ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 62 : ข่าวลือและคนตาบอดที่มาเยือน
จิวม่อจื้อติดตั้งอาวุธลับตามคำแนะนำของโจวสิง ทั้งเกาทัณฑ์แขนเสื้อไร้เสียงที่ข้อมือ กระบี่รองเท้าที่พื้นรองเท้า และเข็มหนวดมังกรที่ขดเป็นลูกบอลทองคำเหน็บไว้ที่เอว
เข็มหนวดมังกรนี่แหละทีเด็ด แค่ถ่ายลมปราณเข้าไป ลูกบอลทองคำจะยืดออกเป็นเข็มทองคำเล็กละเอียดดุจหนวดมังกร พอฝังเข้าไปในเนื้อก็จะขดตัวกลับทันที ถ้าจะเอาออก นอกจากโจวสิงแล้ว คงต้องเฉือนเนื้อทิ้งกันเป็นแถบๆ
โหดเหี้ยม รุนแรง และนองเลือดสุดๆ แต่ไม่เป็นไร ขอแค่ไม่ถึงตายก็พอ
จิวม่อจื้อเล็งเกาทัณฑ์แขนเสื้อไปที่เสาไม้ กดกลไกเบาๆ แสงสีดำสามสายพุ่งออกจากข้อมือพร้อมเสียงทึบๆ ปักฉึกเข้าที่เสาจนมิดด้าม
จิวม่อจื้อเดินไปดึงลูกธนูออกมาอย่างใจเย็น แล้วบรรจุกลับเข้ากระบอก
โจวสิงทำกระเป๋าใส่อาวุธลับให้ด้วย สีดำกลมกลืนกับชุดจอมยุทธ์ที่จิวม่อจื้อสวมใส่ ดูเท่ไม่หยอก
โจวสิงเก็บกล่องคางคกน้ำแข็งเนตรโลหิตไว้กับตัว และแบ่งสมุนไพรให้จิวม่อจื้อช่วยถือไว้เป็นเสบียงสำหรับสัตว์เลี้ยงทั้งสอง
ช่วงนี้จิ้งจอกเก้าหางสนิทกับโจวสิงมาก ไม่ต้องขังกรงก็ไม่หนีไปไหน มันแยกออกว่าอิ่มมื้อเดียวกับอิ่มตลอดไปมันต่างกันยังไง
ตอนนี้เจ้าจิ้งจอกน้อยเกาะอยู่บนไหล่โจวสิงอย่างว่าง่าย ตัวเบาหวิวกำลังดี
โจวสิงหยิบกระบี่สุ่ยหาน ยัดปึกตั๋วเงินใส่อกเสื้อ แล้วโยนถุงเงินสองถุงที่อัดแน่นไปด้วยก้อนเงินและเศษสตางค์ให้จิวม่อจื้อ
ของหนักๆ ให้จิวม่อจื้อแบกน่ะถูกแล้ว
โจวสิงล็อคประตูโรงหมอ ยืนมองป้ายชื่อ จิ่วสิงเก๋อ อย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะยิ้มออกมา จิ่วสิงเก๋อ ข้าจะกลับมา
หันไปมองฝั่งตรงข้าม ชาวคณะโรงเตี๊ยมออกมายืนส่งกันพร้อมหน้า
ร่ำลากันพอเป็นพิธี โจวสิงกับจิวม่อจื้อก็มุ่งหน้าสู่เมืองกวงหยาง
ทั้งสองใช้วิธีเดินเท้าไปก่อน เพราะม้าที่ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์มันธรรมดาเกินไป จะเดินทางไกลข้ามเขาคุนหลุนและเทียนซานไปต้าซ่ง ถ้าเดินเท้าคงปาเข้าไปห้าหกเดือน แต่ถ้ามีม้าดีๆ สองเดือนก็น่าจะถึง
ตามคำสั่งท่านผู้เฒ่า เป้าหมายแรกคือวังศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาเทียวซาน
ที่ตลาดค้าม้าเมืองกวงหยาง ใหญ่โตกว่าที่ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์หลายเท่า มีม้าดีๆ ให้เลือกเพียบ ตอนนี้กระเป๋าหนัก จะซื้อม้าทั้งทีต้องเอาให้แจ่ม
หลังจากจิวม่อจื้อต่อรองราคาอย่างดุเดือด พร้อมงัดตำแหน่งราชครูถูฟานมาขู่ ม้าเหงื่อโลหิตราคาพันตำลึง ก็ลดเหลือเก้าร้อยเก้าสิบเก้าตำลึง ทำเอาจิวม่อจื้อเซ็งเป็ด ตำแหน่งราชครูมีค่าแค่ตำลึงเดียวเองเรอะ
ม้าเหงื่อโลหิตสองตัว ดำตัวขาวตัว ตัวสีดำเท้าทั้งสี่ข้างเป็นสีขาวเหมือนเหยียบหิมะ หายากสุดๆ
อีกตัวสีขาวปลอดทั้งตัว ไม่มีขนสีอื่นปน วิ่งได้วันละพันลี้ ฉายา ราชสีห์หยกส่องราตรี
จิวม่อจื้อเลือกม้าขาว บอกว่าเข้ากับภาพลักษณ์ผู้ทรงศีลอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง
โจวสิงไม่เรื่องมาก คว้าม้าดำมาตั้งชื่อว่า เสี่ยวเฮย
ทั้งสองควบม้ามุ่งหน้าสู่ต้าซ่ง
หมอเทวดาโจว เป็นอะไรไป
ระหว่างขี่ม้าเหยาะย่าง จิวม่อจื้อสังเกตเห็นโจวสิงทำหน้าแปลกๆ
โจวสิงส่ายหน้า
บนไหล่มีจิ้งจอกเก้าหางรักษาอาการช้ำใน ในมือถือกระบี่ บนตัวพกอาวุธลับและยาพิษตระกูลถัง
ออพชั่นจัดเต็มขนาดนี้ ทำให้นึกถึงสำนักไท่ไป๋ กับสำนักถังเหมิน ในเกม Moonlight Blade Online ขึ้นมาตงิดๆ
โจวสิงฉุกคิด ถ้าวันหน้าเขาคิดค้นวิชาขึ้นมาเอง จะเอาสกิลของสำนักไท่ไป๋มาดัดแปลงได้ไหมนะ
มองกระบี่ในมือ เขาฝึกวิชากระบี่ ไท่ไป๋ก็ใช้กระบี่ แถมท่า ปราณกระบี่ไร้รอย ของไท่ไป๋ ก็คล้ายๆ กับเก้ากระบี่เดียวดายอยู่เหมือนกัน
โจวสิงยิ้มขำตัวเอง คิดไปไกลเกินตัว เอาแค่ตอนนี้ ลองเอาวิชากระบี่ไท่ไป๋กับวิชาหุ่นเชิดของถังเหมินมาประยุกต์ใช้ดูก่อนดีกว่า ถ้ามีโอกาสต้องลองสักตั้ง
ทั้งสองเดินทางมุ่งหน้าตะวันตก ค่ำไหนนอนนั่น พักตามเมืองใหญ่เพื่อให้ม้าได้กินอาหารดีๆ และเติมเสบียง
โจวสิงไม่รีบร้อน ตอนมากับถังจิ๋วก็มัวแต่ตามหาคัมภีร์ยุทธ์ ไม่ได้เที่ยวชมทิวทัศน์ คราวนี้เลยถือโอกาสทัวร์รอบโลกไปในตัว
ส่วนจิวม่อจื้อนี่อาการหนัก จู่ๆ ก็งัดธงผ้าออกมา กางออกโชว์หรา บนธงเขียนว่า รักษาฟรี
นี่คือไอเดียบรรเจิดของจิวม่อจื้อ
ตอนไปลาหมอเทวดาเซวีย โจวสิงรับปากว่าจะช่วยรักษาชาวบ้านตามรายทาง
จิวม่อจื้อเลยจัดให้แบบเล่นใหญ่ไฟกะพริบ แน่นอนว่าดึงดูดคนมาได้เพียบ
มีคนถือธงรักษาฟรีเดินร่อนไปทั่ว ย่อมมีคนสงสัย พอสืบรู้ว่าเป็นโจวสิงกับจิวม่อจื้อ ข่าวก็แพร่สะพัด
ชื่อเสียงโจวสิงดังกระฉ่อนจากวีรกรรมรักษาติงเตี่ยนและเยี่ยนหนานเทียน พอรู้ว่าหมอเทวดาระดับนี้มารักษาให้ฟรีๆ ชาวบ้านก็แห่กันมามืดฟ้ามัวดิน ถือเป็นวาสนาแปดชั่วโคตรจริงๆ
พอข่าวแพร่สะพัด ทันทีที่ทั้งสองเข้าพักที่ไหน ก็จะมีชาวบ้านและชาวยุทธ์มาต่อคิวรอ
โจวสิงไม่ขัดข้อง กำหนดเวลาทำงานคือช่วงหัวค่ำ แบ่งเวลาหนึ่งชั่วยามรักษาคนไข้ อีกหนึ่งชั่วยามฝึกยุทธ์ แล้วค่อยนอน วันรุ่งขึ้นเดินทางต่อ วินวินทั้งสองฝ่าย
จิวม่อจื้อรับหน้าที่จัดระเบียบ ชาวบ้านรักษาฟรี โจวสิงบอกอาการ จิวม่อจื้อเขียนใบสั่งยา ส่วนชาวยุทธ์ต้องเอาวิชามาแลกเหมือนเดิม
มีพวกเนียนปลอมเป็นชาวบ้านหวังรักษาฟรี แต่ไม่รอดสายตาเหยี่ยวของทั้งคู่
ชาวบ้านดีๆ ที่ไหนจะมีรอยดาบฟันยับเยิน หรือบอบช้ำภายในสาหัสขนาดนั้น
การรักษาฟรีไม่ได้ทำให้การเดินทางล่าช้า เพราะทำแค่ช่วงเย็นวันละชั่วยาม
หนึ่งเดือนครึ่งผ่านไป ไวเหมือนโกหก
ใกล้ถึงเขาคุนหลุนเข้าไปทุกที ข้ามเขาลูกนี้ไปก็จะเข้าเขตซีเซี่ย เดินต่อไปทางตะวันตกอีกหน่อยก็จะถึงทางใต้ของเทียนซาน เป้าหมายแรกอยู่ไม่ไกล
ทั้งสองแวะพักที่เมืองแห่งหนึ่งตามปกติ
ทันทีที่ก้าวขาเข้าเมือง จิวม่อจื้อก็รีบเอาตัวมาบังโจวสิง เพราะสังเกตเห็นชาวยุทธ์หน้าซีดเซียวหลายคนจ้องโจวสิงตาเป็นมัน ราวกับจะกลืนกิน
จิวม่อจื้อตื่นเต้นสุดขีด ตลอดทางเจอแต่ชาวยุทธ์ปลายแถว ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายเลย
พอเข้าเมืองมาเจอฝูงชนจ้องตาเป็นมันแบบนี้ ถึงจะไม่มีตัวท็อป แต่ถ้ารุมเข้ามาพร้อมกัน แล้วเขาจัดการเรียบ คงสร้างชื่อกระฉ่อนไปทั่วหล้า
คิดถึงคำว่า ชื่อเสียงระบือไกล จิวม่อจื้อตาวาวโรจน์
เข้ามาเลยพวกแก
หมอเทวดาโจว นั่นหมอเทวดาโจว
ขณะที่จิวม่อจื้อเตรียมปล่อยของ ฝูงชนกลับพุ่งเข้ามาด้วยสายตาเทิดทูนบูชา ตะโกนขอให้โจวสิงช่วยรักษา
จิวม่อจื้อยืนงง ถ้าจะมารักษา ทำไมต้องมองด้วยสายตาน่ากลัวขนาดนั้น
โจวสิงก็งงเหมือนกัน เมืองอื่นไม่เห็นคลั่งขนาดนี้
พวกเขาพาฝูงชนไปที่โรงเตี๊ยม เคลียร์พื้นที่หลังร้านทำเป็นโรงหมอชั่วคราว
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมยินดีร่วมมือ เพราะรู้กิตติศัพท์โจวสิงดี คนไข้แห่มาจากทั่วสารทิศ ยังไงก็ต้องหาที่พัก โรงเตี๊ยมรับทรัพย์อื้อซ่า แค่เอื้อเฟื้อสถานที่นิดหน่อย คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
หลังสอบถามจนได้ความ โจวสิงถึงบางอ้อ สาเหตุที่คนคลั่งขนาดนี้เพราะข่าวเรื่องหยวนสุยอวิ๋นตาหายบอดแพร่ออกไป แถมลือกันว่าโจวสิงใช้วิธี เปลี่ยนดวงตา
ข่าวนี้ทำให้โจวสิงถูกยกย่องดุจเทพเซียน จากเดิมที่แค่เก่งระดับหมอฮูชิงหนิว (หมอเทวดาในดาบมังกรหยก) ตอนนี้อัพเกรดเป็นเซียนผู้วิเศษไปแล้ว
เปลี่ยนลูกตาคนเป็นๆ นี่มันวิชาเทพชัดๆ
ข่าวลือกระจายไปทั่วต้าหมิงและประเทศเพื่อนบ้านอย่างรวดเร็ว โดยมีหมู่บ้านไร้กังวลที่ไท่หยวนเป็นจุดกระจายข่าว
ไม่มีใครสงสัย เพราะหลักฐานเดินได้อยู่นั่นไง หยวนสุยอวิ๋นมองเห็นปกติแล้ว
ฉายา เซียนแพทย์หัตถ์พิษ ไม่ได้ตั้งมาเล่นๆ โจวสิงมีวิชาเซียนจริงๆ
ผ่านไปครึ่งเดือน ข่าวก็มาถึงเมืองนี้ พอโจวสิงโผล่มา คนเลยแห่มามืดฟ้ามัวดิน
คนเยอะแค่ไหน กฎก็คือกฎ ครึ่งชั่วยามเท่านั้น โจวสิงเร่งมือตรวจคนไข้ให้ได้มากที่สุด
คนต่อไป
โจวสิงตรวจเสร็จ โบกมือให้คนไข้ไปรับใบสั่งยาจากจิวม่อจื้อ
โจวสิงหันไปรับผ้าเช็ดมือจากเสี่ยวเอ้อ ก้มหน้าเช็ดมือ เจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหน
ยังเช็ดมือไม่เสร็จ เสียงนุ่มทุ้มดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิก็ดังขึ้น หมอเทวดาโจวรักษาคนตาบอดได้จริงหรือ
โจวสิงชะงัก เงยหน้าขึ้นมอง