ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 646
เสียงดังมาตลอดทาง พอถึงครึ่งทางแล้ว ฟางผิงค่อยตระหนักถึงเรื่องหนึ่งได้
“เหล่าฉิน ของล่ะ?”
“อะไร?”
“อย่ามาทำไขสือ ตกลงกันแล้ว!”
ฉินเฟิ่งชิงทำหน้ากลัดกลุ้ม ฟางผิงแทบไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง แค่รับปากว่าจะช่วยชดใช้ให้ตัวเองตอนแพ้เท่านั้น…
ประเด็นอยู่ที่ไม่ได้แพ้เลย!
ตอนนี้นึกไม่ถึงว่าจะแบ่งเอาครึ่งหนึ่งไป ทำใจไม่ได้อยู่บ้าง
“แค่อาวุธวิเศษชิ้นเดียว หญ้าจันทร์หม่นหนึ่งต้น…”
“ยังมีหินพลังงานพวกนั้นอีก!” ฟางผิงกล่าวเสริมหนึ่งประโยค
ฉินเฟิ่งชิงแทบจะกระอักเลือดออกมาแล้ว เอ่ยอย่างอัดอั้นว่า “นายมีแหล่งแร่ด้วยซ้ำไป!”
มีแหล่งแร่ใหญ่ถึงขนาดนั้น ของกระจ้อยร้อยแค่นี้นายยังจะหมายตาอีก?
ฟางผิงเอ่ยอย่างจริงจัง “เรื่องเงินต้องแบ่งแยกให้ชัดเจน ถ้านายแพ้ งั้นฉันก็ต้องควักน้ำแร่ชีวิตชดใช้ให้นาย ในเมื่อตกลงกันแล้ว แน่นอนว่าต้องแบ่งให้ถูกต้อง”
ได้บ้างดีกว่าไม่ได้อะไรเลย มีคนเกลียดเงินทองด้วยหรือไง
ฉินเฟิ่งชิงจนใจขึ้นไปอีก เอ่ยว่า “หินพลังงานให้นายทั้งหมด หญ้าจันทร์หม่นให้ฉัน อาวุธวิเศษ…”
“อาวุธวิเศษหนึ่งหมื่นล้าน หญ้าจันทร์หม่นห้าพันล้าน หินหลังงานหนึ่งจินต่อสามร้อยล้าน นายน่าจะได้ประมาณสิบจิน! แบบนี้ละกัน อาวุธวิเศษนับเป็นส่วนหนึ่ง หญ้าจันทร์หม่นและหินพลังงานนับเป็นอีกส่วนหนึ่ง นายจะเอาส่วนไหน?”
ฉินเฟิ่งชิงกลอกตา เอ่ยอย่างอับจนหนทาง “นายอ้วนบอกว่าเขาจะแบ่งไปส่วนหนึ่งเหมือนกัน!”
“งั้นฉันเอาหญ้าจันทร์หม่นก็พอแล้ว จะตัดสายสัมพันธ์กับนายอ้วนไม่ได้”
“แล้วฉัน…”
“นายอะไร ไม่ไหวก็ขายอาวุธวิเศษ เพียงพอให้นายฝึกวิชาแล้ว!”
ฉินเฟิ่งชิงอัดอั้นตันใจยิ่งกว่าเดิม โยนกล่องคริสตัลพลังงานให้ฟางผิง บ่นอุบอิบว่า “นายมันใจดำ! เงินเล็กน้อยแค่นี้ยังไม่คิดจะปล่อยไปอีก”
“เหลวไหล เงินห้าพันล้านนับเป็นเงินเล็กน้อยหรือไง? เงินห้าพันล้านบ้านนายคือเงินเล็กน้อย?”
ฟางผิงคร้านจะสนใจเขา เก็บหญ้าจันทร์หม่นแล้ว มองค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมาห้าแสนจุดก็รู้สึกดีไม่น้อย
แม้จะพูดว่าค่าทรัพย์สินแค่นี้ แทบไม่พอยาไส้ แต่ยังไงก็ยังคงเป็นเงิน
“ห้าพันล้าน...พอยาไส้…”
ฟางผิงพึมพำในใจ ตอนนี้เหิมเกริมขึ้นมาแล้ว
แต่ยังไงก็ต้องเอาการสิ้นเปลืองที่เหล่าฉินฝึกวิชาก่อนหน้านี้คืนมาให้ได้
ขนแกะยังต้องงอกจากร่างแกะ ก่อนหน้านี้เพื่อช่วยฉินเฟิ่งชิงก็สิ้นเปลืองไปไม่น้อย คงไม่อาจเอาแต่เสียอย่างเดียวได้หรอกมั้ง
ทรัพย์สิน : 198,600,000 จุด (เปลี่ยนแปลง)
ปราณ : 17,500 แคล (17,888 แคล)
จิตใจ : 2,100 เฮิรตซ์ (2,199 เฮิรตซ์)
พลังทำลายล้าง : ?? (??)
หลอมกระดูก : 177 ชิ้น (100%) , 29 ชิ้น (90%)
ช่องเก็บของ : 100 ตารางลูกบาศก์เมตร (+)
ม่านพลังงาน : หนึ่งจุดต่อนาที (+)
เลียนแบบกลิ่นอาย : สิบจุดต่อนาที (+)
ค่าทรัพย์สินสองร้อยกว่าล้านก่อนหน้านี้ ฟางผิงเสียไปสี่สิบห้าล้านเพื่ออัปเกรดช่องเก็บของ ใช้ไปอีกห้าล้านเพื่อซ่อมแซมตัวแทนพลังจิตใจ
หลายวันนี้เขายังสิ้นเปลืองกับการหลอมร่างทองไปไม่น้อย ลดลงไปสองร้อยล้านอีกครั้ง
“ช่องเก็บของอัปเกรดถึงหนึ่งพันลูกบาศก์เมตรแล้ว…ประเด็นอยู่ที่แทบจะโล่งโหวงเหวง!”
ฟางผิงลอบถอนหายใจ ฉันจะต้องการที่ว่างใหญ่ขนาดนี้ไปทำไม?
สิ้นเปลืองค่าทรัพย์สินนับพันล้าน อัปเกรดถึงหนึ่งพันลูกบาศก์เมตร ฉันจะเอาไปใส่อะไร?
“ไม่ได้การแล้ว โล่งเกินไป ต้องหาอะไรมาเติมเต็มสักหน่อย!”
ฟางผิงตัดสินใจอยู่เงียบๆ ครุ่นคิดแล้วก็เอ่ยว่า “วันที่สิบสองกันยายน กลับไปถึงเซี่ยงไฮ้น่าจะดึกแล้ว คงจะเป็นคืนที่สิบสาม สิบห้าสิงหาคมเข้าถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ แค่ชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว แต่หนึ่งเดือนนี้ พวกเราแทบไม่มีความก้าวหน้าอะไรมากมาย ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!”
ตั้งหนึ่งเดือน!
นานจะตายไป!
พลังจิตใจเพิ่งจะสองพันหนึ่งร้อยเก้าสิบเก้าเฮิรตซ์ ปราณก็เพิ่งหนึ่งหมื่นเจ็ดพันแปดร้อยแปดสิบแปดแคลเท่านั้น
จากความเร็วนี้ คาดว่าขั้นเจ็ดตอนปลายคงต้องสิ้นเปลืองเวลากว่าครึ่งปีแล้ว
ตอนนี้หากมีใครแอบฟังอยู่ เกรงว่าคงจะด่าถึงมารดาแล้ว
นายเพิ่งจะยี่สิบปี ขั้นเจ็ดตอนกลาง หลอมร่างทองแล้ว ยังคิดว่าตัวเองช้าอีก?
แต่คนพวกนี้ล้วนไม่ใช่คนธรรมดา!
หวังจินหยางเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ช้าไปอยู่บ้างจริงๆ หลังจากฉันเข้าสู่ขั้นเจ็ดแล้ว ค้นพบว่าฝึกพลังจิตใจได้ช้ามาก แม้ปราณฉันจะแข็งแกร่ง หลังจากหลอมสารจิงกับเลือดแล้ว ปราณสามารถหลอมพลังจิตใจได้ แต่หนึ่งเดือนนี้ พลังจิตใจฉันเพิ่งจะหนึ่งพันหนึ่งร้อยเฮิรตซ์เท่านั้น คิดจะถึงตอนกลาง ยังต้องรอให้ถึงปีหน้า”
หลี่หานซงเอ่ยอย่างกลัดกลุ้มเช่นกัน “ช้าจริงๆ ฉันไม่ต่างกับเหล่าหวังเท่าไหร่ เหล่าเหยาขั้นเจ็ดตอนกลางแล้ว เขาเยอะกว่าพวกเราซะอีก”
เพราะเหยาเฉิงจวินปรากฏพลังจิตใจได้ตั้งแต่ขั้นห้า พลังจิตใจเขาแข็งแกร่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ทะลวงสองพันเฮิรตซ์ไปแล้ว เข้าสู่ขั้นเจ็ดตอนกลาง
แต่เหยาเฉิงจวินยังคงเอ่ยว่า “อันที่จริงฉันก็เริ่มช้าลงเหมือนกัน อีกอย่าง ความแข็งแกร่งของร่างทองฉันสู้พวกนายไม่ได้ แม้รัฐมนตรีจะส่งผลหลอมร่างทองให้ แต่ระดับของการหลอมร่างทองยังคงน้อยมาก กะโหลกฉันยังไม่ได้หลอมเหมือนกัน หากเทียบกันจริงๆ ฉันทะลวงถึงขั้นแปด น่าจะไม่ได้เร็วเท่าหัวเหล็กแล้ว”
พวกเขาสบสายตากัน พยักหน้างึกงัก
ไม่อาจจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้!
เวลาตั้งหนึ่งเดือน นี่จะพัฒนาช้าเกินไปแล้ว
ด้านข้างนั้นฉินเฟิ่งชิงแทบจะกลายเป็นอากาศ ฉันกระดากอายที่จะเปิดปาก
ระดับสูงกันหมดแล้ว ฉันเพิ่งจะขั้นหกสูงสุดเถอะ
“สงครามถ้ำใต้ดินต้องห้ามเริ่มเมื่อไหร่?”
“ไม่ค่อยแน่ใจ”
“จะไปแดนรบราชาสักครั้งก่อนหรือเปล่า?”
ฟางผิงเพิ่งจะเอ่ยปาก เหล่าหวังกลับเอ่ยว่า “อย่าเพิ่ง! เวลานี้ก่อความวุ่นวายในแดนรบราชา ส่งผลกระทบกับถ้ำใต้ดินต้องห้ามขึ้นมา รัฐมนตรีคงไม่ปล่อยนายไปแน่! พวกเขาเตรียมพร้อมกับสงครามครั้งนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ถูกนายทำเสียแผน นายคิดผลลัพธ์ที่จะตามมาเอาเองเถอะ”
ฟางผิงเอ่ยอย่างหงุดหงิดว่า “อะไรเรียกว่าฉันทำเสียแผน?”
“ราชาไหวเห็นนายก็อยากฆ่านายแล้ว นี่ไปถึงเขตหวงห้าม พอเห็นนายก็กำจัดทันที…นั่นคงน่าอนาถกว่า”
“เฮ้อ!”
ฟางผิงถอนหายใจยาว!
ใต้หล้ากว้างใหญ่ขนาดนี้ แบ่งออกเป็นสองโลกแล้ว นึกไม่ถึงว่ายังไม่ได้ที่ให้ฉันซุกตัวได้?
“งั้นพวกเราล่วงหน้าไปพื้นที่ระหว่างเขตแดนก่อน?”
หวังจินหยางครุ่นคิดเล็กน้อย “อย่าเพิ่งไปดีกว่า ล่วงหน้าไปแล้ว ถ้ำใต้ดินซีซานเกิดความเคลื่อนไหวขึ้นมา ทางนั้นอยู่ใกล้กับถ้ำใต้ดินต้องห้าม ระเบิดสงครามขั้นสุดยอด นั่นก็ไม่ดีแล้ว รอให้สงครามถ้ำใต้ดินต้องห้ามสิ้นสุดลงก่อน ไม่ก็ไปในเวลาเดียวกัน พวกเขารบของพวกเขาไป พวกเราค้นหาของพวกเราไป”
ฟางผิงเผยสีหน้าขุ่นเคือง เหล่าหวังพูดคำนี้อีกแล้ว
พวกเราไปแล้วก็จะระเบิดสงครามของระดับสูงได้
ตกลงนายคิดยังไงกัน?
“งั้นมีแค่ต้องรอให้สงครามถ้ำใต้ดินต้องห้ามเปิดฉากหรือสิ้นสุดลงก่อนถึงจะไปได้?”
“ใช่”
“งั้นต่อจากนี้พวกเราจะทำอะไร?” ฟางผิงจนใจอยู่บ้าง “จะไปถ้ำใต้ดินก็กลัวจะเกิดเรื่อง กลัวปัญหา แต่ไม่ไป พวกเราจะพัฒนาฝีมืออย่างรวดเร็วได้ยังไง? สงครามถ้ำใต้ดินต้องห้าม ฉันว่ายังต้องรออีกสักระยะหนึ่งถึงจะเปิดฉากได้ ช่วงเวลาที่เหลือนี้ จะทิ้งขว้างก็ไม่ได้เหมือนกัน”
ด้านข้างนั้น ในที่สุดฉินเฟิ่งชิงก็มีที่ให้ตัวเองแล้ว รีบแทรกบทสนทนาว่า “ฉันรู้จักที่ดีๆ ที่หนึ่ง ทุกคนฉวยโอกาสนี้ พวกเราทำการใหญ่สักครั้งเป็นยังไง?”
“นายเป็นโจรหรือไง? ไปที่ไหนก็จะทำการใหญ่?”
ฟางผิงถลึงตาใส่เขา อย่างนายเหมาะจะเป็นอาจารย์ด้วยหรือไง ขายหน้าให้มหาวิทยาลัยจริงๆ!
ฉินเฟิ่งชิงไม่สนใจเขา หัวเราะว่า “ครั้งนี้ไม่ได้เป็นโจร เป็นคนดี! นายยังจำที่ก่อนหน้านี้ฉันเคยทำการค้ากับผู้ฝึกยุทธ์นอกรีตได้หรือเปล่า? เวลานั้นฉันฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ถ้ำไปบางส่วน ขายหัวใจผู้ฝึกยุทธ์ถ้ำในตลาดมืด หลังจากนั้นตลาดมืดก็ถูกยกเค้าแล้ว แต่ไม่ได้ถึงกับไม่มีเบาะแสอะไรเหลืออยู่ ฉันรู้จักกับผู้ฝึกยุทธ์สังคมบางส่วนที่ตลาดมืดนั้น ช่วงนี้มีคนติดต่อฉันมา บอกว่าตลาดมือเปิดแล้ว ฟางผิง ต้องเป็นตลาดมืดของลัทธินอกรีตแน่ พวกเราไปกำจัดพวกเขากัน ยกเค้ามาให้หมด นอกจากได้ทำความคิด สังหารผู้ฝึกยุทธ์นอกรีตแล้ว ยังสามารถได้รางวัลกลับมาอีก นายอย่าลืมว่าตอนต้นปี นายเกือบถูกคนฆ่าแล้ว ภายหลังอธิการฆ่าระดับสูงของพวกนอกรีตไปบางส่วน แต่นายไม่ได้ลงมือล้างแค้นด้วยตัวเอง นายจะปล่อยไปแบบนี้?”
ฟางผิงเอ่ยอย่างครุ่นคิด “ตลาดมืดเล็กๆ จะหาเงินได้เท่าไหร่กัน? ตลาดมืดที่พุ่งเป้ากับผู้ฝึกยุทธ์สามระดับล่าง…”
—————-