ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 616-3 ฉันมีห้องสีทองแห่งหนึ่ง (3)
ตอนที่ 616 ฉันมีห้องสีทองแห่งหนึ่ง (3)
ห้องขนาดเล็กสั่นสะเทือนอยู่พักใหญ่ คนอื่นๆ ต่างอยู่ใกล้กัน การระเบิดตัวเองครั้งนี้ ทุกคนต่างได้รับผลกระทบ
ขั้นเจ็ดตอนปลายสองคนก็กระอักเลือดเช่นกัน ขั้นเจ็ดสูงสุดคนนั้นบนร่างปรากฏแสงสีทองอ่อนๆ
ด้านฟางผิง แสงสีทองเข้มข้นกว่าเขาเป็นร้อยเท่า แม้ฟางผิงจะกระอักเลือดเหมือนกัน กลับหัวเราะขึ้นมา
“ระเบิดตัวเองให้หมดสิ! ชีวิตแลกชีวิต ดูสิว่าใครจะจบเห่ก่อนกัน”
ในสถานที่ใหญ่แค่นี้ ไม่ว่าใครที่ระเบิดตัวเองล้วนกระทบถึงทุกคน
ทั้งเทียบการป้องกันและความเร็วในการฟื้นฟูแล้ว คนพวกนี้ยังห่างไกลจากเขา
หากระเบิดตัวเองหมดจริงๆ ฟางผิงยังประหยัดเวลาได้ด้วยซ้ำ
สามคนที่เหลือล้วนเผยสีหน้ามืดมน!
นี่ยังจะสู้ยังไงอีก?
ทะลวงพลังจิตใจไม่ได้ ระเบิดตัวเองทำลายศัตรู อีกฝ่ายก็ฟื้นฟูได้ไว พวกเขาไม่มีความสามารถนี้
ฟางผิงปากบอกว่าสบายๆ ในใจกลับกินด่าอย่างบ้าคลั่ง เพื่อไล่ตามความเร็วนี้ ต้องสิ้นเปลืองค่าทรัพย์สินอย่างมหาศาล!
เขาสิ้นเปลืองพลังทำลายล้างในการโจมตี สิ้นเปลืองพลังทำลายล้างในการฟื้นฟูบาดแผล ยังต้องทำให้ตัวแทนพลังจิตใจเสถียร…ทุกวินาทีล้วนสิ้นเปลืองค่าทรัพย์สินจำนวนมาก
ค่าทรัพย์สินกว่าหกสิบล้านจุด ลดหลั่นไปอย่างรวดเร็ว รอกำจัดสามคนนี้แล้ว ยังไม่รู้ว่าจะเหลือเท่าไหร่อีก
แม้ในใจจะเจ็บปวด ฟางผิงยังคงไม่ชักช้า ใช้เงินสามารถกำจัดศัตรูได้ งั้นก็ใช้!
ยังไงครั้งนี้ทั้งหมดทั้งมวลก็ใช้ค่าทรัพย์สินไปนับไม่ถ้วนแล้ว!
คำนวณออกมา รางวัลที่ได้จากแดนรบราชาในครั้งก่อน แทบจะใช้หมดเกลี้ยงแล้ว
“กำจัดพวกนายแล้ว ฉันจะไปกำจัดคนของเมืองเยาขุยต่อ!”
ฟางผิงตะโกนเสียงดัง หดห้องขนาดเล็กอีกครั้ง สี่คนแทบจะเบียดเข้าด้วยกัน ฟางผิงไม่ส่งเสียงอีก ใช้ทั้งหมัดและเท้า เริ่มประชิดตัวสู้ขึ้นมา!
มีความสามารถก็ระเบิดตัวเองสิ!
อยู่รวมกันแล้ว การป้องกันของใครอ่อนด้อย คนนั้นก็ตายก่อน
สงครามของระดับสูง ต่อสู้ผลลัพธ์แบบนี้ออกมา เกรงว่าจะเป็นครั้งแรกเช่นกัน
สี่คนต่อสู้ประชิดในพื้นที่ไม่ถึงสามตารางเมตร ฟางผิงสิ้นเปลืองพลังทำลายล้างอย่างบ้าคลั่งเพื่อโจมตีและฟื้นฟู สามคนของเมืองเยาขุยไม่ได้มีสิทธิพิเศษแบบนั้น
ไม่นานขั้นเจ็ดตอนปลายคนหนึ่งก็ถูกฟางผิงฉีกทึ้งแขนสองข้าง กะโหลกถูกทะลวงเป็นรู เลือดกระจายเต็มหน้าผากราวกับวิญญาณอาฆาต
ฟางผิงไม่คิดจะหยุดพัก พุ่งหัวชนเข้าไป ปะทะกับกะโหลกของอีกฝ่ายจนเกิดเสียงแตกดังลั่น
มาถึงขั้นนี้แล้ว อีกฝ่ายก็ไม่ลังเลอีก ระเบิดพลังจิตใจตัวเองโดยตรง
แม้ทุกคนจะบาดเจ็บหนัก แต่คนตายไปแล้ว บางทีเจ้าหมอนี่อาจจะต้านไม่ไหวก่อนก็ได้
คนๆ นี้ระเบิดตัวเองแล้ว อีกสองคนก็ยิ่งบาดเจ็บหนักกว่าเดิม
ฟางผิงหัวชาหนึบไปเช่นกัน พลังจิตใจเขาแข็งแกร่งไม่เท่าอีกฝ่าย ขั้นเจ็ดตอนปลายระเบิดตัวเอง ถึงกระทั่งสามารถทำให้ขั้นสูงสุดบาดเจ็บหนักได้
ทั้งเป็นเพราะเขาใช้สสารไม่แตกดับเติมเต็มห้องนี้ไว้ล่วงหน้า ไม่งั้นเวลานี้เขาคงบาดเจ็บหนักเช่นกัน
ฟางผิงยังอนาถขนาดนี้ อีกสองคนคงไม่ต้องพูดว่าอนาถขนาดไหน
ระเบิดอยู่ด้านข้างเขา หนียังหนีไม่ได้
ทั้งสองคนแทบไม่รู้ว่าจะด่าไอ้คนที่ตายไปดีหรือเปล่า พอจนเห็นฟางผิงเปล่งสีทองบนร่างอีกครั้ง…ทั้งสองคนก็หมดหวังแล้วจริงๆ
สสารไม่แตกดับไร้จำกัด!
สิ้นเปลืองถึงตอนนี้ ยอดฝีมือขั้นแปดก็สิ้นเปลืองไม่ไหวเหมือนกัน อีกฝ่ายยังคงมีไม่จบไม่สิ้น นี่ยังจะสู้ยังไงได้?
ภายใต้การระเบิดของหลายคน กระทั่งตัวแทนพลังจิตใจอีกฝ่ายยังไม่สามารถโจมตีได้ ไม่ใช่ขั้นอารยะ กลับต่อกรยากยิ่งกว่าขั้นอารยะ!
อีกฝ่ายประมือกับขั้นแปดน่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ แต่ประมือกับขั้นเจ็ดอย่างพวกเขา กลับยากต่อกรยิ่งกว่าขั้นแปดเสียอีก
ในเวลาเดียวกับที่สองคนที่เหลือในห้องสิ้นหวัง ข้างนอกนั้น สองคนที่ถูกเหยาเฉิงจวินสกัดก่อนหน้านี้ก็สิ้นหวังเหมือนกัน!
พวกเขาร่วมมือกันก็พอฟัดพอเหวี่ยงกับเหยาเฉิงจวินได้เท่านั้น
แต่ไม่นานพวกเขาก็พบว่าประเมินมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ผิดไปจริงๆ ตอนที่ยอดฝีมือที่เพิ่งทะลวงด่านสองคนนั้นเข้ามา เดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจผู้ฝึกยุทธ์ที่เพิ่งทะลวงด่านเท่าไหร่
แต่เรื่องจริงกลับพิสูจน์ว่าขั้นเจ็ดที่เพิ่งทะลวงด่าน…อาจไม่ใช่ผู้อ่อนแอเสมอไป
หลี่หานซงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะราวกับสั่นสะเทือนไปทั้งฟ้า!
ใครก็ไม่รู้ว่าเจ้าหมอนี่หัวเราะอย่างเบิกบานขนาดนี้ทำไม! แต่ไม่นาน ทุกคนก็รู้แล้ว
บนร่างของเจ้าหมอนี้ปรากฏเกราะสีทองอร่ามตัวหนึ่ง เกราะทั้งตัว ปกปิดทุกส่วน
ดังนั้นเจ้าคนที่สวมเกราะจึงพุ่งเข้าหาผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดสองคนโดยตรง!
พุ่งชนอย่างไม่มีความกลัวเกรง!
เสี้ยวพริบตานี้ หลี่หานซงราวกับวัวบ้า ไม่ออกกระบวนท่าใหญ่ เอาแต่พุ่งชนไปข้างหน้าอยู่ตลอด!
ขั้นเจ็ดสองคนระเบิดกระบวนท่าใหญ่ ปะทุพลังฟ้าดิน ระเบิดชุดเกราะของเขาตัวนั้น ทำได้เพียงสร้างระลอกคลื่นเล็กน้อย ไม่นานก็ถูกหลี่หานซงเมินเฉย
“เกราะวิเศษแม่ทัพ!”
หลี่หานซงระเบิดหัวเราะ ตะโกนเสียงดังว่า “ทะลวงได้นับว่าพวกนายร้ายกาจ! นี่เป็นเกราะวิเศษที่สร้างจากขั้นสุดยอดถึงกระทั่งสูงกว่านั้น!”
เหยาเฉิงจวินและหวังจินหยางที่กำลังบุกโจมตีเข้ามา ล้วนเผยสีหน้าหมดคำพูด
นายอย่าตั้งชื่อเกราะขึ้นมาเรื่อยเปื่อยได้หรือเปล่า?
หลี่หานซงไม่สนใจพวกเขา เกราะอยู่กับตัว ร่วมกับกระดูกทองที่ฟื้นฟู ตอนนี้พลังป้องกันของเขาเทียบได้กับขั้นแปดจริงๆ แล้ว
ภายใต้การปะทะตรงๆ ขั้นเจ็ดสองคนที่ถูกชนแทบจะกระเด็นลอยไม่หยุดหย่อน
ไม่นานหลี่หานซงก็คว้าตัวคนหนึ่งได้ ตะโกนว่า “จู่โจมเลย!”
ประโยคนี้พูดกับพวกเหล่าหวัง
หวังจินหยางได้ยินก็ไม่เกรงใจ ในมือปรากฏคันธนูสงครามสีเลือดขึ้นมา คำรามเสียงดังก่อนจะระเบิดศรออกไป ไอสังหารที่ยากจะจินตนาการพุ่งไปยังทั้งสองคน!
เหยาเฉิงจวินไม่ชักช้าเช่นกัน หอกยาวแหวกผ่าอากาศตรงดิ่งไปยังหัวของอีกฝ่าย
เปรี้ยง!
สามคนร่วมมือกัน เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง
ต้นไม้นับไม่ถ้วนข้างล่างป่าราชันเจี่ยวถูกระเบิดออก กลางอากาศ หลี่หานซงลอยกระเด็นไปหลายพันเมตร คนที่ถูกเขาคว้าตัวไว้ก่อนหน้านี้หายไปไม่เห็นเงาแล้ว
หลี่หานซงเอ็ดด่าว่า “ลงมือโหดเหี้ยมอะไรขนาดนี้! โดยเฉพาะเหล่าเหยา เจ้านั่นของนายสามารถฉีกทึ้งพลังจิตใจได้ เกือบจะฉีกทึ้งฉันแล้ว!”
ระหว่างที่พูดก็กินด่าต่อ “เหล่าหวังอีกคน นายทำอะไร? ธนูของนายพุ่งออกมา ทำไมฉันรู้สึกว่าปราณของฉันยังถูกสูบไปด้วยล่ะ…”
ทั้งสองคนคร้านจะสนใจเขา ชั่วพริบตาก็ไล่ตามไปยังคนสุดท้ายที่หนีไปทันที
หลี่หานซงเห็นแบบนั้นก็ตะโกนว่า “ไม่ช่วยฟางผิงหรือไง!”
หวังจินหยางอดไม่ไหวอยู่บ้าง “ฆ่าเจ้าหมอนี่ก่อนค่อยไปช่วย!”
“งั้นก็ง่ายๆ! มาสิ!”
สิ้นเสียง บนร่างหลี่หานซงก็เปล่งแสงสีทองอร่าม พุ่งออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ แสงสีทองปะทุอยู่ข้างหลัง หัวอยู่ข้างหน้าฝ่าอากาศพุ่งชนไปยังขั้นเจ็ดที่กำลังหนีคนนั้น
เปรี้ยง!
หลี่หานซงยิงตัวเองแทนกระสุนปืนใหญ่ พุ่งไปอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาก็ชนกับอีกฝ่าย
พลังงานระเบิดกลางอากาศ หวังจินหยางและเหยาเฉิงจวินก็ไม่สนใจว่าหลี่หานซงจะอยู่ในนั้นหรือเปล่า ทั้งสองคนต่างออกกระบวนท่าอีกครั้ง
หลังจากนั้นสักพักหนึ่งหอกหนึ่งศรก็พุ่งเข้าไปในพลังงานที่ยุ่งเหยิง
ไม่นานหลี่หานซงก็เดินสะบัดหัวออกมา เอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า “ครั้งหน้าอย่าทำฉันอีกเลย อีกฝ่ายตายแล้ว ฉันก็จะตายกับพวกนายเหมือนกัน”
เจ้าสองคนนี้เดิมทีก็ไม่สนใจเขา บอกว่าออกกระบวนท่าก็ออกเลย เกือบจะบดขยี้เขาไปด้วยแล้ว
หวังจินหยางแค่นหัวเราะว่า “การป้องกันของนายเป็นที่หนึ่งไม่ใช่หรือไง?”
หลี่หานซงกระอักกระอ่วน ฉันแค่พูดไปอย่างนั้น ยังคิดเป็นจริงจัง
เหยาเฉิงจวินไม่สนใจเขา มองไปรอบๆ เอ่ยอย่างรวดเร็ว “ช่วยใครดี?”
“ไปช่วยพวกผู้เฒ่าหลิว!”
เวลานี้ห้องขนาดเล็กหายไปแล้ว ฟางผิงเดินออกมาด้วยร่างชุ่มเลือด กัดฟันว่า “กำจัดแล้ว! ไป ไปช่วยพวกอาจารย์ด้วยกัน กำจัดขั้นแปดคนนั้น!”
สี่คนไม่ชักช้าอีก บุกไปตำแหน่งที่พวกหลิวพั่วหลูอยู่อย่างว่องไว
ทั้งตอนนี้ระดับสูงทั้งหมดต่างรับรู้ถึงความผิดปกติได้! กลิ่นอายและกลุ่มก้อนพลังงานของขั้นเจ็ดเก้าคนหายไปแล้ว!