ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 60 : เมื่อราชครูขอท้าดวล
นี่ ทั้งหมดนี่ให้ข้าหรือ
เฉาเจิ้งฉุนมองขวดน้อยใหญ่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
โจวสิงยิ้มแล้วพยักหน้า ข้าปรุงยาไว้เกินความจำเป็น ข้าเดินทางไปกับท่านราชครู เตรียมยาสมานแผลและยารักษาอาการบาดเจ็บไว้พอสมควรแล้ว ยาพวกนี้มอบให้กงกงเฉา ถึงท่านวรยุทธ์สูงส่งอาจจะไม่ได้ใช้เอง แต่เอาไว้ให้ลูกน้องใช้ก็ได้
เฉาเจิ้งฉุนมองแววตาจริงใจของโจวสิงแล้วรู้สึกจุกในอก เขาเข้าวังตั้งแต่อายุแปดขวบ เติบโตท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดี แม้แต่พ่อบุญธรรมและปู่บุญธรรมก็ยังคิดหาประโยชน์จากเขา
เติบโตมาแบบนี้ จะให้เปิดใจให้ใครง่ายๆ ได้ยังไง
แต่จู่ๆ มาเจอความจริงใจของโจวสิงแบบนี้ มันรู้สึกแปลกพิลึก
เฉาเจิ้งฉุนรีบส่ายหน้าเรียกสติ เขาคือเจ้าสำนักตงฉ่างนะ
เฉาเจิ้งฉุนประสานมือหัวเราะ ถ้าเช่นนั้น ข้าขอรับน้ำใจของหมอเทวดาโจวไว้ด้วยความยินดี
โจวสิงห่อขวดทั้งหมดใส่ห่อผ้า ยื่นให้เฉาเจิ้งฉุน
โจวสิงแอบเสียดายนิดหน่อยที่ค่าความสนิทสนมยังไม่ทะลุเป็นสีทอง แต่เขาก็เตรียมใจไว้แล้ว ไม่เป็นไร กลับจากต้าซ่งค่อยมาเดินหน้าจีบ เอ้ย สร้างความสัมพันธ์ต่อ
อะไรที่ได้มาง่ายๆ มันไม่ท้าทาย โจวสิงไม่ชอบหรอก
หลังจากคุยกันเสร็จ ในห้องพัก หยวนสุยอวิ๋นก็ฟื้นขึ้นมา หยวนตงหยวนที่ยืนดูจิวม่อจื้อกับเฉาเจิ้งฉุนประลองกำลังกันอยู่หน้าประตู รีบสั่งให้หยวนชิงเอายาเข้าไปให้ลูกชาย ยาชาหมดฤทธิ์แล้ว หยวนสุยอวิ๋นคงเจ็บน่าดู
หยวนชิงที่ยืนตะลึงกับฉากการต่อสู้เมื่อครู่ สะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบเอายาเข้าไปให้เจ้านาย
ทุกคนตามเข้าไปในห้อง หยวนตงหยวนเล่าเรื่องการผ่าตัดที่ผ่านไปได้ด้วยดีให้หยวนสุยอวิ๋นฟังอย่างตื่นเต้น
หลังจากหยวนสุยอวิ๋นดื่มยา โจวสิงก็ช่วยเดินลมปราณกระตุ้นฤทธิ์ยา คิ้วที่ขมวดมุ่นเพราะความเจ็บปวดของหยวนสุยอวิ๋นจึงค่อยคลายลง
ฤทธิ์ยาแก้ปวดเห็นผลชะงัด
รบกวนหมอเทวดาโจวแล้ว ต่อแต่นี้ ท่านคือผู้มีพระคุณของข้าหยวนสุยอวิ๋น ข้าต้องตอบแทนบุญคุณแน่นอน
หยวนสุยอวิ๋นกล่าวเสียงหนักแน่น หันหน้าไปทางโจวสิงราวกับต้องการจดจำใบหน้าของผู้มีพระคุณ
พูดตามตรง หยวนสุยอวิ๋นกำลังสับสน
เมื่อก่อนเพราะมองไม่เห็น จิตใจจึงบิดเบี้ยว สร้างเกาะค้างคาว หวังจะครองยุทธภพ ลบคำสบประมาท แต่ตอนนี้เขากำลังจะกลับมามองเห็น เกาะค้างคาวยังจำเป็นอยู่อีกไหม
เขาสามารถกอบกู้ตระกูลหยวนด้วยวิธีที่ถูกต้องได้แล้ว
แต่เกาะค้างคาวคือผลงานที่เขาทุ่มเทสร้างมากับมือ จะให้ทิ้งไปดื้อๆ ก็ทำใจยาก
โจวสิงไม่เชื่อความลังเลของหยวนสุยอวิ๋นหรอก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเสนอตัว เขาจะไม่รับไว้ก็เสียมารยาท ในเมื่อคุณชายหยวนพูดเช่นนี้ ข้าก็มีเรื่องอยากรบกวนให้ช่วยพอดี
หยวนสุยอวิ๋นเอียงตัวตั้งใจฟัง การรักษาดวงตามีค่ามากกว่าคัมภีร์ยุทธ์สามสิบสามเล่มหลายเท่า มันคือการมอบชีวิตใหม่ให้เขา
บุญคุณนี้ใหญ่หลวงนัก
หมอเทวดาโจวเชิญว่ามา ถ้าข้าทำได้ ข้าไม่ปฏิเสธแน่นอน
หยวนสุยอวิ๋นรับคำหนักแน่น เขาอาจจะไม่ใช่คนดี แต่เรื่องบุญคุณความแค้นและสัจจะ เขาถือมั่นเสมอ
ข้าต้องการสมุนไพรหายาก และโลหะล้ำค่า ถ้าคุณชายหยวนมีลู่ทาง ช่วยแนะนำพ่อค้าให้ข้าหน่อย
โจวสิงยังเกรงใจ ไม่กล้าขอให้หยวนสุยอวิ๋นออกเงินให้
แต่เขาลืมไปว่า เจ้าของเกาะค้างคาวอย่างหยวนสุยอวิ๋น เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา
เงินสำหรับเขาเป็นแค่ตัวเลข ถ้าเจอของที่โจวสิงต้องการ เขาจะซื้อให้เลย ไม่ต้องมาแนะนำพ่อค้าให้เสียเวลา
หยวนสุยอวิ๋นพยักหน้ารับคำ ทั้งหมดคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง
เมื่อแน่ใจว่าหยวนสุยอวิ๋นสามารถนั่งรถม้ากลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ หยวนตงหยวนก็จัดแจงหารถม้า พาลูกชายขึ้นรถ พร้อมยาสมุนไพรและใบสั่งยาที่โจวสิงกำชับเป็นรอบที่สอง ก่อนจะอำลาจากไป
หยวนตงหยวนไปแล้ว ถึงตาเฉาเจิ้งฉุนต้องทำงานบ้าง
ตามแผนที่วางไว้ โจวสิงใช้สมุนไพรหมดเกลี้ยง เหลือแต่โลหะหายากบางส่วน เขาจึงฝากเฉาเจิ้งฉุนขนกลับไปเก็บรักษาที่เมืองหลวง เฉาเจิ้งฉุนรับปากแล้วก็เริ่มออกเดินทางกลับ
เจ้าเฉาเจิ้งฉุนนี่
พอเฉาเจิ้งฉุนลับสายตา จิวม่อจื้อก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอามือกุมหน้าอก สีหน้าเจ็บปวด
เมื่อครู่เขาฝืนหยุดกะทันหันเพื่อให้จำนวนก้าวถอยหลังน้อยกว่าเฉาเจิ้งฉุน การทำแบบนั้นย่อมส่งผลเสีย
แรงกระแทกที่ยังสลายไม่หมดตีกลับเข้ามาในร่างกาย
เขาเจ็บจะตายอยู่แล้ว แต่ต้องกัดฟันทน ไม่อยากเสียหน้าต่อคนนอก
ส่วนโจวสิงน่ะเหรอ โจวสิงไม่ใช่คนนอกนี่นา
ท่านราชครู บาดเจ็บหรือ
โจวสิงเดินเข้ามา ยื่นยารักษาอาการช้ำใน ให้
จิวม่อจื้อกินยาเข้าไปหนึ่งเม็ด ปรับลมปราณสักพัก แล้วเอ่ยว่า หมอเทวดาโจววางใจได้ เฉาเจิ้งฉุนมันก็เจ็บไม่น้อยกว่าข้าหรอก
ตัดภาพไปที่เฉาเจิ้งฉุน มือสั่นเทาล้วงขวดยารักษาอาการช้ำในออกจากห่อผ้า เปิดจุกขวดด้วยความทุลักทุเล แล้วกระดกกรอกใส่ปากทั้งขวด
กินไปแค่เม็ดเดียวแหละ แต่มันเจ็บจนไม่มีแรงเทยาใส่มือแล้วค่อยกิน เลยกระดกแม่งเลย
ไอ้โล้นเฒ่า ร้ายไม่เบาแฮะ
เฉาเจิ้งฉุนกับจิวม่อจื้อสบถออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ณ โรงหมอ จิวม่อจื้อกับโจวสิงหอบข้าวของพะรุงพะรังออกมาจากหลังบ้าน วางขวดโหลเรียงรายบนโต๊ะ
โจวสิงเดินกลับเข้าไปอีกรอบ ออกมาพร้อมอาวุธลับเต็มอ้อมแขน
เพื่อความปลอดภัย เราต้องพกของพวกนี้ไปด้วย
โจวสิงเหน็บขวดโหลไว้ตามเอวและอกเสื้อ เพื่อให้หยิบใช้สะดวก เวลาคับขันจะได้สาดพิษใส่ก่อนเลย
จิวม่อจื้อมองเฉยๆ ไม่ขยับตัว หมอเทวดาโจว มีอาตมาไปด้วย ของพวกนี้ไม่จำเป็นหรอก
โจวสิงส่ายหน้า ท่านราชครู เหนือฟ้ายังมีฟ้า ใครจะรู้ว่าในยุทธภพมียอดฝีมือซ่อนอยู่อีกเท่าไหร่ ต่อให้ท่านเก่งแค่ไหน ถ้าเจอหมาหมู่รุมกินโต๊ะ สองหมัดยากต้านสี่มือ มีพิษติดตัวไว้อุ่นใจกว่า
หมอเทวดาโจวพกไปเถอะ อาตมาไม่ต้องการ
จิวม่อจื้อตอบเสียงเรียบ วรยุทธ์เขากลับมาแล้ว จะต้องพึ่งของพวกนี้ทำไม เขาหยิบจีวรขึ้นมา ปาดนิ้วลบชื่อเฉาเจิ้งฉุนทิ้งไป
สู้กันไปแล้ว ไม่ต้องจดบัญชีหนังหมาอีก ถึงจะไม่ชนะแต่ก็ไม่แพ้
มองดูชื่อถัดไป นักพรตไร้ศีลธรรม
ต้องหาทางคุยกับโจวสิง ให้ช่วยแนะนำให้หน่อย เพราะเขาไม่รู้ว่านักพรตไร้ศีลธรรมอยู่ที่ไหน
ขณะที่จิวม่อจื้อกำลังคิดหาคำพูด เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ขนคัมภีร์ขึ้นรถหมดแล้วรึ
คิ้วที่ขมวดมุ่นของจิวม่อจื้อคลายออกทันที นักพรตไร้ศีลธรรมมาแล้ว
จิวม่อจื้อมองไปที่ประตูด้วยสายตามุ่งมั่น
ท่านผู้เฒ่าปรายตามองจิวม่อจื้อด้วยความแปลกใจ ไอ้โล้นนี่เป็นบ้าอะไรอีก
โจวสิงเห็นท่านผู้เฒ่าก็ยิ้มต้อนรับ ข้าซื้อรถม้ามาเมื่อวาน ขนคัมภีร์ใส่หีบ คลุมผ้ากันน้ำมันอย่างดี เรียบร้อยแล้วขอรับ
มองตามนิ้วโจวสิงไป เห็นรถม้าบรรทุกหีบใหญ่สามใบจอดอยู่ในลาน ท่านผู้เฒ่าพยักหน้าพอใจ จะออกเดินทางวันนี้เลยรึ
โจวสิงพยักหน้า ยิ่งเร็วยิ่งดี ข้าเก็บของอีกนิดหน่อยก็พร้อมแล้ว
ท่านผู้เฒ่าล้วงจดหมายสามฉบับออกมาจากอกเสื้อ เป็นจดหมายถึงอู๋หยาจื่อ นางเฒ่าทาริกา และบรรพชนทานตะวัน
ทำตามที่ข้าบอก รู้จักพลิกแพลงสถานการณ์ ไม่น่าจะมีปัญหา
ท่านผู้เฒ่ากำชับ
โจวสิงยิ้มรับ ท่านปู่วางใจได้ แต่ไปคราวนี้ กว่าจะได้เจอกันอีกคงเป็นปี ท่านปู่รักษาสุขภาพด้วยนะขอรับ
ท่านผู้เฒ่าหัวเราะ กระดูกแก่ๆ ของข้า ยังอยู่ได้อีกนาน
ท่านผู้เฒ่าทำท่าจะเดินไปที่รถม้าเตรียมตัวออกเดินทาง แต่จิวม่อจื้อร้องทัก ท่านผู้อาวุโสโปรดช้าก่อน
โจวสิงและท่านผู้เฒ่าหันมามองจิวม่อจื้อด้วยความงุนงง แต่แล้วสายตาของโจวสิงก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก
จิวม่อจื้อ อย่าคิดสั้นนะ
ท่านผู้อาวุโสวรยุทธ์สูงส่ง อาตมาได้ยินชื่อเสียงมานาน อาตมาหลงใหลในวิถียุทธ์ อยากขอคำชี้แนะจากท่านผู้อาวุโส หวังว่าท่านจะเมตตา
จิวม่อจื้อจ้องท่านผู้เฒ่าตาเป็นมัน ไม่พูดถึงเรื่องที่อยากท้าดวลยอดฝีมือต้าหมิง เอาแค่เรื่องที่ตาเฒ่านี่เป็นแกนนำบูลลี่เขาคราวก่อน ก็ต้องขอเคลียร์กันหน่อย
แต่เห็นแก่หน้าโจวสิง เขาจะออมมือให้ละกัน
ท่านผู้เฒ่าไม่คิดว่าไอ้โล้นนี่จะกล้าท้าทาย หันไปมองโจวสิง
โจวสิงทำหน้าลำบากใจ กำลังจะห้าม แต่พอเห็นแววตามุ่งมั่นของจิวม่อจื้อ ก็เปลี่ยนใจ ให้ท่านราชครูเจ็บตัวบ้างก็ดี จะได้รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
คิดได้ดังนั้น โจวสิงก็บอกสั้นๆ ออมมือด้วยนะครับ
จิวม่อจื้อพยักหน้าอย่างมั่นใจ หมอเทวดาโจววางใจได้
ท่านผู้เฒ่าก้มหน้าหัวเราะหึๆ เห็นด้วยกับตู๋กูคิวไป้เลย ไอ้โล้นนี่น่าสนใจจริงๆ เข้ามา
จิวม่อจื้อหรี่ตา เห็นท่านผู้เฒ่านิ่งเฉย ก็ทนไม่ไหว ประสานมือไขว้กัน ถีบตัวพุ่งเข้าใส่ท่านผู้เฒ่าทันที
จิวม่อจื้อเปิดก่อนแล้ว
ท่านผู้เฒ่ายิ้มมุมปาก ใช้นิ้วชี้จิ้มเบาๆ
ปัง
ราชครูร่วง
จิวม่อจื้อลุกขึ้นมาแบบงงๆ หน้าแดงก่ำ เอาใหม่
จิวม่อจื้อใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนไหวรวดเร็ว จนเกิดภาพติดตาเต็มห้อง นี่คือวิชาตัวเบาที่เขาดัดแปลงมาจากวิชาของอินจิ่วโยว
ใช้กำลังภายในขับเคลื่อน สร้างร่างเงาหลอกล่อจนแยกไม่ออก
ท่านผู้เฒ่าตบฉาดเดียว โจวสิงได้ยินเสียง เพียะ แล้วจิวม่อจื้อก็ลงไปกองกับพื้นอีกรอบ วิชาตัวเบานี้ เทียบกับเก้าเงาเกลียวสว่านในคัมภีร์เก้าอิมแล้ว ยังห่างชั้นนัก
พูดจบ ท่านผู้เฒ่าหันมาหาโจวสิง น่าเสียดาย ข้าไม่สนิทกับหวงซาง ไม่งั้นคงให้เขาช่วยชี้แนะเจ้าได้บ้าง
โจวสิงยิ้มแห้งๆ แล้วหันไปดูจิวม่อจื้อ ท่านราชครู ยังไหวไหม
จิวม่อจื้อนอนพังพาบอยู่บนพื้น ไม่ยอมลุกขึ้นมาสักที
เขากำลังหาดูว่ามีรูตรงไหนให้มุดหนีบ้าง