ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 648 เดินไปพร้อมกับภาระ (3)
ฟางผิงคำนวณแล้วก็มองดูช่องเก็บของที่โล่งเกลี้ยงไปอีกที
ตอนนี้เขาหมดเนื้อหมดตัวจริงๆ หมดตัวจนไม่รู้จะจนยังไงอีกแล้ว
รวมถึงต้นเทียนเหมินก็ยกให้เหล่าอู๋แล้วเหมือนกัน แลกเปลี่ยนเป็นสัญญาหนี้ที่ไม่รู้ว่าจะเก็บคืนมาได้หรือเปล่า
“ของที่ได้มาจากแดนรบราชาและสงครามเทียนเหมิน ตอนนี้ถือว่าใช้ไปหมดแล้ว”
แจกจ่ายของออกไปหมดแล้ว ฟางผิงก็มองไปทางทุกคน เอ่ยปากว่า “ขออวยพรให้อาจารย์ทุกคนเดินทางโดยสวัสดิภาพ ปลอดภัยกันทุกคน! เข้าถ้ำใต้ดินแล้ว อย่าเอ่ยถึงชื่อผม ครั้งนี้ได้ยินว่าคนของเขตหวงห้ามจะเข้าไปเหมือนกัน ยังมีราชาไหวเป็นคนควบคุมสงครามอีก ทางที่ดีที่สุดอย่าสวมชุดของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะดีกว่า ศิษย์สร้างปัญหาให้ศัตรูในเขตหวงห้ามนับไม่ถ้วน…ร้ายแรงกว่าที่อาจารย์ทุกคนจะจินตนาการได้ซะอีก อย่าเอ่ยถึงผมเด็ดขาด!”
ทุกคนไร้คำจะโต้ตอบจริงๆ
ปรมาจารย์ที่มาใหม่นั้นแทบจะเผยสีหน้าแปลกออกไป คำพูดนี้…ทำไมดูเหมือนเจ้าเด็กนี้ไม่น่าเชื่อถือยังไงไม่รู้
หลู่เฟิ่งโหรวไม่สนใจเขาเหมือนกัน ถามว่า “เธอและหลี่หานซงล่ะ?”
“พวกเราจะไปพื้นที่อื่น ไม่ลากอาจารย์ทุกคนมาติดร่างแห่แน่นอน”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ครั้งนี้พวกเราจะดูว่าสามารถคว้าเคล็ดวิชาฝึกพลังจิตใจมาได้หรือเปล่า ถ้าคว้ามาได้ นั่นก็ได้กำไรแล้ว เทียบกับทำลายถ้ำใต้ดินหนึ่งแห่งยังดีกว่าตั้งเยอะ! ถึงเวลานั้น มีเคล็ดวิชาฝึกพลังจิตใจแล้ว พวกเราก็จะแตะถึงระดับสูงกันมากขึ้น พวกอาจารย์ไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่ในขั้นนี้นานเพราะเรื่องของพลังจิตใจอีกแล้ว”
สิ้นเสียง ฟางผิงก็มองไปทางหวงจิ่ง “อธิการหวง คุณพยายามเข้าสู่ขั้นแปดให้เร็วที่สุดเถอะครับ ไม่งั้น…ครั้งนี้ผมกลับมา คุณอาจจะถูกผมล้ำหน้าแล้วก็ได้”
หวงจิ่งใบหน้าดำคล้ำ!
เขาหลอมกะโหลกแล้วหนึ่งชิ้น เข้าสู่ขั้นเจ็ดสูงสุดแล้ว
ขอแค่หลอมอีกยี่สิบห้าชิ้น นั่นก็เป็นขั้นแปดแล้ว!
เจ้าเด็กนี้มั่นใจขนาดนั้นเลย?
แต่ว่า…เจ้าเด็กนี้หลอมกะโหลกเสร็จแล้ว หากพลังจิตใจแตะถึงสามพันเฮิรตซ์ขึ้นไป บางทีตัวเองอาจจะถูกล้ำหน้าในอีกไม่นานนี้จริงๆ แล้ว
ช่วงเวลาสั้นๆ หวงจิ่งก็ร้อนใจอยู่บ้าง
มองพวกถังเฟิงก็รู้แล้ว ตอนนี้มีสงครามที่ไหนก็แทบจะวิ่งกระโจนหาที่นั่น ทำไมล่ะ? ไม่ใช่เพราะมีแรงกดดันหรือไง!
นี่จะทำให้คนสิ้นหวังเกินไปแล้ว!
ปีนี้เขาและหลู่เฟิ่งโหรวเพิ่งจะทะลวงด่าน อยู่ขั้นเจ็ดตอนต้นเหมือนกัน การจัดอันดับคงไม่พูดถึงแล้ว ประเด็นอยู่ที่ลำดับขั้น
ด้านข้างนั้น เหลียงอวี้ฉินและฟ่านหวาปรมาจารย์สองคนก็ตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย เร็วขนาดนี้เลย?
พวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดตอนปลาย ยังไม่ได้หลอมกะโหลกอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ
—
การประชุมของปรมาจารย์เซี่ยงไฮ้ไม่นานก็สิ้นสุดลง
พวกปรมาจารย์ต่างแยกไปทำธุระของตัวเอง คนที่ต้องไปถ้ำใต้ดินต้องห้ามก็ไปถ้ำใต้ดินต้องห้าม คนที่จะไปถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ก็ไปถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้
สงครามใหญ่ถ้ำใต้ดินต้องห้าม เป็นเรื่องของสิ้นเดือนไม่ก็ต้นเดือนหน้าแล้ว
ฟางผิงกระจายทรัพย์สินออกไป แลกเปลี่ยนเป็นสัญญาหนี้เกือบสองแสนล้าน ที่เหลือแทบไม่มีอะไรเลย
“หลังจากนี้หากมหาวิทยาลัยมีปรมาจารย์มาเพิ่มอีก...ฉันไม่มีอาวุธวิเศษให้ยืมแล้ว”
“คณบดีหลัว คณบดีจาง ผู้เฒ่าสวี่ สามคนที่กำลังจะเป็นปรมาจารย์ต่างมีอาวุธวิเศษในมือแล้ว คณบดีเฉิน คณบดีหูก็มีอาวุธวิเศษ แต่หากคนอื่นๆ ทะลวงด่านอีกก็ไม่มีอาวุธวิเศษให้แล้ว”
ฉินเฟิ่งชิงเจ้าหมอนั่นกลับไม่จำเป็นต้องสนใจ เขาได้มาจากเมืองเจิ้นซิงหนึ่งชิ้น หากถึงขั้นเจ็ดจริงๆ กลับไม่ขาดแคลนอาวุธวิเศษแต่อย่างใด
“ควรไปถ้ำใต้ดินซีซานแล้ว!”
ฟางผิงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ต่อสายออกไป เตรียมพร้อมเดินทางได้แล้ว!
—
วันที่ 21 กันยายน ฟางผิงเตรียมตัวออกเดินทาง
ยังไม่ทันเดินทางก็ถูกคนขวางไว้ก่อน
ในหอคริสตัล
เฉินอวิ๋นซีเผยสีหน้าซับซ้อน “จะไปอีกแล้ว?”
“อืม”
หนึ่งปีนี้ ฟางผิงวิ่งวุ่นไปทั่ว ไม่ไปถ้ำใต้ดินก็เก็บตัวเข้าด่าน เวลาว่างนับวันก็น้อยลงเรื่อยๆ
“ไปถ้ำใต้ดินต้องห้าม?”
“เปล่า ไปซีซาน”
“ไปซีซาน? แล้วจะไปเมืองเจิ้นซิงอีกหรือเปล่า?”
เมืองเจิ้นซิงอยู่ที่ซีซานเช่นกัน ฟางผิงเพิ่งจะกลับมา
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ไป ครั้งนี้จะไปถ้ำใต้ดินซีซาน สำรวจสภาพแวดล้อมสักหน่อย ทางนั้นมีแดนลับให้นักศึกษาใหม่ฝึกวิชาอยู่? ฉันจะไปดู…”
“งั้นฉันจะไปด้วย!”
สำรวจสภาพแวดล้อม งั้นเธอก็จะไปด้วย
ฟางผิงหมดคำพูด ฉันแค่พูดไปเท่านั้น เธอคิดว่าเป็นเรื่องจริง?
ฟางผิงไม่รับบทสนทนา เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เธอเข้าสู่ขั้นห้าตอนกลางแล้ว พัฒนาเร็วเหมือนกัน มหาวิทยาลัยยังมีดอกหลอมเส้นเดินปราณอยู่บ้าง เธอใช้ชื่อของฉันไปเอามาใช้ให้หมด พวกพยายามหลอมเส้นเดินปราณให้เสร็จสิ้นซะ หลอมเส้นเดินปราณค่อนข้างใช้เวลามาก ไม่มีดอกหลอมเส้นเดินปราณ ยากที่จะเข้าสู่ขั้นห้าตอนปลาย รอทะลวงขั้นห้าตอนปลาย หลอมเลือดเนื้อแล้ว ฉันจะให้น้ำแร่ชีวิตที่เหลือไว้ให้เธอ พยายามเข้าสู่ขั้นห้าสูงสุดให้เร็วที่สุด หากถึงขั้นห้าตอนปลาย เธอสามารถกำหนดตำแหน่งประตูซานเจียวได้แล้ว ฉันก็จะสามารถช่วยเธอเข้าสู่ขั้นหกสูงสุดได้อย่างรวดเร็ว”
“แบบนี้แล้วถึงจะสามารถตามฉันได้ทัน รอฉันค้นหาเคล็ดวิชาฝึกพลังจิตใจได้ เธอฝึกฝน บางทีไม่นานก็อาจหลอมสารจิงกับเลือด ถึงกระทั่งปรากฏพลังจิตใจแตะถึงขั้นเจ็ดได้ แบบนี้คงไม่สิ้นเปลืองเวลาแล้ว ไม่งั้นตอนนี้เธอตามฉันไปทั่ว ขั้นห้าไม่สามารถฝึกสำเร็จได้ งั้นฉันก็คงช่วยเธอไม่ได้มากแล้ว…”
ได้ยินฟางผิงพูดแบบนี้ เฉินอวิ๋นซีจึงกัดฟัน พยักหน้าว่า “ฉันเข้าใจแล้ว จริงสิ หยวนหยวน…”
“เธอช่วยกระตุ้นให้หน่อย ฟานหยวนถึงขั้นหนึ่งสูงสุดแล้วเหมือนกัน หวังว่าฉันกลับมาแล้ว เธอจะแตะถึงขั้นสองได้ ตอนนี้ทุกคนต่างฝึกวิชาได้รวดเร็วขึ้นมาก เธอเป็นน้องสาวของฉัน จะช้าจนเกินไปไม่ได้”
ฟางผิงพูดจบ ดูเวลาแล้วก็เอ่ยว่า “ฉันไปล่ะ”
“พวกฉินเฟิ่งชิงไปด้วยหรือเปล่า?”
“หัวเหล็กไป ไม่พาฉินเฟิ่งชิงไปด้วย”
ฟางผิงทิ้งฉินเฟิ่งชิงอีกครั้ง เจ้าหมอนั่นเพิ่งจะขั้นหก เขาไม่พาไปหรอก
ได้ยินว่าฉินเฟิ่งชิงไม่ไปด้วย เฉินอวิ๋นซีกลับไม่พูดอะไรอีก ไม่ได้หึงหวงอะไร แม้ฉินเฟิ่งชิงจะต่ำช้า แต่เธอยังไม่ถึงขั้นหึงหวงฉินเฟิ่งชิงจริงๆ แค่คิดว่าฉินเฟิ่งชิงที่อยู่ขั้นหกสูงสุดไม่ได้ไป ฟางผิงไม่ให้เธอไป นั่นก็เป็นเรื่องปกติ
“งั้นนายระวังตัวด้วย!”
“แน่นอน!”
“…”
ไม่นานฟางผิงก็ออกไป เฉินอวิ๋นซียืนมองส่งเขาออกจากบนยอดหอคอย ชั่วเวลานั้นก็จมดิ่งอยู่บ้าง
ยอดหอคอย…ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าฟางผิงยืนมองรอบสี่ทิศทางที่นี่ก็เพื่อโอ้อวดเท่านั้น
แต่ช่วงเวลาสั้นๆ นี้ จู่ๆ เธอก็รู้สึกแตกต่างออกไปอยู่บ้าง
โดดเดี่ยว!
ยืนบนยอดหอคอยสามารถเห็นทุกอย่างในมหาวิทยาลัย สามารถเห็นความเจริญรุ่งเรืองข้างนอกนั่น
เห็นอาจารย์คนแล้วคนเล่า นักศึกษาคนแล้วคนเล่าแบกอาวุธ เดินไปทั่วอย่างอ้างว้างเดียวดาย
“เดินไปพร้อมกับภาระ…”
ชั่วพริบตานี้เธอรู้สึกว่าบนร่างมีแรงกดดันอย่างไร้จำกัดเพิ่มขึ้นมา เห็นพวกอาจารย์และนักศึกษาที่วิ่งวุ่นไปทั่วสารทิศ เห็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองข้างนอก...
ฟางผิงกำลังเดินไปพร้อมกับภาระ!
ยืนอยู่บนหอคอยนี้ เขาก็รู้สึกถึงภาระอันหนักหน่วงเหมือนกันใช่หรือเปล่า?
“ที่แท้…ฉันก็ยังไม่เข้าใจเขา…”
เฉินอวิ๋นซีพึมพำเบาๆ วันนี้เฉินอวิ๋นซีนั่งรักษาการณ์บนหอคอยแทนฟางผิง เริ่มสอดส่องไปทั่ว
แรงกดดันที่ไร้รูปร่างหลายสาย กระตุ้นให้เธออยากแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่จะสามารถแบ่งเบาภาระฟางผิงได้บ้าง
วันนี้อาจารย์และนักศึกษานับไม่ถ้วนต่างคาดไม่ถึงว่ากระทั่งเฉินอวิ๋นซียังติดนิสัยฟางผิงไปด้วย?
เห็นท่าทางแปลกประหลาดจากนักศึกษาและอาจารย์พวกนั้น เฉินอวิ๋นซีก็พึมพำในใจซ้ำไปซ้ำไป
“พวกคุณไม่เข้าใจเขาหรอก!”
ยืนอยู่ในที่สูงเหน็บหนาว มีแค่ต้องยืนอยู่ตรงนี้ถึงจะสามารถเข้าใจได้ อัจฉริยะอย่างฟางผิงต้องแบกรับแรงกดดันขนาดไหน!
แรงกดดันนั้นทำให้คนหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ
“นี่ถึงจะเป็นฟางผิง…ยุคสมัยนี้ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าเขาแล้ว!”
——————-