ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 616 ฉันมีห้องสีทองแห่งหนึ่ง (1)
ตอนที่ 616 ฉันมีห้องสีทองแห่งหนึ่ง (1)
“สงครามใหญ่เริ่มต้นแล้ว…”
เมืองความหวัง
เถียนมู่กลับมาจากนอกเมืองเยาขุย เมืองความหวังเป็นที่อยู่ของทางเดิน เขายังต้องเฝ้าระวังที่นี่ ป้องกันเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น
ตอนที่รับรู้ถึงการปะทุของพลังงานที่แข็งแกร่งราวกับแสงอาทิตย์เจิดจ้า ทุกคนต่างก็รู้ว่าสงครามของระดับสูงเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ตอนนี้ท้องฟ้าเพิ่งจะสว่าง
วันที่ 17 สิงหาคมมาถึงแล้ว
ช่วงเวลาสองวันสั้นๆ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้และเมืองเทียนเหมินก็เปิดฉากสงครามตัดสินแล้ว
ภายในเมือง ประตูทิศเหนือ กลุ่มขนาดเล็กประมาณหนึ่งร้อยคนกำลังบุกออกไปนอกเมืองอย่างบ้าคลั่ง
เถียนมู่เห็นแบบนั้นก็หันกลับไปตะโกน “พวกเธอจะไปไหน?”
ข้างล่างประตูเมือง ถังซงถิงที่เสียแขนไปข้างหนึ่งตะโกนเสียงดัง “แม่ทัพใหญ่ พวกเราจะไปเข้าร่วมสงครามตัดสิน!”
“เหลวไหล!”
เถียนมู่ตำหนิ!
นักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ที่ถอยออกมาจากแนวหน้าพวกนี้ล้วนบาดเจ็บอย่างหนัก แทบจะเป็นประเภทที่แขนขาดขาขาดทั้งหมด คริสตัลไม่แตกดับก็ไม่ถึงขั้นงอกแขนขาใหม่ได้
ดังนั้นคนพวกนี้จึงถูกส่งกลับมาที่เมืองความหวัง เถียนมู่นึกไม่ถึงว่าตอนนี้พวกเขาจะไปเข้าร่วมสงครามอีกครั้ง
ข้างล่างนั้น กลางฝูงชนมีชายชราที่ขาขาดหนึ่งข้างตะโกนเสียงดังว่า “นี่เป็นสงครามล้างแค้นของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้! ตอนแรกคิดว่ายังสามารถรอได้อีกหน่อย ในเมื่อวันนี้มาถึงสงครามตัดสินแล้ว งั้นพวกเราก็จำเป็นต้องไป!”
“ขอแม่ทัพใหญ่เปิดประตูเมืองด้วย!”
“ขอแม่ทัพใหญ่เปิดประตูเมืองด้วย!”
กลุ่มคนไม่ถึงหนึ่งร้อยคนตะโกนประโยคนี้ออกมา
ชั่วพริบตาก็จมดิ่งในความเงียบ ทยอยเงยหน้ามองไปยังเถียนมู่
เถียนมู่เผยสีหน้าเต็มไปด้วยโทสะ ตำหนิว่า “สงครามใหญ่เริ่มต้นแล้ว! คนอย่างพวกนายแขนขาดขาขาด จะไปตายฟรีหรือไง?”
“เป็นตายไปด้วยกัน!”
“พวกนาย…”
เถียนมู่ขมวดคิ้ว ทางเมืองเทียนเหมินสถานการณ์เป็นอย่างไร ตอนนี้ยังไม่ชัดเจน
คนพวกนี้ต่างมีบาดแผลรุมเร้า ในเมื่อมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ให้พวกเขาถอยกลับ นั่นก็เพราะไม่อยากให้คนพวกนี้ไปตายฟรี…
ในตอนที่เถียนมู่ยังกำลังลังเล ถังซงถิงก็ตะโกนเสียงดังอีกครั้ง “แม่ทัพใหญ่! รุ่นพี่เถียน ให้พวกเราไปเถอะ! ชนะแล้วพวกเราจะไปตะโกนให้กำลังใจ ส่วนแพ้…พวกเราไม่อาจแพ้!”
“ต้องชนะ!”
มีคนตะโกนว่า “พวกเราไม่ได้ไปตายฟรี! ทำสงครามใหญ่ด้วยกัน มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ต้องชนะ! กวาดล้างเมืองเทียนเหมิน เป็นเกียรติยศทั้งชั่วชีวิตของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ รบกวนแม่ทัพใหญ่เปิดประตูเมืองให้ด้วย!”
เถียนมู่มองพวกเขาอยู่พักใหญ่ เนิ่นนานก่อนจะถอนหายใจ ตะโกนว่า “เปิดประตู!”
“แม่ทัพใหญ่!”
ด้านข้างนั้น สวีมู่ฟู่เผยสีหน้าเป็นกังวล
สงครามครั้งตัดสินเริ่มขึ้นแล้ว ตอนนี้เป็นช่วงที่อันตรายที่สุด หากสงครามระดับสูงส่งผลกระทบกับคนพวกนี้แทบจะตายอย่างไม่ต้องสงสัย
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ส่งผู้บาดเจ็บพวกนี้กลับเมืองความหวังก็เพราะไม่อยากให้พวกเขาทำสงครามต่อ
แต่ตอนนี้…
“เปิดประตูเมือง!”
สวีมู่ฟู่ฟังจบก็จนใจอยู่บ้าง ทำได้แค่เงียบเท่านั้น
ครู่ต่อมา ประตูเมืองก็เปิดออก
“ไป!”
ชายชราขาขาดตะโกนเสียงดัง ทะยานขึ้นอากาศไป ในฝูงชนนั้น หลายคนทะยานตัวขึ้นเช่นกัน มุ่งหน้าไปยังเมืองเทียนเหมิน
ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ ที่ไม่สามารถลอยได้ ตอนนี้ไม่สนใจแล้วว่าบาดเจ็บหนักแค่ไหน ทยอยพุ่งตัวไปอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อวานเจ้าเมืองเทียนเหมินพูดว่าจะทำสงครามระดับล่างระดับกลางต่อ พวกเขายังคิดว่าคงต้องรออีกระยะหนึ่ง ถึงจะเปิดสงครามตัดสิน
ดังนั้นถึงได้รับปากถอยกลับมายังเมืองความหวัง รออาการบาดเจ็บดีขึ้นค่อยเข้าไปแนวหน้าอีกครั้ง
ใครจะรู้ว่าเพิ่งกลับมา สงครามใหญ่ก็เริ่มขึ้นแล้ว
เวลานี้ทุกคนมีแค่ความคิดเดียว…ร่วมเป็นร่วมตายไปด้วยกัน!
แม้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะแพ้สงครามจริงๆ ก็ต้องตายที่นี่ด้วยกัน!
มาก็มาด้วยกัน ไปก็ต้องไปด้วยกัน!
สงครามนี้ พวกเขาไม่อยากพลาด ทั้งไม่อาจพลาดด้วย
หนี้แค้นหลายสิบปี วันนี้ควรจะจบได้แล้ว
เห็นคนกลุ่มนี้ออกไป บนกำแพงเมือง จู่ๆ เถียนมู่ก็คำรามออกมา!
มีแค่ความสามารถแล้วยังไง!
ขั้นเก้าแล้วยังไง!
ทหารพิการพวกนี้ยังสามารถเข้าสู่สงครามได้อยู่เลย แต่เถียนมู่ ขั้นเก้าอย่างเขายังคงทำได้เพียงเฝ้าอยู่ที่นี่ รอสงคราม
“สงครามต้องห้ามนั่น…ฉันก็ต้องไป!”
เถียนมู่กัดฟัน!
ครั้งนี้สงครามเทียนเหมิน ข้อจำกัดเยอะเกินไป ทำให้เขาอัดอั้นตันใจเหลือเกิน
สงครามต้องห้ามหลังจากนี้คงไม่มีข้อจำกัดมากมายอีกแล้ว เขาอยู่ขั้นเก้าตอนต้น ก็ควรได้ฆ่าเดรัจฉานพวกนี้เพื่อระบายความโมโหและความไม่ยุติธรรมหน่อย
เมืองเทียนเหมิน
เจี่ยวเพิ่งจะออกไป ฟางผิงก็เข้าสู่ห้องขนาดเล็กแล้ว
เขาเพิ่งเข้ามา ยอดฝีมือขั้นเจ็ดห้าคนก็ทยอยบุกจู่โจมมาหาเขา!
ห้าคนนี้ ในนั้นมีขั้นเจ็ดสูงสุดหนึ่งคน ตอนปลายสองคน ตอนกลางหนึ่งคนและตอนต้นหนึ่งคน
ความสามารถเช่นนี้ เทียบได้กับพวกหลิวพั่วหลูไม่ถืออาวุธวิเศษ
แน่นอนว่าพวกหลิวพั่วหลูมีอาวุธวิเศษในมือทุกคน หากทั้งสองฝ่ายประมือกันจริงๆ หลิวพั่วหลูสี่คนต้องชนะอย่างแน่นอน
ทั้งพวกเขาร่วมมือกันต่อกรกับขั้นแปดหนึ่งคน กลับถูกควบคุมไว้ได้แล้ว ฟางผิงเตรียมที่จะสกัดขั้นแปดคนเดียวไว้นานแล้วเช่นกัน
แม้ห้าคนร่วมมือกันจะแข็งแกร่ง แต่ฟางผิงก็ไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย!
เดิมทีทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้สนทนาอะไรกัน ฟางผิงเข้ามาแล้วก็ตรงดิ่งไปหาขั้นเจ็ดตอนต้นคนนั้นทันที
ยอดฝีมือขั้นเจ็ดพวกนี้ ด้านหนึ่งหวาดกลัวความแข็งแกร่งของพลังจิตใจฟางผิง อีกด้านหนึ่งก็โอบกอดความคิดที่จะฆ่าให้ได้
ชั่วพริบตาที่พลังจิตใจห้าสายปรากฏ ก็ไม่ได้พุ่งเป้าไปยังฟางผิง แต่หลอมเข้าสู่ร่างกายตัวเอง บนร่างปะทุพลังขึ้นมา หลังจากนั้นก็ล้อมบุกเข้ามารอบทิศทาง
ห้าคนนี้ล้วนมาจากเมืองเยาขุย รู้ใจกันดีอยู่แล้ว
ทั้งเพราะมาจากเมืองเยาขุยทั้งหมด ถึงได้มารวมตัวกัน ชั่วพริบตานั้นจึงถูกฟางผิงกักขังไว้
ภายใต้การร่วมมือของห้าคน ฝีมือจึงไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
ฟางผิงเพิ่งเข้าใกล้ขั้นเจ็ดตอนต้นคนนั้น ห้าคนก็เข้ากันอย่างดี ปรับเปลี่ยนเคลื่อนย้ายตำแหน่ง ครู่ต่อมาข้างหน้าฟางผิงก็ปรากฏเป็นยอดฝีมือขั้นเจ็ดสูงสุดคนนั้น
“ฆ่าเขา!”
บนร่างคนๆ นี้ปรากฏแสงสีทองอ่อนๆ หมายความว่าหลอมกะโหลกไปไม่น้อยแล้ว
เสียงคำรามดังขึ้น คนอื่นๆ สี่คนระเบิดพลังฟ้าดินในเวลาเดียวกัน ร่วมมือกันจู่โจมไปยังหัวของฟางผิง!
พลังฟ้าดินห้าสายปะปนด้วยพลังจิตใจที่แข็งแกร่ง กดดันจนฟางผิงชะงักไปเล็กน้อยเช่นกัน ชั่วพริบตานั้นพลังฟ้าดินก็ระเบิดบนหัวของเขา
เปรี้ยง!
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ใบหน้าของฟางผิงปริแตกทันที แต่ชั่วพริบตา บนหัวฟางผิงก็ประกายสีทองระยิบระยับ ฟื้นฟูเป็นปกติทันที
“ต่อเลย!”
ฟางผิงทิ้งคำพูดนี้ไว้ ร่างมาปรากฏขึ้นด้านข้างขั้นเจ็ดตอนต้นคนนั้นอีกครั้ง สองมืออยู่ในท่าจับ ก่อนจะคว้าที่ข้อมืออีกฝ่าย
ถูกฟางผิงคว้าไว้ อีกฝ่ายยังจะมีโอกาสหนีได้ยังไง ดิ้นรนอย่างหนักอยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าไม่อาจหนีได้
คนๆ นี้ก็ตัดสินใจอย่างฉับไว เกิดเสียงดังกรอบ หักแขนตัวเองไปตรงๆ แขนอยู่บนมือฟางผิงก็ระเบิดขึ้น
“สกัดเขาไว้!”
มีคนตะโกนขึ้น ยอดฝีมือสามคนอื่นๆ ก็เข้าประชิดร่างฟางผิงทันที ล้อมเข้ามาจากสามทิศทาง
ขั้นเจ็ดตอนต้นคนที่หนีออกไป บนร่างนั้นพลังพวยพุง ตะโกนว่า “พวกเจ้าสกัดเขาไว้! ข้าจะโจมตีจิตไม่แตกดับของเขา!”
ตอนนี้ฟางผิงที่ถูกสกัดตัวไว้ ยังต้องแบ่งสมาธิมาควบคุมพลังจิตใจ
เวลานี้เป็นช่วงที่ตัวแทนพลังจิตใจอ่อนแอที่สุดเช่นกัน
คนๆ นี้พูดจบก็ปรากฏประตูซานเจียว พลังฟ้าดินระเบิดขึ้นกลายเป็นกระบี่ยักษ์เล่มหนึ่ง ฟันไปยังห้องขนาดเล็ก
ห้องขนาดเล็กสั่นสะเทือนยกใหญ่ ด้านข้างนั้น ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดสูงสุดคนนั้น ตอนนี้ก็ปรากฏพลังจิตใจขึ้นมา เริ่มจู่โจมตัวแทนพลังจิตใจของฟางผิงเช่นกัน
ขอแค่ทะลวงตัวแทนพลังจิตใจได้ นอกจากสามารถหนีจากห้องขังนี้แล้ว ยังสามารถทำให้จิตไม่แตกดับของอีกฝ่ายบาดเจ็บหนัก นี่ก็คือแผนของพวกเขา
คล้อยหลังจากที่ห้องขนาดเล็กสั่นคลอน ฟางผิงก็ใบหน้าซีดเผือด กลับไม่สนใจอะไร คว้าแขนขั้นเจ็ดตอนกลางคนหนึ่งไว้อีกครั้ง ระเบิดเสียงคำราม ฉีกแขนของอีกฝ่ายออกตรงๆ
“หมัดหมัวเหอ!”
แขนที่ฉีกออกของอีกฝ่าย ฟางผิงใช้หมัดขนาดใหญ่สีทองชกระเบิดเปรี้ยงออกไป!
ระดับสูงประมือกัน อาจไม่ใช่การต่อสู้ทางพลังจิตใจเสมอไป เคล็ดวิชาต่อสู้ไม่มีแบ่งสูงต่ำ เคล็ดวิชาต่อสู้ที่สามารถใช้ได้ก็ถือเป็นเคล็ดวิชาต่อสู้ที่ดีแล้ว