ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 77 : เสี่ยวหลงนวี่มาเยือน เผ่นสิครับรออะไร
อ้วก
พอขี่ม้าออกจากป่าได้ไม่ไกล จิวม่อจื้อก็เอียงตัวอาเจียนเลือดเสียออกมา
แม้กำลังภายในจะลึกล้ำ แต่ฝ่ามือของหลี่ชิวสุ่ยที่มีพลังวัตรกว่าเจ็ดสิบปีไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ที่ยังขยับตัวได้ก็ถือว่าโชคดีแล้ว แค่กระอักเลือดเสียนิดหน่อยถือว่าฟาดเคราะห์
เห็นโจวสิงจะเข้ามาพยุง จิวม่อจื้อรีบยกมือห้าม หมอเทวดาโจว อาตมาไม่เป็นไร แค่บาดเจ็บจากการฝึกวิชาเมื่อก่อนกำเริบ อาเจียนเลือดเสียออกมาแล้วโล่งขึ้นเยอะ
โจวสิงมุมปากกระตุก จะเก๊กไปถึงไหน โดนหลี่ชิวสุ่ยตบมาชัดๆ ยังจะอ้างแผลเก่า
เออๆ แผลเก่าก็แผลเก่า พ่อพระเอก
ท่านราชครู ฟังให้ดี
โจวสิงเริ่มท่องเคล็ดวิชา จิวม่อจื้อที่กำลังงง รีบตั้งใจฟัง
ตาจิวม่อจื้อเบิกโพลง เขาเคยได้ยินติงชุนชิวกับหลี่ชิงหลัวคุยเรื่องพลังไร้ลักษณ์น้อย ย่อมรู้ว่าเคล็ดวิชาที่โจวสิงท่องออกมา คล้ายคลึงกับเนื้อหาในเล่มอื่นๆ
นี่มัน เล่มที่เจ็ด ที่หายไป
พอโจวสิงท่องจบ จิวม่อจื้อรีบถาม หมอเทวดาโจว เล่มที่เจ็ดนี้ท่านได้มาอย่างไร
โจวสิงยิ้มแห้ง ท่านปู่ให้มาครับ ตอนนั้นท่านราชครูยังไม่หายดี ข้าเลยกะว่ารอท่านหายดีก่อนค่อยให้ แต่พอท่านหายดี เราก็รีบมาต้าซ่ง ยุ่งวุ่นวายจนข้าลืมไปเลย
จิวม่อจื้อพูดไม่ออก พอนึกถึงหมัดของหลี่ชิวสุ่ย ก็ขนลุกซู่
เขาโบกมือเปลี่ยนเรื่อง หลี่ชิวสุ่ยร้ายกาจสมคำร่ำลือจริงๆ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือพลังฝ่ามือที่เลี้ยวได้ พุ่งมาตรงๆ แท้ๆ แต่วนมาเข้าข้างซ้าย กันไม่ถูกเลย
โจวสิงอธิบาย นั่นคือ ฝ่ามือรุ้งขาว ของสำนักสราญรมย์ ควบคุมทิศทางได้ดั่งใจ ลึกล้ำพอๆ กับหัตถ์หกสุริยันและหัตถ์หักกิ่งเหมย ท่านเซียวเหยาจื่อเป็นคนคิดค้นขึ้น
ต่างจากสองวิชาแรกที่เป็นของเก่าแก่ ฝ่ามือรุ้งขาวเป็นผลงานออริจินัลของเซียวเหยาจื่อ
โจวสิงพูดเพื่อเตือนสติจิวม่อจื้อ ขนาดลูกศิษย์ยังเก่งขนาดนี้ อาจารย์จะเทพขนาดไหน
อย่าได้ริอาจไปท้าทายเซียวเหยาจื่อเชียว เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
(จิวม่อจื้อ: ศิษย์เก่ง อาจารย์ต้องเก่งกว่าเสมอไปเรอะ ดูคู่ก๊วยเจ๋งกับ 7 ประหลาดกังหนำสิ)
แต่จิวม่อจื้อก็ยอมรับในความเก่งกาจของเซียวเหยาจื่อ และเหมารวมไปถึงตู๋กูคิวไป้ด้วย ว่าคงอยู่ระดับเดียวกันกับท่านผู้เฒ่า
ถึงจะกลัว แต่เลือดนักสู้ในกายก็ยังเดือดพล่าน
ต้องสู้ แต่ต้องรอให้เก่งกว่านี้ก่อน
รอฝึกพลังไร้ลักษณ์น้อยให้ครบ ฝึกหมัดเทพหนานเทียนให้คล่อง และลองไอเดียใหม่
ถ้าฝ่ามือเลี้ยวได้ ทำไมดาบเปลวเพลิงจะเลี้ยวบ้างไม่ได้
ตรงไปตรงมามันเชย ต้องซ้ายทีขวาทีสิถึงจะเจ๋ง
เขามีวิชา จับนกกระเรียน ของเส้าหลิน เทียบเท่า จับมังกร ของพรรคกระยาจก ใช้พลังดูดวัตถุได้ ถ้าใช้ควบคู่กับดาบเปลวเพลิง บังคับทิศทางดาบ
จิวม่อจื้อพยักหน้าหงึกๆ เป็นไปได้
แผนฝึกวิชาในหัวจิวม่อจื้อพรั่งพรู ทั้งพลังไร้ลักษณ์น้อย ดาบเปลวเพลิงเลี้ยวได้ ฝ่ามือปัญญา และหมัดเทพหนานเทียน
แต่ก่อนอื่น ต้องตามโจวสิงไปรักษาชาวบ้านก่อน
มียอดฝีมือ เอ้ย ชาวบ้านป่วยไข้รออยู่อีกเพียบ
จิวม่อจื้อหยิบยารักษาอาการช้ำในของโจวสิงมากินหนึ่งเม็ด ไม่นึกว่าจะต้องใช้เร็วขนาดนี้ โดนนางเฒ่าทาริกาที หลี่ชิวสุ่ยที ร่างกายคนแก่วัยห้าสิบกว่าเริ่มประท้วงแล้ว
ออกเดินทาง สู่เจียงหนาน
โจวสิงสั่งการ
ภารกิจรวบรวมวิชาเหลืออีกสอง เรียนลมปราณภูตอุดรจากอู๋หยาจื่อ กับอีกวิชาที่ยังไม่รู้ว่าใครถือครอง (วิชาตัวเบาของบรรพชนทานตะวัน)
แต่ก่อนอื่นต้องไปรับ ตัวประกัน ที่เจียงหนาน แล้วค่อยไปเขาเหลยกู่
ทั้งสองวางแผนเส้นทาง แล้วมุ่งหน้าตะวันตก
กิจวัตรเดิมๆ กลางวันเดินทาง พักม้าก็ฝึกวิชา ตกเย็นเข้าเมืองรักษาคนไข้ ก่อนนอนก็ฝึกวิชา ใช้เวลาคุ้มค่าสุดๆ
ข่าวเรื่องภาพวาดโจวสิงแพร่สะพัดจริง
ตั้งแต่เข้าเมืองแรก ก็มีคนจำโจวสิงได้
ชาวเมืองแห่แหนกันมาต้อนรับ จิวม่อจื้อนึกว่ามาต้อนรับตน แต่พอได้ยินเสียงตะโกน หมอเทวดาโจว รอยยิ้มก็หุบลงทันที
ชาวบ้านตาต่ำ ไม่เห็นหัวราชครูผู้ยิ่งใหญ่ สนใจแต่หมอ ก็ได้วะ หมอมันเก่งจริง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่แปลกไป คือมีคนกลุ่มหนึ่งขี่ม้าตามหลังมาห่างๆ
ตอนแรกนึกว่าแค่บังเอิญทางเดียวกัน แต่ผ่านไปหลายเมือง คนกลุ่มนี้ก็ยังตามมา แถมจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
โจวสิงอยากจะจัดการ แต่พอเขาฝึกวิชา พวกนี้ก็ถอยห่างไปไกลลิบ
จนกระทั่งผ่านไปห้าหกเมือง โจวสิงทนไม่ไหว
โจวสิงกับจิวม่อจื้อลงจากม้า เตรียมอาวุธลับพร้อมรบ
โจวสิงเดินอาดๆ เข้าไปหา เตรียมจะถามไถ่ แต่จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากในกลุ่ม ไอ้พวกเวร แผนที่เส้นทางรักษาของหมอเทวดาโจว พวกข้าเป็นคนขาย พวกเอ็งจะมาแย่งลูกค้าโดยไม่บอกกล่าวไม่ได้นะโว้ย
โจวสิงชะงัก แผนที่เส้นทางรักษา
อิหยังวะ
แผนที่อะไรนะ
โจวสิงถาม จิวม่อจื้อรีบพุ่งเข้าไปใช้กำลังภายในแยกฝูงชนที่กำลังจะตะลุมบอนกัน
จิวม่อจื้อยิ้มประจบ พอลงจากเทียนซาน คนไข้ เกรดดีขึ้นผิดหูผิดตา คัมภีร์ที่ได้มาก็ระดับสูงขึ้น ไม่ใช่ไก่กาเหมือนก่อน
แม้จะไม่ได้ฝึก แต่แค่ได้ถือครองคัมภีร์เยอะๆ มันก็ฟินแล้ว
อะแฮ่ม หมอเทวดาโจวถาม แผนที่เส้นทางรักษาคืออะไร
จิวม่อจื้อใช้พลังราชสีห์คำรามตะคอกถาม
กลุ่มคนสะบัดหัวไล่อาการหูอื้อ พอเห็นโจวสิงชักกระบี่ หัวหน้ากลุ่มรีบคุกเข่า
หมอเทวดาโจวโปรดฟัง ข่าวเรื่องคุณชายฮวาตาหายบอดแพร่มาจากต้าหมิง ยืนยันฝีมือการเปลี่ยนดวงตาของท่าน คนใหญ่คนโตในต้าซ่งต่างอยากให้ท่านรักษา ภาพวาดท่านขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทุกคนอยากเจอท่าน
แต่ท่านเดินทางเร็วมาก หยุดรักษาแค่ตอนเย็น ข่าวลือเลยสะพัดว่าท่านจะไปเมืองไหนต่อ พวกข้าเห็นช่องทางทำกิน เลยตามท่านเพื่อเอาข่าวไปขาย ให้คนป่วยไปดักรอท่านถูกที่
ฟังจบ โจวสิงถึงกับทึ่ง สมเป็นต้าซ่ง หาเงินเก่งฉิบหาย
มิน่าเศรษฐกิจดี แต่เสียดายทหารกาก
ต่างจากโจวสิง จิวม่อจื้อมองคนกลุ่มนี้ด้วยสายตาเป็นมิตรขึ้นมาทันที
มิน่าล่ะ ช่วงนี้ลูกค้าเกรดพรีเมียมเยอะจัง ฝีมือพวกเจ้าสินะ
แสดงว่าคัมภีร์ในเป้หลังข้า ก็มีส่วนจากพวกเจ้าด้วย
งั้นช่วยหน่อยแล้วกัน หมอเทวดาโจว แม้พวกนี้จะทำเพื่อเงิน แต่ก็ถือว่าช่วยคนป่วยได้เจอหมอ ให้พวกมันเอาเงินที่ได้ไปซื้อข้าวแจกชาวบ้านยากจนเป็นการไถ่โทษดีไหม
โจวสิงพยักหน้า เห็นแก่หน้าท่านราชครู
โจวสิงชี้ไปที่พื้นว่าง
พวกนั้นรู้กาลเทศะ รีบควักถุงเงินออกมาวางกองรวมกันหลายร้อยตำลึง
โจวสิงสะบัดแขนเสื้อ ผงยาสีขาวฟุ้งกระจายคลุมตัวพวกนั้น
ดูข้อมือพวกเจ้าสิ
ทุกคนถลกแขนเสื้อ เห็นเส้นสีแดงยาวหนึ่งฟุตปรากฏขึ้น
นี่คือ เส้นตัดวิญญาณ ภายในสามวัน เอาเงินไปซื้อข้าวแจกชาวบ้าน ไม่งั้นเส้นแดงจะวิ่งเข้าหัวใจ ตายทันที
ทำตามที่สั่ง พิษจะสลายไปเองในสามวัน ไม่เชื่อก็ลองดู
ทุกคนหน้าซีด รีบคว้าถุงเงินแยกย้ายกันไปทำตามสั่ง
หมอเทวดาโจว ท่านวางยาจริงหรือ แล้วถ้าเราไปแล้ว พวกมันจะหายได้ไง
จิวม่อจื้อสงสัย
โจวสิงหัวเราะ ยาพิษอะไรกัน แค่ยาโด๊ปกระตุ้นร่างกาย พอเส้นแดงเข้าหัวใจ จะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เส้นแดงก็จะหายไปเอง
จิวม่อจื้อพยักหน้าอย่างเข้าใจ รีบขี่ม้าตามโจวสิงไป
ใกล้ถึงเมืองกูซู แล้ว
เข้าเมืองมาเมืองหนึ่ง บรรยากาศเหมือนเดิม คนครึ่งเมืองมองโจวสิงด้วยความคลั่งไคล้
แต่อีกครึ่งเมือง (ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย) กลับมองไปอีกทาง
โจวสิงมองตามสายตา เห็นร่างในชุดขาว
ตอนแรกก็งง แต่พอเห็นหน้าชัดๆ โจวสิงตาเบิกโพลงด้วยความตระหนก
เสี่ยวหลงนวี่
โจวสิงกลับม้าทันที ท่านราชครู ตัวใครตัวมัน เผ่น