ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 57 : แขกผู้มีเกียรติมาเยือน และวิชาเปลี่ยนดวงตา
อาตมาหายแล้ว อาตมาหายแล้ว
เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของจิวม่อจื้อดังลั่นมาจากหลังบ้าน
เกือบครึ่งปีแล้ว
ตลอดครึ่งปีมานี้ เขาได้ใช้กำลังภายในแค่สามครั้ง ครั้งแรกคือตอนอวดวิชากับเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ ครั้งที่สองคือตอนจัดการสี่คนโฉด (ยกเว้นตู้ซา) และครั้งสุดท้ายคือประลองกำลังภายในกับเฉาเจิ้งฉุน
นอกเหนือจากนั้น เขาไม่ได้ใช้วรยุทธ์เลย จิวม่อจื้อผู้ยิ่งใหญ่ต้องมาตกอับเพราะอาการบาดเจ็บ มันช่างทรมานเหลือเกิน
แต่ไม่เป็นไร ตั้งแต่วันนี้ไป จิวม่อจื้อจอมพลังคนเดิมกลับมาแล้ว แถมยังแข็งแรงกว่าเดิมด้วย
เขาจะฝึกยุทธ์ทุกวัน ชดเชยเวลาที่เสียไปให้คุ้มค่า
จิวม่อจื้อหันมาถามโจวสิง หมอเทวดาโจว ตอนนี้อาตมาฝึกยุทธ์และต่อสู้ได้เต็มที่แล้วใช่ไหม
ความรู้สึกอึดอัดในร่างกายหายไปหมดสิ้น แต่จิวม่อจื้อยังคงระมัดระวัง เขาไม่อยากกลับไปเจ็บปวดทรมานแบบเดิมอีก
โจวสิงพยักหน้า ยาที่ท่านกินเข้าไปช่วยบำรุงเส้นชีพจรด้วย แม้จะเพิ่งหายดี แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการฝึกยุทธ์หรือต่อสู้ ท่านราชครู ท่านเป็นอิสระแล้ว
แต่ต่อจากนี้ ท่านต้องใช้พลังไร้ลักษณ์น้อยเป็นพื้นฐานในการฝึก อย่าไปฝึกวิชาลมปราณอื่นมั่วซั่วอีก ไม่อย่างนั้นลมปราณตีกัน ท่านก็ต้องกลับไปเจ็บตัวเหมือนเดิม
ได้ยินคำเตือนของโจวสิง จิวม่อจื้อน้ำตาแทบไหล
ครึ่งปี รู้ไหมว่าครึ่งปีที่ผ่านมาเขาต้องทนทุกข์ขนาดไหน
ในที่สุดก็พ้นทุกข์เสียที
เมื่อก่อนเขาไม่รู้ประสีประสา ฝึกวิชาลมปราณมั่วไปหมดจนตีกันยุ่งเหยิง ถ้าเขาได้พลังไร้ลักษณ์น้อยมาตั้งแต่แรก คงไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับวิชาลมปราณเฉพาะทางของแต่ละวิชาหรอก
เจ็บแล้วจำ คือยอดคน เขาจิวม่อจื้อไม่ใช่คนโง่นะ
หมอเทวดาโจวอยู่ไหม ข้ามาแล้ว
เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากโถงกลาง
โจวสิงถอนหายใจโล่งอก มาสักที รักษาคนนี้เสร็จ เขาจะได้ไปต้าซ่งเสียที
จิวม่อจื้อตาเป็นประกาย คิดเหมือนโจวสิงเปี๊ยบ มาสักที
เจ้าหนูเฉาเจิ้งฉุน มาให้ทุบซะดีๆ
โจวสิงกำลังจะเดินออกไป แต่จิวม่อจื้อชิงตัดหน้าเดินออกไปก่อน โจวสิงยิ้มขำ ท่านราชครูคิดถึงกงกงเฉาขนาดนั้นเลยหรือ
โจวสิงเดินตามออกไปช้าๆ เห็นจิวม่อจื้อยืนจ้องหน้าเฉาเจิ้งฉุนเขม็ง ระยะห่างแทบจะจูบกันได้อยู่แล้ว
มองหน้าทำไม
เฉาเจิ้งฉุนขมวดคิ้ว ไม่ยอมถอย เขาเป็นถึงเจ้าสำนักตงฉ่าง เรื่องอะไรต้องหลบให้จิวม่อจื้อ
แล้วจะทำไม
จิวม่อจื้อยิ้มมุมปาก ไม่ยอมถอยเช่นกัน เขาเป็นถึงราชครูถูฟาน เรื่องอะไรต้องหลบให้ขันที
ตอนนี้อาตมาหายดีแล้ว กงกงเฉาสนใจจะประลองฝีมือกันสักหน่อยไหม
จิวม่อจื้อเปิดประเด็นไม่อ้อมค้อม
เฉาเจิ้งฉุนแค่นเสียงหัวเราะ ท่านราชครูนี่ช่างกล้าเหมือนวัวแรกเกิดไม่กลัวเสือจริงๆ นะ
จิวม่อจื้อยิ้มเย็น วัวแรกเกิดไม่กลัวเสือ เอามาใช้กับอาตมางั้นรึ
เฉาเจิ้งฉุนสะบัดหน้า หันไปหาโจวสิง จัดการเรื่องหมอเทวดาโจวให้เสร็จก่อน พอเสร็จธุระแล้ว เจ้าอยากจะสู้ยังไง ข้าพร้อมสนองให้ถึงที่สุด
เฉาเจิ้งฉุนไม่ได้เห็นจิวม่อจื้ออยู่ในสายตาเลยสักนิด
ถูฟานอยู่รอดมาได้ก็เพราะชัยภูมิที่ตั้งบนที่ราบสูง กับการที่ต้าหมิงต้องคอยระวังพวกมองโกลและต้าจิน ไม่อย่างนั้นต้าหมิงคงบดขยี้ถูฟานราบคาบไปนานแล้ว จะมีโอกาสมาเป็นมิตรประเทศได้ยังไง
จิวม่อจื้อที่อ้างตัวว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งถูฟาน ในสายตาเฉาเจิ้งฉุน ก็แค่กบในกะลา ไม่เคยสร้างชื่อในดินแดนภาคกลางสักนิด
จิวม่อจื้อมองข้ามไหล่เฉาเจิ้งฉุนไปเห็นชายชรากับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง จึงยอมสงบปากสงบคำ
เห็นแก่หน้าโจวสิงหรอกนะ
หมอเทวดาโจว สองท่านนี้คือหยวนตงหยวน อดีตเจ้าบ้าน และหยวนสุยอวิ๋น นายน้อยตระกูลหยวน พวกเขาดั้นด้นมาเพราะศรัทธาในชื่อเสียงของท่าน
เฉาเจิ้งฉุนแนะนำด้วยรอยยิ้ม
โจวสิงสังเกตเห็นสองคนนี้ตั้งแต่เฉาเจิ้งฉุนเดินเข้ามาแล้ว
ชายชราดูท่าทางแก่กว่าเฉาเจิ้งฉุนเสียอีก แต่งกายแบบบัณฑิต น่าจะเป็นหยวนตงหยวน ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะหยวนตงหยวนมีลูกตอนอายุห้าสิบกว่า ตอนนี้ก็น่าจะเกือบแปดสิบแล้ว
โจวสิงมองดูความชราภาพของหยวนตงหยวน ก็รู้ว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีกำลังภายในลึกล้ำจนอายุยืนยาวร้อยปีเหมือนท่านผู้เฒ่าหรือตู๋กูคิวไป้
นี่คือกฎแห่งธรรมชาติ โจวสิงก็ช่วยอะไรไม่ได้
ส่วนอีกคน ดูผิวเผินเป็นชายหนุ่มรูปงาม สุภาพเรียบร้อย แต่งกายหรูหราแต่ไม่ฉูดฉาด
ใครจะไปนึกว่าคนคนนี้คือ คุณชายค้างคาว แห่งเกาะค้างคาวอันเลื่องชื่อ
แน่นอนว่าตัวตนนี้เป็นความลับสุดยอด
หยวนสุยอวิ๋นเอียงหูฟังเสียงโจวสิง รอยยิ้มประดับมุมปาก ประสานมือคารวะพร้อมบิดา
เดิมทีเขาไม่อยากมา แต่ขัดคำสั่งพ่อไม่ได้ เลยต้องจำใจมา
เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครรักษาตาเขาได้ ขนาดหมอเทวดาอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า หรือหมอปีศาจผิงอี้จื่อ ยังทำไม่ได้
ที่ยอมมา นอกจากขัดพ่อไม่ได้แล้ว เขาก็อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโจวสิงด้วย คนที่ช่วยชีวิตติงเตี่ยนและเยี่ยนหนานเทียนได้ ย่อมไม่ธรรมดา แถมตอนนี้ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วยุทธภพ อนาคตต้องมีเรื่องยุ่งยากตามมาแน่นอน
คนแบบนี้ คือลูกค้าชั้นดีของเกาะค้างคาว
ผูกมิตรไว้ก่อน ศึกษานิสัยใจคอ เผื่อวันหน้ามีโอกาสใช้บริการเกาะค้างคาว จะได้ควบคุมง่ายๆ
โจวสิงไม่รู้ความคิดของหยวนสุยอวิ๋น
หยวนตงหยวนก้าวออกมา ข้าหยวนตงหยวน คารวะหมอเทวดาโจว
หยวนตงหยวนรู้ว่าโจวสิงยังเด็ก แต่พอมาเจอตัวจริงก็อดหวั่นใจไม่ได้ แต่ด้วยความเชื่อใจในเฉาเจิ้งฉุน และมารยาทของตระกูลใหญ่ เขาจึงยังคงแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม
หยวนตงหยวนตบมือเบาๆ คนรับใช้สี่คนหามหีบใบใหญ่เข้ามา วางลงแล้วเปิดออก ข้างในอัดแน่นไปด้วยเพชรนิลจินดา มูลค่าน่าจะไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นตำลึง
นี่คือของขวัญพบหน้า ไม่ใช่ค่ารักษา ขอหมอเทวดาโจวโปรดรับไว้
หยวนตงหยวนกล่าว
โจวสิงไม่ปฏิเสธ พยักหน้ารับไว้
หยวนตงหยวนบอกว่าเป็นของขวัญพบหน้า ก็ต้องรับสิ จะไปต้าซ่งต้องใช้เงินเยอะ
ร้านแลกเงินต้าทงของตระกูลฮวา และร้านแลกเงินเทียนเซี่ยของว่านซานเชียน คือสองสถาบันการเงินหลักของต้าหมิง ตั๋วเงินส่วนใหญ่ก็มาจากสองที่นี้
ทั้งตระกูลฮวาและว่านซานเชียน มีเครือข่ายธุรกิจทั่วทุกแคว้น (ยกเว้นต้าสุย) สามารถนำตั๋วเงินไปแลกเป็นเงินตราท้องถิ่นได้
โจวสิงกะว่าจะเปลี่ยนทรัพย์สินทั้งหมดเป็นตั๋วเงิน พกติดตัวไปต้าซ่ง เผื่อเจอสมุนไพรหรือแร่หายาก จะได้มีเงินซื้อไม่อั้น
แจ่ม
ท่านผู้เฒ่าหยวน คุณชายหยวน เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ดวงตาของคุณชายหยวน ข้ารักษาได้
สิ้นคำประกาศของโจวสิง หยวนตงหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสดงอาการตื่นเต้นดีใจอย่างปิดไม่มิด
ส่วนหยวนสุยอวิ๋น มาดคุณชายผู้สุขุมเยือกเย็นพังทลาย ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
หมอเทวดาโจว ท่าน ท่านรักษาได้จริงหรือ
หยวนสุยอวิ๋นพยายามข่มเสียงให้เป็นปกติ แต่ข่าวดีนี้มันสำคัญกับเขามาก สำคัญยิ่งกว่าชีวิตเสียอีก
โจวสิงหันไปมองเฉาเจิ้งฉุนด้วยความสงสัย กงกงเฉา ท่านไม่ได้บอกพวกเขาหรือ
เฉาเจิ้งฉุนยิ้ม ข้าอยากให้หมอเทวดาโจวตรวจดูด้วยตาตัวเองก่อน แล้วค่อยยืนยัน
คราวก่อนโจวสิงบอกไว้ว่าตราบใดที่ดวงตายังไม่เสียหาย ก็รักษาได้
แต่เฉาเจิ้งฉุนกลัวว่าถ้าบอกไปก่อน แล้วพอโจวสิงตรวจจริงดันรักษาไม่ได้ จะเสียชื่อเปล่าๆ เลยอุบเงียบไว้
ข้ามีวิชาเปลี่ยนดวงตา สามารถนำดวงตาของคนเป็นมาเปลี่ยนให้คุณชายหยวนได้ โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น และไม่กระทบต่อรูปโฉม หลังผ่าตัดพักฟื้นหนึ่งเดือน ก็จะกลับมามองเห็นได้ปกติ
โจวสิงอธิบายวิธีการรักษาตามตำราแพทย์สราญรมย์คร่าวๆ
หยวนสุยอวิ๋นและหยวนตงหยวนหายใจติดขัด
หยวนตงหยวนทุกข์ใจมานาน
เขาเป็นลูกโทน และกว่าจะมีลูกก็ปาเข้าไปห้าสิบกว่า นึกว่าตระกูลหยวนจะสิ้นทายาทเสียแล้ว พอสวรรค์ประทานหยวนสุยอวิ๋นมาให้ เขาก็ทุ่มเทความหวังทั้งหมดไว้ที่ลูกชาย แต่สวรรค์กลับเล่นตลก ให้หยวนสุยอวิ๋นตาบอดตอนสามขวบ
หยวนตงหยวนทำอะไรไม่ได้ ได้แต่หวังพึ่งรุ่นหลาน แต่ลูกชายหัวรั้น เก่งทั้งบู๊ทั้งบุ๋น แต่ดันไม่ยอมหลับนอนกับสาวงามที่เขาหามาให้ เพื่อปั๊มลูกหลานสืบสกุล
ความตาบอดเป็นปมด้อยในใจหยวนสุยอวิ๋นมาตลอด เขาแก้มันไม่ตก
ตอนนี้มีคนบอกว่าลูกชายเขาจะหายเป็นปกติ คำพูดนี้เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจหยวนตงหยวน เป็นพระคุณช่วยชีวิตชัดๆ
เขาคงอยู่ได้อีกสักห้าหกปี ถ้าโชคดี คงทันได้เห็นหน้าหลานชายคนโตก่อนตาย นอนตายตาหลับแล้ว
หยวนตงหยวนตื่นเต้น หยวนสุยอวิ๋นยิ่งตื่นเต้นกว่า
เขาไม่คิดไม่ฝันว่าโจวสิงจะรักษาได้จริง
ภาระหน้าที่ในการกอบกู้ตระกูล คำดูถูกเหยียดหยามจากคนรอบข้าง ตั้งแต่จำความได้ เขาต้องจมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ เหล่านี้
แต่ตอนนี้ ในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด กลับมีแสงสว่างส่องเข้ามา
หยวนสุยอวิ๋นสั่งการทันที หยวนชิง ไปค้นหาค่ายโจรแถวนี้ จับโจรมาให้ข้าสักคน
หยวนชิง คนรับใช้ตระกูลหยวน วรยุทธ์ไม่ธรรมดา แค่จับโจรคนเดียวนี่เรื่องจิ๊บจ๊อย
บนเขาชุ่ยเวยมีโจรกลุ่มใหม่เพิ่งย้ายมา ถ้าจะจับก็ไปที่นั่นแหละ
โจวสิงแนะนำ
ตั้งแต่เขากวาดล้างค่ายโจรลมดำไปคราวก่อน ไม่นานก็มีโจรกลุ่มใหม่มายึดพื้นที่ แถมยังใช้ชื่อเดิมอีกต่างหาก
ถ้าเขาไม่ได้รวยอยู่แล้ว คงแวะไปเยี่ยมเยียนค่ายโจรลมดำอีกรอบแน่ๆ
หยวนชิงรับคำ กระโดดขึ้นม้า ควบตะบึงไปทางเขาชุ่ยเวยทันที