ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 7 : ปรมาจารย์ทานตะวัน เคล็ดวิชาแบ่งหยินหยาง
ตาเฒ่าวาดภาพจ้องมอง หนอนไหมน้ำแข็งพันปี ในกล่องไม้ด้วยแววตาเป็นประกาย ด้วยความนึกสนุก เขาจึงเอื้อมมือหยิบเจ้าหนอนตัวอ้วนพีขึ้นมาวางบนฝ่ามืออย่างหน้าตาเฉย
โจวสิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ต้องรู้ก่อนว่าหนอนไหมน้ำแข็งพันปีนี้ คือราชันย์แห่งพิษที่ทัดเทียมกับ คางคกหิมะเนตรชาด มันกินพิษร้ายเป็นอาหารมาตลอดชีวิต ไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวมันไม่ใช่ความเย็นธรรมดา แต่เป็นพิษเย็นที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำ หากคนทั่วไปเผลอไปสัมผัสเข้า เพียงแค่หายใจเข้าออกไม่ถึงสามครั้ง ร่างกายคงถูกแช่แข็งกลายเป็นก้อนน้ำแข็งไปแล้ว
โจวสิงรีบมองไปที่มือของชายชรา ทันใดนั้นเขาก็เห็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เริ่มเกาะกุมฝ่ามือเหี่ยวย่น และลุกลามขึ้นไปตามแขนด้วยความรวดเร็ว หมายจะแช่แข็งร่างของชายชราให้สิ้นซาก
แต่ทว่า
ฮึ
ตาเฒ่าวาดภาพเพียงแค่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เกล็ดน้ำแข็งเหล่านั้นก็พลันแตกสลายและระเหยกลายเป็นไอหายไปในพริบตา ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
ชายชราวางหนอนไหมกลับลงในกล่อง ปิดฝาแล้วส่งคืนให้โจวสิง
ของดีจริง น่าเสียดายที่เจ้าหนุ่มอย่างเจ้าอายุมากเกินไปเสียแล้ว
ตาเฒ่าวาดภาพกวาดตามองโจวสิงแวบเดียว ก็รู้แจ้งแทงตลอดว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่เคยฝึกยุทธ์มาก่อน รากฐานร่างกายกลวงโบ๋
หากโจวสิงเคยฝึกพื้นฐานมาบ้าง การมีหนอนไหมน้ำแข็งพันปี ผสานกับคัมภีร์ลมปราณชั้นยอด สักวันหนึ่งย่อมกลายเป็นยอดฝีมือได้ไม่ยาก แต่การมาเริ่มนับหนึ่งในวัยนี้ ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา
โจวสิงไม่รอช้า รีบก้มลงไปใต้เคาน์เตอร์แล้วหยิบกล่องไม้จันทน์หอมออกมาอีกใบ
ขนาดหนอนไหมสุดอันตรายเขายังกล้าเอาออกมาโชว์ นับประสาอะไรกับยาเม็ดเดียว
ในเมื่ออีกฝ่ายมองว่าเขาอายุเกินเกณฑ์ฝึกยุทธ์ ก็ต้องงัดของดีออกมาแก้ต่าง
ผู้อาวุโส นี่คือ ยาไขกระดูก ที่ท่านอาจารย์ทิ้งไว้ให้ข้าขอรับ สรรพคุณของมันคือการชำระล้างเส้นเอ็น ผลัดเปลี่ยนกระดูก แม้ข้าจะอายุมากไปบ้าง กระดูกเส้นเอ็นเริ่มแข็งตัว แต่หากกินยานี้เข้าไป ข้าย่อมกลับมาฝึกยุทธ์ได้เหมือนคนปกติ
สิ้นเสียงโจวสิง คิ้วขาวโพลนของตาเฒ่าวาดภาพก็กระตุกวูบ เขารับกล่องยาไปเปิดดู สูดดมกลิ่นหอมประหลาดที่ลอยออกมา แววตาฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
เจ้าหนุ่ม ตกลงเจ้ามีพื้นเพยังไงกันแน่ เดี๋ยวก็หนอนไหมพันปี เดี๋ยวก็ยาไขกระดูก ของวิเศษระดับนี้มากองรวมอยู่กับคนธรรมดาอย่างเจ้า มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
โจวสิงไม่ปิดบัง เล่าประวัติความเป็นมาของตาแก่ถังให้ฟังอย่างหมดเปลือก
เรื่องของตาแก่ถังไม่ใช่ความลับดำมืดอะไร ตามคำบอกเล่า เมื่อหลายร้อยปีก่อน บรรพชนของตาแก่ถังคือเจ้าบ้านตระกูลถังตัวจริง แต่เกิดเหตุการณ์แก่งแย่งชิงดีภายในตระกูล จนต้องระหกระเหินหนีออกมา ส่วนคนที่ยึดอำนาจได้ก็สถาปนาตนเป็นประมุขคนใหม่
บรรพชนสายของตาแก่ถังเบื่อหน่ายการแก่งแย่ง จึงไม่คิดกลับไปทวงอำนาจ และมีลูกหลานคนหนึ่งในสายตระกูลที่เป็นพวกผ่าเหล่า ไม่ชอบฝึกวิชาต่อสู้ สนใจแต่วิชาพิษและกลไกอาวุธลับ
กาลเวลาผ่านไป ในขณะที่ตระกูลถังสายหลักต้องเผชิญมรสุมยุทธภพจนวิชาบางอย่างสูญหาย แต่สายสกุลของตาแก่ถังที่อยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวกลับรักษาตำราลับฉบับสมบูรณ์ไว้ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะสูตรยาพิษและอาวุธลับ
รวมถึงสูตร ยาไขกระดูก ที่สาบสูญไปจากตระกูลถังปัจจุบันด้วย
ตาแก่ถังใช้เวลากว่าสี่สิบปี รวบรวมสมุนไพรตามตำราโบราณจนครบ เพื่อปรุงยานี้ขึ้นมา หวังจะใช้แก้ปมด้อยของตัวเอง
ส่วนหนอนไหมน้ำแข็งและคางคกหิมะ ก็เป็นผลพลอยได้จากโชคชะตาที่เข้าขั้นปาฏิหาริย์ของตาแก่ถัง
โจวสิงเล่าความจริงทุกประการ เพราะรู้ดีว่าการสนทนากับยอดคนระดับตำนาน การมีความลับหรือโกหกมีแต่จะทำให้คะแนนนิยมตกต่ำลง
คนระดับนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แค่มองตาก็รู้ว่าใครจริงใจใครไก่กา
เป้าหมายของโจวสิงไม่ใช่แค่ขอคัมภีร์ยุทธ์ แต่เขาต้องการ ป้ายคำพรสวรรค์ จากตาเฒ่าคนนี้ด้วย
ลองจินตนาการดูสิ ป้ายคำของยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ที่ซ่อนกายในคราบคนจรหมอนหมิ่น จะต้องเป็นระดับสีทองหรือสีม่วงที่หรูหราอลังการขนาดไหน
ในฐานะผู้ข้ามมิติ ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ แต่ความแข็งแกร่งคือเครื่องมือเอาตัวรอด
เขาพยายามมาสามปีแล้ว แต่คว้าน้ำเหลวมาตลอด ตอนนี้โอกาสทองมายืนอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่รีบเกาะขาทองคำนี้ไว้ ก็โง่เต็มทีแล้ว
จะให้ไปขู่เข็ญเอา ถั่วทิพย์เทียนเซียง จากจูอู๋ซื่อแห่งเรือนพิทักษ์มังกรหรือ อย่าล้อเล่นน่า ขืนไปแหย่หนวดเสือ เขาคงโดนจับไปทรมานรีดความลับจนตายคาคุกมืดแน่นอน
โจวสิงไม่ใช่คนเหล็ก เขาไม่อยากเสี่ยง
หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด ตาเฒ่าวาดภาพก็นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ย่อยข้อมูลเรื่องถังจิ่ว ยาไขกระดูก และหนอนไหมน้ำแข็งจนกระจ่าง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
เอาเถอะ ข้าบอกแล้วว่าเหล้าที่เจ้าเลี้ยง ข้าจะไม่ดื่มฟรี
แต่จะให้สอนวิชาทั้งหมดคงไม่ได้ เอาอย่างนี้ ข้าจะให้คัมภีร์เจ้าสามเล่ม
ชายชราชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว หนึ่งคือเคล็ดวิชาลมปราณ หนึ่งคือกำลังภายนอกสายฝ่ามือ และอีกหนึ่งคือวิชาตัวเบา พอใจหรือไม่
โจวสิงชะงักไปครู่หนึ่ง เหลือบมองกระบี่เหล็กกล้าในมือ แล้วตัดสินใจหน้าด้านขอเพิ่ม
ผู้อาวุโส ท่านดูสิ ข้าซื้อกระบี่มาเตรียมไว้แล้ว ท่านจะไม่เมตตาแถมเพลงกระบี่ให้ข้าสักชุดหรือขอรับ
ตาเฒ่าวาดภาพถึงกับหลุดขำ ชี้หน้าโจวสิงด้วยความขบขันในความกะล่อน
ยังไม่ทันที่ชายชราจะเอ่ยปฏิเสธ โจวสิงก็รีบชิงพูดต่อ ผู้อาวุโส ข้าไม่ได้ขอเปล่าๆ นะ ข้ามีคัมภีร์วิชามาแลกเปลี่ยนกับท่าน
รอยยิ้มบนใบหน้าชายชราจางลง เปลี่ยนเป็นความฉงน เจ้ามีคัมภีร์วิชาอยู่แล้ว แล้วจะมาขอข้าทำไม
โจวสิงไม่ตอบ แต่เดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ หยิบสมุดทำมือที่เขาคัดลอก คัมภีร์กระบี่พิชิตมาร ไว้ออกมา แล้วยื่นส่งให้ชายชรา
ทันทีที่เห็นชื่อวิชาสี่ตัวบนหน้าปก ตาเฒ่าวาดภาพก็ชะงักกึก
นี่มัน คัมภีร์กระบี่พิชิตมารของลิ้มเอ๊กโต๊งหรือ
ในอดีต ลิ้มเอ๊กโต๊งใช้วิชานี้สร้างชื่อสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วแผ่นดินต้าหมิง ใครบ้างจะไม่เคยได้ยินชื่อ เพียงแต่ไม่เคยมีใครได้เห็นคัมภีร์ฉบับจริง
ตามเหตุผลแล้ว วิชาระดับที่ทำให้คนผู้หนึ่งไร้คู่ต่อสู้ ย่อมต้องร้ายกาจสุดยอด แล้วทำไมไอ้หนูมหาจำเริญนี่ถึงยังมาขอวิชาจากเขาอีก
ด้วยความสงสัย ตาเฒ่าวาดภาพจึงเปิดหน้าปกออก
เมื่อสายตาปะทะเข้ากับประโยคเปิดหัวแปดพยางค์อันลือลั่น เขาก็อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นร้าน
ฮ่าๆๆๆ ที่แท้วิชานี้ ก็คือ คัมภีร์ทานตะวัน ของไอ้เฒ่าขันทีคนนั้นนี่เอง
โจวสิงได้ยินดังนั้นก็หูผึ่ง ผู้อาวุโสรู้จักเจ้าของวิชานี้หรือขอรับ
ตาเฒ่าวาดภาพพยักหน้า ทั้งที่ยังกลั้นขำไม่หาย รู้จักสิ ทำไมจะไม่รู้จัก ขันทีเฒ่าในวังหลวงราชวงศ์ซ่ง ฝีมือร้ายกาจพอตัว
ข้าเคยได้ยินมาว่า สมัยก่อนวัดเส้าหลินแห่งต้าหมิงเคยมีบุญคุณกับมัน ตอนที่มันบัญญัติ คัมภีร์ทานตะวัน สำเร็จเมื่ออายุสี่สิบกว่าปี มันจึงส่งคัมภีร์ฉบับคัดลอกมาให้เส้าหลินเพื่อตอบแทนคุณ ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายจะตกไปอยู่ในมือของลิ้มเอ๊กโต๊ง
ชายชราพลิกดูเนื้อหาในคัมภีร์ไปมา พลางวิจารณ์อย่างออกรส
ใช่จริงๆ ด้วย แต่นี่เป็นแค่เวอร์ชันตอนที่ ปรมาจารย์ทานตะวัน อายุสี่สิบกว่าปี วิชายังมีข้อบกพร่องร้ายแรง หากจะฝึก จำเป็นต้องตอนตัวเองเพื่อทำลายธาตุหยางที่เกินขนาด
ตาเฒ่าวาดภาพปิดสมุดลง แล้วเงยหน้ามองโจวสิงด้วยแววตาลึกซึ้ง
แต่หลังจากนั้น ตอนที่มันอายุแปดสิบหกปี มันได้บัญญัติ คัมภีร์ทานตะวัน ฉบับสมบูรณ์ขึ้นมาได้สำเร็จ
ในฉบับสมบูรณ์นั้น เคล็ดวิชาถูกแบ่งออกเป็นสองสาย คือ สายหยิน และ สายหยาง ไม่ว่าชายหรือหญิง ก็สามารถฝึกได้โดยไม่ต้องทำลายร่างกายตัวเอง