ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 72 : ยอดวิชาแห่งเทียนซาน
นางเฒ่าทาริกาได้ยินคำว่า คัมภีร์เทพส่องหล้า ก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที คัมภีร์เทพส่องหล้า ใช่คัมภีร์เทพส่องหล้าของเหมยเนี่ยนเซิง เจ้าของฉายากระดูกเหล็กกลีบเหมยแห่งต้าหมิงนั่นหรือเปล่า
นางเฒ่าทาริกาท่องยุทธภพมาเกือบร้อยปี ย่อมรู้จักชื่อเสียงของคัมภีร์เล่มนี้ดี
ลือกันว่าคัมภีร์นี้มีสรรพคุณรักษาอาการบาดเจ็บได้อย่างน่าอัศจรรย์ เหนือกว่าวิชารักษาในคัมภีร์เก้าอิมเสียอีก
นางเคยสรุปว่าอาการบาดเจ็บที่เส้นชีพจรของนางรักษาไม่ได้ หลังจากค้นคว้าจากคัมภีร์แพทย์สำนักสราญรมย์ แต่นั่นเป็นข้อสรุปก่อนที่จะมีคัมภีร์เทพส่องหล้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้านางได้คัมภีร์นี้มาศึกษาร่วมกับวิชาแพทย์ของสำนัก บางทีอาจจะมีหนทาง
โจวสิงเห็นนางไม่ถามถึงโอกาสสำเร็จ แต่กลับสนใจที่มาของคัมภีร์ ก็งงนิดหน่อย แต่พอนึกถึงนิสัยของนางก็เข้าใจทันที นางคงกะจะเอาไปวิจัยเองแหงๆ
พอโจวสิงพยักหน้า นางเฒ่าทาริกาก็ยิ้มแก้มปริ
โจวสิงเดาถูกเป๊ะ นิสัยนางเฒ่าทาริกาสรุปได้แปดคำ ข้าใหญ่ที่สุด และ แพ้ไม่เป็น
ความหมายก็ตามตัว ในนิยายตอนซีจุ๊ไม่กินเนื้อ นางก็บังคับให้กิน พอซีจุ๊บอกว่าโดนบังคับ นางก็ไปลักพาตัวองค์หญิงเมืองซีเซี่ยมาให้ซีจุ๊ รัก ด้วยความเต็มใจซะเลย
นางพยายามแก้ปัญหาเส้นชีพจรมาเจ็ดสิบปี จู่ๆ เด็กเมื่อวานซืนอย่างโจวสิงบอกว่าแก้ได้ง่ายๆ นางจะยอมได้ไง
โจวสิงเป็นศิษย์ของท่านผู้เฒ่า (ตามที่นางเข้าใจ) ส่วนนางเป็นศิษย์เซียวเหยาจื่อ ถ้าให้โจวสิงมารักษา ก็เท่ากับยอมรับว่านางด้อยกว่าศิษย์ท่านผู้เฒ่า
เผลอๆ จะพาลคิดไปว่าอาจารย์ของนางด้อยกว่าท่านผู้เฒ่าด้วยซ้ำ
คนหยิ่งทะนงอย่างนางยอมไม่ได้ ดังนั้นพอเห็นคัมภีร์เทพส่องหล้า นางเลยคิดจะเอาไปศึกษาเอง เพื่อพิสูจน์ฝีมือ
นางเฒ่าทาริกามุ่งมั่นมาก ถ้าสุดท้ายทำไม่สำเร็จ ค่อยให้โจวสิงช่วยก็ไม่สาย อีกอย่าง นางรู้สึกว่าการวิจัยของนางติดขัดอยู่นิดเดียว ถ้าได้คัมภีร์นี้มาเป็นตัวช่วย ต้องสำเร็จแน่ๆ
แลก
นางไม่ใช่นิสัยชอบเอาเปรียบใครฟรีๆ
ในจดหมาย ท่านผู้เฒ่าก็บอกชัดเจนว่าอยากให้โจวสิงได้เรียนวิชา เทพท่องสราญรมย์ จากอาจารย์ของนาง วิชาดาบจากตู๋กูคิวไป้ และวิชาตัวเบาจากบรรพชนทานตะวัน
นางเห็นด้วยกับท่านผู้เฒ่า ในเมื่อท่านผู้เฒ่าสนิทกับอาจารย์ขนาดนี้ อาจารย์คงไม่ขัดข้องที่จะรับโจวสิงเป็นศิษย์อีกคน
แบบนี้ยิ่งยืนยันสถานะ ศิษย์น้อง ของโจวสิง
การถ่ายทอดวิชา แปดแดนหกบรรจบ มีเอกะเหนือหล้า ให้ศิษย์น้องก็สมเหตุสมผล แต่ ต้องมีของแลกเปลี่ยนถึงจะแฟร์
นางเฒ่าทาริกาจัดระเบียบความคิด แล้วเอ่ยว่า ขนาดไอ้โล้นน้อยยังคุยโวว่าจะแก้ ยันต์เป็นตาย ด้วยตัวเอง ข้าจะยอมน้อยหน้าได้ไง
ข้าก็จะรักษาตัวเองเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องให้ใครมาหัวเราะเยาะ
นางเฒ่าทาริกาเชิดหน้า วิชาแปดแดนหกบรรจบฯ ข้าจะสอนให้เจ้า และข้าจะแถม หัตถ์หกสุริยันเทียนซาน กับ หัตถ์หักกิ่งเหมยเทียนซาน ให้ด้วย แลกกับคัมภีร์เทพส่องหล้า ตกลงไหม
ศิษย์พี่อยากได้คัมภีร์เทพส่องหล้าก็เอาไปเลยขอรับ จะพูดเรื่องแลกเปลี่ยนทำไม
โจวสิงยิ้ม ยัดคัมภีร์ใส่มือนางเฒ่าทาริกา
โจวสิงจริงใจนะ ไม่ได้หวังแค่ค่าความสนิทสนม (จริงจริ๊ง)
ถ้าพลังวัตรวิวาห์ช่วยรักษาศิษย์พี่ได้ ข้าก็ยกให้ศิษย์พี่ไปแล้ว
เห็นโจวสิงใจป้ำ นางเฒ่าทาริกาก็ยิ่งยิ้มกว้าง กำลังจะเอ่ยปาก แต่จิวม่อจื้อสอดขึ้นมา หมอเทวดาโจวพูดถูก ท่านผู้อาวุโส คัมภีร์เทพส่องหล้านี้ อาตมาก็มีส่วนช่วยหมอเทวดาโจวชิงมานะขอรับ ถ้าท่านไม่สนพลังวัตรวิวาห์ หมอเทวดาโจวยังมียอดวิชาเส้าหลินอีกเพียบ
จิวม่อจื้อทวงบุญคุณหน้าตาเฉย ลืมไปสนิทว่าใครเพิ่งฝังยันต์เป็นตายใส่ตัวเองเมื่อกี้
จิวม่อจื้อย้ำนักย้ำหนาว่าตัวเองมีส่วนร่วม เพื่อหวังส่วนแบ่งวิชาหัตถ์หกสุริยันและหัตถ์หักกิ่งเหมย
เสียงลูกคิดในหัวจิวม่อจื้อดังลั่นจนโจวสิงและนางเฒ่าทาริกาได้ยินชัดแจ๋ว
นางเฒ่าทาริกาปรายตามองจิวม่อจื้อ ตามนิสัยข้า ปกติใครปากดีใส่ข้า ข้าเชือดทิ้งไปนานแล้ว แต่วันนี้เห็นแก่หน้าศิษย์น้อง และเห็นแก่ที่เจ้ามีส่วนช่วยได้คัมภีร์มา ข้าจะละเว้นชีวิตเจ้า
ส่วนวิชาของสำนักสราญรมย์ ฮึ ไม่ใช่ใครก็นึกจะเรียนได้ โดยเฉพาะพระ
ถ้าอยากเรียนวิชาสำนักข้า ก็สึกซะ แล้วไปบวชเป็นนักพรต ท่องคัมภีร์เต้าเต๋อจิงสักสิบปี แล้วข้าจะพิจารณาดูอีกที
จิวม่อจื้อตาโต แค่คำพูดไม่กี่คำ ตัดรอนความดีความชอบของเขาหมดเกลี้ยง
ที่บอกว่าไม่ฆ่าเพราะเห็นแก่คัมภีร์เทพส่องหล้า นี่คือรางวัลแล้วเหรอ
ถ้าเลือกได้ ขอตายดีกว่า ขอแค่วิชาที่ใช้เล่นงานเขาเมื่อกี้ก็พอ
แต่จิวม่อจื้อไม่กล้าเสี่ยง นางเฒ่าทาริกาเอาแน่เอานอนไม่ได้ บทจะบ้าก็บ้าสุดกู่
เอาชีวิตรอดไว้ก่อนดีกว่า วิชาค่อยหาช่องทางเรียนทีหลัง
นางเฒ่าทาริกาแค่นเสียง ไอ้โล้นน้อย ฝันกลางวันอยู่เรอะ ศิษย์น้องข้ามีวาสนากับอาจารย์ข้า เราแลกเปลี่ยนวิชากัน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย
นางหันมาหาโจวสิง ศิษย์น้อง ไอ้โล้นนี่พูดมากน่ารำคาญ ขืนปล่อยไว้ มันคงตามตื๊อขอเรียนวิชาเจ้าไม่เลิก ให้ข้าตัดลิ้นมันทิ้งเลยดีไหม
จิวม่อจื้อรีบเอามือปิดปาก หน้าแดงก่ำ ตะโกนอู้อี้ ยายเฒ่า คิดว่าอาตมากลัวรึไง
ไม่กลัวก็เข้ามาสิ
นางเฒ่าทาริกาท้ากลับ จิวม่อจื้ออึกอัก ไปต่อไม่ถูก โจวสิงรีบไกล่เกลี่ย ทั้งสองท่านใจเย็นๆ เห็นแก่หน้าข้าเถอะ ศิษย์พี่วางใจ ท่านราชครูรู้กาลเทศะ และข้าขอสาบานว่าจะไม่ถ่ายทอดวิชาให้ใครโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศิษย์พี่
โจวสิงมีจุดยืนเรื่องนี้ชัดเจน จิวม่อจื้ออยากเรียน ก็ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของวิชา
อย่างคัมภีร์เทพส่องหล้ากับพลังวัตรวิวาห์ เขาก็ขออนุญาตติงเตี่ยนกับเยี่ยนหนานเทียนก่อนถึงจะให้จิวม่อจื้อดู
จิวม่อจื้อเห็นโจวสิงออกหน้า ก็รีบลงบันได อาตมาเห็นแก่หน้าหมอเทวดาโจวหรอกนะ
ส่วนประโยคหลังของโจวสิง เขาทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน
นางเฒ่าทาริกามองจิวม่อจื้อแล้วส่ายหน้า แค่เจ็ดสิบสองยอดวิชาเส้าหลิน ยังกล้าเอามาคุย
ถ้าเจ้าเรียนวิชาทั้งสามของอาจารย์ข้าสำเร็จ อาจารย์ข้าย่อมถือเป็นอาจารย์ของเจ้าด้วย อาจารย์รวบรวมสุดยอดวิชาทั่วหล้าไว้ที่ถ้ำเมฆหมอก นอกจากคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของเส้าหลินแล้ว วิชาอื่นอาจารย์ข้าหามาได้หมด
ถ้าเจ้าสนใจ วันหน้าไปที่ถ้ำเมฆหมอก ก็ลองไปศึกษาดู แต่อย่าตื่นเต้นจนเสียกิริยาล่ะ นอกจาก 18 ฝ่ามือพิชิตมังกรของพรรคกระยาจก คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของเส้าหลิน และดัชนีเอกสุริยันกับกระบี่หกชีพจรของต้าหลี่ วิชาอื่นในต้าซ่งและต้าหลี่ อาจารย์ข้ารวบรวมไว้หมดแล้ว อย่าทำตัวบ้านนอกเข้ากรุงให้อายเขาล่ะ
นางเฒ่าทาริกาเห็นโจวสิงนิ่งสงบ ก็พยักหน้าพอใจ ผิดกับจิวม่อจื้อที่ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
น่าสมเพชจริงๆ
จิวม่อจื้อก้มหน้างุด นางเฒ่าทาริกาบอกห้ามเรียนวิชาสำนักสราญรมย์ แต่วิชาของสำนักอื่นที่อาจารย์นางรวบรวมมา ก็ไม่ใช่วิชาของสำนักสราญรมย์นี่นา
งั้นข้าขอดูหน่อยก็คงไม่ผิดกติกาใช่ไหม
จิวม่อจื้อก้มหน้าหลบสายตา กลัวนางเฒ่าทาริกาจะรู้ทันความคิด แล้วออกปากห้ามไม่ให้โจวสิงพาเขาไปถ้ำเมฆหมอก
โชคดีที่ทั้งสองเริ่มคุยเรื่องคัมภีร์เทพส่องหล้า หัตถ์หกสุริยัน และหัตถ์หักกิ่งเหมยกันแล้ว
แถมยังใช้การส่งกระแสเสียงคุยกันอีกต่างหาก
คงกลัวสี่ดรุณีแอบฟังสินะ (จิวม่อจื้อคิดในใจ)