ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 646-2
“สามระดับกลางก็มี!”
“ก็เป็นเงินไม่เท่าไหร่อยู่ดี!”
ฟางผิงโบกมือว่า “ยกเค้าตลาดมืด อันที่จริงแทบไม่มีของดีอะไร ทั้งสิ่งที่พวกเราต้องการไม่ใช่รายได้พิเศษ แต่เป็นการประมือกับผู้แข็งแกร่ง อย่าพูดว่ากำจัดผู้ฝึกยุทธ์ลัทธินอกรีตบางส่วนเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเลย กวาดล้างคนพวกนี้เป็นเรื่องที่แต่ละองค์กรกำลังอยู่เหมือนกัน อันที่จริงสิ่งที่ฉันสงสัยมาโดยตลอดคือใครเป็นนายใหญ่ของลัทธินอกรีตกัน? อย่างน้อยคงต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้า! ทั้งขั้นเก้าที่เปิดเผยของประเทศจีน ลบราชาขวานไปก็มีแค่สามสิบห้าคน แปดคนในเมืองเจิ้นซิง มีสามคนที่อยู่ในการจัดอันดับ งั้นขั้นเก้าทั้งหมดก็เป็นสี่สิบคนแล้ว! ประเทศจีนมีขั้นเก้าสี่สิบคน กลุ่มเป้าหมายไม่ใหญ่มาก...แต่ก่อนหน้านี้บอกว่าลัทธินอกรีตมีอยู่ทั่วโลก ประเทศจีนเป็นแค่พื้นที่สำคัญแห่งหนึ่งที่ลัทธินอกรีตเคลื่อนไหว น่าจะมีขั้นเก้าเคลื่อนไหวอยู่ทางนี้เหมือนกัน พวกนายอยากทายดูหรือเปล่าว่าในขั้นเก้าสี่สิบคนนี้ ใครเป็นนายใหญ่ของพื้นที่ในประเทศจีน? หรืออาจจะมีนายใหญ่เป็นขั้นสุดยอดไปเลยก็ได้?”
“ไม่สนใจ”
หลี่หานซงไม่สนใจเท่าไหร่ ส่งเสียงว่า “ไม่งั้นก็พักกันสักหน่อย ฝึกวิชาของตัวเองไป รอสงครามถ้ำใต้ดินต้องห้ามเปิดฉากแล้ว พวกเราค่อยมารวมตัวอีกที”
ฟางผิงเห็นพวกเขาไม่สนใจ เหมือนจะมีแค่ฉินเฟิ่งชิงที่สนใจ ชั่วพริบตานั้นก็หมดความสนใจทันที เอ่ยว่า “งั้นช่างเถอะ ช่วงนี้เหมือนลัทธินอกรีตก็ไม่ได้โผล่หัวออกมาเท่าไหร่ ไม่สนใจพวกเขาแล้ว หากฉินเฟิ่งชิงสนใจก็ไปยกเค้าตลาดมืดนั้นเองเถอะ พอดีเลย ถ้าผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ของเมืองเจิ้นซิงมาแล้ว ฉันจะได้อยู่วางแผนที่มหาวิทยาลัย”
—
พูดคุยกันไปตลอดทาง จวบจนฟ้ามืดแล้ว ทุกคนค่อยมาถึงเซี่ยงไฮ้
ระหว่างทาง เหล่าหวังหนีลงไปแล้ว
ในเรื่องนี้ฟางผิงคิดว่ายังมีความจำเป็นต้องเกลี้ยกล่อมเหล่าหวัง
มหาวิทยาลัยหนานเจียงอ่อนแอขนาดนั้น ละทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดไปก็จบแล้ว
แน่นอน เขารู้ว่าเหล่าหวังไม่มีทางตอบรับ สำหรับมหาวิทยาลัยหนานเจียง เขายังคงมีความรู้สึกผูกพันลึกซึ้ง
ยิ่งไปกว่านั้น หากฟางผิงเกลี้ยกล่อมให้เหล่าหวังละทิ้งหนานเจียงจริงๆ จางติ้งหนาน ผู้ว่าการมณฑลคนนี้ต้องมาหักคอฟางผิงอย่างแน่นอน
—
วันที่ 13 กันยายน
ทั้งมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ต่างรู้ว่าฟางผิงกลับมาแล้ว
ไม่ใช่อะไร บนหอคริสตัลทางใต้นั้นมีเงาคนๆ หนึ่งปรากฏขึ้น
ดวงอาทิตย์เพิ่งจะลอยพ้นขอบฟ้า ฟางผิงก็ยืนอยู่บนยอดหอคริสตัลแล้ว มองสำรวจไปรอบทิศทาง
ไม่นาน ร่างของอู๋ขุยซานก็ปรากฏขึ้น ถามว่า “ได้รับอะไรมาจากเมืองเจิ้นซิงบ้าง?”
“ไม่ได้รับอะไร”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อธิการ ทางเมืองเทียนหนานเรียบร้อยดีสินะครับ?”
“ใกล้แล้ว เหล่าหวงแนะนำว่าให้พานักศึกษาใหม่ไปเยี่ยมชมที่เมืองเทียนเหมิน เธอคิดว่าเป็นยังไง?”
“ให้นักศึกษาใหม่เข้าถ้ำใต้ดิน?”
ฟางผิงลังเลไปพักหนึ่ง ไม่นานก็พยักหน้าว่า “ได้! พาพวกเขาไปดูก็ดีเหมือนกัน ตอนแรกผมคิดว่าให้เด็กใหม่รออีกสักหน่อย แต่ตอนนี้บริเวณเมืองเทียนเหมินไม่มีศัตรูแล้ว สามารถเข้าไปได้ จะได้ทำให้พวกเขารู้ว่ามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ของเราเคยหลั่งเลือดต่อสู้มาหลายปีที่เมืองเทียนเหมินมาหลายปี บาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วนด้วย”
“ฟางหยวน จะให้เธอเข้าไปหรือเปล่า?”
อู๋ขุยซานถามหนึ่งประโยค ฟางผิงยิ้มเจื่อนๆ ว่า “อธิการ คุณต่างหากที่เป็นอธิการ จำเป็นจะต้องถามผมทุกเรื่องเลยหรือไง? คนไม่รู้ยังจะคิดว่าผมคอยเชิดหุ่นอยู่ข้างหลังคุณ…”
อู๋ขุยซานเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ไม่ใช่หรือไง?”
ฟางผิงเผยสีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยอย่างหนักแน่นว่า “ไม่ใช่แน่นอน!”
“งั้นเธอสร้างหอคริสตัลให้ฉันอีกสักหลัง เอาให้สูงกว่าของเธอหน่อย!”
ฟางผิง “…”
ตอนนี้ฟางผิงเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว อะไรที่เรียกว่าจิ้งจอกเฒ่า!
เขายังไม่ทันเอ่ยปาก เหล่าอู๋ก็เอ่ยต่อว่า “ไม่งั้นคนในมหาวิทยาลัยคงไม่คิดแบบนี้ โลกข้างนอกก็คงไม่คิดแบบนี้ ตอนนี้ฉันแทบไม่กล้าออกไปไหน ถ้าออกไป…คนอื่นพูดขึ้นมาว่า เหล่าอู๋ ได้ยินว่านายลาออกจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้แล้วเหรอ?”
อู๋ขุยซานถอนหายใจ “ขายหน้าไม่ได้จริงๆ! พูดอะไรไม่ได้ด้วย เธอว่าเป็นหลักการนี้หรือเปล่าล่ะ?”
ฟางผิงสีหน้าดำคล้ำ เอ่ยอึกอักว่า “งั้นความหมายของคุณคือ…”
“แหล่งแร่ของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ไม่เหมาะที่จะสร้างเป็นหอคริสตัล พื้นที่เธอกว้างขวาง สร้างเพิ่มอีกสักหน่อย ฉันคิดว่านะ ของระดับสูงสร้างหนึ่งหลังต่อหนึ่งคน แบบนี้เธอก็จะไม่สะดุดตาจนเกินไป เกินหน้าเกินตาจนเกินไป…”
ฟางผิงเผยสีหน้าเศร้าซึม ก็ฉันอยากโดดเด่น อยากเกินหน้าเกินตาน่ะสิ
นึกไม่ถึงว่าเหล่าอู๋ยังคิดจะแอบใช้แหล่งแร่ของตัวเอง!
มหาวิทยาลัยก็มีไม่ใช่หรือไง?
จำเป็นต้องทำแบบนี้ด้วย?
เขายังไม่ทันเอ่ยปาก เหล่าอู๋ก็เอ่ยต่อ “อีกอย่าง ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าจะมีผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ระดับสูงเข้ามา ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้องต้อนรับพวกเขาให้ทรงเกียรติ หลักการใช้ใจแลกใจ เธอน่าจะเข้าใจดี หอคริสตัลหลังหนึ่ง อันที่จริงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่หอคริสตัลที่สร้างบนแหล่งแร่ หอคริสตัลที่สามารถฝึกวิชาได้อย่างรวดเร็ว นอกจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ของพวกเรา ที่อื่นๆ ล้วนให้ไม่ได้! เธออย่าลืมว่าผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ อันที่จริงเป็นแค่กลุ่มหนึ่งของเมืองเจิ้นซิง ไม่ใช่ทั้งหมด โลกข้างนอกยังมีอีกบางส่วน แค่กลับเข้าสำนักเท่านั้น แต่สำนัก ความจริงยังสามารถดูดซับได้ ถ้าเธอสามารถผูกมิตรกับตาแก่จากแวดวงสำนักพวกนี้ได้ รัฐมนตรีต้องชื่นชมผลงานเธออยู่แล้ว ตาแก่พวกนี้ อันที่จริงค่อนข้างต่อกรยาก...แต่ตอนนี้พวกเขาฝึกวิชาอย่างลำบากเหมือนกัน บางคนสถานการณ์ภาพรวมถดถอยอย่างมาก แวดวงสำนักมีทั้งผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ที่เป็นพวกตาแก่และผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ที่อยู่ระดับสูง ฝีมือยังคงไม่อ่อนด้อย หากรวบรวมระดับสูงแวดวงสำนักทั่วประเทศได้ เกรงว่าคงไม่ต่ำกว่าห้าสิบคน! บางสำนัก สำนักเดียวมีคนแค่หยิบมือ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางและระดับล่างไม่ได้เยอะเท่าระดับสูง ระดับสูงพวกนี้ว่างจนไม่มีอะไรทำ ยอมที่จะนอนหลับดีกว่าจะออกจากเขา…”
ฟางผิงเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ “ความหมายของคุณ ผมเข้าใจ ใช้แหล่งแร่มาล่อคนพวกนี้ให้ติดกับสินะครับ?”
“ถูกต้อง ไปองค์กรต่างๆ ของรัฐบาล พวกเขาอาจไม่ยินยอมเสมอไป แต่ให้พวกเขามาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ฉันคิดว่ายังมีโอกาส”
อู๋ขุยซานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เธอไม่ใช่อยากให้หนึ่งมหาวิทยาลัยสยบหนึ่งถ้ำใต้ดินหรือไง? เธอยังไม่ถึงขั้นสุดยอด สามารถกำราบถ้ำใต้ดินได้? แต่ถ้าหนึ่งมหาวทิยาลัยมีระดับสูงเกือบหนึ่งร้อยคน! ขั้นเก้าเกินกว่าสิบคน งั้นก็มีความหวังกำราบถ้ำใต้ดินหนึ่งแห่งได้แล้ว! ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้เหลือแค่สิบสองเมือง ขั้นเก้ายี่สิบสี่คน แม้จะไม่มีขั้นสุดยอด พวกเราก็มีหวังกำราบถ้ำใต้ดินหนึ่งแห่งได้เหมือนกัน! ฟางผิง ปล่อยวางได้มากก็มีโอกาสได้รับมาก…”
ฟางผิงถอนหายใจอีกครั้ง เอ่ยว่า “คุณคิดจะสร้างหอคอยกี่หลัง?”
“แหล่งแร่สายนี้ของเธอ ยาวแค่ไม่ถึงร้อยเมตร แต่สามารถชักนำพลังงาน ขยายไปถึงรอบๆ แต่ก็ไม่ได้ติดกับเธอทุกด้าน แหล่งแร่ของมหาวิทยาลัยก็เหนี่ยวนำพลังงานได้เหมือนกัน”
อู๋ขุยซานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ฉันขอคำนวณก่อน สามสิบหลังน่าจะพอดีแล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของมหาวิทยัลยเซี่ยงไฮ้ เธอลองคิดดู หอคอยหนึ่งแห่ง ระดับสูงหนึ่งคน ช่างเป็นภาพที่งดงามอะไรอย่างนี้! ที่อื่นๆ สามารถทำได้หรือเปล่า? มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้สร้างหอคอยคริสตัลสามสิบหลัง มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงอยู่ทั้งหมด งั้นความเกรงขามของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ก็เพียงพอให้ระบือไกลไปทั่วโลกแล้ว!”
ฟางผิงได้ยินก็ฮึกเหิมขึ้นมา เอ่ยว่า “อธิการ ชื่อของเมืองเทียนเหมิน ควรจะเปลี่ยนสักหน่อยใช่หรือเปล่า?”
อู๋ขุยซานได้ฟังคำพูดนี้ก็ก่นด่นอยู่ในใจยกใหญ่
เจ้าเด็กนี้เสนอเงื่อนไขแล้ว!
นึกไม่ถึงว่าจะต้องการสิทธิ์ในการตั้งชื่อ…น่าไม่อาย!
แม้จะด่าแบบนั้น อู๋ขุยซานยังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เธอคิดว่าชื่ออะไรจะเหมาะสม?”
“เมืองผิง?”
เมื่อก่อนฟางผิงเคยเอ่ยที่หนานเจียงครั้งหนึ่งแล้ว ไม่มีคนสนใจเขา
ตอนนี้เป็นเมืองที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เป็นคนสร้างเอง คงได้แล้วสินะ?
“เมืองผิง…เปลี่ยนชื่อใหม่!”
อู๋ขุยซานคิดว่าชื่อออกจะตรงทื่อเกินไป คนโง่ยังรู้ได้ว่าฟางผิงเป็นคนตั้งขึ้นมา เขาไม่อายบ้างหรือไง?
“งั้นฟาง…”
“ไม่อนุญาตให้เอาชื่อตัวเอง!”
“เมืองหมัว(ปีศาจ) แบบนี้ได้แล้วสินะ!”
ฟางผิงกลอกตา “เมืองของถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ เมืองของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ แบบนี้คุณคิดว่ายังไง?”
อู๋ขุยซานครุ่นคิดพักใหญ่ ขานรับว่า “ได้! เมืองหมัวก็เมืองหมัว แม้จะรู้สึกเหมือนเป็นตัวร้ายอยู่บ้างก็เถอะ”
ฟางผิงไม่สนใจเขา ฉันตั้งปณิธานจะเป็นจอมราชาปีศาจ ทำไมถึงเป็นตัวร้ายไปซะได้?
เมืองหมัวหวัง (ราชาปีศาจ) จะยิ่งดีกว่านี้ แต่จะตรงเกินไป เมืองหมัวน่ะดีแล้ว
—————