ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 61 : ยาพิษ อาวุธลับ และราชครูขนหัวลุก
เจ้าโล้นน้อย อย่าเพิ่งท้อแท้ มีฝีมือขนาดนี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว คนธรรมดายังไม่เข้าตาข้าด้วยซ้ำ
ท่านผู้เฒ่ามองดูจิวม่อจื้อที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น เอ่ยปลอบใจด้วยความหวังดี
แต่คำปลอบใจนี้กลับทำให้จิวม่อจื้อยิ่งมุดหน้าลงกับพื้นหนักกว่าเดิม ตอนนี้เขาไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น
ข้าเอารถม้าไปละนะ กลับมาจากต้าซ่งเมื่อไหร่ค่อยแวะมาหาที่ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์
ท่านผู้เฒ่าเห็นจิวม่อจื้อเงียบกริบ ก็หมดอารมณ์จะแหย่ต่อ เดินไปเอารถม้าแล้วขับออกไปจากโรงหมอ
เสียงกีบม้าค่อยๆ ห่างออกไปจนเงียบสนิท จิวม่อจื้อถึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น
เฮ้อ
ชีวิตช่างยากลำบาก ราชครูอยากจะร้องไห้
ตั้งแต่สำเร็จวิชา ไม่ว่าจะเจอคู่ต่อสู้หน้าไหน เขาก็ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำ อย่างเก่งที่สุดที่เจอมาก็คือเฉาเจิ้งฉุน ซึ่งก็แค่สูสีกัน จิวม่อจื้อสามารถตบออกยืดอกพูดได้เต็มปากว่า ชีวิตนี้ข้าไม่เคยพ่ายแพ้
แต่วันนี้ ตำนานไร้พ่ายของเขาถูกทำลายย่อยยับ
เริ่มจากโดนนิ้วเดียวจิ้มจนลงไปกองกับพื้น
พอฮึดสู้ ตั้งใจจะใช้วิชาตัวเบาเข้าแลก งัดเอา ย่างก้าวเก้าภูต ของอินจิ่วโยวออกมาใช้ ยังไม่ทันได้โชว์สเต็ป ก็โดนตบเปรี้ยงเข้าให้ พร้อมคำบ่นพึมพำของตาเฒ่าว่า รำคาญ ลงมานี่
ตบฉาดเดียวเข้าเต็มหน้า เจ็บแสบไปถึงทรวง
รู้ไหมว่าการโดนตบหน้ามันทำร้ายจิตใจเด็กชายวัยห้าสิบกว่าขนาดไหน
เขาไม่กล้าสู้หน้าโจวสิงแล้ว
ท่านราชครู อย่าว่าแต่ท่านเลย ข้าเองก็เคยโดนท่านปู่สั่งสอนมาเหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก
คำพูดของโจวสิงทำให้ศีรษะที่ก้มต่ำของจิวม่อจื้อขยับเล็กน้อย
จิวม่อจื้อลืมคิดไปว่า วรยุทธ์ของเขากับโจวสิงต่างกันแค่ไหน โจวสิงโดนสั่งสอนก็สมควรแล้ว แต่เขาจิวม่อจื้อโดนตบจนสมองเบลอ ตอนนี้ในหัวมีแค่ความคิดเดียว
โจวสิงก็โดนตบ ข้าไม่ใช่คนเดียวที่โดน ทุกคนโดนกันหมด
ด้วยความคิดนี้ จิวม่อจื้อค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
เขาใช้กำลังภายในรักษาอาการบวมช้ำไปแล้ว ไม่อย่างนั้นหน้าคงบวมเป่งเท่าภูเขา
โชคดีที่ท่านผู้เฒ่าออมมือ ไม่งั้นต่อให้มีกำลังภายในลึกล้ำแค่ไหน ก็คงรักษาไม่หายง่ายๆ
โจวสิงรีบเสริม ท่านราชครู ยุทธภพกว้างใหญ่ ยอดฝีมือมีมากมายมหาศาล แพ้บ้างก็เรื่องธรรมดา ก็แค่กลับไปฝึกให้หนักขึ้น วันหน้าค่อยกลับมาชนะให้ได้ก็พอ
จิวม่อจื้อชะงัก แววตามุ่งมั่นกลับคืนมา โจวสิงพูดถูก
สู้ไม่ได้ก็ต้องฝึกให้ตายกันไปข้าง
ความขยัน คือจุดเด่นที่สุดของเขา
อีกอย่าง ต่อให้ฝึกไม่ทัน ตอนนี้เขาเพิ่งห้าสิบสี่ น่าจะอายุยืนกว่าตาเฒ่านั่นเยอะ
รอให้ตาเฒ่าเดินไม่ไหว ค่อยไปท้าประลอง ฮี่ๆ ชนะตอนแก่ก็ถือว่าชนะเหมือนกัน
เห็นไฟนักสู้ลุกโชนในตาจิวม่อจื้อ โจวสิงก็โล่งอก
เกือบไปแล้ว
ถ้าจิวม่อจื้อจิตตกจนเสียศูนย์ โจวสิงคงลำบากใจแย่ ถึงเขาจะเดินทางคนเดียวได้ แต่จิวม่อจื้อก็ถือเป็นเพื่อนคนหนึ่ง เขาไม่อยากเห็นเพื่อนหมดกำลังใจ
หมอเทวดาโจวพูดถูก ในเมื่อฝีมือยังไม่ถึงขั้น ก็ต้องขยันฝึกฝน รอให้เก่งกล้ากว่านี้ ค่อยกลับไปท้าประลองใหม่
จิวม่อจื้อลุกขึ้นปัดฝุ่น เปิดชายจีวรดูชื่อท่านผู้เฒ่าที่จดไว้ เรื่องวันนี้ เขาจำใส่ใจแล้ว
ไล่สายตาลงมา เจออีกสองชื่อ ตงฟางปุ๊ไป้ กับ ตู๋กูคิวไป้
สองชื่อนี้ฟังดูอหังการพอกัน ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงรีบแจ้นไปท้าดวล
แต่ตอนนี้ ตงฟางปุ๊ไป้น่าจะพอสู้ไหว แต่ตู๋กูคิวไป้นี่สิ ชักไม่แน่ใจ
ตอนแรกเขาคิดว่าตู๋กูคิวไป้คงงั้นๆ และพาลคิดไปว่าเพื่อนของตู๋กูคิวไป้อย่างท่านผู้เฒ่าก็คงงั้นๆ ด้วย
แต่ตอนนี้ความเก่งกาจของท่านผู้เฒ่าประจักษ์ชัดแจ้งแล้ว แล้วเพื่อนสนิทอย่างตู๋กูคิวไป้ จะกระจอกอย่างที่เขาคิดจริงหรือ
จิวม่อจื้อเริ่มหวั่นใจ แต่ก็คิดในแง่ดีว่า คนเก่งอาจจะไม่จำเป็นต้องคบแต่คนเก่งก็ได้
เขาอยู่ถูฟาน ได้ยินกิตติศัพท์ท่านผู้เฒ่าบ่อยๆ แต่ตู๋กูคิวไป้นี่เงียบกริบ ถ้าเก่งจริง ทำไมไม่มีข่าวลือบ้างเลย
(ตู๋กูคิวไป้: ก็เพราะคนที่ทำให้ข้าต้องเอาจริง มันตายหมดแล้วไง)
จิวม่อจื้อลังเล หรือจะลองดู
พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา ในหัวก็ตีกันวุ่นวาย ทางหนึ่งบอกว่าตู๋กูคิวไป้ต้องเก่งพอๆ กับท่านผู้เฒ่า อีกทางบอกว่าตู๋กูคิวไป้อาจจะฝีมือธรรมดา ถ้าชนะตู๋กูคิวไป้ได้ ก็ถือว่าเอาคืนท่านผู้เฒ่าไปในตัว
คิดไปคิดมา แววตาก็แน่วแน่ กล้าได้อายอด ลองดูสักตั้ง
เป้าหมายต่อไปคือต้าซ่ง งั้นจัดการตู๋กูคิวไป้ก่อน
พอถึงต้าซ่ง ค่อยไปไล่เก็บยอดฝีมือคนอื่น
จิวม่อจื้อกำลังครุ่นคิด เห็นโจวสิงกำลังจะเดินไป จิวม่อจื้อรีบเรียกไว้ พอโจวสิงหันมา จิวม่อจื้อก็ทำหน้าขัดเขิน หมอ หมอเทวดาโจว ยาพิษพวกนั้น แบ่งให้อาตมาพกติดตัวไว้บ้างได้ไหม
ช่วยไม่ได้ โดนท่านผู้เฒ่าตบเรียกสติ จิวม่อจื้อไม่กล้าโม้ว่าไร้เทียมทานแล้ว ยอมกลืนน้ำลายตัวเองดีกว่าเจ็บตัว
โจวสิงยิ้ม ชี้ไปที่กองยาพิษและอาวุธลับบนโต๊ะ ท่านราชครูเลือกตามสบาย
จิวม่อจื้อมองเข็มพิษที่ส่องประกายวาววับแล้วขมวดคิ้ว หมอเทวดาโจว อาตมาไม่ฆ่าคน เอ่อ มียาพิษหรืออาวุธลับที่ไม่ถึงตายบ้างไหม
โจวสิงส่ายหน้า เวลามันกระชั้นชิด ข้ากะจะปรุงยาสลายวิญญาณ กับผงสิบหอมเส้นเอ็นอ่อน เหมือนกัน แต่วัตถุดิบบางอย่างมันหายาก พรรคเบญจพิษหามาไม่ทัน ข้าเลยต้องแก้ขัดด้วยการปรุงยาพิษร้ายแรงพวกนี้มาแทน
โจวสิงหยิบขวดกระเบื้องขึ้นมา ผงตัดลำไส้ กินปุ๊บตายปั๊บ
หยิบอีกขวดมาแกว่ง ควันพิษจื่ออู่ ดมเข้าไปก็ตาย แต่ควันมันมีสี ถ้าใช้ซึ่งๆ หน้าศัตรูจะรู้ตัว ต้องใช้ลอบกัด
อันนี้ ธูปสลายวิญญาณ ดมก็ตาย มีสีเหมือนกัน ต้องลอบกัด
อันนี้ ผงสลายวิญญาณ อันนี้เด็ด แค่สัมผัสก็โดนพิษ แต่ออกฤทธิ์ช้ากว่ากิน ถ้าศัตรูกำลังภายในสูงอาจจะขับพิษได้ แต่ไม่เป็นไร พอโดนพิษมันต้องแบ่งสมาธิไปต้านพิษ เราก็ฉวยโอกาสซ้ำ
โจวสิงสาธยายอย่างเมามัน เมื่อก่อนตอนยังไร้วรยุทธ์ เขาใช้วิชาพวกนี้แหละเอาตัวรอดไปมาระหว่างต้าซ่งกับต้าหมิงได้สบายๆ
ตอนนี้แค่รื้อฟื้นวิชาเก่ามาใช้
โจวสิงแนะนำยาพิษที่เหลือให้จิวม่อจื้อฟัง จิวม่อจื้อฟังจนตาค้าง มองโจวสิงที่พูดน้ำไหลไฟดับอย่างอึ้งๆ
พอตั้งสติได้ โจวสิงก็ย้ายไปที่กองอาวุธลับ เริ่มเก็บซ่อนไว้ตามตัว ยาพิษส่วนใหญ่เป็นแบบเห็นเลือดปิดคอ ไม่มีอันไหนไม่ตายหรอก แต่อาวุธลับน่ะพอมีแบบไม่ถึงตายอยู่บ้าง เหมาะกับท่านราชครูพอดี
จิวม่อจื้อตาลุกวาว รีบมองหา ลูกหนามเหล็ก อันนี้ดี อาตมาคุมแรงได้ แค่บาดเจ็บไม่ถึงตาย
จิวม่อจื้อดีใจ ยื่นมือจะไปหยิบลูกหนามเหล็ก แต่โจวสิงคว้ามือไว้ อย่าจับ มีพิษ
ลูกหนามเหล็กหาง่ายจะตายเกลื่อนยุทธภพ ข้าจะเสียเวลาตีขึ้นมาทำไม
โจวสิงยิ้ม หยิบลูกหนามเหล็กขึ้นมาโชว์ เขาที่กินไหมน้ำแข็งพันปีมาแล้ว พิษแค่นี้ทำอะไรไม่ได้
จะทำลูกหนามเหล็กนี้ ต้องตีแผ่นเหล็กชิ้นเล็กกว่าเปลือกแตงโมมาประกอบกัน มีกลไกซ่อนอยู่ข้างใน พอมันฝังเข้าไปในเนื้อ กลไกจะทำงานดีดแผ่นเหล็กกระจายออก แถมทุกแผ่นเคลือบยาพิษร้ายแรง สิบสามแผ่น สิบสามพิษ พอเลือดออก พิษก็จะกระจายทันที ถ้าไม่ใช่หมอเทวดาหรือมีกำลังภายในสูงส่ง ไม่มีทางรอด
ท่านราชครู ต่อให้ข้าล้างพิษออก พอลูกหนามมันดีดตัวฝังในเนื้อ จะเอาออกก็ยากแสนยาก แถมข้ายังผสม อุจจาระ ลงไปด้วย แผลติดเชื้อแน่นอน ความรุนแรงไม่เบาเลยนะ ท่านราชครู อันนี้ข้าว่าอย่าเลย
จิวม่อจื้ออ้าปากค้าง หมดคำจะพูด ได้แต่นั่งฟังโจวสิงสาธยายอาวุธลับที่ทำเอาเขาขนลุกขนพองสยองเกล้า
เริ่มจากเข็มพายุพิรุณดอกสาลี่ ยิงเข็มพิษยี่สิบเจ็ดเล่มพร้อมกัน ต่อด้วยลูกตุ้มคร่าวิญญาณแม่ลูก ที่ปล่อยควันพิษพร้อมเข็มขนวัวอาบยาพิษนับร้อยเล่ม ยิ่งฟังยิ่งสยอง
สุดท้ายจิวม่อจื้อทนไม่ไหว ต้องถามแทรกว่าอันไหนเหมาะกับเขาที่สุด
โจวสิงชะงัก รองเท้าข้างหนึ่งมีใบมีดยาวหนึ่งฟุตเด้งออกมา นี่คือกระบี่รองเท้า ซ่อนไว้ในพื้นรองเท้า มีกลไกอยู่ที่ส้น แค่กระแทกส้นเท้า ใบมีดก็จะเด้งออกมา โจมตีทีเผลอได้ชะงัดนัก
จิวม่อจื้อตาเป็นประกาย อันนี้เยี่ยม
จะใช้หรือไม่ใช้ขึ้นอยู่กับเขา คุมแรงดีๆ ก็ไม่ถึงตาย
โจวสิงเลิกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นกลไกขนาดเล็กที่ข้อมือ นี่คือเกาทัณฑ์แขนเสื้อไร้เสียง ประกอบด้วยลูกธนูสามดอกและกระบอกใส่ ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ เวลาประชิดตัว ยิงออกไปโดยไม่ให้ศัตรูตั้งตัว
นี่มันปืนพกเวอร์ชั่นยุทธภพชัดๆ
ลูกธนูของโจวสิงอาบยาพิษ ถ้าจิวม่อจื้อไม่อยากฆ่าใคร ก็ไม่ต้องอาบพิษ เล็งจุดที่ไม่ใช่จุดตาย ก็ปลอดภัยหายห่วง
อันนี้ คือเข็มหนวดมังกร
โจวสิงหยิบลูกบอลทองคำลูกเล็กๆ ขึ้นมา