ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 88 : เทพเจ้าลำโพง เสด็จ
จิวม่อจื้อรู้สึกพ่ายแพ้ราบคาบ
ตั้งแต่เริ่มฝึกยุทธ์มา ไม่มีวิชาไหนที่เขาใช้เวลาทำความเข้าใจเกินหนึ่งวัน
ไม่นับ 72 ยอดวิชาเส้าหลินที่ต้องใช้เวลาฝึกฝน แต่แค่เริ่มฝึก เขาก็ทำได้รวดเร็วกว่าคนทั่วไปดั่งเทพจุติ
แต่ตอนนี้ เขากลับมาตกม้าตายเพราะวิชา สองมือขัดแย้ง
เขาไม่ได้โง่ เขารู้ว่าไอ้การวาดวงกลมและสี่เหลี่ยมพร้อมกันคือการทดสอบการแยกประสาทและการทำจิตให้ว่าง
การแยกประสาทฝึกกันได้ แต่การทำจิตให้ว่าง สำหรับพระที่ (ควรจะ) ฝึกจิตมาทั้งชีวิตอย่างเขา มันน่าจะง่ายสิ แต่พอลองทำจริง
ความล้มเหลวถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ถ้ามีแค่โจวสิงทำได้ เขายังพอทำใจ เพราะโจวสิงมันปีศาจ ฝึกพลังไร้ลักษณ์น้อยคืนเดียวได้สี่ขั้น เขาซูฮกไปนานแล้ว
แต่เสี่ยวหลงนวี่ล่ะ ทำไมนางทำได้
มีกันสามคน โจวสิงกับเสี่ยวหลงนวี่ทำได้ แต่เขาทำไม่ได้ มันดูเหมือนเขาโง่ที่สุดในกลุ่ม เข้าใจไหม
จิวม่อจื้อสูดหายใจลึก ตบหน้าตัวเองเบาๆ เรียกสติ เบิกตากว้าง ให้กำลังใจตัวเอง จิวม่อจื้อ ตั้งสติ นี่คือบททดสอบ
ท่านราชครูอารมณ์สุนทรีย์จัง กำลังฝึกวิชาฝ่ามืออะไรอยู่หรือ
จิวม่อจื้อสะดุ้งโหยง โจวสิงโผล่มาเงียบๆ เขาเลยแกล้งวาดมือไปมาในอากาศ ทำท่าเหมือนฝึกวิชา พร้อมแอบเดินลมปราณกลบเกลื่อนรอยวงกลมเบี้ยวๆ บนพื้นดิน
อ่า ใช่ๆ ฝึกวิชา เช้านี้ยังไม่ได้ฝึก เลยต้องมาเก็บตกหน่อย
จิวม่อจื้อหัวเราะแก้เก้อ
ท่านราชครู คนคิดค้นวิชาสองมือขัดแย้งคือเฒ่าทารกจิวแป๊ะทง เขาเคยบอกว่า ยิ่งคนฉลาด ยิ่งฝึกวิชานี้ไม่สำเร็จ มีแต่คนจิตใจใสซื่อบริสุทธิ์เท่านั้นที่ทำได้ ในโลกนี้มีวิชาตั้งเยอะแยะ ท่านจะไปยึดติดกับวิชานี้ทำไม
อึ้งย้งที่แอบดูอยู่ตั้งแต่ต้น เดินเข้ามาพูด
นางเห็นจิวม่อจื้อตัวสั่นระริกอยู่พักใหญ่แล้ว นางรู้ว่าเขาแค่อยากลองวาดวงกลมสี่เหลี่ยม
ตอนแรกนางนึกว่าราชครูผู้ทรงศีลน่าจะทำได้ แต่พอเห็นท่าทางผิดหวังและสีหน้าอยากเอาชนะ นางก็รู้ทันทีว่าพระรูปนี้ กิเลสหนา
เต็มไปด้วย ความโลภ ความโกรธ ความหลง แล้วจะฝึกวิชาที่ต้องใช้จิตว่างเปล่าได้ยังไง
แต่เห็นแก่มิตรภาพของโจวสิง นางเลยไม่อยากให้จิวม่อจื้อจมปลักอยู่กับความล้มเหลว
คำพูดของอึ้งย้งเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ จิวม่อจื้อหน้าตาดีขึ้นทันตา แม้จะยังวางมาด แต่รอยยิ้มมุมปากก็ปิดไม่มิด
อึ้งย้งพูดตั้งเยอะ เขาจับใจความได้ประโยคเดียว ยิ่งคนฉลาด ยิ่งฝึกไม่สำเร็จ
ใช่แล้ว อึ้งย้งฉลาดเป็นกรดใครๆ ก็รู้ นางยังฝึกไม่ได้ แล้วเขาฝึกไม่ได้ ก็แปลว่าเขาฉลาดเท่าอึ้งย้งน่ะสิ
จิวม่อจื้อยิ้มกริ่ม แต่แล้วก็หุบยิ้ม
เดี๋ยวนะ เสี่ยวหลงนวี่ดูซื่อๆ บื้อๆ (ในสายตาเขา) นางทำได้ก็สมเหตุสมผล
แต่โจวสิง วิชาแพทย์ อาวุธลับ วรยุทธ์ พี่แกเก่งระดับท็อป ถ้าใครบอกโจวสิงโง่ เขาจะถ่มน้ำลายใส่หน้าให้
ตรรกะมันขัดกันแฮะ
ท่านราชครู ข้ามีวิธีช่วยท่าน
โจวสิงยิ้ม แล้วกระซิบข้างหูจิวม่อจื้อ
จิวม่อจื้อฟังแล้วลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
ทั้งคณะเดินทางต่อ ไม่ทันพระอาทิตย์ตกดิน ก็มาถึงเมืองอู๋ซี
หมอเทวดาโจว นี่คือวิธีของท่านหรือ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
อึ้งย้งมองภาพตรงหน้าอย่างอ่อนใจ
ประมุขอึ้ง ข้าไม่ได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาออกไป แค่ให้ลองเล่นเกม คงไม่เสียหายมั้ง
โจวสิงหัวเราะ
เบื้องหน้าพวกเขา จิวม่อจื้อถือพู่กันและหมึก เดินป่าวประกาศท่ามกลางฝูงชน
ท่านผู้เจริญทั้งหลาย มือซ้ายวาดวงกลม มือขวาวาดสี่เหลี่ยม ใครทำได้ รับเงินหนึ่งตำลึง
ท่านผู้เจริญ ใครทำได้ รับไปเลยสิบตำลึง
ฮ่าฮ่า ทุกท่าน ถ้าใครทำได้ รับไปเลยร้อยตำลึง
จิวม่อจื้อเห็นว่าไม่มีใครทำได้ เลยเกทับราคาขึ้นเรื่อยๆ อย่างบ้าคลั่ง
นี่คือแผนของโจวสิง
อยู่ด้วยกันมานาน โจวสิงรู้นิสัยจิวม่อจื้อทะลุปรุโปร่ง เนื้อแท้ก็คือ เด็กโข่งขี้อวดและไม่ยอมแพ้
วิธีปลอบใจคนประเภทนี้ง่ายนิดเดียว ทำให้เขารู้ว่า คนอื่นก็กากเหมือนกัน
พอเห็นคนทั้งถนนลงไปนอนคว่ำหน้า พยายามวาดวงกลมสี่เหลี่ยมเพื่อเงินร้อยตำลึง แต่ไม่มีใครทำได้สักคน ความรู้สึกของจิวม่อจื้อก็สดชื่นเหมือนได้กินลูกอมรสเปปเปอร์มินต์
ตอนแรกที่เห็นโจวสิงกับเสี่ยวหลงนวี่ทำได้ เขาเครียดแทบตาย
แต่ตอนนี้เห็นคนนับร้อยล้มเหลว และไม่มีใครเทียบเขาได้ (ในด้านอื่นๆ) ความมั่นใจของจิวม่อจื้อก็กลับมาเต็มเปี่ยม
จิวม่อจื้อเดินกลับมาหาโจวสิง ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
เขาคิดตกแล้ว โจวสิงคือข้อยกเว้น อย่าไปเปรียบเทียบด้วย
ถ้าตัดโจวสิงออกไป
ในใต้หล้ามีคนทำได้แค่สามคน จิวแป๊ะทง ก๊วยเจ๋ง เสี่ยวหลงนวี่
สามคนนี้ไม่มีใครปกติสักคน ถ้าเขาไปเทียบกับพวกนี้ เดี๋ยวเสียเกรด ราชครูผู้ปราดเปรื่อง หมด
ด้วยการหลอกตัวเองขั้นสูง จิวม่อจื้อก็กลับมาเป็นผู้เป็นคนได้อีกครั้ง
(แน่นอนว่าแค่อีกไม่นานหรอก ภาพจำตอนโจวสิงใช้สองมือขัดแย้งสู้กับก๊วยเจ๋งมันฝังใจ เดี๋ยวเขาก็แอบไปฝึกต่ออยู่ดี ปากบอกไม่สน แต่ใจมันเรียกร้อง: ของมันต้องมี)
ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ก๊วย ซ้อก๊วย
เสียงหัวเราะกึกก้องกัมปนาทดังมาแต่ไกล แค่ได้ยินเสียง ก็สัมผัสได้ถึงรังสีวีรบุรุษที่พุ่งกระแทกหน้า
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า โจวสิงรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงดนตรีประกอบฉาก ดังคลอมาด้วย
หันไปมอง เห็นชายร่างใหญ่เดินอาดๆ เข้ามา คิ้วหนาตาโต จมูกโด่งปากกว้าง หน้าเหลี่ยมคมเข้ม สวมชุดผ้าดิบสีเทาเก่าๆ ที่มีรอยขาดวิ่น แต่ใบหน้าเปี่ยมด้วยความปีติ
เขาพุ่งเข้ามากอดก๊วยเจ๋งแน่น แล้วประสานมือคารวะอึ้งย้ง
น้องเฉียว ครั้งล่าสุดที่เจอกัน คือตอนน้องรับตำแหน่งประมุขพรรคกระยาจกสินะ
ก๊วยเจ๋งดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่
พี่ก๊วย ซ้อก๊วย งานชุมนุมพรรคเริ่มมะรืนนี้ คืนนี้เรามาดวลเหล้ากันสักสามร้อยจอก ไม่เจอกันนาน น้องคิดถึงพวกท่านเหลือเกิน
ชายร่างใหญ่หัวเราะร่า ตัวตนของเขาชัดเจนแจ่มแจ้ง
เฉียวฟง หรือในอีกฉายา เทพเจ้าแห่งลำโพง เซียวฟง