ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 647 ฉันจะไปซีซาน (2)
รัฐมนตรีหวังเพิ่งจะพูดออกมาประโยคเดียว จางเทาก็โบกมือว่า “แรงกดดันของพวกเขาเยอะกว่าพวกเราซะอีก ทั้งความต้องการของพวกเขาคือตอนนี้ไม่เหมาะจะเปิดสงครามขนาดใหญ่ พวกตาแก่นั่นยังเกลี้ยกล่อมให้ฉันอย่าบุ่มบ่ามในเวลานี้ด้วยซ้ำไป”
จางเทาเอ่ยต่อว่า “ถ้ำใต้ดินเทียนหนานไม่จำเป็นต้องมีขั้นเก้าเฝ้าระวัง ส่งขั้นแปดจำนวนหนึ่งไปควบคุมสักหน่อย แบบนี้เซี่ยอีฟ่านกลับมาก็สามารถเข้าร่วมสงครามต้องห้ามได้แล้ว”
รัฐมนตรีหวังลังเลไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้เพิ่งจะทำสงครามไป เมืองเยาขุยสูญเสียอย่างหนัก เวลานี้อาจไม่ก่อสงครามขึ้นมาเสมอไป ผู้เฒ่าฟ่านมาแล้ว ฉันคิดว่าให้หลี่ฉางเซิงเฝ้าระวังที่ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ โยกย้ายอธิการอู๋มาร่วมสงครามได้”
หลี่เต๋อหย่งกลับเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “หลี่ฉางเซิงไม่จำเป็นด้วยซ้ำ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มีผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ขั้นแปดสามคนไม่ใช่หรือไง? ให้พวกเขาสามคนมานั่งรักษาการณ์ในถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ ไม่ว่าจะพูดยังไง ขั้นแปดก็ตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดแล้ว ไม่อาจอ่อนแอจนเกินไป สามคนร่วมมือกัน เฝ้าระวังที่ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ต้องทำได้อยู่แล้ว? ให้อู๋ขุยซานและหลี่ฉางเซิงเข้าเมืองหลวงมาช่วยสงคราม นี่ก็มีพลังต่อสู้ขั้นเก้าเพิ่มขึ้นมาอีกสองคนแล้ว…”
จางเทาขมวดคิ้วเล็กน้อย “มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เพิ่งจะจบสงครามเมืองเทียนเหมิน หลี่ฉางเซิงสู้หนึ่งครั้งสิ้นเปลืองพลังชีวิตหนึ่งครั้ง อู๋ขุยซานก็อยู่ในช่วงกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว…”
ทุกคนเงียบกันทันที
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เข้าร่วมสงครามติดต่อกัน สงครามใหญ่สงครามเล็กนับไม่ถ้วน ก่อนหน้านี้อู๋ขุยซานก็เกือบตายที่สงครามเมืองเทียนหนานแล้ว หลังจากนั้นยังเข้าร่วมสงครามใหญ่ของเซี่ยงไฮ้อีก
หลี่ฉางเซิงก็เกือบเอาชีวิตไปทิ้งที่หนานเจียง การต่อสู้ติดต่อกันแบบนี้ ในระดับสูงพบเห็นได้น้อยเหมือนกัน
แต่ตอนนี้ขั้นเก้าของประเทศจีนที่สามารถโยกย้ายได้ มีแค่สิบห้าคนเท่านั้น รวมกับเซี่ยอีฟ่านที่กลับมาก็แค่สิบหกคน
ถ้ามีเพิ่มมาอีกสองคน งั้นสถานการณ์ก็จะพลิกเปลี่ยนดีขึ้นแล้ว
ถ้ำใต้ดินต้องห้ามถูกทำลาย สถานการณ์ของประเทศจีนนับวันก็ต้องดีขึ้นเรื่อยๆ หน่วยอู่อันนับหมื่นคนสามารถปล่อยออกไปครึ่งหนึ่ง เข้าร่วมสงครามในถ้ำใต้ดินอื่นๆ
หน่วยอู่อันสามหมื่นแปดพันคน ยอดฝีมือระดับสูงหลายสิบคน!
แต่คนพวกนี้ ตอนนี้ถูกเหนี่ยวรั้งอยู่ในถ้ำใต้ดินต้องห้าม ไม่สามารถเข้าร่วมสงครามถ้ำใต้ดินอื่นๆ ได้
กระทรวงการศึกษาบ่มเพาะมาหลายสิบปี กลับทำได้แค่ควบคุมถ้ำใต้ดินเดียวเท่านั้น
รัฐมนตรีหวังครุ่นคิดแล้วก็เอ่ยว่า “งั้น…หรือจะดึงตัวฟางผิงเข้ามา? ไม่ใช่ว่าเขาเก็บงำกลิ่นอายได้หรือไง? ให้เขาไประเบิดเมือง…”
จางเทายกมือห้าม “เขามาไม่ได้! ครั้งนี้ถ้าเขามา อันตรายเกินไป! หลังจากสงครามเทียนหนาน รวมถึงแดนรบราชา สองครั้งที่ผ่านมา ลักษณะเฉพาะบางอย่างของเขาล่วงรู้ไปทั้งเขตหวงห้ามแล้ว ครั้งนี้เขตหวงห้ามส่งคนมา บางทีอาจจะวางแผนลอบฆ่าเขา ถ้าฟางผิงตายในสงครามครั้งนี้ งั้นก่อให้ชัยชนะของถ้ำใต้ดินต้องห้ามจะสำคัญแค่ไหน ก็ได้ไม่คุ้มเสียอยู่บ้าง ฉันไม่อยากดึงตัวมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มา เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เหมือนกัน…”
จางเทาถอนหายใจว่า “ดึงตัวยอดฝีมือมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มา เขาอาจจะอาศัยโอกาสแฝงตัวปะปนมาได้ เจ้าเด็กนี้ก่อเรื่องเก่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขามาอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันได้”
ทุกคนหัวเราะ รัฐมนตรีหวังเอ่ยว่า “แต่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ยังมีขั้นเจ็ดอีกไม่น้อย หรือสงครามใหญ่ครั้งนี้ก็จะไม่เรียกตัวมาเหมือนกัน? รวมถึงหวังจินหยาง หลี่หานซง เหยาเฉิงจวินพวกนั้น แม้พวกเขาจะอยู่ขั้นเจ็ดตอนต้น แต่พลังต่อสู้ค่อนข้างแข็งแกร่ง สงครามขั้นเจ็ดให้พวกเขาเข้าร่วม บางทีอาจจะได้รับอะไรกลับมา อีกอย่างตัวแทนพลังจิตใจของฟางผิงแข็งแกร่งอย่างมาก...ได้ยินว่าสร้างจากสสารไม่แตกดับทั้งหมด…”
“ไอ้เด็กมีเงิน!”
จู่ๆ หลี่เต๋อหย่งก็ก่นด่าออกมา
ทุกคนทยอยมองไปทางเขา นึกไม่ถึงว่านายจะด่าคนเป็น?
หลี่เต๋อหย่งทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง เมื่อกี้หลุดสบถออกไปเพราะทนไม่ไหว
แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดคนหนึ่ง ใช้สสารไม่แตกดับสร้างตัวแทนพลังจิตใจ ถือว่ามีเงินจริงๆ เขาอิจฉาอย่างมาก
อย่าพูดถึงตัวเองเลย หรือคนพวกนี้ไม่ใช่กัน?
รัฐมนตรีหวังไม่สนใจเขา เจ้าคนถ่อย นึกไม่ถึงว่าจะอิจฉาเด็กคนหนึ่ง ไม่อายบ้างหรือไง?
ฉันไม่เห็นจะอิจฉาเลย!
ใช่ ไม่อิจฉาสักนิด แค่คิดอยากปล้นเขาทั้งนั้น ไม่มีอย่างอื่นอีก
ไม่สนใจหลี่เต๋อหย่ง รัฐมนตรีหวังเอ่ยต่อว่า “ตัวแทนพลังจิตใจของฟางผิงแข็งแกร่ง ถ้าใช้ในสงคราม อาศัยจังหวะและโอกาสเหมาะสม ครั้งเดียวอาจสกัดผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดได้เจ็ดแปดคนด้วยซ้ำ จัดการคนพวกนี้อย่างรวดเร็วแล้ว พวกเขาก็สามารถเข้าสู่สงครามขั้นแปดอีกได้…”
จางเทาโบกมืออีกครั้ง “ฉันบอกไปแล้ว เขาถูกจับตามอง ถูกเพ่งเล็งอยู่ เขาปรากฏตัวในสนามรบอีกครั้ง หากไม่เหนือความคาดหมาย ไม่นานขั้นแปดถึงกระทั่งขั้นเก้าต้องลงมือกับเขาแน่ สงครามเซี่ยงไฮ้สิ้นสุดลง ไพ่ตายของเขาแทบจะเปิดเผยออกไปหมดแล้ว ขั้นแปดของเมืองเยาขุยที่หนีออกไปคนนั้นเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เขตหวงห้ามแล้ว ดังนั้นแม้เขาจะมา อย่างมากก็สกัดขั้นเก้าได้หนึ่งคน จากนั้นก็ถูกขั้นเก้าฆ่า เขตหวงห้ามไม่อาจเปิดโอกาสให้เขาไปสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดพวกนั้นอีก”
ทุกคนเสียดายอยู่บ้าง นี่กลับเป็นเรื่องจริง
สถานการณ์บางอย่างของฟางผิง ตอนนี้ถูกเขตหวงห้ามล่วงรู้แล้ว
หากปรากฏตัวในถ้ำใต้ดินอีกครั้ง จะถูกจับจ้องก็เป็นเรื่องปกติ
“ขั้นเก้าสิบห้าคน…ฝีมือของพวกผู้อำนวยการหนานต่างแข็งแกร่งทั้งหมด อาจจะไม่แพ้เสมอไป”
จางเทาพูดแบบนี้ กลับขมวดคิ้วอยู่บ้าง ไม่แพ้ ไม่ได้หมายความว่าไม่เกิดความสูญเสีย
ถ้าสงครามนี้ขั้นเก้าตายมากเกินไป งั้นก็ได้ไม่คุ้มเสียจริงๆ แล้ว
แต่กำลังมีจำกัดจริงๆ อู๋ขุยซานและหลี่ฉางเซิงตกลงจะดึงตัวมาดีหรือเปล่า?
อู่ขุยซานฝีมือแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้อย่างมาก ได้ยินว่าฟางผิงมอบต้นเทียนเหมินให้เขาอีก...ให้เขายืมสร้างอาวุธวิเศษขั้นเก้าใหม่ เทียบกับอัปเกรดขั้นแปดก่อนหน้านี้ยังแข็งแกร่งกว่าอยู่บ้าง
เส้นทางต้นกำเนิดก็พัฒนาขึ้นไม่น้อย ตอนนี้อู๋ขุยซานสังหารขั้นเก้าที่ไม่มีอาวุธวิเศษขั้นเก้าอาจไม่ใช่เรื่องยากเสมอไป
หลี่ฉางเซิงก็มีพลังต่อสู้ในการฆ่าขั้นเก้าเช่นกัน
สองคนนี้ต่างมีอาวุธวิเศษขั้นเก้า ภายใต้การร่วมมือกัน ฝีมือไม่อาจอ่อนด้อยไปกว่าขั้นเก้าที่อยู่หลังจากสิบอันดับแรกพวกนั้น
จางเทาครุ่นคิดแล้วก็ไม่เอ่ยเรื่องนี้อีก เอ่ยต่อว่า “ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปด ดึงตัวจากในประเทศทั้งหมดสามสิบคน! หน่วยอู่อันมีขั้นแปดห้าคน รวมกับภายในกระทรวงและหน่วยทหาร…น่าจะรวบรวมสี่สิบคนได้! ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดถ้ำใต้ดินต้องห้ามมีทั้งหมดสามสิบห้าคนเท่านั้น เขตหวงห้ามส่งมาสนับสนุน ขั้นแปดคงไม่เยอะจนเกินไป ฝีมือสูสีกัน ฝั่งขั้นเจ็ด หน่วยอู่อันลักระทรวงก็รวบรวมมาสี่สิบคนได้ ดึงตัวมาอีกหกสิบคน หนึ่งร้อยคนน่าจะเพียงพอล้ว แม้ถ้ำใต้ดินจะมีขั้นเจ็ดไม่น้อย แต่อย่าลืมว่าคนของพวกเรา ตอนนี้ส่วนมากมีอาวุธวิเศษ พลังต่อสู้แข็งแกร่งกว่า เทียบกับสถานการณ์ก่อนหน้านี้ดีกว่าจริงๆ”
ทุกคนคำนวณกันยกใหญ่ แบบนี้ยอดฝีมือระดับสูงที่เข้าร่วมสงครามก็เกินหนึ่งร้อยห้าสิบคนแล้ว
เทียบกับสงครามเทียนหนานครั้งก่อนยังเคลื่อนไหวคนมากกว่า ทั้งยังแข็งแกร่งกว่า
อาวุธวิเศษมีพร้อม พลังต่อสู้ขั้นแปดขั้นเก้ามากกว่า
ส่วนเรื่องที่จางเทาไม่เอ่ยถึงมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ รัฐมนตรีครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ยังคงเอ่ยอย่างคลุมเครือว่า “ฟางผิงเจ้าเด็กนั่นไม่อยู่…ฉันกลับรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่บ้าง…”
จางเทาใบหน้าดำคล้ำ เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “นายคิดว่าฟางผิงไว้ใจได้มากกว่าฉัน?”
เจ้าหมอนั่นเพิ่งขั้นเจ็ด เอาความมั่นใจมาจากไหน?
ถึงเวลานั้นฉันยังนั่งรักษาการณ์ในเขาต้านสมุทรเถอะ!
“ไม่ใช่ความหมายนี้…ประเด็นอยู่ที่เจ้าเด็กนั่นมีของดีมากมาย ปกติพวกเขาดึงออกมาไม่ได้ แต่รอสงครามเกิดขึ้น เห็นพวกเราบาดเจ็บล้มตาย เจ้าเด็กนั่นก็โยนของดีออกมาทันที เขามีน้ำแร่ชีวิตเท่าไหร่ คุณรู้หรือเปล่า? ครั้งก่อนเขามอบสสารไม่แตกดับให้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ คุณรู้หรือเปล่าว่าเขายังมีอีกเท่าไหร่? ปกติเจ้าเด็กนี้เก็บซ่อนอย่างมิดชิด คุณชิงของเขามาหลายครั้ง เขาอาจจะจดบัญชีไว้ ไม่ช้าก็เร็วต้องล้างแค้นคุณ…สงครามใหญ่เปิดฉาก เจ้าเด็กนั่นก็ไม่ได้คิดมากขนาดนั้นแล้ว…”
จางเทาแค่นเสียงขึ้นจมูก “ฉันจะกลัวเขาจดบัญชีแค้น?”
น่าขำ!
ราชานักรบเป็นใครกัน?
แม้ฟางผิงจะทะลวงขั้นสุดยอดแล้ว นั่นก็ต้องข่มกลั้นเหมือนกัน เขายังจะกลัวฟางผิงได้?
“งั้นมั่นใจว่าจะไม่เรียกตัวคนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้?”
“ดูสถานการณ์ก่อน ช่วงเวลาสำคัญหากเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ…”
จางเทาครุ่นคิดยกใหญ่ เอ่ยว่า “งั้นก็เรียกตัวคนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะฟางผิง โยนเข้าไปในถ้ำใต้ดิน ล่อขั้นเก้าออกไปแปดเก้าคน บางทีอาจมีหวัง!”
ทุกคน “…”
แทบจะอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง!
ล่อขั้นเก้าออกไปแปดเก้าคน?
รัฐมนตรีคิดยังไงกัน?
——————