ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 643 ความคิดของขั้นสุดยอด (3)
ฟางผิงพยักหน้าเป็นอันดับแรก ก่อนจะถามว่า “งั้นแดนรบราชาและพื้นที่ระหว่างเขตแดนมีโอกาสของเหนือขั้นสุดยอดอย่างแน่นอนอย่างนั้นสินะครับ?”
“พูดยาก ทำได้แค่พูดว่ายังคงมีหวัง”
ราชาสงครามหัวเราะว่า “ดังนั้นรอพวกเธอกลายเป็นขั้นสุดยอดแล้ว อันที่จริงจะต้องเผชิญหน้ากับตัวเลือกหนึ่ง แต่ตอนนี้ดูแล้ว พวกจางเทาจะหลอกได้ดี พวกเธอคงจะเลือกได้แล้ว”
จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ราชาสงคราม จะพูดแบบนี้ไม่ได้ อะไรคือหลอกกัน? เรื่องจริงพิสูจน์ทุกอย่างแล้ว ความรุ่งโรจน์ของยุคสมัยใหม่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างหนึ่งเหมือนกัน อีกอย่างในเมื่อผู้อาวุโสพูดขนาดนี้แล้ว งั้นฉันก็แค่เสริมอีกหน่อย คุณคิดว่า หลังจากกลายเป็นขั้นจักรพรรดิแล้วจะกำราบถ้ำใต้ดินได้ ทำให้มนุษยชาติไม่ต้องลำบากเพราะสงครามอีก แต่พูดให้เห็นความเป็นจริงหน่อย เมืองเจิ้นซิงมีผู้อาวุโสหลายคนที่ไม่ได้คิดแบบนี้ ดังนั้นพวกเราทำได้แค่เดินในเส้นทางของพวกเราเอง พึ่งใครไม่สู้พึ่งตัวเอง”
พูดจบ ก็มองไปทางพวกฟางผิง “เรื่องบางอย่างที่ราชาสงครามพูดกับฉันและทุกคนในวันนี้ พวกเธอฟังไว้ก็พอ ไม่ถึงขั้นสุดยอด พวกเธอไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้วุ่นวาย หากถึงวันนั้นจริงๆ พวกเธอจะตัดสินใจเลือกเอง ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้”
พูดถึงตรงนี้ ราชาสงครามก็เอ่ยว่า “เป็นแบบนั้นจริงๆ”
พูดจบก็เอ่ยต่อว่า “มีอะไรอยากถาม ถามตอนนี้ได้เลย หากพูดได้ ฉันจะพิจารณาตามเหตุการณ์ไป ส่วนวิหารว่านหยวน ตอนนี้พวกเธอไม่อาจเอาไปได้ พวกเรายังจำเป็นต้องใช้”
ฟางผิงได้ยินว่าถามได้ก็เอ่ยอย่างกระตือรือร้นทันที “ผู้อาวุโส ปีนี้คุณอายุเท่าไหร่เหรอครับ?”
“…”
ราชาสงครามใบหน้าแข็งทื่อ จางเทาตำหนิเช่นกัน “ถามเรื่องสำคัญ อย่างเช่นสถานการณ์ของพื้นที่ระหว่างเขตแดน สถานการณ์ของสงครามเมื่อพันปีก่อน ความเป็นมาของพื้นที่ระหว่างเขตแดน ความเป็นมาของแดนรบราชา…เรื่องพวกนี้ ถามให้มากหน่อยได้!”
ไม่ใช่อะไร เพราะเขาก็ไม่ค่อยกระจ่างใจเหมือนกัน
เขาอายุน้อยเกินไป…นี่เป็นเรื่องจริง
ไม่ถึงเก้าสิบปี กลายเป็นขั้นสุดยอดได้ไม่นาน หลายปีมานี้ ตาเฒ่าพวกนี้ก็แทบไม่ได้บอกเรื่องเหล่านั้นกับเขา เขาจนใจอยู่บ้างจริงๆ
ใช้ชีวิตมานานเป็นเรื่องดี ดูคนเขาสิ ไม่ว่าอะไรก็รู้หมด ฉันแทบไม่รู้อะไรเลย
ตอนนี้ยังต้องยืมโอกาสนี้ หยั่งเชิงข้อมูลมาสักหน่อย
ฟางผิงเผยสีหน้าจนใจ ผมยังอยากจะถามบางเรื่องอยู่เลย
แต่ฟังจากความหมายของจางเทาแล้ว บางเรื่องไม่ควรถาม ยังไงก็พัวพันไปถึงความลับบางอย่างของขั้นสุดยอดำวหนี้ ถามไปอาจไม่ใช่เรื่องดี
ฟางผิงกดความอยากรู้อยากเห็นไว้ในใจ ทวนคำพูดของเหล่าจางออกมาอีกครั้ง
ราชาสงครามหลุดขำ เอ่ยเนิบช้าว่า “ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังอะไรเหมือนกัน แต่เรื่องมันยาวอยู่บ้าง ขี้เกียจพูดเท่านั้น เอาแบบนี้ละกัน หลายปีมานี้พวกเราก็ทำบันทึกบางส่วนไว้ อีกเดี๋ยวพวกเธอไปเองดูเถอะ ทางเขาต้านสมุทรไม่อาจจะออกมานานเกินไปได้…”
ระหว่างที่พูด ในมือราชาสงครามก็ปรากฏคัมภีร์หนังปีศาจขึ้นมากองหนึ่ง
“นี่เป็นบันทึกบางส่วนที่พวกเราทำขึ้นมาในระหว่างที่ว่าง รวมถึงการคาดเดาบางอย่างของพวกเราด้วย พวกเธอสามารถเอากลับไปดูได้ พยายามอย่าแพร่งพรายให้ข้างนอก บางเรื่องเผยแพร่ไปก็ไม่มีประโยชน์ ความสามารถไม่พอ รู้แล้วจะมีประโยชน์อะไร?”
คัมภีร์หนังปีศาจลอยมาอยู่ตรงหน้าฟางผิง ฟางผิงรีบรับไว้ กดความปรารถนาอยากจะเปิดอ่านลงไป ละล่ำละลักว่า “ขอบคุณผู้อาวุโสที่คลายความสงสัย!”
“รู้เรื่องราวบางอย่างก็เป็นเรื่องดี พวกเธอมีโชคอยู่กับตัว หลายปีมานี้พวกเรามีแรงกดดันอย่างหนัก รู้มาก แรงกดดันก็มาก คนปกติอาจรับไม่ได้เสมอไป”
ระหว่างที่ราชาสงครามพูด สุดท้ายก็มองไปทางเหยาเฉิงจวินอีกครั้ง “ฝีมือแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้หน่อย สามารถมาวิหารว่านหยวนอีกได้ ในเพดานนั้นมีของบางอย่างอยู่ พวกเราไม่ได้ฝืนเปิดออก กลัวว่าจะทำลายวิหารว่านหยวน ถ้าใช้ประโยชน์ได้ดี วิหารว่านหยวนอาจจะช่วยคนบางส่วนเลื่อนขั้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้เธอยังด้อยไปอยู่บ้าง เกรงว่ายากที่จะทำได้ เมืองเจิ้นซิงไม่อาจครอบครองวิหารว่านหยวนไว้ตลอดเวลา จุดนี้ฉันสามารถรับประกันได้”
“สุดท้าย ฉันอยากฝากคำพูดไว้สักหน่อย…จางเทาไม่ใช่ของดีอะไร อย่าเอาอย่างเขา”
สิ้นเสียง ราชาสงครามก็หายวับไปจากที่เดิม
จางเทาสีหน้าไม่สะทกสะท้าน ส่วนในใจนั้นก่นด่าอะไร ไม่มีใครสนใจเช่นกัน
หลี่เจิ้นดูสีหน้าไม่ออก แต่คาดว่าคงจะดีใจไม่น้อย
จางเทาไม่ใช่ของดีอะไรจริงๆ
—
ราชาสงครามจากไปแล้ว พวกฟางผิงก็รู้เช่นกันว่าเรื่องราวเป็นอันสิ้นสุดลง
ราชาสงครามรับปากให้เมืองเจิ้นซิงช่วยเหลือสงครามถ้ำใต้ดินต้องห้าม ทั้งบอกบางเรื่องกับพวกเขา ฟางผิงอยากได้ข้อมูลบางอย่าง ราชาสงครามก็มอบให้เขาเช่นกัน
พูดได้ว่ามาเมืองเจิ้นซิงครั้งนี้ ภารกิจลุล่วงไปด้วยดี
นอกจากจะลุล่วงแล้ว ยังดีเกินคาดอีกด้วย
ฟางผิงค่อนข้างพอใจไม่น้อย ส่วนเหล่าจาง คาดว่าคงพอใจเช่นกัน ถ้าราชาสงครามไม่พูดเสียหายใส่เขา เขาน่าจะพอใจมากกว่านี้
เขาไปแล้ว จางเทาและหลี่เจิ้นก็ไม่ใช่คนว่างงานน
หลี่เจิ้นแทบไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรก็หายไปจากเบื้องหน้าทันที
จางเทากลับพูดส่งท้ายว่า “ถึงขั้นแปดขั้นเก้าแล้ว ค่อยมารับวิหารว่านซาน ตอนนี้ยากจะเก็บไป เอาไปก็ยังไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ อีกอย่างข้อมูลนั้นคัดลอกมาหนึ่งฉบับส่งมาที่กระทรวงการศึกษา”
ทิ้งคำพูดนี้ไว้ จางเทาก็หายไปอย่างรวดเร็ว
ผู้นำสิบสองตระกูลต่างมองหน้ากัน
ตอนนี้ยังคงเหนือความคาดหมายและตกตะลึงอยู่บ้าง
ครั้งนี้ราชาสงครามบอกหลายเรื่องให้กับพวกฟางผิง ถึงกระทั่งมีความหมายอธิบายอยู่บ้าง
สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะสัมผัสได้ว่าพวกฟางผิงเหมือนจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของเมืองเจิ้นซิงอยู่บ้าง
ราชาสงครามให้ความสำคัญพวกเขาถึงขนาดนี้?
“ผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่สมัยโบราณ…”
ชั่วพริบตานี้ ทุกคนก็ตระหนึกถึงจุดหนึ่งได้ พากันมองไปทางพวกฟางผิง
คนพวกนี้นึกไม่ถึงว่าจะไม่ใช่กลุ่มเดียวกับพวกฮุ่ยหง
“ผู้ฝึกยุทธ์สมัยโบราณอย่างแท้จริง…”
พวกเขากำลังตกตะลึง ฟางผิงก็ตกตะลึงเช่นกัน ผ่านไปสักพักจึงเอ่ยเสียงเบาว่า “เหล่าจาง…ไม่ได้รีดไถฉัน?”
หวังจินหยางไร้เรี่ยวแรง นี่นายถูกรีดไถจนชินแล้ว?
อีกอย่างครั้งนี้จางเทาเข้ามา เดิมทีก็ไม่ได้มารีดไถนาย แต่มาเพื่อขอให้เมืองเจิ้นซิงส่งคนไปช่วยทำสงคราม
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้นายยังมีของอะไรให้รีดไถอีก?
สงครามเมืองเทียนเหมินสิ้นสุดได้ไม่นาน เพิ่งจะรีดไถนายมาเป็นกอง ตอนนี้นายมาเมืองเจิ้นซิงได้รับไปเท่าไหร่ ยังไม่ทันเอาไปย่อยด้วยซ้ำ
ฟางผิงพึมพำแล้วก็ไม่ได้สนใจ
ข้อมูลในมือหายวับไปทันที ถูกเขาใส่ไว้ในช่องเก็บของแล้ว
ของพวกนี้สามารถเอามาได้อย่างง่ายดาย เหนือความคาดหมายเขาไม่น้อย
ครู่ต่อมา ฟางผิงเตรียมตัวจะกลับเมืองแล้ว จู่ๆ ก็คิดอะไรได้ หันไปเอ่ยกับผู้นำตระกูลทุกคนว่า “ผู้อาวุโสทุกท่าน เมื่อกี้ผู้น้อยใช้วาจาล่วงเกินไปบ้าง แต่คำพูดของราชาสงครามก็ทำให้ผู้น้อยได้เข้าใจอย่างกระจ่าง เส้นทางแตกต่าง เป้าหมายเป็นหนึ่งเดียว จุดนี้ก่อนหน้านี้ผมได้สัมผัสอย่างลึกซึ้งแล้วเหมือนกัน ผู้น้อยต้องขอโทษผู้อาวุโสทุกคนด้วย”
ฟางผิงเผยสีหน้านบน้อม นี่กลับทำให้พวกซูเฮ่าหรานรู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย
นับว่าเธอรู้ความ!
ฟางผิงขอโทษแล้ว ไม่นานก็เอ่ยว่า “นอกจากนี้ ผู้น้อยยังอยากไปหุบเขาอีกสักครั้ง…”
ทุกคนพากันระแวดระวังขึ้นมาทันที!
ฟางผิงอธิบายว่า “พวกเราอยากจะพูดคุยกับพวกผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่สักหน่อย ในเมื่อราชาสงครามและรัฐมนตรีบอกว่าให้ทิ้งวิหารว่านซานไว้ที่เมืองเจิ้นซิงก่อน งั้นพวกเราคงไม่เอาไปตอนนี้แน่!”
ซูเฮ่าหรานเอ่ยอย่างปวดหัวว่า “ฟางผิง เอาแค่พอเหมาะเถอะ! ก่อนราชานักรบจะจากไปก็แสดงสิทธิ์อย่างชัดเจนแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำๆ เรื่องพวกนี้พวกผู้อาวุโสมีการตัดสินใจแล้ว พวกเราก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน ส่วนพวกเธอ…”
เขาอยากพูดว่ารีบไสหัวไปเร็วๆ ซะ!
แต่ครุ่นคิดแล้วยังคงไม่เอ่ยออกไป ช่างเถอะ พวกเธออยู่อีกสักหน่อยก็ได้ จะได้ไม่ถึงกับบอกว่าพวกเราต้อนรับไม่ดีพอ
แต่ก่อนที่ฟ้าจะมืด เจ้าสารเลวพวกนี้ต้องรีบออกไป!
ไม่อาจอนุญาตให้พวกเขาค้างคืนที่นี่เด็ดขาด!
————–