ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 56 : จะทำยังไงกับของวิเศษดี ปัญหาโลกแตก
อะไรนะ ท่านจะไปแล้วเหรอ
ณ ตำบลสิบแปดลี้ ภายในโรงหมอของหมอเทวดาเซวีย หมอเทวดาเซวียกำลังฟังโจวสิงเล่าว่าจะเดินทางออกจากต้าหมิงไปต้าซ่ง ด้วยความตกใจจนเผลอดึงหนวดตัวเองหลุดไปหลายเส้น
ไม่ทันได้สนใจความเจ็บ หมอเทวดาเซวียรีบถาม เจอเรื่องลำบากใจอะไรหรือเปล่า ถ้ามีปัญหาอะไรบอกข้าได้เลย ข้ายินดีช่วยเต็มที่
ถ้าถามว่าใครในเมืองกวงหยางที่ไม่อยากให้โจวสิงจากไปมากที่สุด คนคนนั้นต้องเป็นหมอเทวดาเซวียแน่นอน
ตั้งแต่โจวสิงมาเปิดร้านที่ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ คนไข้แถวนั้นก็แห่ไปหาโจวสิงกันหมด ทำให้หมอเทวดาเซวียได้พักผ่อนอย่างสงบสุข เดิมทีเขาวางแผนไว้ดิบดีว่า รอให้โจวสิงตั้งตัวได้มั่นคง หรืออีกสักสามเดือน เขาจะปิดกิจการชั่วคราว ทุ่มเทเวลาสั่งสอนลูกศิษย์ พอศิษย์เก่งกล้าสามารถ ค่อยให้มารับช่วงต่อโรงหมอ ช่วยแบ่งเบาภาระโจวสิง
แผนการสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่ดันมาสะดุดตรงที่โจวสิงจะย้ายไปต้าซ่งนี่แหละ
เป็นคำสั่งของผู้ใหญ่ที่บ้าน ข้าปฏิเสธไม่ได้ แต่ท่านหมอเทวดาเซวียวางใจเถอะ ชาวบ้านตำบลเจ็ดจอมยุทธ์น่ารักและเป็นกันเอง ข้าไปทำธุระที่ต้าซ่งสักปีครึ่งปี เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว
โจวสิงตอบยิ้มๆ
หมอเทวดาเซวียได้ยินโจวสิงอ้างผู้ใหญ่ จะให้พูดอะไรได้อีก ก็ได้แต่พยักหน้ารับ
แค่ปีครึ่งปีเอง ทนเอาหน่อยก็ได้ ร่างกายเขายังไหว รอโจวสิงกลับมาค่อยวางมือ แล้วหันไปปั้นลูกศิษย์อย่างจริงจัง
แต่ ทำไมไม่รู้ เขารู้สึกคันยุบยิบไปทั้งตัว รู้สึกแปลกๆ ชอบกล
ท่านหมอโจว ข้ามีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อย ไม่รู้จะได้ไหม
จู่ๆ หมอเทวดาเซวียก็เอ่ยขึ้น
โจวสิงหันมอง พยักหน้า เดิมทีเราตกลงกันไว้ว่าข้าจะรักษาชาวบ้านเพื่อแลกกับการที่ท่านแนะนำคนของพรรคเบญจพิษให้ แต่ตอนนี้ข้ารักษาได้ไม่กี่เดือนก็ต้องจากไปเป็นปี ท่านหมอเทวดาเซวียมีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ
หมอเทวดาเซวียยิ้ม วิชาแพทย์ของท่านหมอโจวล้ำเลิศยิ่งนัก จู่ๆ จะหยุดรักษาไปเป็นปี ชาวบ้านยากจนคงหมดที่พึ่ง ข้าเลยอยากจะขอร้องท่านหมอโจว ระหว่างเดินทางไปต้าซ่ง ช่วยแวะรักษาชาวบ้านยากจนตามรายทางด้วยได้หรือไม่ ถ้าท่านทำเช่นนี้ ท่านก็ไม่ต้องรีบกลับมาก็ได้ กระดูกแก่ๆ ของข้ายังพอประคองตัวไหวอยู่
โจวสิงมองชายชราร่างค่อมตรงหน้าด้วยความเลื่อมใส ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมักมีผลประโยชน์แอบแฝง การรักษาชาวบ้านก็เพื่อแลกเส้นสายกับพรรคเบญจพิษ การรักษาชาวยุทธ์ก็เพื่อแลกคัมภีร์ยุทธ์
การได้อ่านคัมภีร์ยุทธ์ทั่วหล้า จะช่วยเปิดโลกทัศน์และลดความยากในการคิดค้นวรยุทธ์ใหม่ๆ ในอนาคต
แต่ชายชราตรงหน้านี้ สมกับคำว่า หมอเทวดาผู้เปี่ยมเมตตา จริงๆ
โจวสิงกำลังจะตอบตกลง จิวม่อจื้อที่ยืนเงียบอยู่ข้างหลังก็ตาเป็นประกาย รีบก้าวเข้ามาจับมือหมอเทวดาเซวียเขย่าไม่หยุด ท่านผู้เฒ่าวางใจได้ หมอเทวดาโจวมีจิตใจเมตตาดั่งพระโพธิสัตว์ หากพบคนเจ็บไข้ได้ป่วยระหว่างทาง ย่อมไม่นิ่งดูดายแน่นอน
คุณธรรมอันสูงส่งของท่านผู้เฒ่า ทำให้อาตมาเลื่อมใสยิ่งนัก อาตมาขอสาบานต่อฟ้า ว่าการเดินทางไปต้าซ่งครั้งนี้ จะขอติดตามหมอเทวดาโจวไปทุกหนแห่ง คอยคุ้มครองเขาอย่างใกล้ชิด อาตมาคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งถูฟาน มีอาตมาอยู่ด้วย รับรองว่าหมอเทวดาโจวจะกลับมาอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
คำสารภาพรัก เอ้ย คำสาบานอันเร่าร้อนของจิวม่อจื้อ ทำเอาหมอเทวดาเซวียสตั๊นไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ก็หัวเราะแห้งๆ ไต้ซือช่างมีน้ำใจงาม
จิวม่อจื้อไม่ใช่โจวสิง เรื่องแบบนี้ต้องให้เจ้าตัวตัดสินใจ
โจวสิงมองจิวม่อจื้อสลับกับหมอเทวดาเซวีย ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ จิวม่อจื้อเห็นดังนั้น ความตึงเครียดบนใบหน้าก็มลายหายไป ถอนหายใจอย่างโล่งอก เยี่ยม
ยอดฝีมือในต้าหมิงมีเยอะ ต้าซ่งก็มีไม่น้อย เผื่อมีคนแบบเยี่ยนหนานเทียนหรือติงเตี่ยนบาดเจ็บสาหัสรอให้โจวสิงไปช่วยอีกล่ะ
โจวสิงเอาแต่ทำงานน่าเบื่อจะตาย เดินทางไป รักษาคนไป เผื่อเจอยอดฝีมือบาดเจ็บ น่าสนุกกว่าตั้งเยอะ
อีกอย่าง จิวม่อจื้อกำลังหาข้ออ้างติดตามโจวสิงไปตลอดทางอยู่พอดี หมอเทวดาเซวียช่างเป็นใจส่งข้ออ้างมาให้ถึงที่
คนดี
คนดีจริงๆ
จิวม่อจื้อมองโจวสิง แล้วก็เริ่มขมวดคิ้ว เป็นหมอพเนจร เดินทางรอนแรมไปเรื่อยเปื่อย ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ถ้ายอดฝีมืออยากมารักษา แต่หาตัวไม่เจอ จะทำยังไง
ต้องวางแผนให้ดี
แล้วถ้าไม่มียอดฝีมือบาดเจ็บล่ะ จะทำไง
หรือว่า เขาควรจะหัดวางยาพิษบ้างดีไหมนะ
จิวม่อจื้อเหงื่อตก แค่ ยืม คัมภีร์ก็หน้าด้านพอแล้ว ขืนไปวางยาชาวบ้านอีก มันจะไม่เลวทรามเกินไปหน่อยเหรอ
ไม่ได้การ ไม่ได้การ
เขาจิวม่อจื้อเป็นพระผู้ทรงศีล จะทำเรื่องพรรค์นั้นได้ยังไง
เหมือนมีทูตสวรรค์กับปีศาจโผล่มาเกาะไหล่จิวม่อจื้อ ฝั่งหนึ่งบอกว่า เจ้าเป็นราชครูถูฟานนะ ห้ามทำแบบนั้น อีกฝั่งแย้งว่า ก็ไม่ได้ฆ่าใครสักหน่อย มีโจวสิงอยู่ พิษแค่นี้แก้ได้สบาย สองเสียงตีกันวุ่นวายจนจิวม่อจื้อปวดหัวจี๊ด
ถ้าโจวสิงไม่สะกิดเรียก เขาคงไม่รู้ตัวว่าโจวสิงเตรียมจะกลับแล้ว
ทั้งสองเดินตามกันกลับมาที่โรงหมอ พอถึงปุ๊บ จิวม่อจื้อก็ตะโกนลั่น อาตมาเป็นพระสงฆ์ผู้ทรงศีล จะทำเรื่องบัดสีเช่นนั้นได้อย่างไร
เสียงตะโกนกะทันหันทำเอาโจวสิงสะดุ้งโหยง
เห็นสายตางุนงงของโจวสิง จิวม่อจื้อก็หัวเราะแก้เก้อ รีบเดินหนีไปหลังบ้าน ถึงเวลากินยาแล้ว
โจวสิงส่ายหน้า ท่านราชครูนี่ผีเข้าผีออกจริงๆ
โจวสิงไม่ได้ตามไปซักไซ้ ถ้าจะไปต้าซ่งจริงๆ เขามีงานต้องเคลียร์เพียบ
เริ่มจากพรรคเบญจพิษ ต้องเขียนจดหมายถึงหลานเฟิ่งหวง บอกให้หยุดส่งสมุนไพรไปสักปีครึ่งปี แต่ขอให้ช่วยรวบรวมสมุนไพรหายากบางชนิดแทน รายชื่อแนบไปท้ายจดหมายเรียบร้อย
แลกกับสมุนไพรล็อตใหญ่เป็นปี พรรคเบญจพิษไม่ขาดทุนหรอก
ต่อมาคือเรื่องของสะสมในโรงหมอ
ถ้าโจวสิงไม่อยู่ ทั้งสมุนไพร คัมภีร์ยุทธ์ในหอคัมภีร์ โลหะหายากหลังบ้าน หรืออาวุธลับที่สร้างเสร็จแล้ว จะทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ได้
เกิดมีใครแอบย่องเข้ามาขโมยไปหมดจะทำยังไง ถ้าไปแค่เดือนสองเดือน เขายังพอวางใจในกับดักกลไก แต่ไปเป็นปีแบบนี้ เสี่ยงเกินไป
ในเวลาหนึ่งเดือนครึ่งที่เหลือนี้ เขาต้องลดเวลาฝึกยุทธ์ลงอีก อันดับแรกต้องเร่งปรุงยาพิษจากสมุนไพรที่มีอยู่ให้หมด แล้วก็สร้างอาวุธลับพกติดตัวไปด้วย เวลาจำกัด คงเหลือวัตถุดิบอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเฉาเจิ้งฉุนจะมาพร้อมกับหยวนตงหยวน ตอนขากลับก็ฝากให้ขนกลับไปเก็บรักษาไว้ก่อน รอเขากลับมาค่อยเอามาคืน
เรื่องสมุนไพรกับโลหะจัดการง่าย ที่ยากคือของรักของหวงอย่างคางคกน้ำแข็งเนตรโลหิต จิ้งจอกเก้าหาง และคัมภีร์ยุทธ์
จะให้เผาคัมภีร์ทิ้ง
ตั้งแต่พรสวรรค์ตื่นขึ้น โจวสิงก็มีความจำดีเยี่ยม อ่านรอบเดียวจำได้แม่น แต่คัมภีร์ที่ได้จากชาวยุทธ์ส่วนใหญ่เขายังไม่ได้แตะเลย ถ้าจะเผาต้องมานั่งไล่อ่านทีละเล่มเพื่อจำให้หมด เสียดายแย่
ส่วนคางคกน้ำแข็งเนตรโลหิตกับจิ้งจอกเก้าหาง สองตัวนี้ต้องหิ้วไปด้วยแน่ๆ ตัวแรกกินพิษกับสมุนไพร ตัวหลังกินสมุนไพร คนไม่รู้เรื่องยาเลี้ยงไม่รอดหรอก คางคกใส่กล่องพกง่าย ส่วนจิ้งจอกเก้าหางช่วงนี้กินจุกแต่ตัวไม่โตขึ้นเลย ซึ่งเป็นธรรมชาติของมัน จะอุ้มหรือให้เกาะไหล่ก็สะดวก
ปัญหาคือคัมภีร์ยุทธ์ ถึงจะยังไม่เต็มหอคัมภีร์ แต่รวมๆ แล้วก็เป็นร้อยเล่ม ขนย้ายลำบากเอาการ
โจวสิงสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ตัดสินใจไปลุยงานในห้องปรุงยาก่อน ต้องรีบจัดการสมุนไพร ปรุงยาพิษและยารักษาให้ได้มากที่สุด
ใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่า อย่าให้เหลือทิ้ง
โจวสิงเข้าโหมดทำงานหนัก ลดเวลาฝึกยุทธ์ตอนกลางวันเหลือครึ่งชั่วยาม เอาเวลาอีกชั่วโมงครึ่งไปปรุงยา
ช่วงเช้าและบ่ายยังเปิดรักษาชาวบ้านตามปกติ และแจ้งข่าวเรื่องจะหยุดยาวให้ชาวบ้านรู้ล่วงหน้า ชาวบ้านเสียดายแต่ก็เข้าใจ
ถ้าช่วงไหนคนไข้น้อย โจวสิงก็จะแวบไปห้องหลอมศาสตรา สร้างอาวุธลับ
เสียงตีเหล็กดังโป๊กเป๊กไม่ขาดสาย ควันไฟจากเตาหลอมพวยพุ่งตลอดเวลา
ส่วนตอนกลางคืน ลดเวลาฝึกยุทธ์ลงหนึ่งชั่วยาม เอาเวลาไปเร่งงานที่คั่งค้าง ไม่ว่าจะปรุงยาหรือตีเหล็ก งานไหนช้ากว่าเพื่อน ก็เอาเวลานี้ไปโปะให้ทันกัน
อาการของจิวม่อจื้อก็ไม่ได้ละเลย โจวสิงเจาะเลือดจิ้งจอกเก้าหางมาปรุงยารักษา ช่วยเร่งให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น
วันเวลาผ่านไป ยาพิษและยารักษาถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก อาวุธลับก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
อาการของจิวม่อจื้อดีวันดีคืน
จดหมายแจ้งหยุดส่งของถึงพรรคเบญจพิษและเฉาเจิ้งฉุนถูกส่งออกไปแล้ว
ส่วนเรื่องคัมภีร์ยุทธ์ โจวสิงก็หาทางออกได้แล้ว
ตอนไปหาท่านผู้เฒ่าที่ป่าไผ่ตามปกติ พอท่านผู้เฒ่ารู้เรื่อง ก็อาสาช่วยจัดการให้ โดยท่านผู้เฒ่าหารถม้ามาคันหนึ่ง เอาคัมภีร์ทั้งหมดใส่รถม้า แล้วประกาศว่า ต่อให้ไปหาจางซานเฟิง เขาก็จะไม่ห่างจากรถม้าคันนี้แม้แต่ก้าวเดียว
แค่นี้โจวสิงก็โล่งใจหายห่วง
ทุกอย่างพร้อม
เวลาหนึ่งเดือนครึ่งผ่านไปไวเหมือนโกหก
แขกคนสำคัญมาถึงแล้ว