ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 620-3 คนเลวได้ร้องทุกข์ก่อน (3)
ตอนที่ 620 คนเลวได้ร้องทุกข์ก่อน (3)
ในเวลาเดียวกัน ชั่วพริบตาที่ต้นเทียนเหมินตาย ยอดฝีมือบางส่วนก็รับรู้
เมืองเยาขุย
เจ้าเมืองเยาขุยสีหน้าดูไม่ได้ ก่อนหน้านี้อารยะขั้นแปดสองคนของเขา
กลับมาได้หนึ่งคนก็ทำให้เขาปวดหัวแล้ว
ผลปรากฏว่าขั้นแปดคนนี้เพิ่งจะกลับมา เยามู่ก็ตายแล้ว
ชั่วพริบตานี้เจ้าเมืองเยาขุยก็อดถอนหายใจไม่ได้ ครั้งนี้เกิดความคาดหมายเขาจริงๆ แล้ว
ในเมือง ดอกทานตะวันขนาดใหญ่ต้นนั้น ตอนนี้ก็ลำต้นไหวเอนไม่หยุดหย่อน
พลังจิตใจสั่นสะเทือน เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ตายแล้ว!
พืชปีศาจผู้แข็งแกร่งต่างนับเป็นเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์
เขตแดนเจ็ดทางใต้ เผ่าพืชพิทักษ์มีพืชปีศาจขั้นเก้าหกตน
ตอนนี้ตายไปหนึ่งตนแล้ว
ทั้งการตายของเยามู่ หมายถึงการสูญสิ้นของเมืองเยามู่
นับแต่นี้เป็นต้นไป เมืองเยาขุยก็จะกลายเป็นเมืองด้านหน้าที่ต้องต่อสู้กับเมืองความหวัง
ชั่วพริบตานี้ ขั้นเก้าทั้งสองของเมืองเยาขุยก็รู้สึกซับซ้อนอย่างยิ่ง
ไม่ใช่แค่เมืองเยามู่ถูกทำลาย สงครามนี้เมืองเยาขุยสูญเสียอารยะไปหนึ่งคน
ขั้นแม่ทัพอีกหกคน ถือว่ารากฐานเสียหายเช่นกัน
“มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้…”
เจ้าเมืองเยาขุยพึมพำ ผลลัพธ์ของสงครามครั้งนี้เกรงว่ากระทั่งราชาไหวยังอาจคาดไม่ถึง
เขารู้สึกซับซ้อน นอกเมืองกลับมีเสียงกู่ร้องดีใจ
ผู้เฒ่าฟ่านใช้ภาษาถ้ำใต้ดินรายงานผลการรบอีกครั้งแล้ว!
เวลานี้เมืองที่ใหญ่อย่างเยาขุย คนนับล้านกลับไม่กล้าส่งเสียง
ขั้นราชาตายแล้ว! เทพผู้พิทักษ์มู่ของเมืองเยามู่นึกไม่ถึงว่าจะตายแล้ว!
นี่สำหรับเมืองเยาขุยที่ทำสงครามกับมนุษย์แล้ว
ถูกทำลายขวัญกำลังใจจนไม่อาจจินตนาการได้
เจ้าเมืองเยาขุยรับรู้ถึงความรู้สึกอึมครึมที่มาจากในเมืองเช่นกัน
ไม่ใช่แค่คนทั่วไป กระทั่งแม่ทัพพวกนี้ ตอนนี้ก็สับสนอยู่บ้าง
เผ่าพืชปีศาจหกเมือง ก่อตั้งในเขตแดนเจ็ดทางใต้มาหลายร้อยปี
วันนี้พังพินาศไปหนึ่งเมืองแล้ว ไม่มีพืชปีศาจผู้พิทักษ์
แม้ราชามู่จะไม่ตาย ก็ไม่มีวันฟื้นคืนกลับมาได้แล้ว พวกเขารับรู้ได้แล้ว
เขาต้านสมุทร
จางเทาและราชาสงครามก็สัมผัสได้เช่นกัน
พลังจิตใจของราชาไหวถูกทำลาย พวกเขากลับไม่ใช่
ตอนนี้ราชาไหวที่อยู่ตรงข้ามเผยสีหน้าเยือกเย็น
เหตุไม่คาดฝันในเขตแดนเจ็ดทางใต้ เขายังสัมผัสไม่ได้
เวลานี้ราชาไหวขุ่นเคืองอย่างยิ่ง มองไปทางพวกจางเทาอย่างเยียบเย็น
“ราชานักรบ พวกเจ้าผนึกเขตแดนเจ็ดทางใต้ หมายความว่ายังไง?
หากดินแดนแห่งการเกิดใหม่มีผู้แข็งแกร่งเข้าร่วมสงคราม ข้าไม่อาจรู้เรื่องอะไรสักอย่าง
ข้าจะมั่นใจได้ยังไงว่าพวกเจ้าไม่ได้โกง?”
จางเทาเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “เขตแดนเจ็ดทางใต้ยังมีขั้นเก้าเยอะขนาดนั้นหรือไง
เอาความคิดแบบนี้มาจากไหน? หลายครั้งที่นายแทรกแซงกลางทาง
คนที่ทำลายกฎก็คือนาย ในเมื่อนายยินดีเดิมพัน นั่นก็ต้องยินดีที่จะยอมรับความพ่ายแพ้
นายแพ้ก็ดี ฉันแพ้ก็ดี ให้พวกเขาคลี่คลายกันเอาเอง
จะเป็นทั้งผู้ตัดสิน ทั้งลงสนามด้วยตัวเอง ราชาไหว นี่ก็คือเหนือราชาถ้ำใต้ดิน?”
ราชาไหวแววตาวาบวาว ฟื้นฟูท่าทีเป็นปกติ เอ่ยเนิบช้า “ได้ ข้าไม่แทรกแซงแล้ว
งั้นก็ให้ราชาชิงหลางตรวจสอบดู!”
ด้านข้าง ชายผอมบางคนหนึ่งแต่งแต้มรอยยิ้มบนใบหน้า เอ่ยขึ้นว่า
“ราชานักรบ ราชาสงคราม เขตแดนเจ็ดทางใต้เป็นอาณาเขตของข้า
พวกเจ้าไม่ให้ราชาไหวหยั่งเชิงก็แล้วไป กระทั่งข้ายังจะขัดขวาง หรือคิดว่าข้ารังแกได้?”
จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ราชาหลางพูดอะไรกัน?
แค่ไม่อยากให้ราชสำนักหมื่นปีศาจเกิดความเข้าใจผิดต่อมนุษย์อย่างพวกเราเท่านั้น
หากราชาหลางยินดีเป็นผู้ตรวจสอบให้ งั้นย่อมไม่มีปัญหา
กลัวก็แต่ว่าราชาหลางจะเผลอควบคุมตัวเองไม่อยู่ จะลงสนามเอง
ให้เจ็ดเมืองสัตว์ปีศาจเข้าร่วมด้วย… นั่นก็ทำลายไมตรีต่อกันแล้ว”
ราชาชิงหลางเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ครั้งนี้เป็นเดิมพันส่วนตัวของพวกเจ้าและราชาไหว
ข้าย่อมไม่อาจแทรกแซงได้ แต่เขตแดนเจ็ดทางใต้ เรื่องที่ควรจะรู้
ข้ายังจำเป็นต้องเข้าใจให้ชัดเจน”
“ก็แน่นอนอยู่แล้ว…” แม้ปากจางเทาจะพูดไปอย่างนั้น กลับชักช้าอืดอาดไม่เปิดผนึกออก
ตอนนี้พวกอูขุยซานยังกำลังไล่ฆ่าเจ้าเมืองเทียนเหมิน เขารับรู้ได้
คนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้อยากฆ่าเจ้าเมืองเทียนเหมินมาโดยตลอด เขาก็รู้เหมือนกัน
ครั้งนี้ไม่ฆ่าเจ้าเมืองเทียนเหมิน เกรงว่าจะยากแล้ว
หากราชาชิงหลางตรวจสอบเรื่องราวอย่างละเอียดแล้วแจ้งข้อมูลกับราชาไหว
งั้นราชาไหวต้องเลือกยอมแพ้ เจ้าเมืองเทียนเหมินก็ไม่อาจฆ่าได้แล้ว
ทำได้แค่ต้องถ่วงเวลาอีกหน่อย! จางเทาครุ่นคิดเรื่องพวกนี้ในใจ
ปากยังคงถกเถียงกับพวกราชาชิงหลางไม่หยุดหย่อน
อย่างมากก็ถ่วงเวลาได้สิบกว่านาทีเท่านั้น ถึงเวลานั้นสองคนนี้น่าจะสงสัยแล้ว
จะสามารถฆ่าเจ้าเมืองเทียนเหมินก่อนจบเดิมพันครั้งนี้ได้หรือเปล่า คงต้องดูที่โชคแล้ว
สงครามครั้งนี้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้สังหารพืชปีศาจขั้นเก้าไปหนึ่งต้น
ทำลายเมืองเทียนเหมินเกือบราบคาบ ก็เหนือความคาดหมายของจางเทาแล้ว
หากฆ่าอีกฝ่ายไม่ได้จริงๆ… คงทำได้เพียงสิ้นสุดสงคราม
ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องแตกหักกันอย่างสิ้นเชิง
เขายังวางแผนจะสังหารยอดฝีมือในเมืองต้องห้ามพวกนั้นอยู่
ตอนนี้แตกหักกัน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงจากราชาไหว
เรื่องราวหลังจากนี้ก็ไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้นแล้ว
“อูขุยซาน… ให้เวลานายอีกสิบนาที ฆ่าเขาไม่ได้ ฉันก็อับจนหนทางแล้ว”
จางเทาลอบถอนหายใจ ไม่ฆ่าเจ้าเมืองเทียนเหมินที่เป็นมือสังหารลูกสาว
ปมในใจของอูขุยซานคงแก้ไม่ออก
พันธนาการนี้ยังอยู่ ถึงขั้นตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดของขั้นเก้า
ปมแบบนี้เกรงว่าจะทำให้เกิดอุปสรรคอันใหญ่หลวง
เช่นเดียวกับหลูเฟิ่งโหรวที่ไม่อาจหลอมสารจิงกับเลือดสำเร็จสักที
ปมในใจหนักเกินไป ความยึดติดลึกซึ้งเกินไป ไม่ใช่เรื่องดี
ระหว่างที่จางเทาถ่วงเวลา จุดนี้แม้ว่าอูขุยซานจะไม่รู้ก็พอจะเดาได้
เขารู้ว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเขา ตอนนี้ฆ่าเจ้าเมืองเทียนเหมินไม่ได้
ราชาไหวไม่อาจละทิ้งชีวิตขั้นเก้าคนหนึ่งไปได้ง่ายๆ
เห็นว่าสถานการณ์ใหญ่ถูกกำหนดแล้ว แม้ราชาไหวจะคิดพลิกตัว
ก็คงรู้ว่าไม่มีโอกาสแล้วเช่นกัน หยุดการเดิมพันลง
เจ้าเมืองเทียนเหมินก็สามารถปลีกตัวได้แล้ว
ข้างหน้าข้างหน้าเจ้าเมืองเทียนเหมินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้มาถึงขอบเขตของเมืองเยาเฟิ่งแล้ว
เมืองเยาเฟิ่ง
เจ้าเมืองเยาเฟิ่งและปีศาจเยาเฟิ่งขนาดใหญ่ตัวหนึ่งทะยานขึ้นอากาศ แผความเกรงขาม
ไกลออกไปนั้น เจ้าเมืองเยาเฟิ่งตะโกนว่า “หยุดเดี๋ยวนี้!
สงครามของเมืองเทียนเหมินและมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เป็นแค้นส่วนตัวของเหนือราชา
ไม่เกี่ยวกับข้า! บุกเข้าเมืองเยาเฟิ่งโดยพลการ
งั้นก็อย่าโทษที่พวกเราทำลายกฎของเหนือราชา!”
ข้างหน้านั้นเจ้าเมืองเทียนเหมินตะโกนเสียงดัง “ราชาเฟิ่ง!
ข้าขอผ่านทางหน่อย ไม่อาจให้เมืองเยาเฟิ่งติดร่างแห!”
เจ้าเมืองเยาเฟิ่งขมวดคิ้ว เทพมู่ของเมืองเทียนเหมินตายแล้ว เขารับรู้ได้เหมือนกัน
ราชามู่จะหนีแล้วเขาก็รู้ เป็นเจ้าเมืองเขตแดนเจ็ดทางใต้เหมือนกัน
แม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกัน แต่ยังไงราชามู่ก็ยังเป็นคนของเขตแดนเจ็ดทางใต้
เวลานี้ผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ไล่ฆ่าราชามู่ ตกลงตัวเองจะให้ผ่านทางดีหรือเปล่า?
ราชามู่เดินผ่านทางเมืองเยาเฟิ่ง ความหมายนั้นเขาเข้าใจ
ก็คือให้ตัวเองถ่วงเวลาพักหนึ่ง รอเหนือราชาถ่ายทอดคำสั่ง
แต่ตอนนี้เหนือราชายังไม่ถ่ายทอดคำสั่ง ตัวเองจะเข้าไปกวนน้ำขุ่นนี้งั้นเหรอ?
เห็นว่าเจ้าเมืองเทียนเหมินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นอกประตูเมือง
จู่ๆ อูชวนก็ระเบิดความเกรงขามขึ้นมา!
เวลานี้เจ้าเมืองเทียนเหมินตกใจจนหน้าถอดสี เอ่ยอย่างโมโห “พวกเจ้ากล้า!”
ฝีมือของอูชวนแข็งแกร่งกว่าอูขุยซานไม่น้อย ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่ผู้บังคับการกองตั้งมั่น
จุดนี้เจ้าเมืองเทียนเหมินเข้าใจดี เขายังเคยประมือกับอูชวนหลายครั้ง
อูชวนที่เป็นผู้บังคับการกองตั้งมั่นทางใต้เข้าถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ประมือกับเขาหลายครั้งแล้ว
แต่ตอนนี้อูชวนไม่ได้อยู่ในขบวนทัพของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้
อูชวนเอ่ยอย่างเยือกเย็น “เจ้าข้ามอาณาเขต! สงครามอยู่บริเวณเมืองเทียนเหมิน
ขั้นสุดยอดยังไม่ถ่ายทอดคำสั่ง นั่นก็หมายความว่าสงครามยังไม่สิ้นสุด
นายข้ามอาณาเขต นั่นเป็นการทำลายกฎ ฉันก็มีเหตุผลให้ฆ่านายแล้ว!”
“เจ้า…” เจ้าเมืองเทียนเหมินโมโหอย่างหนัก!
ในใจเดือดดาลสุดขีด หรือราชาไหวยังไม่ค้นพบความผิดปกติ?
หรือจะพูดว่า… ราชาไหวจะให้เขาเสียสละชีวิตตัวเองจริงๆ? หรือว่าถูกสกัดไว้?
แต่ไม่ว่าจะยังไงราชาไหวยังไม่ถ่ายทอดคำสั่ง หมายความว่าสงครามยังไม่จบจริงๆ
ตอนนี้อูชวนจะใช้เหตุผลที่เขาข้ามอาณาเขตฆ่าเขา…
เห็นอูชวนระเบิดพลัง ในมือยังมีอาวุธวิเศษขั้นเก้า เจ้าเมืองเทียนเหมินก็โมโหในใจ
หากอูชวนไม่มีอาวุธวิเศษขั้นเก้าในมือ เขายังกล้าสู้สักตั้ง
แต่อีกฝ่ายมีอาวุธวิเศษ… หากลงมือกับเขา เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ข้างหลังยังมีพวกราชาอสรพิษกำลังไล่ตามมาอีก
ทอดมองเจ้าเมืองเยาเฟิ่งไปแวบหนึ่ง เห็นเขาไม่มีความคิดจะช่วยเหลือ
ในใจเจ้าเมืองเทียนเหมินยิ่งเดือดดาล
ถ้าเวลานี้เจ้าเมืองเยาเฟิ่งพูดออกมาว่าจะสกัดอูชวนให้ เขาคงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร
ต่อให้อูชวนแข็งแกร่งแค่ไหน ขั้นเก้าเมืองเยาเฟิ่งทั้งสองก็เพียงพอให้สกัดเขาแล้ว
“สารเลว!”
เจ้าเมืองเทียนเหมินโมโหอย่างยิ่ง กลับไม่คิดหยุดยั้ง ไม่นานก็อ้อมทางแทน
มุ่งหน้าไปยังเขตทะเลหวงห้าม เขาเพิ่งจะออกไป พวกอูขุยซานก็ตามมาถึง
ไม่ได้พูดพิธีรีตองกับอูชวน ทั้งสองคนไม่คิดหยุดพัก
ไล่ตามเจ้าเมืองเทียนเหมินไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาไปแล้ว สัตว์ปีศาจสามตัวก็ตามมาถึง
ตอนที่สัตว์ปีศาจสามตัวนี้เห็นอูชวนก็ระแวดระวังขึ้นมาอยู่บ้าง
รอจนเห็นเจ้าเมืองเยาเฟิ่งและปีศาจเยาเฟิ่ง จู่ๆ เจี่ยวก็คำรามออกมาหลายเสียง!
อูชวนรับรู้ได้ว่าสัตว์ปีศาจขั้นเก้าของเมืองเยาเฟิ่งตัวนั้นชะงักนิ่งไปเช่นกัน
เจ้าเมืองเยาเฟิ่งหน้าเปลี่ยนสี ตะโกนว่า “ราชาปีศาจเขาทอง ป่าร้อยอสูรจะฆ่าราชามู่
ข้าไม่รู้เรื่องราวภายใน ไม่อาจตัดสินใจได้! เรื่องนี้ข้าคิดว่ายังต้องระวัง…”
เขาพูดไม่ทันจบ เจี่ยวก็คำรามเสียงดัง พาสัตว์ปีศาจสองตัวออกไป
เจ้านี้เพิ่งเข้ามาก็คำรามกับปีศาจเยาเฟิ่งขั้นเก้าตัวนั้น
ให้มันช่วยป่าร้อยอสูรไล่ฆ่าราชามู่ที่ลอบสังหารผู้ส่งสาสน์ของพวกเขา
คนเลวได้ร้องทุกข์ก่อนอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้เจ้าเมืองเยาเฟิ่งยังอยากพูดต่อสักหน่อย
ป่าร้อยอสูรเข้าร่วมสงครามตัดสินของเหนือราชาไม่ใช่เรื่องดี
เวลานี้ปีศาจเขาทองยังกำลังไล่ฆ่าอีก นี่จะล่วงเกินราชาไหวเกินไปแล้ว
แต่ได้ยินว่าเจ้าหมอนี้จะฆ่าราชามู่ที่ลอบสังหารผู้ส่งสาสน์…
เจ้าเมืองเยาเฟิ่งก็ไร้คำจะโต้ตอบ แม่งเอ๊ย จริงหรือเปล่า?
ราชามู่ปัญญาอ่อนหรือไง? ฆ่าผู้ส่งสาสน์ของป่าร้อยอสูรเนี่ยนะ?
ครั้งก่อนก็ทะเลาะกันใหญ่โต ต่อสู้กับป่าร้อยอสูร ครั้งนี้ยังฆ่าผู้ส่งสาสน์อีก?
เขาคิดว่าราชามู่ไม่ได้โง่ขนาดนั้น แต่… แต่สัตว์ปีศาจขั้นอารยะสามตัวตางมั่นใจ
ยอมล่วงเกินราชาไหวเพื่อไล่ฆ่าอีกฝ่าย ยังตัดสินใจได้ยากว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า
หรือเพราะเหตุไม่คาดฝัน เผลอกำจัดผู้ส่งสาสน์ไป?
ผู้ส่งสาสน์โง่ขนาดนั้นเชียว ขั้นเก้าประมือกันยังจะเข้าไปในวงล้อมอีก?
แม้จะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เห็นปีศาจเขาทองไปแล้ว เขาจึงโล่งใจไป
ช่างเถอะ ไม่สนใจแล้ว สัตว์ปีศาจเทพผู้พิทักษ์ก็คือเผ่าสัตว์ปีศาจ
มีความสัมพันธ์อันดีกับพื้นที่ต้องห้าม ก่อนหน้านี้ปีศาจเยาเฟิ่ง
ไม่อาจปฏิเสธได้ ยังดีที่ปีศาจเขาทองไปแล้ว มิเช่นนั้นเรื่องนี้คงเป็นปัญหา
เจ้าเมืองเยาเฟิ่งสงสัยอยู่ในใจ อูชวนกลับใบหน้าแข็งทื่อ
เขาพอจะรู้ความหมายของบทสนทนาจากทั้งสองฝ่าย
…สัตว์ปีศาจตัวนี้… เจ้าเล่ห์จริงๆ!