนโฉดตายด้วยน้ำมือโจวสิง หัตถ์โลหิตตู้ซาก็โดนโจวสิงฆ่าซึ่งๆ หน้า วรยุทธ์ของโจวสิงประจักษ์ชัดอยู่แล้ว แถมยังมีติงเตี่ยนกับเยี่ยนหนานเทียนเป็นแบ็คให้อีก ใครจะกล้าบ้าบิ่นมาบังคับโจวสิง
อ้อ แล้วยังมีเขาราชครูอันดับหนึ่งแห่งถูฟานนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ด้วย ใครจะกล้าหือ
จิวม่อจื้อคิดว่านี่แหละคือเหตุผลหลัก
แต่ไม่เป็นไร พอมีคนมาอ้อนวอน จิวม่อจื้อก็จะถือโอกาสยื่นข้อเสนอ อยากให้โจวสิงรักษา ก็เอาเคล็ดวิชาไม้ตายมาแลกก่อน
พวกที่อาการไม่หนักมาก ก็ไม่อยากเสียวิชาลับ ยอมถอยกลับไป
แต่สำหรับคนที่อาการหนัก คัมภีร์ยุทธ์แม้จะสำคัญ แต่ชีวิตสำคัญกว่า
ด้วยความคิดนี้ หลายคนจึงยอมมอบคัมภีร์ให้แต่โดยดี
ยิ่งโจวสิงรักษาคนมากเท่าไหร่ ชื่อเสียงก็ยิ่งโด่งดังมากเท่านั้น
และเนื่องจากวิธีการรักษาชาวยุทธ์ส่วนใหญ่ของโจวสิง คือการใช้พิษต้านพิษ ปากต่อปากเล่าลือกันไป กลายเป็นว่าโจวสิงใช้พิษในการช่วยคน
ทำให้ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน โจวสิงได้รับฉายาว่า เซียนแพทย์หัตถ์พิษ
แต่คนในย่อมรู้ดี โจวสิงไม่ได้ทำเพื่อสร้างจุดขาย เขาเองก็อยากใช้วิธีรักษาแบบปกติ แต่ความรู้ที่มีมันไม่อำนวย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้โจวสิงเริ่มแบ่งเวลามาศึกษาตำราแพทย์แผนปัจจุบันอย่างจริงจังแล้ว
เวลากินข้าว โจวสิงจะถือ คัมภีร์แพทย์สราญรมย์ ติดมือไว้ตลอด
คัมภีร์เล่มนี้ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพมอบให้โจวสิง
โจวสิงไปฝึกยุทธ์ที่ป่าไผ่ตามปกติ มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาบ่นให้ท่านผู้เฒ่าฟังเรื่องที่ตัวเองรักษาได้แค่แบบหนามยอกเอาหนามบ่ง ท่านผู้เฒ่าได้ยินก็เดินเข้ากระท่อม สะบัดแขนเสื้อทีเดียว ตำราแพทย์กองพะเนินเทินทึกก็ลอยออกมาวางกองตรงหน้าโจวสิง สูงเกือบครึ่งตัวคน
ตำราเหล่านี้รวมเรียกว่า คัมภีร์แพทย์สราญรมย์
ท่านผู้เฒ่าบอกว่า พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่ฝึกยุทธ์จนถึงจุดสูงสุดแล้ว จึงรวมตัวกันศึกษากลไกของร่างกายมนุษย์เพื่อหาทางก้าวข้ามขีดจำกัด
เซียวเหยาจื่อ เชี่ยวชาญวิชาแพทย์ที่สุด จึงนำตำราแพทย์ของตนออกมาให้ทุกคนช่วยกันศึกษา
ถ้าโจวสิงไม่พูดถึง ท่านผู้เฒ่าคงลืมไปแล้วว่ามีของดีแบบนี้เก็บไว้
เหมือนจะกลัวโจวสิงใช้หน้าหนาๆ ของตัวเองให้เป็นประโยชน์อีก ท่านผู้เฒ่าเลยสั่งดักคอไว้ก่อนว่า ให้โจวสิงฝึกหัตถ์พันทลายดอกทานตะวัน เก้ากระบี่เดียวดาย และไร้รอยเท้าหิมะให้เชี่ยวชาญก่อน แล้วค่อยคิดไปฝึกวิชาอื่น อย่าโลภมากเดี๋ยวจะสำลักตาย
คำแนะนำของตำนานเดินดินอย่างท่านผู้เฒ่า โจวสิงย่อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์เทพส่องหล้า พลังวัตรวิวาห์ เคล็ดกระบี่เทพ หรือหมัดเทพหนานเทียน โจวสิงไม่เคยแตะต้องเลยสักเล่ม
ซึ่งก็เข้าทางจิวม่อจื้อพอดี
ความเร็วในการฝึกยุทธ์ของโจวสิงทำเอาจิวม่อจื้อตะลึงงัน แต่จิวม่อจื้อไม่เคยยอมแพ้ใคร เรื่องฝึกยุทธ์เขาไม่เคยกลัวใครหน้าไหน เขาจึงเปรยๆ อยู่หลายครั้งว่ารอให้หายดีก่อน จะขอท้าประลองความเร็วในการฝึกวิชากับโจวสิงสักตั้ง
จะเอาหมัดเทพหนานเทียนหรือเคล็ดกระบี่เทพมาวัดกันก็ได้ ดูซิว่าใครจะฝึกได้เร็วกว่ากัน
การที่โจวสิงอดใจไม่ฝึกวิชาใหม่ๆ จิวม่อจื้อรู้สึกว่าดีมาก แบบนี้สิถึงจะยุติธรรม
ทั้งสองทุ่มเทสมาธิศึกษาอาการป่วยของจิวม่อจื้ออยู่นานหนึ่งเดือนเต็ม ด้วยความช่วยเหลือจาก คัมภีร์แพทย์สราญรมย์ งานที่ควรจะใช้เวลาสองเดือน ก็ถูกย่นระยะเวลาเหลือเพียงเดือนเดียว
ณ โรงหมอ ภายในห้องพักของจิวม่อจื้อ
ท่านราชครู พร้อมหรือยัง ข้าจะเริ่มแล้วนะ
โจวสิงยืนอยู่ข้างเตียง มองดูจิวม่อจื้อที่อยู่ตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม
จิวม่อจื้อพยักหน้าอย่างหนักแน่น มือสั่นเทาค่อยๆ ปลดสายคาดเอว และถอดเสื้อตัวบนออกจนหมด
อย่าเข้าใจผิด ทั้งสองได้ข้อสรุปในการรักษาแล้ว ถึงเวลาต้องลงมือฝังเข็มและใช้ยาเสียที