ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 49 : จิ้งจอกเก้าหางกับคำขอของหลานเฟิ่งหวง
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
จิวม่อจื้อเดินออกมาจากห้องพลางคาดสายรัดเอวไปด้วย ใบหน้าเปี่ยมสุขราวกับได้เกิดใหม่
เขายืนรับแสงแดดอุ่น บิดขี้เกียจไปมา ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างแล้วตะโกนลั่น สุดยอด
แม้โจวสิงจะเตือนไว้ล่วงหน้าว่านี่เป็นเคสแรกที่เขารักษา จิวม่อจื้อก็เตรียมใจรับความเจ็บปวดไว้แล้ว แต่ใครจะคิดว่าการฝังเข็มของโจวสิงกลับให้ความรู้สึกจั๊กจี้ซ่านเสียวไปทั่วสรรพางค์กาย ไร้ซึ่งความเจ็บปวดใดๆ
จิวม่อจื้ออยากจะขอเบิ้ลอีกสักรอบ มันฟินจริงๆ นะ
เสียดายที่โจวสิงย้ำนักย้ำหนาว่าการรักษาต้องเป็นไปตามขั้นตอน
ท่านราชครู เราจะฝังเข็มกันทุกเจ็ดวัน ส่วนยาต้องกินทุกวัน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกสองเดือนท่านน่าจะหายสนิท
โจวสิงหมุนข้อมือคลายความเมื่อยล้า
การรักษาจิวม่อจื้อต้องครอบคลุมเส้นชีพจรและจุดลมปราณจำนวนมหาศาล เขาต้องส่งผ่านกำลังภายในไปกระตุ้นทุกจุด ทำเอาโจวสิงหมดแรงไปไม่น้อย
จิวม่อจื้อพยักหน้ารัวๆ สองเดือนเขาหลับตารอได้สบาย
อาการเรื้อรังหลายสิบปี หายได้ในสองเดือน นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ
เห็นโจวสิงดูอ่อนเพลีย จิวม่อจื้อจึงตั้งใจจะไปหาของบำรุงมาให้
เรื่องฆ่าไก่เขาทำไม่ลง เลยกะจะไปสั่งซุปไก่ตุ๋นจากคุณนายหลี่ที่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามมาให้โจวสิงแทน
หมอเทวดาโจวอยู่ไหม
เสียงหวานใสของสตรีดังมาจากหน้าประตู น้ำเสียงเจือความตื่นเต้น ฟังดูก็รู้ว่าเป็นหญิงงามหยาดเยิ้ม
จิวม่อจื้อชะโงกหน้ามอง แล้วหันมามองโจวสิงด้วยความงุนงง
ไม่ยักรู้ว่าโจวสิงรู้จักสาวงามที่ไหนด้วย
ทั้งสองเดินออกมาที่โถงกลาง พบหญิงสาวผู้หนึ่งยืนรออยู่ นางสวมเสื้อผ้าพิมพ์ลายดอกไม้สีขาวบนพื้นผ้าสีน้ำเงิน คาดผ้ากันเปื้อนปักลาย ใส่ต่างหูทองคำคู่ใหญ่ แต่งกายแบบชาวแม้วเต็มยศ ผิวพรรณนางเหลืองนวล ดวงตากลมโตดำขลับ แม้อากาศจะเริ่มหนาวเย็น แต่นางยังคงยืนเท้าเปล่า ไม่สะทกสะท้านต่อความเย็นชื้น
ดูจากการแต่งกาย ขบวนรถม้าด้านหลัง และข้อความที่ผู้อาวุโสเงินทิ้งไว้คราวก่อน โจวสิงเดาได้ทันทีว่านางคือ หลานเฟิ่งหวง ประมุขพรรคเบญจพิษ
คุณชายท่านนี้คงเป็นหมอเทวดาโจว เจ้าของฉายาเซียนแพทย์หัตถ์พิษสินะ
หลานเฟิ่งหวงเดินตรงเข้ามา ประสานมือทักทาย
โจวสิงยิ้มแห้ง ฉายานี้ฟังทีไรก็กระดากใจทุกที
ผู้อาวุโสเงินพูดไว้ไม่ผิด หมอเทวดาโจวช่างสง่างามสมคำร่ำลือ
หลานเฟิ่งหวงกวาดสายตามองโจวสิงหัวจรดเท้าอย่างเปิดเผย ไร้ซึ่งจริตเอียงอายแบบหญิงสาวชาวต้าหมิงทั่วไป
ประมุขหลานชมเกินไปแล้ว
คราวก่อนพวกเราตั้งใจจะมาคารวะหมอเทวดาโจว แต่สมุนไพรในคลังมีแต่ของพื้นๆ เกรงว่าจะขายหน้า เลยต้องเลื่อนมาจนถึงวันนี้ หวังว่าหมอเทวดาโจวจะไม่ถือสา
หลานเฟิ่งหวงกล่าวด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะสดใสราวกับกระดิ่งเงิน
ประมุขหลานเกรงใจกันเกินไปแล้ว
โจวสิงเหลือบมองขบวนรถม้าด้านหลัง รายการสมุนไพรที่เขาขอไปคราวนี้มีของหายากรวมอยู่ด้วย การที่หลานเฟิ่งหวงจัดหามาให้ได้ทันที แสดงว่าคลังสมบัติของพรรคเบญจพิษไม่ธรรมดาเลย
ถ้าจะใช้ของพวกนี้เป็นของขวัญพบหน้า โจวสิงก็ยินดีรับไว้ด้วยความเต็มใจ
แต่การที่นางยอมเลื่อนการเดินทางมาหนึ่งเดือน ย่อมหมายความว่าของขวัญที่เตรียมมาต้องล้ำค่ากว่าสมุนไพรพวกนี้แน่นอน
โจวสิงไม่ใช่คนชอบวางมาด การที่เขายืนนิ่งอยู่ตรงนี้ ไม่พุ่งเข้าไปค้นรถม้า ก็ถือว่าอดทนสุดๆ แล้ว
ประมุขหลาน เราตกลงกันไว้แล้ว สูตรยาแลกกับสมุนไพร ต่อให้ท่านมอบของขวัญล้ำค่ามา ก็อย่าหวังว่าข้าจะยอมทำอะไรนอกเหนือข้อตกลงนะ
โจวสิงดักคอไว้ก่อน ถ้าให้เพราะอยากให้ เขายินดีรับ แต่ถ้ามีข้อแลกเปลี่ยน เขาคงไม่ปลื้มเท่าไหร่
หลานเฟิ่งหวงอาจจะต้องกลับไปมือเปล่า แต่ของต้องทิ้งไว้ที่นี่
ส่วนจะทิ้งไว้วิธีไหน ให้จิวม่อจื้อช่วยคิดละกัน เรื่องปล้นจี้หมอนี่ถนัดนัก
หลานเฟิ่งหวงชะงัก ปกติคนได้รับของขวัญก็ต้องเกรงใจ ถามไถ่ว่าจะให้ช่วยอะไรบ้างไม่ใช่หรือ
โจวสิงเล่นนอกตำราจนนางตั้งตัวไม่ติด
แต่หลานเฟิ่งหวงปรับตัวไว นางยิ้มแล้วกล่าวต่อ หมอเทวดาโจวพูดอะไรอย่างนั้น สูตรยาลูกกลอนมังกรดินนอระมาดของท่านล้ำค่ามหาศาล พวกเราปรุงออกมาได้หกเม็ด ลองพกติดตัวแล้วกันพิษได้ชะงัดนัก
ท่านก็รู้ พรรคเบญจพิษเราคลุกคลีอยู่กับยาพิษ พลาดพลั้งโดนพิษเล่นงานกันเองก็บ่อย แต่ละปีมีพี่น้องต้องตายไปไม่น้อยเพราะเหตุนี้
แต่พอมีลูกกลอนมังกรดินนอระมาด ชีวิตคนในพรรคก็ปลอดภัยขึ้นเยอะ แค่ส่งสมุนไพรให้ทุกเดือนยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับบุญคุณครั้งนี้
ข้าได้ข่าวว่ามีจิ้งจอกเก้าหางปรากฏตัวที่ชายแดนแม้ว เลยตั้งใจจะจับมามอบให้ท่าน
แต่มันว่องไวปานสายฟ้าแลบ ขนาดพวกเรารอดักตอนมันคลอดลูก ก็ยังคว้ามาได้แค่ลูกของมันตัวเดียว ส่วนแม่กับลูกอีกตัวหนีไปได้
จิวม่อจื้อได้ยินชื่อจิ้งจอกเก้าหางก็หูผึ่ง จิ้งจอกเก้าหาง นั่นมันสัตว์ในตำนานไม่ใช่รึ มีอยู่จริงในโลกด้วยหรือ
ในคัมภีร์ซานไห่จิง (คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล) บันทึกไว้ว่า เสียงเหมือนทารก กินแล้วไม่เป็นโรค
หมายถึงเสียงร้องของมันเหมือนเด็กทารก และเนื้อของมันมีสรรพคุณแก้พิษ
จิ้งจอกเก้าหางตัวนี้ไม่ใช่สัตว์เทพในตำนานหรอก แต่เป็นจิ้งจอกวิเศษที่มีอยู่จริง เลือดของมันมีสรรพคุณรักษาอาการบอบช้ำภายในได้อย่างวิเศษสุด และเพราะเสียงร้องของมันเหมือนทารก คนเลยเรียกมันว่าจิ้งจอกเก้าหางตามตำนาน
โจวสิงมองหลานเฟิ่งหวงด้วยความทึ่ง ใจป้ำจริงๆ
แม้สรรพคุณจะสู้คางคกน้ำแข็งเนตรโลหิต ไม่ได้ เพราะรายนั้นนอกจากดูดพิษแล้ว ยังรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสปางตายได้ชะงัดนัก
จิ้งจอกเก้าหางทำได้แค่รักษาอาการช้ำใน
แต่ข้อดีคือ ถ้าเลี้ยงดูดีๆ เลือดของมันก็มีให้ใช้ได้เรื่อยๆ ไม่เหมือนคางคกที่กินแล้วกินเลย
ในนิยายดั้งเดิม จิ้งจอกเก้าหางอยู่ในการครอบครองของอิงกู
จิวม่อจื้อตาเป็นประกาย
เลือดจิ้งจอกรักษารอยช้ำในได้
จิวม่อจื้อกลืนน้ำลาย แต่แล้วก็รีบส่ายหัว หมุนลูกประคำรัวเร็ว
เผลอคิดอกุศลจะดื่มเลือดสัตว์เสียแล้ว
บาปกรรมๆ
พระพุทธองค์เจ้าขา ยกโทษให้อาตมาอีกสัก ล้าน ครั้งเถิด
หมอเทวดาโจวรอบรู้จริงๆ
หลานเฟิ่งหวงปรบมือเบาๆ ลูกพรรคก็หิ้วกรงเหล็กใบเล็กเข้ามาวาง แล้วถอยออกไป
หลานเฟิ่งหวงเปิดผ้าคลุมกรงออก เผยให้เห็นลูกจิ้งจอกตัวน้อยขนสีขาวปลอดราวหิมะ
เจ้าตัวเล็กพอเห็นแสงสว่างก็ตกใจ ขนพองฟู กระโดดไปมาในกรง
โจวสิงเดินไปที่รถม้า หยิบสมุนไพรสะอาดๆ มาต้นหนึ่ง ยื่นเข้าไปในกรง จิ้งจอกน้อยมองโจวสิงอย่างกล้าๆ กลัวๆ พอเห็นแววตาเป็นมิตร จึงงับสมุนไพรไปเคี้ยวตุ้ยๆ
จิ้งจอกเก้าหางต่างจากจิ้งจอกทั่วไปตรงที่กินสมุนไพรเป็นอาหาร ตัวยาจึงซึมซาบอยู่ในเลือด ไม่ถูกขับออกไป นี่คือความลับที่ทำให้เลือดของมันรักษาอาการช้ำในได้
ถ้าเราให้อาหารตามสูตรเฉพาะ สรรพคุณของเลือดก็จะยิ่งเข้มข้น เหมาะจะเอามาทำเป็นกระสายยาสำหรับปรุงยารักษาอาการช้ำในชั้นยอด
จิวม่อจื้อแอบจำข้อมูลเงียบๆ
ถึงจะบ้าวิชายุทธ์ แต่เขาก็เป็นพระสงฆ์องค์เจ้า จะให้กินของที่มีส่วนผสมของเลือด เขาทำไม่ลงหรอก
ต่อให้ต้องกระโดดหน้าผาลงไปตาย เขาก็จะไม่ยอมแตะต้องยาที่โจวสิงปรุงจากเลือดจิ้งจอกเด็ดขาด
ท่าทีของจิวม่อจื้อไม่อาจรอดพ้นสายตาโจวสิง เขาจึงแกล้งพูดลอยๆ ว่า ท่านราชครู ยามหาสารพัดนึก ของวัดเส้าหลิน ก็มีส่วนผสมของเลือดคางคกหยกนะ ก็แค่กินยา ไม่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเสียหน่อย
เลือดจิ้งจอกเก้าหางช่วยรักษาอาการของจิวม่อจื้อได้ดีเยี่ยม ถ้าใช้ร่วมกับการรักษาของเขา ไม่เกินเดือนครึ่งหายขาดแน่นอน
ของดีอยู่ตรงหน้า ไม่ใช้ก็เสียของแย่
จิวม่อจื้อชะงัก
ยาเส้าหลินก็ผสมเลือดคางคกหรือ
ถ้าอย่างนั้น ก็พอไหวแฮะ
ถ้าใครรู้เข้า ก็อ้างได้ว่า ทีวัดเส้าหลินยังทำเลย
อีกอย่าง โจวสิงพูดถูก เราไม่ได้ฆ่ามันสักหน่อย
ดูสิ มันยังเคี้ยวสมุนไพรแก้มตุ่ยอยู่นั่นไง
พอจิวม่อจื้อปลงตก โจวสิงก็หันไปยิ้มให้หลานเฟิ่งหวง ประมุขหลาน ของขวัญชิ้นนี้ ข้าถูกใจมาก
หลานเฟิ่งหวงยิ้มแก้มปริ ชี้มือไปที่รถม้า หมอเทวดาโจว งั้นเราขนสมุนไพรลงกันเลยไหม
โจวสิงพยักหน้า ช่วยกันขนสมุนไพรไปเก็บที่ห้องปรุงยาหลังบ้าน
หลังจากมอบรายการสมุนไพรเดือนหน้าให้แล้ว โจวสิงก็เตรียมจะส่งแขก
แต่หลานเฟิ่งหวงกลับไล่ลูกน้องกลับไปหมด ส่วนตัวเองยังปักหลักอยู่ที่เดิม
หมอเทวดาโจว ตอนนี้ข้าไม่ได้อยู่ในฐานะประมุขพรรคเบญจพิษ แต่มาในฐานะคนไข้ รบกวนท่านช่วยตรวจดูอาการให้หน่อยได้ไหม
หลานเฟิ่งหวงยิ้มหวาน ท่านวางใจได้ ข้ารู้กฎของท่านดี จิ้งจอกตัวเมื่อกี้เป็นแค่ของขวัญพบหน้า ไม่เกี่ยวกับค่ารักษา
นางพูดดักคอขนาดนี้ โจวสิงจะปฏิเสธลงได้อย่างไร
ประมุขหลานรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือ
โจวสิงถาม
รอยยิ้มบนหน้าหลานเฟิ่งหวงจางหายไป นางเหลือบมองจิวม่อจื้อแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด หมอเทวดาโจว ท่านแก้พิษยาสามซากเทพมรณะ ได้หรือไม่