ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 73 : ห้องศิลาลึกลับ
ยอดเขาเพียวเหมี่ยวไม่ได้ตั้งอยู่บนยอดเขาหิมะอันหนาวเหน็บ แต่อยู่ทางใต้ของเทียนซานซึ่งมีอากาศอบอุ่นและชุ่มชื้น
ศิษย์สำนักวังศักดิ์สิทธิ์ อาศัยอยู่ที่นี่ และควบคุมพื้นที่รอบๆ รัศมีร้อยลี้
ตามคำบอกเล่าของนางเฒ่าทาริกา ทันทีที่โจวสิงและจิวม่อจื้อย่างเท้าเข้ามาในรัศมีร้อยลี้ ก็ตกอยู่ในสายตาของศิษย์วังศักดิ์สิทธิ์แล้ว เว้นแต่จะมุดดินหรือเหาะเหินเดินอากาศในที่ที่ไม่มีใครอยู่ ไม่งั้นไม่มีทางรอดสายตานางไปได้
ณ วังศักดิ์สิทธิ์ ยอดเขาเพียวเหมี่ยว
โจวสิงนั่งประจันหน้ากับนางเฒ่าทาริกา ในลานกว้างมีเพียงพวกเขาสองคน ส่วนจิวม่อจื้อ นางเฒ่าทาริกาไม่อนุญาตให้เข้ามา
โจวสิงวางคัมภีร์เทพส่องหล้าลงบนโต๊ะ นางเฒ่าทาริกาก็วางคัมภีร์สามเล่มลงมาเช่นกัน ได้แก่ แปดแดนหกบรรจบ มีเอกะเหนือหล้า หัตถ์หักกิ่งเหมยเทียนซาน และ หัตถ์หกสุริยันเทียนซาน
(หมายเหตุ: การเปลี่ยนชื่อวิชาเอกะเหนือหล้าเป็น ฟ้าดินยืนยง แสวงความอ่อนเยาว์) เป็นการแก้ไขในฉบับปรับปรุงใหม่ แต่ต้นฉบับดั้งเดิมคือ แปดแดนหกบรรจบ มีเอกะเหนือหล้า โปรดอย่าสับสน)
ทั้งสองต่างหยิบวิชาที่ต้องการไป
นางเฒ่าทาริกาเปิดดูคัมภีร์เทพส่องหล้าคร่าวๆ พยายามข่มใจไม่ให้รีบวิ่งเข้าห้องศิลาไปฝึก แล้วเอ่ยขึ้น ถ้าเจ้าอยากลองผสานสามวิชาเป็นหนึ่ง ข้าแนะนำให้รอได้ลมปราณภูตอุดรมาก่อนค่อยลอง
โจวสิงพยักหน้า สามวิชาผสาน ก็ต้องมีครบสามวิชาถึงจะลองได้
โจวสิงจำได้แม่นว่าในนิยาย ซีจุ๊บังเอิญได้รับลมปราณจากนางเฒ่าทาริกาและหลี่ชิวสุ่ย มาผสมกับลมปราณภูตอุดรในตัว จนเกิดเป็นลมปราณชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
แต่นั่นไม่น่าใช่ลมปราณ เทพท่องสราญรมย์ เพราะนางเฒ่าทาริกาเคยบอกว่าลมปราณเทพท่องสราญรมย์ต้องเก็บไว้ที่จุดตันเถียนบน
ช่วงนี้ข้าขอพักอยู่ที่เทียนซาน ฝึกหัตถ์หกสุริยันและหัตถ์หักกิ่งเหมยให้สำเร็จก่อนค่อยไป
โจวสิงมีวิชามากมาย แต่ไม่คิดจะฝึกให้ครบทุกอย่าง เขาเลือกฝึกเฉพาะทาง อย่างละหนึ่งวิชาพอ ส่วนวิชากระบี่ ด้วยพรสวรรค์ของเยี่ยนหนานเทียน เขาต้องเรียนให้เยอะๆ ไว้สับเปลี่ยน
ก่อนหน้านี้วิชาต่อสู้ด้วยมือเปล่าของเขามีแค่ หัตถ์พันทลายดอกทานตะวัน นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรเลย หมัดเทพหนานเทียนของเยี่ยนหนานเทียนก็ดี แต่เขาไม่ได้เรียน
เทียบกับหมัด เขาชอบวิชาฝ่ามือมากกว่า
ตอนนี้มีหัตถ์หกสุริยันอยู่ตรงหน้า ต้องลองฝึกดูสักตั้ง
ลมปราณกับกระบวนท่าของสำนักเดียวกัน ย่อมส่งเสริมกันได้ดีที่สุด
ส่วนหัตถ์หักกิ่งเหมย โจวสิงก็ไม่พลาด
วิชานี้ได้ชื่อว่าไร้ขีดจำกัด เขาอยากรู้ว่ามันจะเข้ากับเก้ากระบี่เดียวดายได้ดีแค่ไหน
นางเฒ่าทาริกาพยักหน้า เจ้าจะอยู่ฝึกก็เชิญ ข้าเองก็จะใช้คัมภีร์เทพส่องหล้าช่วยฟื้นฟูร่างกาย อาจจะต้องปรึกษาเรื่องการแพทย์กับเจ้าด้วย
นางเฒ่าทาริกาชี้ไปที่ห้องศิลาด้านหลัง เจ้ารู้ไหมว่า หัตถ์หกสุริยันและหัตถ์หักกิ่งเหมย แม้จะเป็นวิชาของสำนักสราญรมย์ แต่อาจารย์ข้าไม่ได้เป็นคนคิดค้น
โจวสิงรู้อยู่แล้วจากนิยายชาติก่อน แต่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ เดี๋ยวความแตก
นางเฒ่าทาริกาเล่าต่อ วังศักดิ์สิทธิ์เป็นของสำนักสราญรมย์ก็จริง แต่เราไม่ได้เป็นคนสร้าง ก่อนหน้านี้มีคนมาอยู่ที่นี่ วรยุทธ์สูงส่งมาก ทิ้งภาพวาดเก้าร้อยเก้าสิบเก้าภาพไว้ในห้องศิลา แต่ละภาพคือหนึ่งกระบวนท่า
ภาพชุด เจี่ยคือหัตถ์หักกิ่งเหมย ชุด อี่ คือหัตถ์หกสุริยัน
ส่วนภาพชุดหลังๆ ก็เป็นวิชาชั้นสูง ขนาดข้ายังฝึกไม่ครบ
กำลังภายในเจ้าไม่เลว แต่ถ้าจะเข้าไปข้างใน คงต้องฝึกอีกสักสิบปี
นางเฒ่าทาริกาไม่ได้หวง แต่อยากเตือนด้วยความหวังดี คนที่กำลังภายในไม่ถึง ขืนเข้าไปฝึกมีหวังธาตุไฟเข้าแทรก
โจวสิงสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับวิชาในห้องศิลามาก ในนิยาย ซีจุ๊ที่มีลมปราณของสามปรมาจารย์ ฝึกวิชาบนผนังแล้วรู้สึกตัวเบาหวิวเหมือนจะเหาะได้
นี่มันระดับเซียนแล้ว
แต่สิ่งที่เขาสงสัยที่สุดคือเจ้าของห้องศิลาตัวจริง
ชุด ก. ข. คือวิชาระดับเทพ แล้วชุด ค. ง. จ. ฉ. ช. ซ. ฌ. ญ. ล่ะ จะเทพขนาดไหน
คนคิดค้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ
น่าเสียดาย แม้แต่นางเฒ่าทาริกาก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร
เจ้าอยากรู้วิธีใช้ยันต์เป็นตายไหม
จู่ๆ นางเฒ่าทาริกาก็ถามขึ้น โจวสิงมาขออาศัยฝึกวิชา แต่นางกลับต้องขอความรู้เรื่องแพทย์จากเขา มันดูเอาเปรียบไปหน่อย นางเลยอยากแถมวิชายันต์เป็นตายให้
นางอายุเก้าสิบหกแล้ว ไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน อู๋หยาจื่อก็ไม่รู้ว่ามีศิษย์สืบทอดหรือเปล่า สามพี่น้องคงไม่มีใครอายุยืนไปกว่าอาจารย์ ถ้าตายไปโดยไม่ได้ถ่ายทอดวิชา เดี๋ยวอาจารย์กลับมาจะเสียใจแย่
โจวสิงดูเป็นคนใช้ได้ ฝากความหวังไว้ที่เขาก็ไม่เลว
โจวสิงยิ้ม ข้าเข้าใจหลักการแล้ว เท่าที่ดู หัตถ์หกสุริยันน่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมและสร้างยันต์เป็นตาย การปรับสมดุลหยินหยางก็ต้องพึ่งวิชานี้
นางเฒ่าทาริกาพยักหน้าชื่นชม หัวไว หน้าตาดี ไม่เป็นศิษย์สำนักสราญรมย์ก็เสียของแย่
ถูกต้อง คำว่า หก ในหัตถ์หกสุริยัน มาจากเลขหยางในคัมภีร์อี้จิง แต่จะเรียกว่า หัตถ์หยินหยางเทียนซาน ก็ได้ เวลาใช้ฝ่ามือ สามารถปล่อยพลังหยินหยางได้ดั่งใจ ยันต์เป็นตายก็ใช้หลักการนี้
แต่จะใช้ยันต์เป็นตายได้ ต้องรู้วิชาสร้างน้ำแข็งด้วย
ยังพูดไม่ทันจบ โจวสิงก็เทน้ำชาใส่มือ พริบตาเดียวน้ำชาก็กลายเป็นน้ำแข็ง ไอเย็นแผ่ซ่าน
นางเฒ่าทาริกาอึ้ง
ข้าเคยกินไหมน้ำแข็งพันปี เลยมีคุณสมบัติต้านพิษและลมปราณเย็นยะเยือก เรื่องทำน้ำแข็งแค่นี้ สบายมาก
โจวสิงตอบยิ้มๆ
นางเฒ่าทาริกามองด้วยความทึ่ง ไหมน้ำแข็งพันปี วาสนาดีจริงๆ
คุยกันต่ออีกครู่หนึ่งก็แยกย้าย นางเฒ่าทาริกาเข้าห้องศิลาไปวิจัยคัมภีร์เทพส่องหล้า
ส่วนโจวสิงเดินออกมาจากลานกว้าง เห็นจิวม่อจื้อยืนหันหน้าเข้าหาต้นไม้ใหญ่ เตะต้นไม้ปึกๆ ปากก็พร่ำบ่น
นางเฒ่าทาริกา (ปึก)
รังแกอาตมา (ปึก)
นางเฒ่าทาริกา (ปึก)
รังแกอาตมา (ปึก)
ต้นไม้ขนาดสามคนโอบ ถูกเตะจนเป็นหลุม
ท่านราชครู อารมณ์สุนทรีย์จังนะ
โจวสิงกลั้นขำ ตะโกนทัก
จิวม่อจื้อสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูด อามิตตพุทธ มัวแต่ระบายอารมณ์ ไม่ได้ยินเสียงโจวสิงเดินมาเลย
หมอเทวดาโจว จะไปจากเทียนซานกันหรือยัง
เขาไม่อยากอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว อยากไปเจียงหนานใจจะขาด
โจวสิงบอกว่าจะไปเจียงหนานต่อ ซึ่งใกล้กับคุ้มวารี (ที่อยู่ตระกูลมู่หรง) มาก
เห็นสายตาเว้าวอนของจิวม่อจื้อ โจวสิงส่ายหน้ายิ้มๆ
จิวม่อจื้อหน้าสลด คิดว่าจะบ่นยาวเหยียด แต่กลับพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก็ดี อาตมาจะได้มีเวลาศึกษาวิธีแก้ยันต์เป็นตาย เดี๋ยวจะหาว่าอาตมากลัวนางเฒ่าทาริกา
ท่านราชครู ข้าต้องไปฝึกวิชาบนยอดเขา คงต้องรบกวนท่านหาที่พักแถวนี้รอไปก่อน
จิวม่อจื้อรีบเสนอหน้า ให้อาตมาไปเฝ้าท่านด้วยสิ
โจวสิงยิ้มแห้ง เอ่อ ศิษย์พี่ย้ำนักย้ำหนาว่าตอนข้าฝึกวิชา ห้ามคนนอกเข้าใกล้ กลัววิชาจะรั่วไหล
จิวม่อจื้ออ้าปากค้าง หมอเทวดาโจว อาตมาเป็นสุภาพชนนะ
โจวสิงไม่สนใจ โบกมือลา หิวก็ไปขอข้าววัดกินนะ ศิษย์พี่สั่งคนไว้แล้ว ไม่ปล่อยให้เราอดตายหรอก ข้าไปละ
จิวม่อจื้อตะโกนไล่หลัง ต่อให้หิวตาย หรือต้องโดดเขาตาย อาตมาก็จะไม่กินข้าวของนางแม้แต่คำเดียว
ไม่รู้โจวสิงได้ยินไหม เห็นแค่โบกมือหยอยๆ แล้วหายลับไป
จิวม่อจื้อมองทางข้างหน้า สลับกับมองลานกว้างข้างหลัง กำหมัดแน่นแล้วคลายออก สีหน้าเคร่งเครียด เปิดชายจีวรขึ้นมา
ชื่อ นักพรตไร้ศีลธรรม ถูกขีดฆ่าด้วยสีแดง จิวม่อจื้อล้วงพู่กันชาดออกมา เขียนชื่อ นางเฒ่าทาริกา ตัวเบ้อเริ่มลงไป
ชื่อที่ถูกขีดแดง หมายความว่าวันหน้าถ้าเก่งขึ้น ต้องกลับมาเอาคืนแน่
เขาจิวม่อจื้อต้องกู้ศักดิ์ศรีคืนมา ไม่ใช่เพื่ออวดเก่ง แต่เพื่อบอกให้โลกรู้ว่า ของที่เสียไป เขาต้องเอาคืนมาด้วยมือตัวเอง
เก้าสิบหกแล้วไง สู้ไม่ได้ก็รอให้แก่ตายไปเองสิวะ
ฮึ
อาตมาหิวแล้ว ขอกินข้าวหน่อย
จิวม่อจื้อตะโกนลั่นเมื่อท้องร้องประท้วง