ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 641 วิหารว่านหยวน (1)
ในวิหารว่านหยวน
ประตูใหญ่ถูกปิด ทั้งหมดจึงตกอยู่ในความมืด
แต่ไม่นาน เหยาเฉิงจวินไม่รู้ว่าทำอะไร ชั่วพริบตานั้น
วิหารก็สว่างไสวขึ้นมา
หลี่หานซงเอ่ยอย่างแปลกใจ “นายบอกว่าทำได้แค่เปิด
ปิดประตูไม่ใช่หรือไง? ตอนนี้ยังทำงานเสริมได้อีก?”
เหยาเฉิงจวินถลึงตาใส่เขา “ฉันเพิ่งสัมผัสครั้งแรก ให้
ควบคุมในช่วงเวลาสั้นๆ เป็นเรื่องยาก นานแล้วน่าจะสามารถ
ควบคุมได้ทั้งหมด”
พวกฟางผิงกลับไม่สนใจสองคนนี้อีก ทยอยออก
ไปสำ รวจรอบๆ
นี่เป็นวิหารใหญ่ที่ทอดยาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแห่งหนึ่ง
วิหารสองฝั่งด้านข้างแบ่งกระจายเป็นห้องเล็กๆ บอกว่า
เล็ก แค่ประตูของห้องพวกนี้ก็สูงสี่ห้าเมตรแล้ว
กำแพงของห้องเล็กๆ พวกนี้ราวกับคริสตัลฟางผิงมองอยู่สักพัก จู่ๆ ก็เอ่ยว่า “นี่…พวกนายสังเกต
ได้หรือเปล่า?”
ฉินเฟิ่งชิงพยักหน้าระรัว เอ่ยด้วยสีหน้าประหลาดใจ “นี่
ไม่ใช่วิหารว่านหยวนอะไรนั่น นี่มันห้องฝึกวิชาแหล่งพลังงาน
ของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ชัดๆ?”
ฟางผิงเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง “ถูกต้อง รูปแบบและ
โครงสร้างนี้…เหมือนกับห้องฝึกวิชาแหล่งพลังงานไม่ใช่หรือไง
? แบ่งเป็นห้องๆ เพื่อแยกฝึกวิชา แต่ห้องฝึกวิชาของ
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ดูด้อยกว่าอยู่บ้าง…”
ฟางผิงพูดจบก็ลองซัดฝ่ามือใส่กำแพงห้องหนึ่ง
ไม่มีความเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
“สุดยอด!”
ฟางผิงร้องอย่างตื่นตะลึง มองไปทางเหยาเฉิงจวินว่า
“สร้างด้วยพลังจิตใจ?”
เขาหลอมร่างทองสำ เร็จแล้ว ซัดฝ่ามือออกไปส่งๆ อาวุธ
โลหะผสมระดับ A ก็ผิดรูปได้เหมือนกัน
แต่กำแพงที่ราวกับคริสตัลนี้แทบไม่ขยับเขยื้อนหอกทลายจิตของเหยาเฉิงจวิน น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ
พลังจิตใจเช่นกัน
“ไม่แน่ใจ”
เหยาเฉิงจวินส่ายหัวว่า “อาจจะใช่ ทั้งอาจจะเพิ่มอย่าง
อื่นเข้ามาด้วย ส่วนวิหารว่านหยวนหรือว่าห้องฝึกวิชาก็
ไม่แน่ใจเหมือนกัน ห้องฝึกวิชาของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้
อาจจะสร้างตามวิหารว่านหยวน ยังไงพวกรัฐมนตรีจางก็
น่าจะเคยมาที่นี่ สร้างตามคงไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
ห้องฝึกวิชาตกจัดวางอย่างเรียบง่าย ใช้คริสตัลพลังงาน
จำ นวนมากสร้างห้องฝึกวิชาพลังงานแยกออกมา ป้องกัน
ไม่ให่พลังงานเล็ดรอดออกไปข้างนอก ไม่ได้มีจุดที่พิเศษจน
เกินไป
สาเหตุที่พูดว่าเหมือนก็คือห้องเล็กพวกนี้ เป็นกำพง
คริสตัลทั้งหมด ให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับพวกฟางผิงอยู่บ้าง
ฟางผิงลูบคางว่า “อย่าบอกนะว่าอาจจะเป็นห้องฝึกวิชา
จริงๆ ไม่งั้นนายจะว่างสร้างของที่ใช้เก็บต้นกำเนิดแบบนี้
หรือไง? เว้นเสียแต่นายจะรู้ว่าทุกคนต้องตาย ไม่งั้นสร้างวิหารที่ใหญ่ขนาดนี้แค่เพื่อเก็บรักษาของพวกนี้ ว่างเกินไปหรือเปล่า
? หากเป็นห้องฝึกวิชากลับยังเป็นไปได้ เหล่าเหยา นายลองดู
ให้ละเอียดอีกที มีระบบถ่ายทอดพลังงานอะไรอยู่หรือเปล่า”
ทุกคนต่างเป็นยอดฝีมือระดับสูง ไม่ใช่คนไร้
ประสบการณ์ ครั้งแรกที่เห็นห้องเล็กๆ พวกนี้ก็เชื่อมโยงเข้ากับ
ห้องฝึกวิชาแล้ว
พลังจิตใจของเหยาเฉิงจวินเริ่มแทรกซึมออกมา
ไม่ขาดสาย พวกฟางผิงก็ลองดูเช่นกัน ไม่มีประโยชน์ แทบ
ไม่อจทะลวงผ่านได้
มีแค่เหยาเฉิงจวินเท่านั้น วิหารใหญ่แห่งหนึ่งเหมือนจะ
ไม่ได้ต่อต้านเขา
มีโอกาสสูงที่เหยาเฉิงจวินจะเป็นคนสร้างที่นี่ โอกาสสูง
มากจริงๆ
ทั้ง
เกรงว่าวิหารว่านหยวนอาจจะจัดอยู่ในระดับสูง อาวุธ
ทั่วไป รวมถึงอาวุธวิเศษ ถ้าไม่มีเจ้าของมานาน น่าจะลืม
จิตวิญญาณทั้งหมดไปนานแล้ว สิ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณก็คือการที่เจ้าของใช้พลังจิตใจบ่มเพาะในอาวุธวิเศษให้มีชีวิตขึ้น
มาเล็กน้อย
ฟางผิงใช้อาวุธวิเศษ คนอื่นใช้อีกที นั่น
จะมีความแตกต่างอยู่บ้างแล้ว
แต่หากมียอดฝีมือบางคนลบร่องรอยที่ฟางผิงทิ้งเอาไว้
นั่นก็ไม่มีการคงอยู่ของความแตกต่างนี้อีก เรื่องนี้เหล่าจา
งมีประสบการณ์มาก่อน
ทั้ง
ยอดฝีมือตายไปหลายปี ร่องรอยที่ทิ้งไว้ตอนมีชีวิตอยู่
ก่อนหน้านี้คงสูญสลายไปแล้วเช่นกัน
วิหารใหญ่หลังนี้ไม่รู้ว่ามีอายุกี่ปีแล้ว นึกไม่ถึงว่าร่องรอย
ที่เหล่าเหยาทิ้งไว้ยังอยู่ วิหารใหญ่ยังคงมีปฏิกิริยา นี่ก็ไม่ง่าย
แล้ว
เหยาเฉิงจวินใช้พลังจิตใจสำ รวจอยู่พักหนึ่ง ผ่าน
ไปสักพักก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เหมือนจะมี อยู่ที่หลังคา!”
ทุกคนเงยหน้าขึ้นไปมอง
วิหารใหญ่ค่อนข้างสูง ประมาณด้วยสายตา ความสูง
อย่างน้อยน่จะสิบเมตรได้เพดานโค้งมีลักษณะเป็นคริสตัลแวววาว ราวกับ
มีของเหลวกำลังไหลเวียนอยู่ ระยิบระยับจนทำให้คนลานตา
ไปหมด
จ้องอยู่สักพัก จู่ๆ ฉินเฟิ่งชิงก็กระโดดขึ้นไป ชกหมัด
เปรี้ยงออกมา
ปัง!
เกิดเสียงดังลั่น เพดานโค้งนั้นไม่มีการเคลื่อนไหวแม้แต่
ย้อบ
ฉินเฟิ่งชิงเห็นแบบนั้นยังคงไม่ยอมแพ้ ไม่ได้โจมตีอีก แต่
เข้าไปใกล้กับเพดานโค้ง ลองลูบเล็กน้อยแล้วก็ใช้หูเงี่ยฟัง
ก่อนจะดมอีกที…
ท่าทางนี้ทำให้หลี่หานซงถึงกับออกปากชม เอ่ยหยอกว่า
“ฉันบอกว่าเขาเป็นสุนัขเทพกลับชาติมาเกิด เขากลับไม่เชื่อ
เจ้าหมอนี้จมูกดีจะตายไป ต้องดมของดีได้แน่ ตอนนี้คงคิดจะ
เปิดเพดานดูว่ามีของดีอะไรหรือเปล่า”
กลางอากาศนั้น ฉินเฟิ่งชิงด่ากราดทันที “นายสิจมูกดี!
นี่เรียกว่าสัมผัสไว! เพดานน่าจะอยู่กลางอากาศ ในนั้นต้องมีอะไรสักอย่าง ของเหลวที่ไหลเวียนเหมือนจะเป็นพลังงาน
ของเหลว…บางทีอาจจะเป็นสสารไม่แตกดับ! ให้ตายเถอะ
เล่นใหญ่จริงๆ! เวลานั้นที่นี่น่าจะไม่ได้ตั้งใจสร้างเพื่อ
ใช้เก็บรักษาต้นกำเนิด มีโอกาสสูงที่จะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใน
การฝึกวิชามากกว่า เหมือนกับแม่น้ำไม่แตกดับของทางพื้นที่
ระหว่างเขตแดน ข้างบนเพดานบางทีอาจจะเป็นสสาร
ไม่แตกดับประเภทนั้น จัดสรรพลังงานให้ลูกศิษย์ของเหล่า
เหยาฝึกวิชา…”
เขาเพิ่งจะพูดจบ หวังจินหยางก็เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “บางที
เหล่าเหยาอาจจะเป็นแค่คนงาน?”
นายมั่นใจได้ยังไงว่านี่เป็นวิหารของเหล่าเหยา?
เมื่อก่อนเขาอาจจะเป็นช่างฝีมือสร้างอาวุธหรือเครื่องใช้
ในวิหารแห่งนี้ก็ได้?
ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยอย่างดูแคลน “คนที่สร้างวิหารแบบนี้ได้
เป็นช่างฝีมือ? นี่อย่างน้อยก็ต้องเป็นฝีมือของขั้นสุดยอด บ้าน
นายใช้ขั้นสุดยอดเป็นช่างฝีมือหรือไง?”
“นั่นพูดยาก”“…”
พวกเขาถกเถียงกันอยู่พักใหญ่ ฟางผิงหมดคำจะพูดอยู่
บ้าง ตอนนี้เหล่าหวังปากเก่งขึ้นแล้ว?
ไม่สนใจพวกเขา ฟางผิงตะโกนว่า “เข้ามา ห้องข้างนอก
พวกนี้มีบันทึกอักษรบางอย่างอยู่ พวกนายมาดูสิ”
ทุกคนทยอยเข้าไปมุงดู
ระหว่างที่ฟางผิงมองก็เอ่ยไปด้วย “นี่คือตัวอักษรข่าย
ซู[1]? บางตัวอักษรฉันไม่รู้จัก พวกนายมาดู”
พวกเขาเผยสีหน้าดูแคลนยกใหญ่
รวมถึงฉินเฟิ่งชิงและหัวเหล็กด้วย
คนไม่รู้หนังสือ!
ไร้อารยธรรม!
นึกไม่ถึงว่ากระทั่งตัวอักษรข่ายซูยังไม่รู้จัก นายยังจะ
เป็นราชาสวรรค์อีก?
ไม่อายบ้างหรือไง?
ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ แม้จะเป็นหัวเหล็กที่ดูทึ่มทื่อ ก็ยังคง
ศึกษาตัวอักษรโบราณอยู่บ่อยๆฟางผิงใบหน้าดำคล้ำ แม่งเหอะ สองปีนี้ฉันมีเวลา
ไปเรียนของพวกนี้ที่ไหนกัน?
ตัวอักษรจ้วนซูก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่รู้จัก เจ้าพวกนี้ก็ไม่ได้
คุ้นเคยมากมาย แต่จะว่าไปแล้ว เขายังคุ้นเคยน้อยกว่าจริงๆ
ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยเสียงดังว่า “จะไม่กล่าวสะบัดสำ นวนกับ
นายละกัน อธิบายให้ง่ายๆ เจ้าของห้องคริสตัลหลังนี้มีชื่อว่า
ประสกอวิ๋นซาน น่าจะเป็นนามแฝง ไม่ได้บอกชื่อที่ชัดเจน คน
ของหวายหนาน…นี่คือการแบ่งเขตปกครองของราชวงศ์ถัง?
อาศัยในอวิ๋นซาน อวิ๋นซานอยู่ที่ไหนไม่แน่ชัด ค้นหาในคัมภีร์
โบราณอาจจะรู้ก็ได้ เป็นเจ้าของอารามอวิ๋นซาน ผู้ฝึกยุทธ์ขั้น
เชื่อมจิต…”
“เดี๋ยวก่อน!”
ฟางผิงขมวดคิ้ว “ขั้นเชื่อมจิต?”
หลี่หานซงอธิบายว่า “ก็คือขั้นเจ็ด ขั้นเจ็ดพลังจิตใจ
ปรากฏ ในสมัยโบราณเรียกว่าขั้นเชื่อมจิต หมายความว่า
อาศัยพลังจิตใจในการฝึกวิชา ขั้นแปด สมัยโบราณเรียกว่าขั้น
ร่างทอง ขั้นเก้าเรียกว่าขั้นเทพแท้ ขั้นเก้ากลายสภาพสมจริงปรากฏเส้นทางต้นกำเนิด นั่นถึงเป็นยอดฝีมือจอมปีศาจอย่าง
แท้จริง ในคัมภีร์โบราณบันทึกตำนานของจอมปีศาจไว้
บางส่วน ยอดฝีมือขั้นเก้าแทบจะไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้…”
ฟางผิงพยักหน้าว่า “เรื่องนี้ฉันรู้ ฉันเคยเห็นมาก่อน
เหมือนกัน ตอนแรกฉันก็เคยพูดไปแล้ว พวกผู้บังคับการอู๋
อ่อนแอ เป็นขั้นเก้าปลอมๆ ไม่รู้ว่าในสมัยโบราณ ต่ำกว่าขั้น
สุดยอดลงไปจะไม่นับว่าเป็นขั้นเก้าจริงๆ หรือเปล่า
ความแตกต่างมากเกินไป”
ทุกคนทยอยมองไปยังเขา!
เอาเรื่องจริงๆ!
คำพูดนี้ของเจ้านี้เหิมเกริมจริงๆ ยังพูดว่าอู๋ชวนเป็นขั้น
เก้าปลอม ไม่กลัวว่าอู๋ชวนรู้เข้าจะมาซ้อมเขาตายหรือไง?
“พูดต่อ!”
ฟางผิงไม่สนใจพวกเขา ให้ฉินเฟิ่งชิงแปลให้อีก
ฉินเฟิ่งชิงไม่คิดจะดูแคลนเขาแล้ว เอ่ยต่อว่า “อันที่จริงก็
ไม่มีอะไรแล้ว เรื่องราวชีวิตไม่มีอะไรโดดเด่น เอ๋…ยังโม้ไว้ด้วยเคยฆ่ามังกรชั่วตัวหนึ่งในแถบหวายหนาน นี่น่าจะเป็นผลงาน
ที่โดดเด่นที่สุดในชีวิตเขาแล้ว”
ฟางผิงเอ่ยราวกับครุ่นคิด “อาจไม่ได้โม้เสมอไป สัตว์
ปีศาจถ้ำ ใต้ดินพวกนายเคยเห็นแล้ว พันปีก่อนประเทศจีนจะ
ไม่มีเผ่าปีศาจอาศัยอยู่เลยหรือไง? มีความเป็นไปได้! ถ้าหากมี
งั้นอีกฝ่ายฆ่าสัตว์ปีศาจที่คล้ายกับมังกรตัวหนึ่ง นั่นก็เป็นเรื่อง
ปกติเช่นกัน ยังไงก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดแล้ว พลังต่อสู้ไม่อาจ
อ่อนแอจนเกินไป จริงสิ ยังมีอย่างอื่นอีกหรือเปล่า?”
“ไม่มี มีแค่นี้แหละ”
————
[1]ตัวอักษรข่ายซู เป็นอักษรจีนมาตรฐานที่ใช้ในปัจจุบัน
เกิดขึ้นในสมัยปลายราชวงศ์ฮั่น